วลัยรัตน์ เปิดวงถกใช้สื่อภาครัฐ ชี้ต้องโปร่งใส-ทันยุคดิจิทัล

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๕ · ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ เปิดโอกาสให้สมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม พร้อมหารือเรื่องการใช้งบประมาณภาครัฐด้านการประชาสัมพันธ์และสื่อมวลชน โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการตรวจสอบความคุ้มค่า ความโปร่งใส และเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในยุคดิจิทัล พร้อมเสนอให้มีคณะกรรมการตรวจสอบอิสระและส่งเสริมบทบาทภาคประชาชน รวมถึงการปรับกระบวนการสื่อสารให้ทันสมัย ผ่านการวิจัยและพัฒนาแนวทางประเมินผลที่น่าเชื่อถือ โดยเน้นการผลิตคอนเทนต์สร้างสรรค์ที่บูรณาการเนื้อหาคุณค่าเพื่อส่งเสริมจรรยาบรรณวิชาชีพและการมีส่วนร่วมของสังคมอย่างยั่งยืน ก่อนเชิญประธานและคณะกรรมาธิการตอบข้อซักถามต่อที่ประชุม

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ขอบพระคุณค่ะ มีสมาชิกจะอภิปรายเพิ่มไหมคะ เชิญค่ะ ขานชื่อท่านด้วยนะคะ

พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก : กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมาธิการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม พลตํารวจเอก เรืองศักดิ์ จริตเอก ก็ได้นั่งฟังอภิปรายเรื่องนี้นะครับ ความจริงผมไม่ได้มีความประสงค์จะอภิปรายนะครับ แต่ว่าเมื่อนั่งฟังผู้อภิปรายทั้งหมด รวมทั้งในเบื้องต้นที่คณะกรรมาธิการได้มีความตั้งใจอย่างสูง ในการทําเรื่องนี้นะครับ ผมเองในวิชาชีพของตํารวจแล้วก็ได้ทํางานด้านการประชาสัมพันธ์ มาส่วนหนึ่ง ทั้งในหน้าที่แล้วก็ทั้งชีวิตได้คลุกคลีกับบรรณพิภพของสื่อสารมวลชน ท่านประธานครับ ในที่นี้มีคําอยู่คําหนึ่งครับว่า การแทรกแซงสื่อ หรือมีคําว่า ซื้อสื่อ แล้วก็หลาย ๆ ท่านได้พูดยกตัวอย่างหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของเอกชนหรือหน่วยงานใด ก็ตามว่าใช้งบสูงมาก ท่านประธานครับ ความจริงรายงานเรื่องนี้มันมี ๒ ซีกนะครับ ซีกหนึ่ง คือในการที่กรรมาธิการพูดว่า ขออนุญาตพูดว่า โพสต์ออดิต (Post Audit) คือว่ามีการตรวจสอบ ความคุ้มค่าในการใช้งบหรือในการจัดการ หรือในการอรรถประโยชน์ที่แท้จริงที่ประชาชน ทั้งชาติพึงจะได้รับจากเม็ดเงิน รวมทั้งความรู้ความเข้าใจที่พึงจะได้รับตามสิทธิพื้นฐาน หรืออรรถประโยชน์ในชีวิตของชาวบ้านหรือคนทั่ว ๆ ไปพึงจะได้รับส่วนหนึ่ง มิติหนึ่ง เพื่อมุ่งเน้นการตรวจสอบมิให้การกระทําเช่นนี้เกิดขึ้นอีก แม้ว่ามันจะซ้ํา ๆ วันแล้ววันเล่า มีเทศกาลอะไรเราก็ใช้มุกเดิม ใช้วิธีการเดิมซ้ํา ๆ ชาวบ้านก็รู้ แม้ว่าต่อมาความก้าวหน้า ทางเทคโนโลยีก้าวขึ้นเข้าสู่ยุค ๔ จี (4G) ก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะแปรเปลี่ยนไปเฉพาะกายภาพ แต่คอนเทนต์ (Content) เนื้อหาสาระยังไม่เปลี่ยน ความเชื่อถือ ความศรัทธาต่อรัฐ ต่อบุคคล หรือในภาคของระบบการเมืองที่หลายท่านอภิปรายระบบพรรคการเมือง ระบบนักการเมือง ก็ตามนะครับ ถามชาวบ้านตาสีตาสาคนทั่วไปคิดอย่างไรในใจนะครับก็ยังมีความรู้สึก ความศรัทธานั้นยังอยู่ในระดับหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมจึงขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่ได้ทําเรื่องนี้ที่ผมบอกว่าจริง ๆ แล้ว ๒ ซีกคือซีกของการตรวจสอบกับอีกซีกหนึ่งซึ่งมี ความสําคัญมาก ๆ คือเนื้อหาสาระของด้านสารัตถะ สารัตถะที่ว่าคือเนื้อหาความจําเป็น ให้ทั้งความรู้ ให้ทั้งความเข้าใจ ให้กับประชาชน ให้กับภาคสังคมนะครับ สื่อมวลชนต้องให้ทั้ง ความรู้ ให้ทั้งความเข้าใจนะครับ แต่ไม่ได้บวกแสง สี เสียง ที่เติมไปตามความเห็นของตน หรือตามกฎเกณฑ์ในข้อ ๑ ที่มีการตรวจสอบ มีการให้งบไปจุนเจือแล้วก็เบี่ยงเบนไปเช่นนั้น ประชาชนรับทราบครับ แต่ประชาชนไม่รู้จะทําอย่างไรนะครับ ประชาชนสมัยนี้เข้าใจดีและ เป็นยุค ๔ จี (4G) การพีอาร์ (PR) นั้นจากกระดาษเราจะพบว่าหลายสํานักพิมพ์ได้หยุดตัวลง วารสารที่เป็นคลาสสิก (Classic) เดิม สมัยเราจะเห็นว่าหลาย ๆ ส่วนได้ปิดตัวลง กลไกต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไปในรูปของสื่อต่าง ๆ ตรงนี้ท่านประธานครับผมจึงเข้าสู่ประเด็นว่า ที่คณะกรรมาธิการได้นําเสนอมาผมได้อ่านดูเมื่อสักครู่นี้ตั้งแต่หน้าแรกมาถึงหน้า ๓ มีอยู่ ๓ ข้อ ขอทวนอีกครั้งหนึ่งคือว่า

