อลงกรณ์ พลบุตร หารือถึงความสำคัญของการบูรณาการแผนพัฒนาจากทุกภาคส่วน โดยเน้นย้ำการเชื่อมโยงท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และภาคราชการ เพื่อสร้างความร่วมมือและแก้ไขปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอให้เสริมอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการนำจัดทำแผนพัฒนาอย่างเป็นเอกภาพ ปรับปรุงระบบงบประมาณและกฎหมายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้สอดคล้องกัน เพื่อป้องกันการทุจริตและผลักดันการพัฒนาที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
ขอบคุณมากครับ มีท่านสมาชิกที่ประสงค์จะตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมเห็นว่า เป็นประโยชน์ ก็คือท่าน พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนที่ปรึกษา สบ ๑๐ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอเชิญครับ
พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษา สบ ๑๐ สมาชิกลําดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางท่านกรรมาธิการที่ได้ เสนอรายงานเรื่องนี้ขึ้นมา ซึ่งผมพิจารณาแล้วเห็นว่าเป็นรายงานที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนา จังหวัดแล้วก็พัฒนาประเทศของเราอย่างมากครับ ผมจึงขอสนับสนุนอย่างเต็มที่เลยนะครับ แล้วก็ขอนําประสบการณ์ที่ทํางานอยู่ในพื้นที่มาสนับสนุนข้อเสนอของท่าน แล้วก็มี ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมดังต่อไปนี้ ในรายงานของท่านในส่วนที่ ๖ หน้า ๗๔ และหน้า ๗๕ ข้อ ๖.๔ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อก่อให้เกิดความสําเร็จของท่าน ข้อ ๖.๔.๑ ท่านมี การกําหนดว่ามีการทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดที่ตอบสนองกับความต้องการของ ประชาชน แล้วก็มีรายละเอียดที่เชื่อมโยงจากบนลงล่าง และจากล่างขึ้นบนตรงนี้ทําให้ ยุทธศาสตร์ของชาติ แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัด และแผนพัฒนาจังหวัด รวมทั้งแผนพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแผนพัฒนาชุมชน หมู่บ้านนี้ได้เกิดมีการนํามาสอดประสานกันในการจัดทําแผน ซึ่งแต่เดิมนั้นไม่ว่าแต่เดิมครับ ปัจจุบันนี้แหละครับผมได้มีการไปบรรยายให้กับสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทยหลายครั้ง หลายคราวหลายจังหวัดทุกภูมิภาคนะครับ ท่านทราบไหมว่าการปกครองท้องถิ่นทั้ง อบต. และทั้งเทศบาล ไม่ทราบเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เรื่องที่เรารู้กันอยู่ในสภานี้แหละครับ เขาไม่ทราบ เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นจุดอันหนึ่งว่าการจัดทําแผนพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เขาลืมหรือว่าเขาไม่ได้นํายุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีมาเป็นหลักในการจัดทําเท่าที่ควร แต่จากการที่ท่านเสนอครั้งนี้จะทําให้ต่อไปนี้มีการสอดประสานกันทั้งจากบนลงล่างคือจาก ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนพัฒนากลุ่มจังหวัดและ แผนพัฒนาจังหวัด จากล่างขึ้นบนก็คือแผนพัฒนาชุมชน แผนพัฒนาหมู่บ้าน แผนพัฒนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็จะเข้าไปสู่เป็นแผนพัฒนาจังหวัดซึ่งเป็นการบูรณาการ เชื่อมโยงอย่างแท้จริง