เลิศรัตน์ ชี้ปัญหาต่ออายุใบอนุญาตทีวี ค้านรัฐโฆษณาได้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๖ · ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

เลิศรัตน์ รัตนวานิช หารือการปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ประกอบกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ให้ทันสมัย พร้อมเสนอให้เพิ่มสัดส่วนคลื่นความถี่สำหรับภาคประชาชนและภาคประชาสังคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ขณะเดียวกันเตือนถึงปัญหาการต่ออายุใบอนุญาตล่วงหน้าที่อาจเอื้อประโยชน์กลุ่มเฉพาะ และคัดค้านการเปิดช่องให้หน่วยงานของรัฐประเภทที่ 1 และ 3 ทำการโฆษณา เนื่องจากจะสร้างความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่กำลังเผชิญกับการแข่งขันด้านรายได้จากสื่อออนไลน์อยู่แล้ว

พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผม พลเอก เลิศรัตน์ รัตนวานิช สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอขอบพระคุณที่ท่านประธานได้กรุณาให้โอกาสในการแสดงความคิดเห็นในเรื่องการปฏิรูป กิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการ กระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนได้นำเสนอในเช้าวันนี้นะครับ ผมก็เห็นด้วยกับทาง กรรมาธิการว่าร่างพระราชบัญญัติการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับปี ๒๕๕๑ ได้ใช้มาเป็นเวลา ๘ ปีเศษแล้ว แล้วก็เป็นฉบับแรกที่มีเรื่องใหม่ ๆ มีนวัตกรรมต่าง ๆ อยู่พอสมควร แต่ในเรื่องของการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์นั้น ตลอดจนเทคโนโลยีต่าง ๆ ก็มีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างจะรวดเร็วแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลง ที่ก้าวกระโดด อย่างเช่นจากทีวีอนาล็อก (TV Analog) เป็นทีวีดิจิทัล (TV Digital) เป็นต้น เพราะฉะนั้นการที่จะพิจารณาแล้วก็เสนอแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมคิดว่าเป็นการดำเนินการ ที่เหมาะสมกับกรอบเวลาเพื่อให้มีความทันสมัย ผมก็จะขอเรียนให้ข้อสังเกต ๓-๔ ประเด็น จากที่ท่านประธานกรรมาธิการได้กล่าวสรุปการแก้ไขซึ่งมีอยู่ทั้งหมดในร่าง พ.ร.บ. ที่ขอแก้ไขนั้น ๑๗ มาตรา ก็คงจะขออนุญาตเรียนจากประสบการณ์ที่ได้เคยเกี่ยวข้อง ในการทำงานด้านโทรทัศน์ ผมเคยเป็นเลขานุการของคณะกรรมการบริหารกิจการโทรทัศน์ ของ ททบ. ๕ และ ททบ. ๗ อยู่ถึง ๕ ปีครึ่ง แล้วก็เป็นบอร์ด (Board) ของทั้ง ๒ สถานี อยู่ทั้งหมดรวมกันประมาณสัก ๑๓-๑๔ ปี ประเด็นแรกผมจะดูที่ร่าง พ.ร.บ. เลยนะครับ จะไม่ดูที่ไปที่มาที่ท่านประธานท่านบอกท่านไปได้แนวคิดการขอแก้ไขมาจากใคร อย่างไร ก็ว่าของท่านไปนะครับ ในมาตรา ๔ ของ พ.ร.บ. เดิม อันนี้เราพูดถึง พ.ร.บ. ๒ ฉบับ พ.ร.