อันที่ ๑ จุดมุ่งหมายที่ทํานี้คือบอกไม่คุ้มค่า

อันที่ ๒ คือมีการลักษณะเหมือนหาเสียงใช้การประชาสัมพันธ์กดดัน แทรกแซง เพื่อผลประโยชน์ต่อส่วนตน และการที่ข้าราชการการเมืองและข้าราชการประจํา อะไรต่าง ๆ เหล่านี้เป็นการหาเสียงไม่คุ้มค่า

อันที่ ๓ คือการแทรกแซงสื่อเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อผู้นําทางการเมือง หรือพรรคการเมือง หรือผู้นําทางรัฐนะครับ

ทั้ง ๓ ส่วนนี้ผมก็อยากขอเสริมกับคณะกรรมาธิการที่มีข้อเสนออยู่แล้ว ในส่วนที่หลาย ๆ ท่านอภิปรายนะครับได้บอกไปแล้วนะครับ ก็ขอเสริมว่าในเรื่องของความรู้ ความเข้าใจจะได้เกิดความเชื่อมั่นนั้น ในหัวเรื่องหรือในภาพรวมทั้งหมด ภาพทั้งจอหรือภาพ ทั้งหมดเลยนี่ จริง ๆ แล้วก็ควรจะพูดหรือลึกลงไปในส่วนที่ชัดเจนก็คือว่าในส่วนของเพื่อ ตรวจสอบที่ทางคณะกรรมาธิการได้พูดว่าโพสต์ออดิต (Post Audit) การตรวจสอบ ความคุ้มค่านั้นส่วนหนึ่ง หรือว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนของสื่อสารมวลชนในแง่ของ ในเชิงบวก เพิ่มถึงขั้นก้าวไปสู่ความเชื่อมั่นไต่บันไดขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงขั้นจริยธรรมขั้นสูง ในสาขาวิชาชีพนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับผมก็ขอเสริมในส่วนนี้สัก ๓ ข้อ เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ช่วยพิจารณานะครับ

