อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการของจังหวัด โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการให้จังหวัดมีอำนาจในการตัดสินใจเอง และตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ พร้อมเสนอแนวทางปฏิรูปแผนนำสู่การพัฒนาในระดับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด โดยให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดมีส่วนในการคิดแผนพัฒนา เพื่อให้เป็นไปตามขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ และสอดคล้องกับแนวทางของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
ต่อไปขอเชิญท่าน พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน นะครับ รองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครและเป็นอดีตผู้บัญชาการตํารวจภูธร ภาค ๑ ขอเชิญครับ
พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจโท อํานวย นิ่มมะโน สมาชิก สปท. ลําดับ ๑๙๗ พอเห็นหัวข้อแผนการปฏิรูป เรื่องนี้ครับผมต้องยอมละทิ้งหน้าที่ ทิ้งท้องสนามหลวงมาที่นี่ ที่จริงผมเป็นรองผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานคร (สนามหลวง) ด้วยครับ เพราะรับตําแหน่งมายังไม่ได้เข้ามาทํางานเลยครับ อยู่สนามหลวงตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ครับ ตีสอง ตีสาม เพื่อจัดระเบียบ จัดระบบคนประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่วอล์กอิน (Walk-in) เข้าไปต่อวันนะครับ แผนการปฏิรูปวันนี้เป็นเรื่อง ของการบริหารจัดการของจังหวัดที่มุ่งผลสัมฤทธิ์โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก ท่านประธานที่เคารพ เรื่องนี้เป็นเรื่องสําคัญ เรื่องนี้เป็นเรื่องมีความจําเป็นมาตั้งนานแล้ว เพราะการบริหาร ราชการแผ่นดินมันจะยึดโยงมันจะเกี่ยวข้องกับทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม วิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรณีศึกษาไปดูได้ ที่ท้องสนามหลวงมีครบหมดครับ ท่านเอาสนามเล็ก ๆ รูปแบบการบริหารราชการแผ่นดิน ที่ผ่านมาก็ต้องยอมรับว่าจากรัฐบาลลงไปสู่กระทรวง ทบวง กรม แล้วก็ลงไปสู่จังหวัด กลุ่มจังหวัดที่สมาชิกผู้ทรงเกียรติก่อนหน้าผมพูดไปแล้วครับจากบนลงล่างทอปดาวน์ (Top Down) แปลว่าไม่ต้องเถียงทําอย่างเดียว สรุปโดยย่อก็คือคนคิดไม่ได้ทํา คนทําไม่ได้คิด และห้ามเถียง ผมถามว่าถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้มันจะตอบโจทย์ได้ไหม ความต้องการของพื้นที่ ได้รับการตอบสนองอย่างแท้จริงไหม คําตอบมันก็คือมันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ เหมือนกับว่า ผู้บริโภคไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวเขาใส่น้ําตาล ใส่น้ําหวานมาให้ โดยผู้บริโภคเป็นเบาหวาน อยู่แล้ว มันไม่ตอบโจทย์ครับ ดังนั้นตามแผนนี้ผมเอาโดยหลักนะครับ โดยรายละเอียด สมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดกันไปเยอะแล้วครับว่าให้ข้างล่างเขาคิด แผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่ม จังหวัดเขาจะพัฒนาอย่างไรให้เขาคิด มันแค่ตอบโจทย์ครับ ตอบโจทย์ดังต่อไปนี้ครับ มันต้องเป็นทูเวย์ (Two-way) มันต้องบอตทอมอัป (Bottom up) ด้วย ตอบโจทย์ดังต่อไปนี้ แผนที่จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดเขียนแผนพัฒนาขึ้นมานั้นมันจะเป็นไปตามความต้องการของ พื้นที่ก็จะสอดรับกันกับมุ่งหวังผลสัมฤทธิ์โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก พื้นที่ต้องการอะไร ถ้ารัฐบาล ออกนโยบายไปว่าให้พัฒนาแหล่งน้ํา พัฒนาแหล่งน้ําก็เพื่อเกษตรกร เพื่อการทําเกษตรกรรม แต่บังเอิญว่าพื้นที่นั้นเขาทําอุตสาหกรรมมันคนละเรื่องกันมันไม่ตอบโจทย์ ดังนั้นจะต้องให้ จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดแหละครับคิดมันจะตอบโจทย์
ประการที่ ๒ เมื่อผู้ปฏิบัติคือจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดเป็นผู้วางแผนพัฒนา ตนเองก็จะเกิดความภาคภูมิใจว่าตัวเองได้คิดมาจากมันสมอง ๒ มือของผู้ปฏิบัติเองก็จะ ไม่เกิดการต่อต้าน คิดเอง ทําเอง มีส่วนคิด ก็จะทําได้อย่างเต็มที่
ประการที่ ๓ จะไม่เกิดการต่อต้านจากผู้ปฏิบัติสอดคล้องกับที่ผมพูด เมื่อสักครู่แหละครับเพราะเขาเป็นคนคิด เมื่อคิดแล้วเขาไม่ต้าน แต่ถ้าถูกสั่งลงไปเขาจะต้าน
อันที่ ๔ อันนี้สําคัญยิ่งครับจะสอดคล้องกับขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น ผมให้ดูตัวอย่างครับ ผมเคยทําวิทยานิพนธ์เอกสารศึกษาเรื่อง ๓ จังหวัด ชายแดน ปัญหาหนึ่งคือขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรม ดังนั้นถ้าหากว่าเราจะพัฒนา ในระดับจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดโดยให้จังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดมีส่วนในการคิดแผนพัฒนา เขาจะมีความภาคภูมิใจเข้าได้กันกับขนบธรรมเนียม ประเพณี วัฒนธรรมของเขา เพื่อให้เป็น สิริมงคลใน ๓ จังหวัดชายแดนครับ ผมขออนุญาตที่จะน้อมนําแนวทางที่พระบาทสมเด็จ พระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพราะท่านได้พระราชทานแนวทางแก้ปัญหาไว้ว่า เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา นี่แหละครับคือแนวทางเดียวกันกับแผนการปฏิรูปแผนนี้ ดังนั้นที่ผมอภิปราย ในวันนี้สนับสนุนเต็มที่ครับ ผมอยู่ไม่ได้ อยู่ไม่ติดต้องมาอภิปรายเรื่องนี้เพราะต้องการที่จะให้ แผนนี้ผ่านสภานี้ไป แต่ไม่ได้หมายความว่าเมื่อผ่านสภานี้ไปแล้วผลสัมฤทธิ์จะเกิดขึ้นทันที ผลสัมฤทธิ์จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแผนนี้ได้นําไปสู่การขับเคลื่อนให้เป็นไปตามแผนได้อย่างแท้จริง เท่านั้น ด้วยความเคารพครับ
ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ขอเชิญท่านกิตติ กิตติโชควัฒนา อดีตผู้ว่าราชการ จังหวัดยะลา ขอเชิญครับ