ธีระภาพ เสนะวงษ์ ชี้แจงการปรับโครงสร้างรายงานเพื่อเน้นความสำคัญของรัฐธรรมนูญตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง และเสนอแนวทางแก้ปัญหาความไม่สมดุลในระบบสุขภาพโดยการส่งเสริมบริการปฐมภูมิอย่างครบวงจร พร้อมผลักดันการรวมหน่วยบริการสุขภาพในระดับตำบลเป็นคลัสเตอร์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
ขอบคุณท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้เกียรติอภิปรายแล้วก็ให้ข้อคิดเห็น เพิ่มเติมซึ่งเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งครับ แล้วก็ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านที่กรุณารับฟัง ในวันนี้นะครับ ผมขออนุญาตตอบในหลักการบางประการแล้วก็ยืนยันว่าจะนำไปแก้ไข ในการแก้ไขรายงานฉบับจริงนะครับ แล้วก็เดี๋ยวสักครู่ท่านณรงค์แล้วก็ท่านกิตติที่อยู่ ณ ที่นี้ จะตอบข้อซักถามเพิ่มเติมครับ
ในกรณีของท่านนิกรนะครับเราได้เขียนไว้ครับในเรื่องของที่จะยกรัฐธรรมนูญ เป็นแม่บท แต่บังเอิญเราอยู่ในข้อ ๔ ครับ เราก็จะแก้ไขด้วยการนำมาไว้ในข้อ ๑ ซึ่งให้ ความสำคัญกับรัฐธรรมนูญ เพราะว่ารัฐธรรมนูญกำหนดไว้ในมาตรา ทั้งมาตรา ๔๗ มาตรา ๕๕ และมาตรา ๒๕๘ ตามที่ท่านได้ยกมาจริงครับแล้วก็เราได้เขียนไว้ในหน้า ๓ ของรายงาน การศึกษาครั้งนี้นะครับ เรายกมาตรา ๕๕ และมาตรา ๒๕๘ มาครับซึ่งจะนำมาแก้ไขให้กลับ เป็นข้อ ๑ นะครับ
อีกประการหนึ่งผมขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องระบบการแพทย์ปฐมภูมิ ให้กับท่านสมาชิกได้เข้าใจอีกนิดหนึ่งนะครับ คือว่าการแพทย์เราแบ่งอย่างที่ท่านณรงค์ ได้อธิบายไปว่าแบ่งเป็นปฐมภูมิแล้วก็เป็นทุติยภูมิและตติยภูมิ เป็น ๓ ระดับด้วยกันนะครับ นั่นคือว่าในอุดมคติแล้วเราอยากจะให้ประชาชนเข้ารับการรักษาตามลำดับครับ คือเจ็บป่วย เล็กน้อยหรือว่าแค่ติดตามการรักษาก็ไปที่ปฐมภูมิก่อนแล้วปฐมภูมิจะมีหน้าที่ในการให้การ รักษาทั้ง ๓ อย่างนะครับ คือไม่ใช่การรักษาตรงกลางอย่างเดียว ให้การส่งเสริมสุขภาพและ ป้องกันโรค ให้การรักษาและฟื้นฟูสุขภาพด้วยนะครับ แต่ขณะนี้ระบบสุขภาพของบ้านเรา มันบิดเบี้ยวไปนะครับ ประชาชนก็ไปแออัดอยู่ที่ระดับ ๒ และระดับ ๓ หมด ถ้ามีศักยภาพมาก อย่างที่ท่านบางท่านผู้อภิปรายได้ยกมาคือจะไปหาระดับ ๓ เลย พอมีศักยภาพก็ไปที่ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัย หรือโรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลระดับจังหวัดเลย จะก้าวข้าม ระดับแรกไป ทำให้โรงพยาบาลระดับใหญ่แออัดแล้วเตียงเท่าไรก็ไม่พอครับ ถ้าอย่างนี้ อยู่เตียงเท่าไรก็ไม่พอ เพราะฉะนั้นเราจะกลับไปสู่อุดมคติคือให้มีการแพทย์ปฐมภูมินะครับ ระบบการแพทย์ปฐมภูมิไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีแพทย์ครอบครัวประจำนะครับ เพราะว่าการแพทย์ปฐมภูมิที่ระดับแรกระดับไพรมารี (Primary) เราจะต้องให้การบริการ ทั้งการรักษาพยาบาลเบื้องต้น ให้การดูแลเรื่องส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคนะครับ ออกไปเยี่ยมบ้านด้วยนะครับแล้วก็ถ้าเกิดหมู่บ้านไหนมีเรื่องยุง มีเรื่องไข้เลือดออกก็ต้องไป ให้การดูแลเรื่องยุงลายเป็นต้นด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นระบบพวกนี้เราจะต้องพยายามสร้าง