อันแรก คือในส่วนของการแทรกแซงสื่อที่ว่านี่ในส่วนนี้นอกจากเรามีบอร์ด (Board) คือคณะกรรมการที่เราจะร่างแล้วหากเราจะเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาเราควรจะมีส่วน ของตัวแทนโดยชอบธรรมที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านนี้นะครับ อาทิเช่นสมาคมวิชาชีพด้านสื่อ พวกนี้ได้แสดงจุดยืนเข้ามาระหว่าง ๒ ฝั่งนี้ให้ได้นะครับ ระหว่างที่สมมุติว่าคนนี้เข้มแข็ง หมายถึงว่าสมมุติว่าสถาบันสื่อระดับใหญ่ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงบอะไรต่าง ๆ นี่ แต่ระดับ บางส่วน สื่อมวลชนส่วนมากจะดีนะครับแต่บางส่วนก็เอื้อกันระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐ กับเจ้าหน้าที่สื่อเหล่านั้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องให้นอกจากคณะกรรมการนี้แล้วก็จะมี หน่วยอื่น ๆ โดยเฉพาะภาคประชาชนซึ่งเป็นเสียงเงียบจากเขาเฝ้าดูอยู่มีบทบาทมากขึ้น แสดงจุดยืนที่ชัดเจนขึ้น

แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าควรจะปรับในส่วนที่เกี่ยวกับกระบวนการหรือวิธีการ ถ้าหากเราจะเน้นในซีกของวิธีการจัดการในการตรวจสอบ ซึ่งแน่นอนมันต้องเกี่ยวกับเนื้อหาสาระ สารัตถะของสิ่งที่เราจะประชาสัมพันธ์ไปนะครับ ความเคลื่อนไหว ความวิ่งเร็ว ขอโทษครับ ใช้คําภาษาอังกฤษเรียกว่านิวมีเดีย (New Media) มันจะเคลื่อนไหวไหลบ่าเข้ามามีอิทธิพลสูง ในขณะนี้ เราจะอยู่ทุกอณูหรืออยู่ทุกหนแห่งในโลกนี้เราสามารถสื่อสารกันได้ แล้วก็ มีการเปลี่ยนแปลงไปจากระบบเดิม ๆ ระบบของกระดาษ ระบบของจอภาพ ทีวี (TV) ต่าง ๆ เหล่านี้จะเข้าสู่ของโซเชียลมีเดีย (Social Media) อีกส่วนหนึ่ง ขณะนี้เราพบว่าตรงนี้ มีอิทธิพลสูงแต่เรายังไม่มีกระบวนการประเมินที่จริงจังอย่างน่าเชื่อถือได้ชัดเจน มีประสิทธิภาพ ควรมีการวิจัยแล้วก็มีการเสนอวิชาการเรื่องนี้ให้ชัดเจนในสายวิชาชีพนี้