อันนี้จะเกิดประโยชน์ก็คือว่าในอดีตที่ผ่านมานั้นภาครัฐจากส่วนกลาง จัดสรรงบประมาณไปให้ประชาชนในสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ แต่ในทางตรงกันข้ามสิ่งที่ ประชาชนต้องการกลับไม่มีงบประมาณให้ แต่การเสนอของท่านครั้งนี้จะแก้ไขปัญหา ในเรื่องนี้ได้ครับ ต่อไปนี้ประชาชนได้ในสิ่งที่ประชาชนต้องการและภาครัฐจัดสรรงบประมาณ ให้ในสิ่งที่ประชาชนต้องการก็จะเกิดประสิทธิภาพและป้องกันการรั่วไหลและป้องกันการที่มี งบประมาณมาเพื่อผลประโยชน์ของบรรดานักการเมืองบางท่าน หรือบรรดาบุคคลบางกลุ่มนั้น จะเกิดไม่ได้ถ้าเป็นลักษณะนี้ครับ
ประการที่ ๒ ในข้อเสนอของท่าน ข้อ ๖.๔.๒ จะทําให้เกิดการบูรณาการ ในการจัดทําแผนพัฒนา ซึ่งแต่เดิมนั้นผู้ใหญ่บ้าน กํานันกับสมาชิก อบต. กับนายก อบต. เป็นคนละกลุ่มคนละพวกกันครับ มีน้อยแห่งนักที่เป็นกลุ่มเดียวกัน รวมทั้งสมาชิกสภาเทศบาล นายกเทศมนตรีก็คนละกลุ่มคนละพวกกับกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน แต่การที่ท่านทําครั้งนี้จะทําให้ กลุ่มที่ไม่เคยคุยกัน กลุ่มที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน อยู่ในชุมชนเดียวกันแต่เป็นคนละพวก เป็นความแตกแยกในชุมชนมารวมตัวกันโดยยึดพื้นที่ของตัวเองเป็นหลักและร่วมกันพัฒนาพื้นที่ ของตัวเองเป็นประโยชน์อย่างมาก เป็นการสมานรอยแตกประสานรอยร้าวของชุมชนครับ
ประการที่ ๒ ในอดีตที่ผ่านมา อบต. หรือว่าเทศบาลกับทางฝ่ายนายอําเภอ อาจจะไม่ค่อยสอดประสานกันนักในการทํางาน หรือในการจัดทํางบประมาณ หรือในการ จัดทําแผนพัฒนาในระดับตําบล ในระดับอําเภอ เพราะอดีตกํานันกับนายก อบต. ก็มักจะ ไม่ค่อยถูกกัน วันนี้เขาต้องมาอยู่ด้วยกันแล้วครับ อดีตนายอําเภอก็ไม่สามารถที่จะไปกํากับดูแล การปกครองท้องถิ่นได้มากนักเพราะการปกครองท้องถิ่นเขาถือว่านายอําเภอไม่ใช่ ผู้บังคับบัญชาเขา แต่ต่อไปนี้ร่วมกันทํางานครับ แล้วก็ที่สําคัญภายใต้การดําเนินการของ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือซีอีโอ (CEO) จังหวัดนั้นก็จะทําให้เกิดการบูรณาการในการจัดทํา แผนพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ
ในข้อ ๖.๔.๓ ที่ท่านเสนอมานั้นจะทําให้การบริหารราชการจัดทําแผนพัฒนา จังหวัดนั้นทําให้เกิดเป็นเอกภาพ ในอดีตที่ผ่านมานั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านมี แนวนโยบายในภาพรวมที่จะพัฒนาจังหวัดแต่ท่านก็ไม่สามารถที่จะไปคอนวินซ์ (Convince) ให้การปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นดําเนินการตามแนวนโยบายของจังหวัดได้มากนัก เพราะการปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งก็มีความคิดเป็นเอกภาพของตัวเอง มีนายก เป็นหลัก มีสภาเป็นองค์ประกอบ ทําทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้รับอนุมัติจากสภาถ้าสภาไม่เห็นด้วย ก็ทําไม่ได้ เพราะฉะนั้นในอดีตที่ผ่านมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจึงไม่สามารถที่จะบริหาร จัดการพัฒนาจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพเพราะติดขัดในเรื่องของการเป็นเอกภาพครับ ในเรื่องนี้ในรายงานของท่านจะทําให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีเอกภาพในการพัฒนาจังหวัด มากยิ่งขึ้น และต่อไปนี้ถ้าจังหวัดใดไม่พัฒนาไม่ขับเคลื่อนก็มีเจ้าภาพรับผิดชอบก็คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดอย่างแท้จริง