นิกร ชี้ประชาสัมพันธ์รัฐต้องโปร่งใส ป้องขัดแย้งโครงการรัฐ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๕ · ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

นิกร จํานง หารือถึงความสำคัญของการประชาสัมพันธ์ภาครัฐเพื่อสร้างความโปร่งใส ป้องกันการทุจริตและข้อขัดแย้ง โดยยกตัวอย่างความสำเร็จจากโครงการลุ่มน้ำปากพนัง พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความล้มเหลวในการสื่อสารของรัฐในโครงการต่างๆ เช่น เขื่อนแก่งเสือเต้น และถ่านหิน ที่นำไปสู่ความขัดแย้งในสังคม จึงเรียกร้องให้มีการปรับปรุงกลไกการสื่อสารอย่างเป็นระบบ กำหนดบทลงโทษชัดเจนต่อการไม่รายงานข้อมูลและงบประมาณ พร้อมเสนอแนวคิดจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเน้นการทำงานด้วยใจกว้างและยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลักในการขับเคลื่อนโครงการของรัฐ

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ท่านกรรมาธิการที่เคารพ รายงานระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการ บริหารการประชาสัมพันธ์ในภาครัฐเพื่อความโปร่งใส เน้นคําว่า เพื่อความโปร่งใส พ.ศ. .... ผมอยากจะเรียนว่าโดยภาพรวมผมเห็นด้วยกับข้อเสนอส่วนหนึ่ง ในส่วนที่ว่าจะเป็น มาตรการในการกําหนดหลักเกณฑ์และการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ เพื่อให้การประชาสัมพันธ์ ในภาครัฐไม่เป็นเครื่องมือทางการเมือง ป้องกันการทุจริต และสร้างความเป็นอิสระให้กับ สื่อมวลชนเป็น ๓ มิติของท่าน ลักษณะเป็นหูเป็นตาประชาชนในการเสนอข้อมูลต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบ โดยไม่ตกอยู่ในภายใต้อิทธิพลใดไม่ว่าจะเป็นอิทธิพลทางการเงิน หรือทางการเมืองผมเห็นด้วยกับจุดนี้ แต่ผมเห็นด้วยเป็นอย่างมากต่อประเด็นเรื่องความสําคัญ ของการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ประเด็นที่จะเสนอต่อจากนี้คือชี้ ๒ มุมในเชิงเป้าหมาย เป้าหมายเรื่องนี้เห็นด้วย แต่ที่เห็นด้วยมากกว่าคือความสําคัญของการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ผมมีรายละเอียด ผมอยู่ในการเมืองมานานแล้วก็เห็นเรื่องนี้ มายาวนานมากแล้ว เริ่มตั้งแต่ อยู่สํานักโฆษกตอนเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีท่านบรรหารก็สัมพันธ์กับเรื่องพวกนี้อยู่ เห็นมาตลอดว่าลบตรงไหน บวกตรงไหน อะไร อย่างไร ชัดเจน การประชาสัมพันธ์เป็นเรื่อง สําคัญมากของภาครัฐ ในอนาคตจะยิ่งสําคัญมากขึ้น ๆ เหตุที่ว่าสําคัญเพราะทุกมิติ ในการดําเนินการของรัฐ การประชาสัมพันธ์จะเป็นตัวช่วยเป็นตัวส่งให้ประชาชนได้รับทราบ มีความสําคัญทุกระยะตั้งแต่ระยะการเริ่ม ระยะระหว่างการดําเนินการและเสร็จแล้ว เป็นตัวสําคัญเลย มันเหมือนเป็นตัวซอลเวนต์ (Solvent) หรือถ้าเราเป็นเครื่องจักร การประชาสัมพันธ์เป็นเหมือนน้ํามันเครื่องครับท่านประธาน ถ้าไม่มีน้ํามันเครื่อง เครื่องจักร จะเดินไม่ได้เลย มันจะโอเวอร์ฮีต (Overheat) จะร้อน เราถึงต้องเปลี่ยนน้ํามันเครื่องอยู่ตลอด เรื่องนี้ไม่มีไม่ได้ เป็นเรื่องสําคัญ ผมยกตัวอย่างว่าก่อนเกิดโครงการถ้าเราทําเรื่องราวใด ๆ ขณะนี้ประเทศเราแทบจะไม่ต้องพัฒนาแล้ว เพราะว่าเกิดจากในอดีตที่มีปัญหายาวนาน เกี่ยวกับเรื่องนี้ การไม่ใส่ใจกับเรื่องการประชาสัมพันธ์ การเอาแต่ได้ การดําเนินการทําให้ เกิดปัญหาต่อภาคประชาชนมาก เราสังเกตว่าขณะนี้การดําเนินการโครงการสําคัญ ๆ ทําไม่ได้เลย มีประชาพิจารณ์เมื่อไรก็เป็นเรื่องที่ตีกันเมื่อนั้น เกิดจากความไม่เข้าใจ ผมยกตัวอย่างชัด ๆ ก็ได้ว่ายกโครงการเชิงบวกก่อน โครงการตามแนวพระราชดําริ โครงการ ลุ่มน้ําปากพนัง โครงการนี้สําเร็จดีมาก เป็นการแยกน้ําจืดกับน้ําเค็มออก ท่านทราบไหมครับ ตอนเริ่มทําอย่างไร มีการเริ่มแล้วก็มีนําเสนอพระราชดํารัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีการพูดลงในรายละเอียดกําหนดไว้เสร็จว่าชาวปากพนังไปเป็นแรงงานในหาดใหญ่ อยากจะให้ เขากลับมาตรงนี้ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่เป็นธงนํา ต่อจากนั้นเองการประชาสัมพันธ์ ลงละเอียดมาก กองทัพภาค ๔ เองลงเดินในพื้นที่ เพราะว่าการไปทําตรงนี้แม่น้ําปากพนัง ไปทําโครงการลักษณะเป็นการแยกน้ําจืดกับน้ําเค็มในเรื่องการทํานากุ้ง มันไปขัดผลประโยชน์ ของประชาชนหลาย ๆ ส่วน ถ้าเกิดการไม่ยินยอมขึ้นมาเป็นการขวางลักษณะที่ว่าเป็นโครงการ ที่ดีแต่มีผลกระทบอยู่ตามสมควร ดังนั้นการลงไปเดินเพื่อบอกว่าคนที่ทําอาชีพตรงนี้ ๆ จะทํา ไม่ได้เพราะมันจะกลายเป็นน้ําเค็ม ในจุดที่เป็นน้ําเค็มแยกออกไปก็ต้องมีการเตรียมเรื่องอาชีพ มีการเตรียมอะไร ทหารเป็นจํานวนมากตอนนั้นทั้งฝ่ายปกครองทั้งฝ่ายทหารเดินลงพื้นที่ ไปทําความเข้าใจกับประชาชน โครงการนี้ทําได้ดีมาก แล้วก็สุดท้ายมีผลสัมฤทธิ์ไม่มีอะไร มาขวางเลยเกิดจากการประชาสัมพันธ์นําหน้าไป ขณะนี้หลังจากเสร็จแล้วเรายังมีปัญหาอยู่บ้าง โครงการนี้ก็คือว่าระหว่างทําไม่มีปัญหา แต่หลังนี่นะครับ เป้าหมายของงานจริง ๆ แล้วไม่ใช่ เขื่อนที่พระองค์ท่านมีพระราชดําริก็คือให้ประชาชนชาวปากพนังมีอาชีพที่ดีต่างหาก ตรงนี้ การประชาสัมพันธ์ยังมีปัญหาอยู่บ้างในระยะหลังซึ่งจําเป็นต้องดําเนินการต่อไป

ผมยกตัวอย่างอีกโครงการหนึ่งที่มีปัญหาจนถึงปัจจุบันแล้วเป็นโครงการ ที่กระทบโครงการอื่นต่อเนื่องไปอีกยาวนาน โครงการแก่งเสือเต้น โครงการนี้ก็เป็นเรื่องที่ดี ตั้งแต่เริ่ม แต่เนื่องจากว่าเดิมการทําเขื่อนเราต้องการแค่น้ํามาทําไฟฟ้า ลักษณะน้ํา เพื่อการเกษตรตอนหลังแก่งเสือเต้นจะช่วยป้องกันน้ําท่วมได้แต่ไปแล้ว ความไม่เข้าใจตั้งแต่เริ่ม กลายเป็นแก่งเสือเต้นเป็นซิมโบลิก (Symbolic) หรือเป็นสัญลักษณ์ของความขัดแย้ง ทางความคิดในสังคม เพราะฉะนั้นต่อจากนี้แก่งเสือเต้นจะเป็นประเด็นหลักในการสร้างเขื่อน ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดีเลิกสร้างกันแล้ว ไม่สามารถทําได้แล้ว จริง ๆ ราคาถูกแต่เนื่องจากว่าเราทํา เพื่อการเกษตรเขาก็ไม่เชื่อ มันเป็นเรื่องที่ตอนหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตมาชี้แจงกันตอนหลัง ระยะหลังแต่ว่าสายไปเสียแล้ว นี่คือการประชาสัมพันธ์ที่ผิดพลาดมาเป็น ๒๐ ปี ๓๐ ปี แล้วก็จบกันไป แล้วยังมีเรื่องเขื่อนแม่น้ํามูลที่ว่าไปมีปัญหาแล้วประชาชนส่งเขาไปอยู่และไปอยู่ ที่ไหนไปอยู่ในที่ที่ว่าทําเกษตรไม่ได้มันทับกันมา ๆ นี่คือความเข้าใจในอีกมิติหนึ่งของ การประชาสัมพันธ์ที่เป็นความบกพร่อง เพราะฉะนั้นเรื่องเหล่านี้เองผมเน้นว่าการประชาสัมพันธ์ เป็นความสําเร็จหรือเป็นความล้มเหลวของโครงการของรัฐได้เลยในทุกเรื่องไม่ว่าจะเป็น เรื่องไหน ในอนาคตเราจะทําอย่างไรเรื่องถ่านหินขณะนี้ จริง ๆ แล้ววิธีการในการทําความเข้าใจ ถ่านหินก็มีปัญหาจากแม่เมาะใช่ไหมครับ ปัจจุบันนี้ภาพรอยดําจากแม่เมาะทับไปทั้งพื้นที่ เรามีถ่านหินดี ๆ ก็ทําไม่ได้ เป็นเรื่องประชาสัมพันธ์ทั้งสิ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ระหว่างดําเนินการผมได้กราบเรียนไปแล้วว่าความก้าวหน้าหรือเป้าหมายการไม่เป็นไปตาม แผนงาน ข้อมูลเหล่านี้เป็นเรื่องที่ประชาชนต้องรับทราบแล้วก็มีการดําเนินการต่อเนื่องไป หน่วยงานราชการอื่นรับทราบด้วย เพราะว่างานเดียวกันแต่ทําหลายหน่วย ความไม่เข้าใจ ระหว่างกันและกันก็เป็นปัญหา ดังนั้นการประชาสัมพันธ์ในทางขวาง ในทางตรง ทางดิ่ง มีนัยสําคัญหมดในการวางแผนประชาสัมพันธ์ เรื่องเสร็จแล้วที่ผมกราบเรียนไปแล้วเมื่อกี้ว่า ก็มีความสําคัญ ดังนั้นผมให้ความสําคัญกับการประชาสัมพันธ์ภาครัฐมาก ท่านมาเสนอตรงนี้ ผมเห็นด้วย แต่ประเด็นที่ท่านเสนอเป้าหมายคืออะไรเป็นประเด็นอยู่ ผมจะเสนอต่อจากนี้นะครับ ความสําคัญการประชาสัมพันธ์ที่ผมเรียนแล้วว่าเป็นความสําคัญมากนะครับ มากกว่า การคอร์รัปชัน การคอร์รัปชันเป็นปัญหาดีเฟกต์ (Defect) หนึ่ง เป็นปัญหาหนึ่งแต่เป็นปัญหา ที่รองมาจากความสําคัญของการประชาสัมพันธ์ ผมย้ําตรงนี้ เอาละผมจะพูดลงในรายละเอียด ว่าในประเด็นที่ท่านเสนอมาด้วยความเคารพอันนี้ไม่ใช่เป็นการติติงแต่เป็นการนําเสนอ ความเห็น ผมจะพูดจากเรื่องที่สําคัญน้อยไปหาสําคัญมากนะครับ เรื่องที่สําคัญน้อยแต่ว่า ยังมีปัญหาอยู่ อยากจะฝากเรียนว่าการจัดส่งงบประมาณท่านประธานก็ทราบ ท่านประธาน ก็ดูแลสํานักงบประมาณมาในนี้เสนอว่าต้องส่งงบประมาณตามข้อ ๒๑ ทั้งหมดไปยัง สํานักงบประมาณ จัดสรรงบประมาณส่งทั้งหมดไปยังกรรมการมีการดําเนินการ จริง ๆ แล้วไม่มี ความจําเป็น ถ้าเราจะเอาเฉพาะเรื่องประชาสัมพันธ์ก็ส่งเฉพาะเรื่องประชาสัมพันธ์ การส่งตรงนี้ ต้องเขียนให้ชัดว่าต้องส่งงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมดให้คณะกรรมการ ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่เกินไป มากเกินไปไม่มีความจําเป็นเพราะงบประมาณส่วนนั้นจะไป สัมพันธ์กับลักษณะของเป้าหมายของประเทศด้วยอะไรด้วยตามแผนพัฒนา ๕ ปี หลายส่วน สัมพันธ์กันอยู่หมดแล้ว แต่การประชาสัมพันธ์ก็ว่าด้วยเรื่องนี้เพราะกรรมการรับแต่เรื่องนี้ กรรมการจะไปวิเคราะห์เรื่องอื่นได้อย่างไร แล้วมันทําให้งานประชาสัมพันธ์มีเยอะมันจะไปคั่ง พอคั่งมันจะไม่ทันกาลพอไม่ทันกาลงานที่ทําก็จะมีปัญหาเพราะว่างานของเราเป็นปีต่อปี ตามปีงบประมาณ ประเด็นนี้ผมเห็นว่าการที่จะต้องส่งงบประมาณที่ได้รับการจัดสรรทั้งหมดมาให้ ต้องเขียนให้ชัดว่าเป็นงบประชาสัมพันธ์ก็ประชาสัมพันธ์เฉพาะส่วน มันจะได้ไปเป็นชิ้นเล็ก แล้วก็คณะกรรมการจะได้ทํางานกันได้ เรื่องการเอาผิดทางวินัยตามข้อ ๒๗ มีการกําหนดไว้ว่าถ้าไม่นําส่งรายงานตามการจัดสรรงบประมาณ ไม่ส่งผลดําเนินการ ไม่เปิดเผย ข้อมูล มีการกําหนดไว้ในข้อ ๒๑ แต่ไม่มีการกําหนดว่าการฝ่าฝืนหลักเกณฑ์ที่กรรมการตาม ข้อ ๑๖ เราไม่ได้เขียนไว้ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญในการดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ หรือว่ากฎหมาย ก็คือโทษ ขาดโทษมันจะไม่เป็นผล ดังนั้นผมมีความเห็นว่าน่าจะกําหนดโทษ การฝ่าฝืนไว้ให้เสร็จเพราะเป็นทางวินัย วินัยมาก วินัยน้อยคือมันไม่ชัด เขียนไว้ให้ชัด ๆ ไปเลย ไปอยู่ในข้อ ๑๖ ก็ได้ที่ท่านร่างไว้ข้อนี้จะอยู่ในข้อร่างตามข้อ ๒๗ แต่ว่าในข้อ ๒๖ น่าจะมีพื้นที่ ที่ให้ใส่ลงไปได้ให้ชัด ๆ ไม่อย่างนั้นพอเข้าไปสมมุติว่าเป็นผู้บริหารของหน่วยนี้มีส่วนเกี่ยวข้อง