บ. ปี ๒๕๕๑ กับร่าง พ.ร.บ. ที่ขอแก้ไข ในมาตรา ๔ ร่าง พ.ร.บ. เดิมมีคำจำกัดความ ในข้อ ๔ ในย่อหน้าที่ ๔ ที่เขียนว่ากิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ที่ไม่ใช้คลื่นความถี่ หมายความว่ากิจการกระจายเสียงหรือกิจการโทรทัศน์ซึ่งไม่ต้องขอรับการจัดสรรคลื่นความถี่ ตามกฎหมายว่าด้วยองค์การจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ตรงนี้เป็นคำจำกัดความเดิมในวันที่เรายังไม่เข้าไป เกี่ยวข้องกับเคเบิลทีวี (Cable TV) ตอนนี้ท่านประธานท่านบอกแล้วว่าท่านจะกำกับเคเบิลทีวี (Cable TV) ด้วย ถ้าผมเข้าใจผิดนะครับไม่ได้มองตรงนี้ว่าต้องตัดคำว่า ไม่ ออกนะครับ มันต้องขอรับการจัดสรรด้วย เพราะมันอยู่ภายใต้การกำกับแล้ว นั่นก็เป็นเรื่องรายละเอียด แต่ว่ามีนัยที่สำคัญเพราะเรากำลังจะเข้าไปกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ทั้งที่ใช้คลื่นความถี่และไม่ใช้คลื่นความถี่ ผมขอไปดูในเรื่องของมาตราต่าง ๆ ที่กรรมาธิการ แก้ไขนะครับ ในกระดาษด้านขวางหน้า ๗ นะครับท่านประธาน ท่านได้เพิ่มว่าให้จัดให้ภาคประชาชนได้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประโยชน์สาธารณะและ ไม่แสวงหากำไรในทางธุรกิจในการประกอบกิจการบริการชุมชนไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบของ ใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ ท่านประธานได้เรียนมาแล้วว่าเรามีอยู่ ๓ รูปแบบ รูปแบบ บริการชุมชนก็คือแบบที่ทำเป็นโลโก้ (Logo) เดิมไม่ได้กำหนดไว้ก็มีผู้มาขอใช้เป็นสถานีวิทยุกัน เยอะแยะไปหมดบริการชุมชน ถึงจะโฆษณาไม่ได้แต่ผู้ที่ได้รับสัมปทานไปเรื่อย ๆ ขออนุญาตไปนั้นก็ไม่ได้ให้ภาคประชาชนเข้ามาใช้เท่าที่ควร ตรงนี้จะเป็นการเพิ่มว่าคุณต้องให้ ภาคประชาชน ผมอยากให้เขียนว่าให้ภาคประชาชนและภาคประชาสังคม เติมคำว่า และภาคประชาสังคม เข้าไปด้วยก็จะชัดเจนขึ้น เพราะประชาชนทั่วไปก็ไม่ค่อยเคลื่อนไหว อะไรหรอกครับ ไม่ค่อยแสดงความคิดเห็นอะไร แต่ถ้าภาคประชาสังคมมันจะรวมถึงเอ็นจีโอ (NGOS) หรืออะไรต่าง ๆ นานา ตรงนี้ก็เห็นด้วยที่จะเพิ่ม

ถัดไปก็อยากจะเรียนในหน้า ๙ เราพูดถึงการให้ใบอนุญาต คือเป็นมาตรา ๑๘ เดิม ในวรรคหนึ่ง วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่นะครับ ในกรณีที่ใบอนุญาตตามวรรคสองสิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่อย่างน้อยเก้าสิบวันแต่ไม่เกินหนึ่งปีก่อนวันที่ ใบอนุญาตเดิมสิ้นอายุ แต่ในกรณีที่ใบอนุญาตตามวรรคสามสิ้นอายุ ให้ผู้รับใบอนุญาต ยื่นคำขอรับใบอนุญาตใหม่อย่างน้อยเก้าสิบวันแต่ไม่เกินสองปีก่อนวันที่ใบอนุญาตเดิม สิ้นอายุ ของเดิมเขาบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๘ มีทั้งไม่ก่อนและไม่หลัง ทำไมเขาถึงมีเหตุผล อย่างนั้น ผู้ที่มีสัมปทานสมมุติสัมปทาน ๑๕ ปี ๒๐ ปี พออีก ๒ ปีจะหมดก็เริ่มกระบวนการ ในการขออนุญาตได้กับคณะกรรมการที่มีอำนาจในวันนั้น แต่พอท่านมาขอแก้ไขในช่อง ๒ ในมาตรา ๗ ของท่าน ท่านแก้ไขมาตรา ๑๘ ของร่างเดิม ท่านตัดประเด็นนี้ออกไปเลย ท่านไม่เขียนเลย การไม่เขียนมีข้อเสียอย่างไรท่านทราบไหมครับ ผมมีประสบการณ์มากับ เรื่องนี้ กรรมการไม่ว่าจะเป็นกรรมการอะไรก็แล้วแต่มีอายุของเขาอยู่ รัฐมนตรีก็มีอายุของท่านอยู่ เราจะเห็นว่ารัฐมนตรีบางท่านไปต่ออายุสัญญาที่ดินต่าง ๆ ล่วงหน้า สมมุติสัญญา ๓๐ ปี อีก ๑๐ ปีหมดอายุต่ออายุไปอีก ๓๐ ปีแล้วครับ เพราะถ้าไม่เขียนล็อกเอาไว้ผู้ที่มีอำนาจ ในการอนุมัติในวันนั้นก็อยากจะเป็นผู้อนุมัติเอง นี่ก็เช่นเดียวกัน ถ้าเราไม่เขียนไว้เราให้ ใบอนุญาตไป ๑๕ ปีเพิ่งหมดไป ๑๐ ปีเหลืออีก ๕ ปีแต่กรรมการชุดนั้นวันนั้นจะหมดอายุอยู่แล้ว ก็เลยเรียกมาต่ออายุให้เลยไปอีก ๑๕ ปี เห็นไหมครับว่าเจตนารมณ์ทำไมเขาถึงต้องเขียนว่า ไม่ขอต่อใบอนุญาตเร็วกว่า เพื่อมิให้เกิดการลักลั่นในการดำเนินการและกรรมการ ก็ชอบเหลือเกินที่จะไปต่อใบอนุญาตก่อนที่ตัวเองจะหมดอายุไป เพราะฉะนั้นสิ่งนี้มันมีเหตุและผล เพราะฉะนั้นถ้าท่านตัดออกไปก็จะเกิดปัญหาอย่างที่ผมว่า ในมาตรา ๒๐ ของเดิม เขาได้ กำหนดไว้ซึ่งท่านประธานก็ได้ชี้แจงแล้วว่าการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กรมประชาสัมพันธ์ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการบริการสาธารณะ บริการสาธารณะ ผมเน้นขีดเส้นใต้ ประเภทที่ ๑ และประเภทที่ ๓ จะหารายได้จากการโฆษณาไม่ได้ เว้นแต่เป็นการหารายได้โดยการโฆษณาหรือเผยแพร่ข่าวสารเกี่ยวกับงานหรือกิจการของ หน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ คือเน้นในเรื่องของให้โฆษณาในแง่ของ อิมเมจแอดเวอร์ไทส์เมนต์ (Image Advertisement) ได้ คือโฆษณาภาพลักษณ์อย่างที่เรา เห็นในช่อง ๑๑ หรือเอ็นบีที (NBT) ในวันนี้ แต่ก็มียกเว้นครับ เวลาถ่ายทอดกีฬากับทีวีพูล (TV Pool) ต่าง ๆ เขาก็มีโฆษณาเพิ่มเติมเพื่อให้สามารถรองรับกับค่าใช้จ่ายได้ ประเด็นตรงนี้ เป็นประเด็นที่สำคัญมากเลย ผมอยากจะเน้นกับท่านกรรมาธิการให้ท่านคิดอีกครั้งหนึ่ง หรือคิดอีกสัก ๒ ครั้งก็ได้ว่าถ้าท่านจะแก้อย่างนี้อะไรจะเกิดขึ้น วันนี้ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ที่ กสทช. ให้สัมปทานไป ๒๐ กว่าช่องกำลังจะเป็นจะตายแล้วครับ ไม่มีเงินจ่ายค่าสัมปทาน ไม่มีเงินจ่ายก็คือไม่มีเงินเข้ามา ไม่มีรายได้เพียงพอที่จะไปจ่ายค่าสัมปทาน รายได้มาจากไหน มาจากค่าโฆษณา ค่าโฆษณาทางสถานีโทรทัศน์มันเป็นเงิน ๑ ก้อน อาจจะมี ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งในวันนี้มีสื่อออนไลน์ (Online) ที่คนไปโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ (Online) เยอะ ทั้งสถานีโทรทัศน์ที่ใช้ออกในรูปแบบของสื่อออนไลน์ (Online) ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) นับวันสื่อออนไลน์ (Online) ก็จะได้โฆษณาไปมาก แม้แต่ไลน์ (Line) ที่เราใช้กันอยู่ อย่างคร่ำเคร่งทั้งวี่ทั้งวันเขาก็ได้จากการโฆษณา จากการทำสติ๊กเกอร์ (Sticker) พอท่านจะ เพิ่มช่องที่รับการโฆษณาได้ก็จะไปกระเทือนกับดิจิทัลทีวี (Digital TV) ของท่านใหญ่เลย สมัยก่อนเขาอยู่กันสบาย ๆ ๓ ๕ ๗ ๙ ไอทีวี นั่นโฆษณาไม่ได้ วันนี้เรามีอีก ๒๐ กว่าช่อง ดิจิทัล (Digital) แล้วท่านก็จะเพิ่มให้กรมประชาสัมพันธ์กับหน่วยงานของรัฐที่ทำประเภท ๑ กับประเภท ๓ โดยท่านอ้างว่าประเภท ๒ คือเพื่อความมั่นคงนั้นโฆษณาได้ ผมอยู่ใน อนุกรรมาธิการที่พิจารณาเรื่องนี้ วันที่ทำกฎหมายฉบับนี้เมื่อปี ๒๕๕๐ แล้วมาประกาศใช้ ปี ๒๕๕๑ เหตุผลที่เขาไม่ให้มีโฆษณาก็เพื่อจะแยกให้ชัดเจนว่าคุณเป็นฝ่ายเพื่อสาธารณะนะ คุณไม่ใช่เป็นฝ่ายผู้ประกอบธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจยิ่งวันนี้จ่ายค่าสัมปทานมากมายมหาศาล แล้วคุณก็ยังจะไปเปิดช่องให้สถานีของวัดทำมาหากินได้ด้วย ก็ทำไมไทยพีบีเอส (Thai PBS) เขาไม่ต้องมาโฆษณาล่ะครับ รัฐก็ให้เงินไป ๓,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาท จากเงินภาษีบาป จากกฎหมายที่ออกเป็นพิเศษ ช่อง ๑๑ เองเดี๋ยวนี้เขามีช่องเอ็นบีที (NBT) มีสถานีโทรทัศน์ อีกเป็นร้อยสถานี แล้วก็ยังให้เช่าดำเนินการด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการที่เราจะมาเปิดทาง ให้สถานีของรัฐหาโฆษณาเพิ่มเติมโดยอ้างว่าสถานีโทรทัศน์ที่ทำงานด้านสื่อสารด้านความมั่นคงนั้น ก็โฆษณาได้ ผมคิดว่าเป็นการที่จะทำให้ทั้งระบบล้มละลายไปด้วยกัน วันนี้ยังฟ้องศาลปกครอง อยู่ ๑๐ กว่าสถานี ยังไม่ยอมจ่ายค่าเช่าเลยท่านก็รู้อยู่ แล้วท่านก็นั่งอยู่แถว ๆ นั้น แล้วท่าน ยังจะมาเปิดช่องให้สถานีของรัฐได้โฆษณาเพิ่มขึ้นอีก ไปหยิบเงินก้อนเดียวกันแหละ มันไม่มีใครเพิ่มขึ้นหรอกครับแล้วเงินก้อนนี้นับวันจะหายไปเรื่อยๆ แล้วอย่าลืมนะครับ ไม่ใช่ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าเช่าสถานที่อย่างที่ท่านพูด สิ่งที่แพงที่สุดของสถานีโทรทัศน์ไม่ใช่ค่าเช่า ที่ดิน ไม่ใช่ค่าเช่าตึก มันคือค่าผลิตรายการ เราพูดถึงเงินเป็นพัน ๆ ล้านบาท ไปดูช่อง ๓ ๕ ๗ สิครับ ช่อง ๓ ค่าผลิตรายการคิดเป็นเงินตั้งหลายพันล้านบาทเลย แล้วท่านหาโฆษณาให้เขา เมื่อตัวเลขเหล่านั้นได้ผมคิดว่าเป็นการเปิดช่องที่จะทำให้ธุรกิจมันรวนเรนะครับ ก็ฝากเป็น ข้อสังเกตว่าไม่ใช่ว่าเปิดไปช่องหนึ่งแล้วจะเปิดอีก ๒ ช่อง ควรจะปิดทั้ง ๓ ช่องอย่างนี้ เขาอาจจะเห็นด้วยนะครับ ก็ในเมื่อรัฐจะทำก็หาเงินมาทำ ท่านประธานมองหน้าผมแล้วว่า ใช้เวลาเกิน ผมก็ขอให้คิดเห็นสัก ๓-๔ ประเด็นดังกล่าวครับ ขอบพระคุณครับ