ให้เป็นไปตามระดับชั้น แล้วก็ถ้าหากคนไข้แทนที่จะไปแออัดจะต้องเสียค่ารักษาเหมือนอย่างที่ ท่านสุวิระพูดแทนที่จะต้องเสียค่ารถ ค่าเรือไปหาแพทย์ที่โรงพยาบาลจังหวัด ก็ไปหาแพทย์ ที่โรงพยาบาลปฐมภูมิได้นะครับ แล้วก็เมื่อเห็นว่าเกินขีดความสามารถแล้วแพทย์ ที่โรงพยาบาลปฐมภูมิจะส่งจะมีใบส่งตัวว่าไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลจังหวัดนะ หรือโรงพยาบาลศูนย์ หรือโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย ถ้าเน็ตเวิร์ก (Network) นี้เป็นไปตามที่ เราวางไว้ก็จะทำให้ระบบลื่นไหล ได้มีการส่งต่อได้อย่างมีคุณภาพนะครับ
คำว่าคลัสเตอร์ (Cluster) ในความหมายนี้หมายความว่าเดิมทีขณะนี้เรามี ตำบลประมาณ ๗,๐๐๐ ตำบล แต่ว่ามีโรงพยาบาล รพ.สต. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล ก็คือสถานีอนามัยเดิมมีประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าแห่ง นั่นคือ ๑ ตำบล บางตำบล มีมากกว่า ๒ แห่งหรือ ๓ แห่งขึ้นไป เราก็จะรวมพวกนี้นะครับที่ดูแลประชากรให้มารวมเป็น กลุ่มกันเฉย ๆ เป็นกลุ่ม เป็นลักษณะการมารวมกันทางข้างนะครับไม่ใช่รวมเป็นอันเดียวกันเลย รวมการทำงานกันที่จะดูแลประชากร ๑๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน เพื่อจะรวมประชากร เช่นที่ท่านณรงค์อธิบายเมื่อกี้ว่ามีทันตานามัยคือดูแลสุขภาพปากประชาชน ใน ๓-๔ แห่ง มีคนเดียว เพราะฉะนั้นแทนที่เขาจะดูศูนย์เดียวเขาก็จะดูทั้ง ๔ ศูนย์เลยนะครับ และแพทย์จากโรงพยาบาลอำเภอหรือที่เราเรียกว่าชุมชนก็จะหมุนเวียนมาอยู่นะครับ อาจจะมาที่ศูนย์นี้วันจันทร์ ศูนย์โน้นวันอังคาร ศูนย์โน้นวันพุธ สรุปแล้วก็จะมีแพทย์ หมุนเวียนมาครบทุกแห่ง ถ้ามีการรวมกันในลักษณะของคลัสเตอร์ (Cluster) นะครับ หรือจะเรียกอย่างอื่นก็ได้ ยืนยันตามที่ท่านปานเทพได้เสนอครับว่าแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ขณะนี้ยังมีไม่พอครับ เท่าที่ทราบยอดขณะนี้ทั้งประเทศน่าจะมีประมาณ ๓๐๐ คนนะครับ หากผิดพลาดต้องขออภัยด้วย แล้วก็จะมีแนวนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขที่จะเพิ่ม แพทย์เหล่านี้ให้ครบ ลองคิดดูสิครับถ้ามีให้ครบทุกที่ต้องมีไม่ต่ำกว่า ๖,๐๐๐ คนนะครับ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ในแต่ละที่เรามีพยาบาลที่เป็นพยาบาลเวชปฏิบัติ แล้วก็สามารถ หมุนเวียนแพทย์ที่ไม่ใช่แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวหรือเป็นแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ก็แล้วแต่จากโรงพยาบาลอำเภอคือที่เราเรียกโรงพยาบาลชุมชนครับหมุนเวียนไปแต่ละที่ได้ ถ้าเราเซตอัป (Setup) ระบบคลัสเตอร์ (Cluster) นี้ขึ้นมาได้ แล้วก็ต้องทำให้แพทย์เหล่านี้ สามารถอยู่ในระบบได้นะครับ เนื่องจากเขาจะรู้สึกว่าเขาจะต่ำต้อยกว่าแพทย์ประเภทอื่น ที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญนะครับ ถ้าเขาไม่พอใจในงานนั้น แต่ทำอย่างไรจะให้เขาอยู่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสวัสดิการหรือเรื่องค่าตอบแทนก็แล้วแต่นะครับ ส่วนเรื่องอื่นผมขออนุญาต ให้ท่านณรงค์กรุณาเพิ่มเติมครับ