เฉลิมชัย เครืองาม ชื่นชมร่างกฎหมายที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญและเห็นว่าเป็นฐานรากสำคัญต่อการพัฒนาประเทศระดับพื้นที่ พร้อมเสนอให้บูรณาการพระราชกฤษฎีกาเกี่ยวกับการบริหารจังหวัดแบบบูรณาการกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัฒนาพื้นที่ในระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านให้เป็นกฎหมายฉบับเดียวกันเพื่อความชัดเจนและสะดวกในการปฏิบัติ พร้อมแสดงความกังวลต่อการแยกบทบาทระหว่างการเมืองกับข้าราชการในการบริหารราชการแผ่นดินและการจัดสรรงบประมาณภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญใหม่
ขอบคุณท่านประธาน เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ผมภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่วันนี้สภาแห่งนี้จะได้มีโอกาส พิจารณากฎหมายฉบับหนึ่งที่มีความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง ในอดีตถ้าเราจํากันได้เป็นเพียงแค่ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีฉบับไหนจําได้ไหมครับ ฉบับที่ ๖๖/๒๓ ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีฉบับนั้นเป็นฉบับประวัติศาสตร์ที่สามารถช่วยแก้ไขสถานการณ์ของ บ้านเมืองในช่วงระยะเวลาที่มีความแตกต่างของลัทธิทางการเมือง ความเห็นขัดแย้งของ ความคิดทางการเมืองในอดีตให้เปลี่ยนแปลงไปในสถานการณ์ที่ดีขึ้น แล้วในวันนี้เป็นโอกาส อันดีอย่างยิ่งที่เรากําลังช่วยกันพิจารณากฎหมายฉบับหนึ่งที่ฐานะของกฎหมายฉบับนี้ เป็นเพียงแค่ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี แต่ต้องขอกราบเรียนว่าเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญ และมีความจําเป็นเป็นอย่างยิ่ง เรากําลังช่วยกันสร้างบ้านหลังหนึ่งคือประเทศไทย แต่เรากําลังคุยกันในเรื่องที่เป็นเสาเข็มหรือเป็นฐานรากของบ้าน นั่นคือการพัฒนาในระดับพื้นที่ ในระดับจังหวัด อําเภอ ตําบล หมู่บ้านและชุมชน ทั้งนี้ทั้งนั้นกฎหมายฉบับนี้ทางกรรมาธิการ ท่านได้ทําเอกสารมาต้องขอขอบคุณท่าน เป็นเล่มใหญ่ที่สุดเท่าที่สภาแห่งนี้ได้เคยพิจารณา รายงาน ท่านมีความมานะบากบั่นพยายามเป็นอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณมีความสมบูรณ์ อย่างครบถ้วน กฎหมายฉบับนี้ต้องขอกราบเรียนว่าเป็นเทคโนโลยีอันหนึ่งที่แม้จะไม่ใหม่มาก แต่ก็ไม่เก่าเกินไป สอดคล้องไปตามรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านประชามติ ผมขออนุญาตอ่านเร็ว ๆ ในหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ (ข) ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน
(๑) ให้มีการนําเทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการ แผ่นดินและการจัดทําบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการแผ่นดินและเพื่อ อํานวยความสะดวกให้แก่ประชาชน สอดคล้องตามฉบับนี้ครับ ตามมาตรานี้ ความสําคัญ ของระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้ต้องขอกราบเรียนว่าสอดคล้องกับกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่ทางกรรมาธิการท่านได้กล่าวแล้ว คือพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารจังหวัดและ กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ๒ อันนี้มีทั้งที่เหมือนแล้วก็ที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะ อภิปรายต่อไปนี้ขออนุญาตเติมเต็มแล้วก็เสริมในสิ่งที่กรรมาธิการท่านได้กล่าวแล้วก็นําเสนอ ต่อสภาแห่งนี้ไว้ ในเบื้องแรกผมมีความเห็นว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้ถึงแม้ฐานะ จะเป็นเพียงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีผมไม่ขัดข้อง เพียงแต่ขออนุญาตนําเสนอให้ทาง กรรมาธิการท่านได้ช่วยพิจารณาว่าท่านจะมีแนวทางอย่างไรที่จะบูรณาการกฎหมาย ๒ อัน ๒ ฉบับให้เป็นหนึ่งเดียว ฉบับแรกคือพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและ กลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ปี ๒๕๕๑ และฉบับที่ ๒ คือระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้ครับ ๒ อันนี้มีความเหมือนและมีความแตกต่างกัน ในพระราชกฤษฎีกานั้นเป็นบทบัญญัติเกี่ยวข้องกับ ในระดับจังหวัดเป็นส่วนใหญ่แล้วก็กลุ่มจังหวัด แต่ว่าระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้ ท่านกล่าวถึงการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ ในระดับอําเภอ ตําบล หมู่บ้านแล้วก็ชุมชน ท่านมีพูดถึง แผนและองค์กรต่าง ๆ ที่จะจัดทําแผนในระดับของชุมชนคือหมู่บ้าน ตําบลและอําเภอ แล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น เพราะท่านคงเล็งเห็นว่าในระดับจังหวัดนั้นมันได้มีกล่าวไว้แล้ว ในพระราชกฤษฎีกาอันแรกที่ผมได้กล่าวถึง เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นลักษณะคล้าย ๆ กับ ฟันหลอครับ อันแรกท่านกล่าวถึงอําเภอแล้วหยุดอยู่แค่นั้น แต่พระราชกฤษฎีกาก็พูดถึงจังหวัด เพราะฉะนั้น ๒ อันนี้ทําอย่างไรถึงจะบูรณาการให้เป็นฉบับเดียวกัน ให้มีสภาพบังคับที่อ่านแล้ว ไม่ต้องพลิกไปดูอีกฉบับหนึ่ง อ่านพระราชกฤษฎีกาพูดถึงเรื่องจังหวัด และเขาพูดถึงอําเภอว่า อย่างไรต้องกลับมาดูระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้ พอพูดถึงระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี อันนี้อยากจะดูว่าเมื่อไปถึงจังหวัดแล้วแล้วจังหวัดเขาจะทําอย่างไรต่อ ต้องไปดู พระราชกฤษฎีกา เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นอีหลักอีเหลื่อในการเขียนกฎหมาย อ่านกฎหมาย และในการปฏิบัติตามกฎหมายในอนาคต ทําอย่างไรครับ ในพระราชกฤษฎีกานั้นกล่าวถึง คณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่าคณะกรรมการนโยบายการบริหารงานจังหวัดและกลุ่ม จังหวัดแบบบูรณาการ มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และเป็นคณะกรรมการชุดเดียว ก็ว่าได้ที่ผมพลิกดูกฎหมายหลายฉบับแล้วไม่มีแปลกแบบนี้ครับ ให้มีรองนายกรัฐมนตรีทุกคน ในรัฐบาลเลยเป็นกรรมการร่วมด้วยในคณะกรรมการชุดนั้น ส่วนมากคณะกรรมการต่าง ๆ จะมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานแล้วก็มีรองนายกรัฐมนตรีท่านใดท่านหนึ่งหรือไม่อย่างมากก็ ๒ ท่าน หรือ ๓ ท่าน เป็นกรรมการร่วมด้วย แต่กฎหมายพระราชกฤษฎีกาอันที่ว่า มีรองนายกรัฐมนตรีทุกคนเป็นกรรมการ ทําไมครับ เพราะว่ามันเริ่มเป็นนวัตกรรมใหม่ตั้งแต่ ในอดีต ปี ๒๕๔๕ อะไรก็ว่ามา ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ที่มีการแบ่งพื้นที่ให้กับรองนายกรัฐมนตรี ทุกคนและรัฐมนตรีบางท่านมาร่วมด้วยเป็นทีมเลย แบ่งให้กํากับ ติดตาม ดูแลงาน การบริหารราชการของพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ พูดง่าย ๆ ว่าแบ่งประเทศเป็นโซน (Zone) ต่าง ๆ เป็นกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ และให้รองนายกรัฐมนตรีแบ่งงานกันดู กระจัดกระจายกันดู จึงมี รองนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการร่วมในคณะกรรมการชุดนั้น แต่ในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรี ที่ทางกรรมาธิการเสนอเข้ามาก็พูดถึงในลักษณะคล้าย ๆ กัน แต่ไปหยุดอยู่ที่อําเภอแล้วก็ ไม่ได้มีกรรมการในลักษณะที่จะบูรณาการงานทั้งประเทศที่จะเชื่อมประสานงานการเมือง และงานของข้าราชการไว้ด้วยกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมกังวล การบริหารราชการยุคใหม่ สมัยใหม่ เอาว่าตามรัฐธรรมนูญใหม่อันนี้เราบอกว่าเราพยายามที่จะแบ่งกัน การเมืองก็การเมือง ข้าราชการก็ข้าราชการ เพราะฉะนั้นจึงเป็นที่มาว่าในระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีของท่านที่ท่านทํามาเกือบทั้งหมด ๙๙.