กิตติ ยันหนุนผลกรรมาธิการ ชี้ปัญหาการใช้ทรัพยากรไม่เหมาะสม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๕ · ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

กิตติ กิตติโชควัฒนา ยืนยันการสนับสนุนผลการพิจารณาของกรรมาธิการจากอภิปรายที่มีเจตนาดี และประกาศจะไม่ลงคะแนนงดหรือคัดค้านในขั้นตอนสุดท้าย พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการใช้งบประมาณที่ไม่เหมาะสมและปัญหาการบริหารราชการที่ขาดประสิทธิภาพ โดยชี้ว่าปัญหาหลักไม่ใช่ขาดเงินหรือคนเก่ง แต่เกิดจากการไม่รู้จักใช้ทรัพยากรและบุคลากรอย่างเหมาะสม และเสนอให้พิจารณาจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่นำร่องเฉพาะเพื่อศึกษาและแก้ไขปัญหาอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากปัญหาเรื้อรังมายาวนานจากการมองไม่เห็นสาเหตุที่แท้จริงและการบริหารที่ผิดพลาดจากส่วนกลาง

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา จากจังหวัดยะลา สปท. ๑๐ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าในห้วงช่วงสุดท้าย ของการลงมติ ถ้าจะพึงมีคะแนนที่ออกมางดออกเสียงหรือว่าไม่เห็นด้วย ขอสัญญาว่าไม่ใช่ผม เหตุผลประการสําคัญที่กล้ายืนยันอย่างนี้ก็เพราะว่าผมได้ฟังการอภิปรายของบรรดา ท่านสมาชิกทั้งหลายต่างล้วนแต่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดีที่อยากจะเสนอแนะข้อมูลต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์กับเรื่องของการปฏิรูปในเรื่องนี้ แล้วก็สังเกตดูจากคณะกรรมาธิการที่นั่ง ฟังบรรดาสมาชิกที่อภิปรายนั้นฟังด้วยความตั้งใจ เพราะฉะนั้นก็ทําให้เกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่ เป็นข้อเสนอแนะของสมาชิก ท่านกรรมาธิการก็คงจะหยิบยกนําไปสู่การปรับปรุงแก้ไข เสนออย่างแน่นอน จึงทําให้ผมกล้ารับปากกับท่านประธานในที่ประชุมว่า ถ้าหากว่าจะพึงมี การลงคะแนนเสียงที่งดออกเสียงหรือว่าไม่เห็นด้วยก็คงจะไม่ใช่นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

ท่านประธานครับ เมื่อเช้าผมฟังจากการอภิปรายที่เกี่ยวข้องกับ การประชาสัมพันธ์นั้น จะเห็นได้ว่างบต่าง ๆ มันถูกใช้ไปในทางที่ไม่ถูก ไม่ชอบ ไม่ควรถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ระหว่าง ๓๐-๗๐ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้มันทําให้ผมคิดว่าบ้านเมืองเรา มันไม่ใช่ขาดเงิน ไม่อย่างนั้นคงจะไม่ใช่มีเงินมากพอจนให้เกิดมีการโกงถึง ๓๐-๗๐ มันคงจะมี เหลือเฟือครับ และเงินมันเยอะครับ ยังมีจนถูกโกง จนขณะนี้ก็ยังมีอีกเท่าที่สดับตรับฟังจาก ข่าวต่าง ๆ ที่ออกมา แสดงว่าเงินบ้านเมืองเราไม่ขาดแคลน เครดิตเรายังดีกู้เขาก็ยังให้ แต่ในขณะเดียวกันพูดถึงเรื่องงานการที่ทํา คนที่เรามีอยู่ในระบบราชการของเราจะบอกว่า ไม่มีคนเก่ง คนกล้า มันก็ไม่ใช่ ไม่อย่างนั้นการโกงนั้นคงไม่กล้าเกิดขึ้นได้ถึงเยอะ ๆ บางโครงการยกทั้งโครงการ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็มีครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือข้อมูลที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นประเด็นของการขาดงบประมาณของประเทศรวมไปตลอดจนถึงเรื่องของ การขาดคนดี ขาดคนเก่ง คนกล้า มันไม่ใช่ ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าการไม่รู้จักใช้คนให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประเทศ เพราะฉะนั้นวันนี้กรรมาธิการชุดนี้กําลังพูดถึงว่าเราจะเอาเงินสักก้อนหนึ่ง ลงไปสู่พื้นที่เพื่อใช้ให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุดให้เกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ เพราะฉะนั้น โครงการลักษณะอย่างนี้ ร่างอย่างนี้ ผมจึงเห็นด้วยครับท่านประธาน แต่สิ่งที่ผมอยากจะ นําเสนอเพิ่มเติมจากสิ่งที่ได้พูดมาแล้วก็คือว่าการกําหนดพื้นที่นําร่องหรือจังหวัดนําร่อง เพื่อเป็นกรณีศึกษานั้นโดยส่วนตัวผม ผมก็เห็นด้วย เพราะมันจะทําให้มองทะลุปรุโปร่งว่า แต่ละประเด็นในพื้นที่ที่เป็นปัญหานั้นมันมีอะไรบ้างที่ควรจะหยิบยกเพื่อการศึกษา เพื่อนําร่องนําไปสู่การศึกษาขยายผลเพิ่มเติม แต่สิ่งที่เป็นข้อห่วงใยของผมก็คือว่าอย่างบ้านผม จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมปัตตานี ยะลา นราธิวาส อย่างนี้เป็นต้น ผมก็อยากจะตั้ง คําถามว่าเราศึกษามานานมาเยอะเหมือนกัน ร่องไม่รู้นําจนเท่าไรกลายเป็นร่องของล้อเกวียนวัว เกวียนควายอย่างนี้เป็นต้นจนไม่รู้กี่ร่องแล้ว แต่ทําไมการนําร่องการศึกษาต่าง ๆ ในปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ปี ๒๔๖๖ ซึ่งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ได้กําหนดหลัก รัฐประศาสโนบายมาตั้งนานนมจนถึงขนาดนี้แล้วทําไมมันยังเรื้อรังอยู่ ท่านประธานครับ ผมจําได้สมัยตอนที่ผมเป็นหัวหน้ากิ่งอําเภอสุคิริน ที่นั่นมันมีปัญหาเยอะ ปี ๒๕๒๐ ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะแต่บ้านผมหรอกครับที่อื่นก็มีเหมือนกัน ทั้ง ผกค. จคม. ขจก. ผู้หลักผู้ใหญ่ส่วนกลางครับท่านประธาน เปรียบเทียบปัญหาคอมมิวนิสต์ ปัญหา โจรจีนคอมมิวนิสต์ ปัญหา ขจก. ก็คือผู้ร้ายในพื้นที่บ้านผมอย่างนี้ครับ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การมองของผู้ใหญ่ในส่วนกลางกับพื้นที่ในอนาคตมันผิดพลาดอย่างไรที่นําไปสู่การแก้ปัญหา ที่ยืดเยื้ออย่างไม่รู้จักจบสิ้นเสียที ผู้ใหญ่บอกว่าปัญหา ผกค. จคม. เปรียบเสมือนมะเร็ง ส่วนปัญหา ขจก. ทางใต้เปรียบเสมือนโรคเรื้อน เพราะฉะนั้นพวกเราก็คงจะนึกออกว่าระหว่างโรคเรื้อน กับโรคมะเร็งอันไหนจะทําให้คนที่เป็นโรคมะเร็งหรือโรคเรื้อนตายก่อน แน่นอนครับจะต้อง เป็นโรคมะเร็ง เพราะฉะนั้นรัฐก็ทุ่มเทการแก้ปัญหาโรคมะเร็งก็คือ ผกค. กับ จคม. แต่ในที่สุดขณะนี้เป็นอย่างไรครับ ผกค. จคม. มันมาเป็นเพื่อนร่วมชาติ ร่วมพัฒนาชาติไทย ไปแล้ว แต่ ขจก. สิครับขณะนี้ถ้าไปดูแล้วผมคิดว่าเทียบกับโรคมะเร็งก็ไม่น่าจะยิ่งหย่อน ไปกว่ากัน นี่ก็คือความร้ายแรง ความผิดพลาดในการมองปัญหาพื้นที่ที่มองไม่เห็นไม่ลึกพอ มองแต่ภาพรวมของประเทศ มองแต่ภาพรวมของประเทศ มองแต่ภาพรวมของบางจังหวัด ที่ใกล้ตัว ใกล้เมือง ใกล้ตัวผู้ใหญ่ เพราะฉะนั้นปัญหานี้ผมคิดว่าในฐานะที่เรากําลังพูดถึงเรื่อง จังหวัดนําร่องต่อพื้นที่เป้าหมายน่าจะแยกส่วนต่างหากว่าในพื้นที่เฉพาะพิเศษที่มีปัญหา เฉพาะที่ยืดเยื้อยาวนานมาตั้งแต่ ปี ๒๔๖๖ ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๖ ได้ทรงตราหลัก รัฐประศาสโนบายที่ใช้สําหรับข้าราชการในมณฑลปัตตานี ที่ใช้สําหรับข้าราชการ ปฏิบัติราชการในมณฑลปัตตานีนั้นข้าราชการนําไปสู่การปฏิบัติผิดพลาดอย่างไร จึงเป็นเหตุ เป็นผลให้รับสั่งของพระองค์ท่านจนถึงขณะนี้ยังไม่บรรลุภารกิจเท่าที่ควร เพราะฉะนั้น ประเด็นของผมก็คือนอกจากว่า ๕ พื้นที่ของ ๕ จังหวัดต่าง ๆ ที่พูดไปแล้วทําอย่างไร เราจะกําหนดพื้นที่ลักษณะพิเศษเป็นจังหวัดหรือเป็น ๓ จังหวัดก็แล้วแต่เพื่อแก้ปัญหา การบริหารจัดการการแก้ปัญหาของข้าราชการเฉพาะพื้นที่ตรงนั้นอย่างไร อยากจะฝากครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าปัญหาที่นี่มันไม่ใช่ปัญหาเรื่องคนไม่มีเงิน มันไม่ใช่ปัญหา ทรัพยากรธรรมชาติที่มีไม่มากพอ แต่เป็นปัญหาของข้าราชการที่ถูกส่งจากส่วนกลางที่ส่งไปแล้ว ไม่ดูแลไม่จัดการให้ดีเพียงพอ ส่งไปแล้วเพียงเพื่อให้เต็มผิดพลาดทีหลังก็ค่อยมาว่ากล่าวลงโทษ ตักเตือน ผู้ใหญ่เองก็ขาดการดูแล จริงอยู่ขณะนี้ดูแลดีขึ้นแต่เท่าที่ผมคิด ผมคิดว่ายังไม่ดีพอ แต่มันควรจะเลิกไปนานแล้ว บางสมัยก็เห็นว่ามันเรียบร้อยดีแต่ทําไมพอเรียบร้อยดีแล้ว มันจึงรุงรังตามมาอีกทีหลัง ท่านประธานครับมันมีบางตัวอย่างที่น่าเศร้าสําหรับผู้ใหญ่ ในส่วนกลางที่มองว่าเป็นพื้นที่รองรับของข้าราชการที่เลว ๆ ก็คือจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตัวอย่างมันมีอย่างเช่นยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นเป็นรูปธรรม มีข้าราชการระดับอธิบดี สื่อมวลชนถามครับ จ่อไมโครโฟนถามว่าท่านครับ มีข้าราชการบางคนที่มันเหลวไหล ไม่ดีอย่างโน้นไม่ดีอย่างนี้ ท่านจะจัดการอย่างไร ผมฟังจากทีวี (TV) แล้วก็ยังจําหน้าตาผู้ใหญ่ ให้สัมภาษณ์ทางทีวี (TV) ได้ครับ สื่อถามว่าท่านครับข้าราชการของเราเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ มันไม่ดีท่านจะจัดการอย่างไร ท่านอธิบดีท่านนั้นบอกว่าขอชื่อ ขอยศมา ผมจะส่งไปสุคิรินครับ สุคิรินอยู่ไหนครับ ก็คืออยู่นราธิวาสซึ่งเป็นพื้นที่ที่ล่อแหลมมีปัญหา เห็นไหมครับ อันนี้ก็คือวิสัยทัศน์ของผู้ใหญ่ที่มองการแก้ปัญหาข้าราชการที่ไม่ดี ถ้าไม่ดีก็ส่งไปที่นั่น ก็เป็นที่รวมพลของคนไม่ดี มันก็อดที่จะนึกไม่ได้ว่าเอ๊ะเป็นพื้นที่รองรับของคนประเภทไม่ดี แล้วปัญหาบ้านเมืองของเราจะแก้ตกได้อย่างไร ช่วงที่ผมเป็นรอง ผอ.ศอ.บต. ครับ มีนักการเมืองท่านหนึ่งถามผม ท่านรองนี่ผู้ใหญ่เขาส่งข้าราชการท่านหนึ่งมีปัญหายาเสพติด ถูกตั้งกรรมการสอบสวนมาอยู่ที่นี่ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร โอ้เสร็จเลยครับ เห็นไหมครับ อันนี้ก็คือปัญหาของผู้ใหญ่ที่มองพื้นที่ดูไร้สาระในการที่จะไปแก้ปัญหา เพียงสักแต่ว่าส่งไปให้เต็ม ผิดพลาดทีหลังค่อยไปแก้เอา ลงโทษเอา ผมคิดว่าอย่างนี้มันน่าจะเป็นเหตุให้เกิดปัญหา ถ้าเป็นอย่างนี้อีกก็คงจะแย่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนําเสนอนอกจากพื้นที่ทั้งห้าแล้วนี่ เป็นไปได้หรือไม่กําหนดพื้นที่พิเศษอีก ๑ พื้นที่เพื่อเป็นการศึกษานําร่องเกี่ยวข้องกับ การประพฤติปฏิบัติของข้าราชการเป็นการเฉพาะ เพราะที่นั่นเป็นปัญหาข้าราชการเฉพาะที่ถูก ส่งไปอยู่ ที่อยู่มันไม่ดีพออย่างไร จะเติมเต็มจะจัดการอย่างไร เรื่องงบประมาณผมคิดว่าไม่ใช่ เป็นตัวปัญหา ระเบียบแบบแผนต่าง ๆ ไม่ใช่เป็นตัวปัญหา เพียงแต่ว่าเราไม่จัดการให้ เข้มงวดกวดขันเท่าที่ควร หลายครั้งเยอะแยะที่มีปัญหาแล้วส่งไป ส่งกลับ ๆ แล้วส่งไปอีก หมายความว่าอย่างไร ก็คือการหย่อนยานของการปฏิบัติหน้าที่ราชการ มันไม่ใช่เรื่อง ระเบียบที่ไม่ดี ก็ขออนุญาตนําเสนอเพิ่มเติมในส่วนนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