แล้วก็มีการดําเนินการกับผู้ที่ดําเนินการแล้วไปตั้งกรรมการวินัยขึ้นมาดูแลเขียนให้ชัดไปว่า ใครเป็นคนดูแลเรื่องนี้ผมว่าจะเป็นประโยชน์ ประเด็นสําคัญที่สุดที่ผมอยากจะเรียนเมื่อกี้ บอกว่าสําคัญมาก ๆ ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยกับชื่อ ชื่อเป็นเนกาทิฟ (Negative) มาก เป็นการมองอีกด้านที่ผมเรียนแล้วว่าเรากําลังพูดกันถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ภาครัฐ ซึ่งสําคัญมาก สําคัญมาก ๆ ในการทํางานของรัฐในการใช้งบประมาณ แต่ขณะนี้ถ้าอย่างนั้น ถ้าชื่อที่เราคิดว่าเหมาะสมแล้วเราก็อาจจะต้องเปลี่ยนระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพัสดุ เพื่อความโปร่งใสไว้ถ้าอย่างนั้น เพราะว่าการจัดซื้อจัดจ้างเป็นเงินมากมายมหาศาลต่อปี คําตรงนี้เป็นคําที่ดี คําที่เหมาะสมและทําให้เกิดสิ่งที่ป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันได้เราก็ต้อง เอาไปเติมไว้ว่าด้วยพัสดุเพื่อความโปร่งใสด้วย นี่ผมยกเป็นตรรกะมาวาง เหตุผลที่ผมพูด อย่างนี้เพราะว่าในเมื่อการประชาสัมพันธ์เป็นเรื่องสําคัญที่ผมกล่าวมาตั้งแต่ต้นแล้ว การที่เราจะทํารั้วขึ้นไปจนสูงเสียดฟ้าแล้วข้ามไม่ได้เป็นประเด็นปัญหาครับ เพราะว่าความรู้สึกต่อ เรื่องการประชาสัมพันธ์กรรมการชุดนี้ตั้งขึ้นมาเพื่อคอยดักอย่างเดียวไม่ได้ ผมพอใจที่จะให้มี การเขียนให้เคร่งครัดกว่านี้เป็น ๑๐ เท่า ๑๐๐ เท่าก็ได้แต่ชื่อตรงนี้ผมมองว่าไม่จําเป็นจะต้อง เขียนไว้ การประชาสัมพันธ์ภาครัฐมีการเขียนเป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีให้ละเอียดเลย ขณะนี้เราประชาสัมพันธ์ใช้เงินเป็นจํานวนมากแล้วเราโยนขึ้นไปสู่ฟ้า หมายความว่าเอาไป ประชาสัมพันธ์แล้วไม่มีใครติดตามว่าได้ผลแค่ไหน ออกมาประชาชนรับทราบแค่ไหน คือ พอปล่อยออกไปแล้วก็เท่ากับจบ มีการประชาสัมพันธ์ในหนังสือพิมพ์แล้วก็จบ จะเกิดผล เท่าไรไม่รู้ มีการยิงโฆษณาวินาทีหนึ่งเป็นแสน ๆ บาทนะครับ แต่ว่าพอไปแล้วหน่วยงาน ที่ตรวจสอบความสัมฤทธิผล กลไกราคากลางที่ท่านเสนอดีแล้ว แต่ว่าชื่อตรงนี้พอเราทําขึ้นมา มันจะกลายเป็นว่าเรากําลังสร้างเหมือนงาแซงคอยดัก มันจะส่งผลในเชิงลบมาก ต่อการประชาสัมพันธ์ แล้วผมมองว่าจะเป็นปัญหาเสียด้วยซ้ํา เพราะฉะนั้นเราแค่ตัดตรงนี้ออกไป แล้วเติมข้อจํากัดให้มากกว่านี้เป็น ๑๐ เท่าก็ได้ แต่ชื่อนี้ผมมองว่าเหมือนกับเราตั้งอะไร บางอย่างขึ้นมาเหมือนอย่างที่ผมเรียนแล้วเมื่อกี้ ตรรกะที่ว่าก็คือว่าระเบียบสํานัก นายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดซื้อจัดจ้างเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อความโปร่งใส ถ้าอย่างนั้นก็ไปใส่ ตรงโน้นด้วย ผมยกตัวอย่างว่าไม่จําเป็นต้องใส่แต่ว่ามีระเบียบที่ดีเรื่องนี้ผมเห็นด้วยมาก แต่ผมอยากให้ตัดชื่อคําว่า เพื่อความโปร่งใส ออก เป็นสิ่งที่ออกมาอาจจะได้เห็นว่าเป็นเรื่อง กรรมาธิการทําเต็ม อาจจะในอนาคตมันเป็นอีกอย่าง ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ บางเรื่อง มันเป็นประเด็นใครจะว่าก็ได้ผมเคยทําเรื่องนี้มา ท่านประธานตัวอย่างก็คือว่า ท่านประธาน ขับรถไป ท่านประธานเห็นรถมอเตอร์ไซค์เปิดไฟหน้าเวลากลางวันแสงก็พอ เรื่องนี้ผมเองครับ ออกเป็นระเบียบนี้ผมผิดในฐานะเป็นรัฐมนตรี ท่านวสันต์ก็ทราบสมัยนั้นที่ทําเรื่อง โรดเซฟตี (Road Safety) เราไปเจอเรื่องนี้ว่าการเปิดไฟหน้าเวลากลางวันเป็นเรื่องดี แต่ว่ามันจะมาขัดกับประชาชนในประเทศมาก เขาไม่ยอมรับ ผมทําอย่างไร ผมรู้ว่าเป็นเรื่อง จากญี่ปุ่นว่าลดได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเริ่มตั้งแต่ผมเข้าไปมาเลเซีย ไปเอาข้อมูลจากยู ออฟ มาเลเซีย (U of Malaysia) มาว่าที่นั่นเขาทําเหมือนเรา มาเลเซีย ยกตัวอย่างมาเลเซียได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมเคยพูดแล้วว่าขับรถนี่ไฟหน้าต้องเปิด ไม่อย่างนั้นประชาชนผิด เราก็มา คิดว่าถ้าเรามาบังคับแบบนี้กับประชาชนของญี่ปุ่นบังคับรถให้เปิดไฟเป็นออโตเมติก (Automatic) แต่มาเลเซียบังคับคนว่าต้องเปิดไฟไม่เหมือนกัน เราก็มาคิดว่าประชาชนจะ ต่อต้านมากเพราะเป็นความเคยชินของเขา แล้วเขาจะบอกว่าจะบ้าหรือเปล่า เห็นกันชัด ๆ แต่เปิดไฟหน้าแต่หลักการนี้ชัด ผมทําอย่างไรท่านประธานครับ ผมไปบังคับใช้ที่สงขลา จังหวัดเดียวเพราะอะไร เพราะสงขลาเป็นจังหวัดที่อยู่ติดกับชายแดนมาเลเซีย ปาดังเบซาร์ คนสงขลามี ๒ มิติที่ผมคิดก็คือว่าคนที่สงขลาเขารู้ว่าในประเทศมาเลเซียเขาเปิดไฟหน้า เวลากลางวันเหมือนกัน ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกแยกสําหรับเขา แล้วผมก็ขึ้นป้ายในสงขลาเป็นรูปผม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่สงขลา เหตุผลเพราะว่าเรื่องนี้เรารู้ว่าคนเขาจะยึดถือ กับบุคคลบ้างเหมือนกัน ผมเป็นคนสงขลาและเป็นรัฐมนตรีก็ออกประกาศตรงนี้ใช้ในเฉพาะ จังหวัดสงขลา เขาก็พอรับได้เพราะเหมือนเป็นคนบ้านเดียวกันถูกไหมครับ นี่เป็นหลักการ ไปขึ้นป้ายแบบนี้ถ้าเป็นไปตามระเบียบนี้ก็ผิดแต่มันเป็นหลัก มันไม่ได้ใช้งบประมาณอะไร มีการใช้สถานีวิทยุโฆษณาท้องถิ่น พอหลังจากนั้นเราประกาศใช้ไปเดือนหนึ่งเราก็ทําสํารวจ หลังจากนั้นพอเดือนที่ ๓ การตาย