อันที่ ๓ อีกอันหนึ่งก็คือกระบวนการประชาสัมพันธ์ในสิ่งนี้ นอกจากวิธีการ ตรวจสอบแล้ว การที่จะได้เนื้อหาสาระชัดเจนนั้นเราควรบูรณาการหรือว่าอินทิเกรต (Integrate) ผสมผสานในการสื่อสารในการทําสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดการคุ้มค่า คือในส่วนนี้ นอกจากเราจะตามเหมือนเราตามจับคนร้ายมันช้าเกินไปแล้ว คือเราต้องมองในแง่ดี ถึงเวลาที่เรา ต้องลุกขึ้นมามองกันในแง่ดี คิดแต่ในแง่ดีว่าเราต้องเชื่อใจซึ่งกันและกัน ถ้าเราจ้องจับผิด สังคมเราก็จะอยู่อย่างนี้ ผมเชื่อมั่นเช่นนั้น ลองทําดู อย่างเช่นสื่อต่าง ๆ เหล่านี้ ผมเคยศึกษาว่า เขามีคําว่าคอนเทนต์โพรไวเดอร์ (Content Provider) ก็คือว่าที่เราพูดเมื่อกี้ คณะกรรมาธิการ พูดว่าไปอีเวนต์ (Event) ต่าง ๆ ไม่คุ้ม ผมเคยทําอย่างนี้หลายเรื่องแล้วก็พยายามค่อย ๆ ทําไป ใจเย็น ๆ แบบที่ว่าค่อยเป็นค่อยไปก็คือว่าทําอีเวนต์ (Event) หนึ่งแล้วเอาสาระ สารัตถะ เหล่านี้หมุนไปทําเป็นสกู๊ป (Scoop) เป็นอะไรต่าง ๆ ได้เยอะ เป็นสหวิทยาการกระจายไปได้ หลาย ๆ ขั้นตอน ทําให้คุ้มค่า อันนี้ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งนอกจากโพสต์ออดิต (Post Audit) ที่ว่าตรวจสอบ จ้องจับผิด ลงโทษ ลงทัณฑ์ มันล้าสมัยแล้ว ทั่วโลกเขาไม่ได้ทําอย่างนี้ แล้วผมเชื่อว่าประโยคแรกที่ผมลุกขึ้นพูดว่าในบรรณพิภพ จรรยาบรรณวิชาชีพเราต้องให้เกียรติ ผมไม่ได้เชียร์สื่อ แล้วผมก็อยู่ของผมอย่างนี้ หลาย ๆ ท่านอภิปรายว่าถ้าคนที่มีคุณภาพจริง ๆ สื่อวิ่งหาเอง ผมเชื่อมั่นเช่นนั้นในประสบการณ์ชีวิตผมจนกระทั่งเกษียณผมก็เชื่อมั่นเช่นนั้นว่า ถ้าเราดีจริงมีคุณภาพจริง ผมว่าคนเขาอยากเข้าใกล้เข้าหาแม้ว่าจะไม่มีแสงสีฉูดฉาดนัก แต่มีอานุภาพที่เยือกเย็นและมีอานุภาพที่คนมีเสน่ห์ มีเสน่ห์ในตัวเองก็คือมีเสน่ห์ในความเป็น เนื้อหาสาระของในคอนเทนต์ (Content) นั้น ๆ เพราะฉะนั้นสื่อเขาต้องการ โลกสมัยนี้ ต้องการจะเห็นว่าไวมาก เราพูดอยู่ที่กาฬสินธุ์ ๒-๓ นาทีไปอยู่ที่วอชิงตันดีซี อยู่ที่ลอนดอน สิ่งเหล่านี้มันขจรขจายไกล เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ผมฝากไว้ด้วยว่าหากเรามีการทําเรื่องนี้นอกจาก วิจัยให้ลึกแล้ว ก็ช่วยในเรื่องกลุ่มอาชีพนี้ให้เขาลุกขึ้นมาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าสภาพสังคม ปัจจุบันสื่อจะเปลี่ยนไป อันนี้เมื่อมีชัดเจน เมื่อสื่อหรือจรรยาบรรณพวกนี้เขาอยู่ได้แล้วเขา ก็จะทําหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบ แล้วก็ทําในส่วนของฟังก์ชัน (Function) หน้าที่เหล่านี้ มากระจายให้เกิดความคุ้มค่าโดยวิธีการเสนอแนะ เหมือนนักกีฬาครับ ถ้าร่างกฎหมาย ท่านจ้องจับผิดอย่างเดียวได้ครับ ผมเคยทําสืบสวนสอบสวนทําเรื่องวินัยนี้เยอะ ทั้งวินัย ในเรื่องการของบแล้วมาใช้ผิดปกติ ผมพอทราบขั้นตอนต่าง ๆ แต่ช่วงหลัง ๆ ผมคิดว่าเหนื่อย และมันไม่มีประโยชน์กับแผ่นดินนี้ ต้องชี้แนะตื่นขึ้นมาทุกวินาทีว่าเพื่อนร่วมโลกเรา หรือเพื่อนเราเป็นคนดีแล้วเราจะเอาความดีนี้ให้คนอื่นได้อย่างไร เฉกเช่นเดียวกัน ผมเสนอในข้อ ๓ ว่าคอนเทนต์โพรไวเดอร์ (Content Provider) ก็คือว่าการเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารหลากหลายจะให้เกิดการคุ้มค่าครับท่านประธาน กราบขอบคุณครับ

ขอบพระคุณค่ะ ต่อไปก็ขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการและคณะกรรมาธิการ ตอบข้อซักถามของสมาชิก เรียนเชิญค่ะ