อนุสิษฐ คุณากร ชื่นชมการสะท้อนปัญหาการทุจริตและเห็นพ้องถึงความจำเป็นในการปฏิรูปประเทศอย่างร่วมรับผิดชอบ พร้อมหารือข้อจำกัดในการประชาสัมพันธ์ผลงานของสภา ทั้งในด้านการสื่อสารความสำเร็จที่ยังไม่สิ้นสุดและข้อห้ามเปิดเผยร่างรัฐธรรมนูญพร้อมกฎหมายลูก เสนอขยายช่องทางการสื่อสารกับประชาชนและพิจารณาเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญมาตรา 100 อีกทั้งเน้นย้ำความสำคัญของความโปร่งใส การมีส่วนร่วมของประชาชน และการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 รวมถึงเสนอปรับปรุงระเบียบปฏิบัติงานในองค์กรป้องกันการทุจริตให้สอดคล้องกันและมีประสิทธิภาพผ่านการประสานงานที่เหมาะสมเพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นธรรมและมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ เรียนท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครับ มีประเด็นที่เป็นข้อเสนอและเป็น คําถามหลายประการ สําหรับข้อเสนอหลายส่วนผมคิดว่าเดี๋ยวทางกรรมาธิการจะรับไปแก้ไข อย่างเช่นการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอตามข้อ ๑๑ ของท่าน พลเอก เลิศรัตน์ ยังมีข้อเสนอ ในเรื่องขั้นตอนของการปฏิรูปซึ่งจะต้องนําเสนอการเปลี่ยนแปลงการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่ เพื่อให้สอดรับเพื่อจะได้เป็นกฎหมายที่ถาวรในอนาคตอันนั้นก็จะอยู่ในขั้นตอนนะครับ ส่วนบางกรณีผมเรียนอย่างนี้ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านวันชัย ต้องขอบพระคุณท่านมากครับ สิ่งที่ท่านได้นําเสนอและสะท้อนให้พวกเราได้เห็นนั้น เราต้องเผชิญกับความเป็นจริง เรากําลังอยู่ในสถานการณ์ใดเกี่ยวกับเรื่องของการทุจริตในชาติบ้านเมือง เราหลบเลี่ยง ความเป็นจริงนี้ไม่ได้ และความเป็นจริงนี้ต้องท้าทาย ต้องมีการเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหา ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศครั้งนี้ แล้วผมเชื่อว่าเราพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง เราพร้อมที่จะรับผิดชอบ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมขออนุญาตกราบขอบพระคุณ ท่านได้สะท้อนความเป็นจริงในเรื่องนี้
ประเด็นที่สําคัญเรื่องของการตีปี๊บเรื่องของการประชาสัมพันธ์ที่จะให้ ประชาชนรับรู้รับทราบนั้น ผมเรียนว่าหลายเรื่องเป็นความภูมิใจที่กระผมได้อยู่ใน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผมเห็นกรรมาธิการเสนอเรื่องที่เป็นสิ่งที่น่าภูมิใจเยอะแยะเลย แล้วมีประเด็นที่สําคัญต่อชาติบ้านเมืองมากมาย แต่ประเด็นของการประชาสัมพันธ์ผมเชื่อว่า มีข้อจํากัดครับ ข้อจํากัดนั้นคือสิ่งที่เรากําลังทํามันยังไม่ได้ยุติว่าเมื่อทําไปแล้วในท้ายที่สุด คืออะไร เวลาเราจะพูดกับประชาชนเราพูดได้ไม่เต็มปากผมเรียนอย่างนั้น แต่อย่างไรก็ดีผมคิดว่า ถ้าประชาชนโดยส่วนรวมได้มีการติดตามงานของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอย่างต่อเนื่อง ผมคิดว่าเขาเห็นภาพของการทํางานที่น่าภูมิใจของพวกเรานะครับ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ ผมขอรับก็จะประสานกับท่านประธานว่าถ้ามีโอกาสจะได้มีการขยายผลไปยังภาคประชาชน ซึ่งจริง ๆ แล้วมีอีกหลายเรื่องที่เราไม่ได้ตีปี๊บเราไม่ได้บอกประชาชน ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ซึ่งยังไม่ได้ประกาศใช้นั้น มีหลายเรื่องที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กรรมาธิการหลายคณะได้ทําหน้าที่ในการยกร่างแม้กระทั่งร่างกฎหมายเตรียมการไว้ล่วงหน้า เพื่อรองรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้แต่เราก็ยังพูดไม่ได้นะครับ