การเจ็บลดลงไปได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์จริงเท่ากับของ มาเลเซีย ผมก็เอามาประกาศทั้งประเทศเลยทีนี้ โดยเอาเหตุผลจากการยอมรับจากจุดหนึ่ง ไปสู่จุดหนึ่งนะครับ คือเอาเหตุผลจากสงขลาที่เราทํา ๓ เดือนนี้ว่าลดได้จริงตรงนี้ ข้อมูล ชัดเจนไม่ต้องไปอ้างญี่ปุ่น ไม่ต้องไปอ้างมาเลเซีย แต่หลักการนี้มันเป็นการประชาสัมพันธ์ที่มี การวางแผนโดยละเอียด จนขณะนี้นะครับท่านประธานจะเห็นว่ารถมอเตอร์ไซค์นี้เปิดไฟหน้า เวลากลางวันช่วยลดอุบัติเหตุเรื่องมอเตอร์ไซค์ไปได้เยอะ ถ้าเป็นแบบนี้ก็ผิดระเบียบ ผิดแน่ ๆ เพราะว่าดันไปมีหน่วยราชการก็คือกรมการขนส่งทางบกอยู่ด้วย แล้วก็ไปมีรัฐมนตรี คนนี้อยู่ด้วย คือเป็นการหาเสียงว่าไม่ใช่เลย แต่เป็นการใช้ความเป็นท้องถิ่น ลักษณะ ความใกล้เคียงมันเป็นแผนในการประชาสัมพันธ์ที่จะประกาศคลุมทั้งประเทศแล้วหลังจากนั้น เราใช้เวลา ๖ เดือน แล้วประกาศใช้มายาวนานมากแล้ว ลักษณะตัวอย่างแบบนี้มันเป็น รายละเอียดในการดําเนินการ ผมไม่ได้ตั้งความหวังไว้ว่าจะมีแต่ผมเพียงอยากจะเรียนว่า สิ่งตรงนี้เองถ้าเราไปเขียนเพื่อความโปร่งใส ผมเกรงว่ากรรมการจะตั้งแล้วพกอาวุธทุกคน แล้วมันจะทําให้คนที่ทําโครงการประชาสัมพันธ์ซึ่งสําคัญมากนี่ไม่กล้าทําครับท่านประธาน และสิ่งสําคัญในการบริหารงานภาครัฐจะถูกยับยั้งหมด จะถูกไม่เข้าใจ จะถูกต่อต้าน แล้วเราจะ ทําอะไรกับสิ่งนั้น ผมเห็นด้วยแต่ว่าอยากจะให้มีการปรับก็แล้วแต่ทางกรรมการนะครับ

สุดท้ายผมอยากจะยกเอาพระบรมราโชวาทเกี่ยวกับเรื่องการทํางานลักษณะนี้ ในเรื่องของใจในการดู อาจจะยกให้สําหรับคณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมานะครับ ซึ่งเป็น พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในพิธีพระราชทาน ปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๒๗ มาเสนอฝากต่อไปยัง กรรมการที่เราจะตั้งเพราะว่าตรงนี้มีความสําคัญความว่าอย่างนี้ครับ “ในอันที่จะทํางาน ของตนให้ประสานกับงานอื่นและประสานกับฝ่ายอื่น บุคคลอื่น การปฏิบัติตัว ปฏิบัติงาน อย่างคับแคบมิได้เป็นอันขาด ท่านจะต้องทําตัวทําใจให้กว้างขวางหนักแน่นและเที่ยงตรง ยึดถือเหตุผลความถูกต้อง ความพอเหมาะพอควร และประโยชน์ส่วนรวมร่วมกันเป็น เป้าหมาย” ผมอยากจะฝากพระราชดํารัสตรงนี้ไว้เกี่ยวกับเรื่องการทํางาน เพราะว่าขณะนี้ เรากําลังเดินหน้าประเทศ เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างเราอาจจะต้องลดความคมลงบ้าง อะไรลงบ้างก็จะเป็นประโยชน์มาก กราบเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