๙๙ เปอร์เซ็นต์เป็นงานของข้าราชการทั้งสิ้น และเน้นหลักส่วนมากแล้วก็เป็นงานของ กระทรวงมหาดไทย ผมค่อนข้างกังวล ในอดีตเราพูดถึงเรื่องงบพัฒนาจังหวัดมาจากไหน เขาบอกมาจากการแบ่งเค้กกันของกรรมาธิการงบประมาณ ตัด ๆ เสร็จแล้วก็มารวมไว้เป็นกอง เค้กก้อนใหญ่ แล้วก็มาแบ่งเค้กกันในจังหวัด มือใครยาวสาวได้สาวเอา ถ้าพรรครัฐบาล ก็อาจจะได้มากหน่อย ถ้าพรรคฝ่ายค้านอาจจะได้น้อยหรือว่าอาจจะไม่ได้เลย ดังนี้เป็นต้น ปัญหาก็เกิดตามมา เพราะฉะนั้นในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตัดไว้เลยครับ การเมืองอย่าว่าแต่ รัฐมนตรีเลย นายกรัฐมนตรี ส.ส. ส.ว. ไปยุ่งเกี่ยวกับงบประมาณทางตรงหรือทางอ้อมไม่ได้ ถ้าไปยุ่งแล้วก็จะมีการตรวจสอบถอดถอนกันมีถึงขั้นตัดสิทธิตลอดชีวิตก็ว่าได้ เพราะฉะนั้น งานทั้งหมดจึงกลับไปที่ข้าราชการ สํานักงบประมาณจะเป็นงานหนัก กฎหมายฉบับนี้ของท่าน ผมนับถือ ท่านเขียนเอาไว้อย่างดีงามในส่วนที่ ๔ มาตรา ๒๕ ผมอ่านเร็ว ๆ ให้ฟัง ท่านประธานถ้ามีเวลาผมขอผมเกือบคนสุดท้ายแล้วเป็นสิ่งสําคัญ ในมาตรา ๒๕ ท่านเขียนเอาไว้ ยังไม่มีใครกล่าวถึง ผมอ่านเร็ว ๆ ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐต้องให้การสนับสนุน การจัดทําแผนพัฒนาจังหวัด การแจ้งกรอบแผนงานและการเสนอคําของบประมาณประจําปี ของส่วนราชการที่มีหน่วยงานในสังกัดส่วนภูมิภาคให้แจ้งตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น ขีดเส้นใต้ครับและขีดต่อไปอีก และเมื่อได้รับแผนงานโครงการที่เกี่ยวข้องจากจังหวัดแล้ว ให้จัดทําคําของบประมาณสนับสนุนอย่างเพียงพอต่อการดําเนินงานของจังหวัด ขอบพระคุณมาก นี่คือสิ่งที่เป็นหัวใจของกฎหมายฉบับนี้เลยครับ เพราะทําแผนมาแทบตายจะพัฒนาจังหวัด อย่างโน้นอย่างนี้ จะพัฒนาอย่างไรถ้าไม่มีเงิน และการพัฒนาให้ได้เงินมันก็ต้องคุยกับ สํานักงบประมาณ ที่ผ่านมาใครทํางบประมาณ มันเป็นลักษณะทอปดาวน์ (Top Down) กฎหมายฉบับนี้จะเป็นลักษณะบอตทอมอัป (Bottom up) จากข้างล่างนําขึ้นไปสู่ข้างบน และข้อสําคัญท่านเขียนบังคับเอาไว้ ซึ่งผมไม่แน่ใจในสภาพบังคับในอนาคตจะเกิดขึ้นจริง หรือไม่ ผมฝันว่าจะเป็นจริงและเมื่อนั้นที่เราสร้างบ้านให้มีเสาเข็มที่เข้มแข็งในระดับอําเภอ จังหวัด หมู่บ้านจะปรากฏเป็นจริง เพราะการที่ท่านเขียนไว้ว่าเมื่อได้รับแผนงานโครงการ ที่เกี่ยวข้องจากจังหวัดแล้วหมายถึงส่วนราชการนะครับ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มี หน่วยงานของท่านอยู่ในพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ให้จัดทําคําของบประมาณสนับสนุน อย่างเพียงพอต่อการดําเนินงานของจังหวัด สาธุขอให้เป็นจริงดังนี้ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ ผมสนับสนุนและเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็แล้วแต่ถ้าท่านจะมีเวลาบูรณาการกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ มันจะเป็นแมวดําหรือแมวขาวไม่เป็นไรครับขอให้จับหนูได้ คือจะเป็น พระราชกฤษฎีกาหรือจะเป็นระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็แล้วแต่ บูรณาการเข้าด้วยกันได้ไหม ฉบับหนึ่งพูดถึงจังหวัดคือพระราชกฤษฎีกา อีกฉบับหนึ่งอําเภอ ตําบล หมู่บ้าน ชุมชน ๒ อัน นี้รวมเข้าเสียรวมเป็นบูรณาการให้เป็นธรรมนูญการบริหารงานระดับจังหวัดและพื้นที่ ท่านจะใช้คําอย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อนั้นการบังคับใช้กฎหมาย การปฏิบัติจะไม่อีหลักอีเหลื่อ ผมฝากไว้ท้ายที่สุดว่าถ้าประชาชนได้รับสิทธิในการเงยหน้าอ้าปากและร้องขอสิ่งที่เขา ต้องการ เมื่อนั้น ๐.๖๙ เปอร์เซ็นต์มันจะไม่เป็นแล้ว มันย่อมจะเป็น ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไป แต่เราจะปฏิวัติตรงนี้ได้อย่างไรในเมื่อยังมีกฎหมายที่รอการแก้ไขอยู่มากเหลือเกิน ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้สภาพบังคับคงไม่ไปเหนือกว่าพระราชบัญญัติงบประมาณ คงไม่ไปเหนือกว่าพระราชบัญญัติที่มีศักดิ์สูงกว่านี้ ทําอย่างไรที่จะมีสภาพบังคับได้ ถ้าจะเป็น พระราชบัญญัติได้จะดีที่สุด ขอบพระคุณครับ