ขออนุญาตในประเด็นของท่านคํานูณครับ ขอบพระคุณท่านมากเลยที่ท่านได้ ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องการเพิ่มเติม พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๐ ซึ่งในเรื่องนี้ คงจะต้องนําไปใส่ไว้ในขั้นตอนการปฏิรูปเพิ่มเติมนะครับ
ในส่วนของท่านนิกรครับ เรื่องรายชื่อผมขออนุญาตเรียนสั้น ๆ นิดเดียวครับ เราถกแถลงกันมาเยอะว่าเราจะใช้ชื่อใดดี ร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์ และวิธีการบริหารการประชาสัมพันธ์ภาครัฐแค่นี้พอไหม ประเด็นก็กลับมาสู่ที่ว่าถ้าชื่อแค่นั้น มีคําถามต่อ มันมีการประชาสัมพันธ์เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม แล้วจะไปทําเรื่องนี้อย่างไร บทบาทที่ปากพนังอย่างที่ท่านยกตัวอย่างนะครับ จริง ๆ แล้วระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการ ที่เราเสนอในครั้งนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเนื้อหาสาระที่เป็นเรื่องของคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ แห่งชาติ แต่เป็นหลักเกณฑ์และสาระที่เกี่ยวข้องกับความโปร่งใส ซึ่งแม้กระทั่งยูเอ็นซีเอซี (UNCAC) เองที่เราเข้าไปเป็นสมาชิกก็ได้กําหนดในเรื่องความโปร่งใสของประเทศไว้ และกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนไว้ ผมเรียนครับในเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วม รัฐบาลกําลังเตรียมยกร่างพระราชบัญญัติเพื่อรองรับร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ เพื่อให้ ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในเรื่องของการต่อต้าน ในเรื่องของการชี้เบาะแส และรัฐบาล จะต้องให้ความคุ้มครองต่อประชาชนเหล่านั้นซึ่งจะต้องร่างเป็นกฎหมายก็ยังมีอีก หลายประการครับที่สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศได้ทําเรื่องต่าง ๆ มากมาย ไปแล้วอย่างมากนะครับ เพียงแต่ว่าการประชาสัมพันธ์นั้นอาจจะไม่ครอบคลุมเท่าไรนัก
ท่านประสิทธิ์ครับก็ต้องขอบพระคุณครับต้องเรียนว่าการทํางานขององค์กร ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในระยะเวลาที่ผ่านมามีปัญหาครับ มาตรฐานทางคดีไม่เท่ากันครับ บางครั้งพูดจากันไม่รู้เรื่องครับต่างคนต่างรักษากฎหมาย ของตัวเอง รักษาวัฒนธรรมขององค์กรตัวเองจนทําให้ระบบของการป้องกันและปราบปราม การทุจริตมีปัญหา ผมเชื่อว่าถ้าหลายท่านได้ศึกษารูปแบบของกฎหมายหลาย ๆ ฉบับของ หลาย ๆ องค์กร ท่านจะเห็นถึงความบกพร่อง ท่านจะเห็นถึงการไม่ประสานงานซึ่งกันและกัน ท่านจะเห็นถึงมาตรฐานทางคดีที่ไม่เท่าเทียมกัน ฉะนั้นผมขออนุญาตนําเรียน และขอขอบพระคุณท่านครับ และในส่วนนี้คณะกรรมาธิการก็จะได้มีการประสานงาน ไม่ได้ผ่านทาง สปช. ก็อาจจะผ่านไปทางกรรมการร่างรัฐธรรมนูญหรือมีช่องทางอื่น ๆ ที่จะต้องมีการประสานงานเพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นนะครับ
สําหรับเรื่องในส่วนของท่านเลิศรัตน์ผมรับเรื่องนี้ที่จะไปปรับปรุงแก้ไขแล้วก็ อีกส่วนหนึ่งเมื่อนําเสนอเข้าสู่วิป (Whip) ๓ ฝ่ายแล้ว ข้อสังเกตต่าง ๆ เหล่านี้จะถูกบันทึกไว้ ในวิป (Whip) ๓ ฝ่าย แล้วก็จะเป็นข้อเสนอเพราะว่าร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีที่เรา เสนอนั้นเป็นร่างระเบียบภายใต้พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งเป็นอํานาจของท่านนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีที่จะออกระเบียบ ปฏิบัติต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อการบริหารราชการแผ่นดินครับ อันนี้ในส่วนของ กรรมาธิการก็จะรับเรื่องนี้ไป และการร่างระเบียบนั้นประเด็นที่สําคัญต้องไม่ขัดแย้งกับ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดินและกฎหมายอื่น ๆ ที่มีอยู่ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ทาง กรรมาธิการขอน้อมรับแล้วก็จะไปปรับปรุงแก้ไขรวมทั้งจะได้มีการประสานงานในขั้นของวิป (Whip) ๓ ฝ่ายด้วยครับ ขอบพระคุณครับ