ในอดีตที่ผ่านมาจะไปลงโทษท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่ได้ เพราะเปรียบเสมือนยักษ์ไม่มีกระบอง ไม่มีอํานาจนะครับ เป็นเพียงแค่ผู้ประสานงาน เพราะฉะนั้นต่อไปนี้มีอํานาจ มีงบประมาณในมือ มีแผนพัฒนาก็จะทําให้การบริหาร การพัฒนาจังหวัดเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แล้วก็ที่สําคัญเมื่อมีการบริหาร การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัดจะทําให้สอดคล้องและสนองกับความต้องการของประชาชน ในพื้นที่ได้อย่างดียิ่งขึ้นนะครับ
และประการสุดท้ายข้อที่ ๖.๔.๔ ที่ท่านเสนอบูรณาการงบประมาณของจังหวัด และกลุ่มจังหวัด อันนี้เป็นเรื่องสําคัญครับ ในอดีตที่ผ่านมานั้นการจัดทําพัฒนา บางทีพัฒนา จังหวัดเดียวไม่ได้ เช่น โครงข่ายการคมนาคม การพัฒนาแหล่งน้ํา หรือการพัฒนาเขต อุตสาหกรรม หรือเขตส่งออก หรือว่าเขตการท่องเที่ยว บางทีเราต้องพัฒนาเป็นกลุ่มจังหวัด เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ทีนี้การพัฒนาเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ก็ต้องมีการบูรณาการ งบประมาณเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) เพราะฉะนั้นตรงนี้จะเป็นเครื่องมือที่จะทําให้การพัฒนา เป็นแบบคลัสเตอร์ (Cluster) นั้นเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ แล้วข้อที่สําคัญ ใน (๓) ท่านบอกไว้ว่าจังหวัดมีอํานาจในการบูรณาการงบประมาณจากทุกส่วนราชการและ หน่วยงานของรัฐครับ ตรงนี้ผมอยากจะนําเสนอท่านไปพิจารณาว่าเพิ่มคําว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปอีกสักวลีหนึ่งได้ไหมครับ จะได้ครอบคลุมยิ่งขึ้นนะครับ ที่มีงบประมาณ ในการลงพื้นที่จังหวัดให้สอดคล้องกับการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ของจังหวัดครับ
และข้อสุดท้ายที่ท่านเสนอก็คือแก้กฎหมาย กฎ ระเบียบ การบริหาร งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้บูรณาการสนับสนุนการพัฒนาจังหวัดอันนี้ เป็นเรื่องสําคัญและเรื่องจําเป็นครับ เพราะฉะนั้นแล้วการปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะไม่ฟัง ในเรื่องแผนพัฒนาจังหวัดครับ แต่ถ้ามีกฎหมายบังคับเขาจะทําอะไรก็ตามก็ต้องเป็นไปตาม แผนพัฒนาจังหวัด และตรงนี้จะมีผลพลอยได้จากเรื่องนี้ก็คือว่าในอดีตที่ผ่านมางบประมาณ รั่วไหล การใช้งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพเกิดที่การปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าไม่ได้มีแผนพัฒนาจังหวัดควบคุมหรือไม่ได้มีการบูรณาการในการจัดทํา แผนพัฒนา ทําให้ผู้นําการปกครองส่วนท้องถิ่นบางคนที่หวังที่จะมีผลประโยชน์จาก งบประมาณ ก็เบี่ยงเบนงบประมาณไปทําในสิ่งที่ตัวเองจะได้รับผลประโยชน์ ตรงนี้ก็จะเกิด ความเสียหายทั้งในเรื่องของการใช้ประโยชน์ไม่คุ้มค่าและเกิดความเสียหายในเรื่องของ การใช้งบประมาณไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนั่นเอง แต่ถ้าเป็นกรณีนี้แล้วมีผู้ว่าราชการจังหวัด มีคณะกรรมการเข้าไปได้ร่วมช่วยพิจารณา จะทําให้การใช้งบประมาณนั้นเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพแล้วก็มีประสิทธิผลอย่างเป็นรูปธรรมครับ ขอขอบคุณครับ
ต่อไปขอเชิญท่านประธานกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงนะครับ