ชูชัย เสนอจัดสรรงบฯ ร้อยละ 5 ให้จังหวัด ลดเหลื่อมล้ำอย่างเป็นธรรม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๕ · ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๙

ชูชัย ศุภวงศ์ หารือปัญหาความทุกข์ยากของเกษตรกรและเสนอแนวทางปฏิรูประบบสหกรณ์ร่วมกับการกระจายอำนาจและการจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรม โดยเสนอให้จัดสรรไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ของงบประมาณทั้งหมดให้ระดับจังหวัด โดยพิจารณาจากเกณฑ์ 5 ด้าน ได้แก่ จำนวนประชากร รายได้ครัวเรือน สัดส่วนคนจน ดัชนีความก้าวหน้าของมนุษย์ และโครงสร้างรองรับของพื้นที่ พร้อมเน้นการลดความเหลื่อมล้ำทั้งในด้านรายได้ โอกาส สิทธิ อำนาจ และศักดิ์ศรี ผ่านการมีส่วนร่วมของชุมชนในการขับเคลื่อนงบประมาณและนโยบายเพื่อสร้างความยั่งยืนและประชาธิปไตยท้องถิ่นอย่างแท้จริง

นายชูชัย ศุภวงศ์

ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ และเพื่อนสมาชิก กระผม นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ สมาชิกลําดับที่ ๔๐ เมื่อกี้ท่านประธาน ก็พูดทํานองว่า ๓๙ ๔๐ ๔๑ อภิปรายพร้อมกันด้วยเหตุที่ว่าท่านชิดชัยเคยบอกว่า จริง ๆ แล้ว ๖ ช อภิปรายต้องอภิปรายทั้ง ๓ คน วันนี้ผมนั่งรับประทานข้าวอยู่ก็ขาดไปคนหนึ่ง ก็มีไปตามผมว่าให้มาอภิปรายจะได้ครบ ๖ ช นะครับ อันที่จริงวันนี้ผมคาดหวังว่าสภาแห่งนี้ จะหยิบเรื่องที่เป็นความทุกข์ยากของชาวนาขณะนี้มาพูดคุยกันแล้วมาขับเคลื่อนการปฏิรูป ระบบสหกรณ์ให้เป็นกลไกในการแก้ปัญหาชาวนาขณะนี้ เพราะว่าท่านชูชาติจะมีความรู้ มีประสบการณ์ในเรื่องนี้อย่างมาก แล้วก็บอกว่ากลไกสหกรณ์ในระดับจังหวัดทั่วประเทศ มีโครงสร้างรองรับที่สามารถจะแก้ปัญหานี้ได้นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ออกมาพูดว่า การขายข้าวซื้อตรงจากชาวนาไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร และผมคิดว่าระบบสหกรณ์ถ้าเราได้ เสนอไปแล้วในสภาแห่งนี้ให้มีการปฏิรูประบบสหกรณ์ การที่เราเป็นสภาขับเคลื่อนอันนี้ เป็นของจริงที่เราน่าจะลงไปทําการขับเคลื่อนที่แก้ปัญหาความทุกข์ยากของชาวบ้านนะครับ ผมนึกถึงมีการพูดถึงว่านักการเมืองต่างจากนักเลือกตั้ง นักการเมืองเขาจะหูแนบดินแล้วก็ไว ต่อความทุกข์ยากของชาวบ้าน ขณะนี้เราทําหน้าที่ทั้งเป็นนักวิชาการ แล้วก็คงจะต้องทํา หน้าที่ในฐานะนักการเมืองจะยอมรับหรือไม่ก็ตามที่จะต้องรับฟังความทุกข์ยากของชาวบ้าน แล้วนํามาสู่กระบวนการปฏิรูปที่เราได้เสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ ก็เสนอให้ท่านประธานช่วยพิจารณานะครับว่าการปฏิรูประบบสหกรณ์เพื่อรองรับปัญหา ความทุกข์ยากขณะนี้ที่เกิดขึ้นจะเป็นประเด็นที่จะมาช่วยหารือกันต่อไปหรือไม่ เรามีโครงสร้าง เครือข่าย สปช. ซึ่งท่านประธานรู้ดีครับในทุกจังหวัดของประเทศ เรามีประธานสหกรณ์ ท่านชูชาตินี่ครับซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศในวงการสหกรณ์ตรงนี้จะมาช่วยแก้ปัญหาได้ อย่างไรนะครับ ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณกรรมาธิการชุดนี้ที่เสนอเรื่องที่ดีมีประโยชน์ อย่างน้อยผมเห็นว่าเรื่องที่เสนอดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ นะครับ แต่แท้ที่จริงแล้ว มีการเสนอ มีนัยว่ามีการปฏิรูปอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันเป็นอย่างน้อย

อันที่ ๑ คือการปฏิรูประบบงบประมาณ ทีเดียวเลยนะครับอันนี้เป็น การปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณเลย

อันที่ ๒ เป็นการปฏิรูปเรื่องการกระจายอํานาจไปสู่ท้องถิ่น สู่ อปท. หรือสู่ ชุมชนท้องถิ่น

และอันที่ ๓ เป็นเรื่องของการปฏิรูประบบราชการ ซึ่งท่านชิดชัยได้พูดว่า ระบบนี้เป็นระบบที่จําเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องปฏิรูป

ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคมที่ผ่านมาสภาแห่งนี้เคยพิจารณา เรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณและการคลังภาครัฐ ในครั้งนั้นผมจําได้ว่าผมได้เสนอ เขาเอาร่าง พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณเข้ามาด้วยครับ แล้วผมเสนอว่าให้ปรับงบประมาณจาก ใช้กรมเป็นฐานให้มีการทํางบประมาณเชิงพื้นที่ระดับจังหวัดแยกมาโดยเฉพาะนะครับ แล้วก็ เสนอให้ปรับแก้บางมาตราในบางประโยค แต่ไม่ทราบว่าได้ดําเนินการหรือไม่ เพราะว่าเสนอ อย่างที่คิดว่าเป็นไปได้มากที่สุดนะครับ คือเสนอว่าของบประมาณเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณทั้งหมดไปเป็นงบของพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับเอกสารที่กรรมาธิการชุดนี้ได้เสนอมา ผมดูแล้วนี่ตัวเลขน่าใจหายนะครับ ที่บอกว่างบประมาณในพื้นที่เพียง ๐.๖๙ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณรายจ่ายประจําปี ถ้าสมมุติว่าเราเขียนอย่างน้อยซึ่งต้องไปปรับแก้ในร่าง พ.ร.บ. พิจารณางบประมาณ อย่างน้อยต้องไม่น้อยกว่า ๕ เปอร์เซ็นต์ ๕ เปอร์เซ็นต์มาจากไหนครับ ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมดก็ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้ก็อาจจะ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนะครับ ก็เป็นข้อเสนอที่มีการจัดทํามาแต่ว่าให้ทํา ในพื้นที่จากพื้นที่เป็นหลัก โดยที่แยกให้ชัดเจนแล้วก็มีงบประมาณออกมา ระเบียบ สํานักนายกรัฐมนตรีอันนี้กระบวนการดีมาก ซึ่งเดี๋ยวผมจะสรุปว่ากระบวนการนี้ ที่ท่านสังเคราะห์ออกมาเป็นประโยชน์กับประเทศชาติบ้านเมืองอย่างไร แต่ว่าในครั้งนี้จะพูด ถึงว่าการจัดสรรงบประมาณเชิงพื้นที่ ที่เสนอเกณฑ์อย่างน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์ ผมอยากบอกว่า เวลาพิจารณาในพื้นที่ระดับจังหวัดต้องเอางบประมาณมาคิดอย่างน้อยใน ๔ มิติด้วยกัน เวลาจะจัดสรรงบประมาณนะครับ แล้ววิธีคิดอย่างนี้เดี๋ยวก็จะมีตัวเลขออกมา

อันที่ ๑ คือจํานวนประชากรในจังหวัด จังหวัดไหนมีประชากรมากก็ควร ได้รับมากนะครับ ไม่ได้หมายถึงว่าจังหวัดไหนที่ลงคะแนนเสียงให้พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่งมากแล้วจะได้มาก

ประการที่ ๒ รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อปี จังหวัดที่มีรายได้น้อยก็ควรได้รับ การจัดสรรมาก อันนี้ตามหลักของอดีตประธานาธิบดีรามอน แมกไซไซ นะครับว่าผู้ที่เกิดมา มีน้อยควรจะได้มาก

ข้อที่ ๓ คือสัดส่วนคนจนในจังหวัด สัดส่วนคนจนมากก็จะได้รับงบประมาณมาก ด้วยหลักการเดียวกับข้อที่ ๒

ข้อที่ ๔ คือดัชนีความก้าวหน้าของคนในจังหวัด ใช้หลักสากลของยูเอ็นดีพี (UNDP) คงไม่มีเวลาที่จะพิจารณานะครับ มีประมาณ ๗-๘ องค์ประกอบด้วยกัน แต่ว่าเป็นดัชนี ความก้าวหน้าของมนุษย์นะครับ ฮิวแมน แอ็กชีฟเมนต์ อินเดกซ์ (Human Achievement Index) ซึ่งอันนี้เป็นหลักสากลที่ใช้กันทั่วไป และ

ข้อที่ ๕ จัดให้มีโครงสร้างระดับพื้นที่รองรับแผนงบประมาณเพื่อการนี้ โดยเฉพาะ ในเอกสารฉบับนี้ก็มีการเสนอนะครับ ซึ่งเป็นโครงสร้างตั้งแต่ตําบลขึ้นมา ซึ่งรายละเอียดคงจะต้องได้พิจารณากันต่อไป

ทีนี้ใน ๔ มิติที่ผมพูดนี่ให้น้ําหนักอย่างไรครับ ถ้าขณะนี้ถ้าคิดเร็ว ๆ ก็ให้ น้ําหนักเท่ากัน ๑๐๐ ก็ให้ ๔ ส่วนก็คนละ ๑ ส่วน ๔ ก็ร้อยละ ๒๕ ถ้าใช้วิธีคิดอย่างนี้ แม่ฮ่องสอนจะได้รับการจัดสรรมากที่สุดครับท่านประธาน คือได้รับการจัดสรรปีหนึ่ง ประมาณ ๓,๗๖๔ ล้านบาทต่อจังหวัดต่อปี ภูเก็ตจะได้น้อยที่สุดนะครับได้มากอยู่แล้วนี่ ได้เพียง ๕๖๑ ล้านบาทต่อจังหวัดต่อปี อันนี้เป็นหลักคิดที่นําไปสู่การลดความเหลื่อมล้ํา และสร้างความเป็นธรรมในสังคมนะครับ

ทีนี้ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้มีความหมายและมีความสําคัญสูงมาก ครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ ท่านประธานอยู่ในแวดวงการเมืองมานาน ผมเองอยู่ข้างนอกแต่ว่าในฐานะ เป็นข้าราชการก็จําได้นะครับว่าสมัยงบที่ลงพื้นที่แล้วก่อให้เกิดการกระเพื่อมมากที่สุดครั้งหนึ่ง ก็คือสมัยเงินผันของท่านอาจารย์คึกฤทธิ์ ปราโมช ส่งข้ามไปหมดเลยครับแล้วก็ลงในพื้นที่ จะมีปัญหาบ้างอะไรก็ตามแต่ว่าเกิดการกระเพื่อมในพื้นที่นะครับ

เรื่องที่ ๒ ก็คืองบพื้นที่ยากจนสมัย ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีเปรม ติณสูลานนท์ ท่านอยู่เกือบ ๘ ปีนะครับ พื้นที่ยากจนเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่งบประมาณลงไปเห็นชัดเจน เลยนะครับ พื้นที่นั้นพัฒนาและจําเริญรุ่งเรืองอย่างมากในแวดวงสุขภาพ โรงพยาบาลชุมชน ต่าง ๆ เกิดขึ้นอย่างมากมาย และประชาชนได้รับผลกระทบมาก

ข้อเสนอที่กรรมาธิการชุดนี้เสนอผมคิดว่ามีคุณค่ามากนะครับ ถ้าได้รับ งบประมาณเพียงอย่างน้อย ๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายทั้งหมด ไม่ใช่ ๐.๖๙ เปอร์เซ็นต์ตามนี้นะครับ ถามว่าจะเกิดผลอย่างไรถ้าสมมุติจะมีการจัดทํางบประมาณอย่างนี้ รูปธรรมของประชารัฐที่มีการเสนอว่าเป็นแนวทางประชารัฐ ผมคิดว่าอย่างน้อย ขออีกนิดหนึ่ง ผมสรุปแล้วครับ อย่างน้อยเกิดผล ๕ ประการด้วยกัน

ประการที่ ๑ เราสามารถพูดได้ว่าทิศทางการพัฒนาประเทศหรือปฏิรูป ประเทศต่อไปในอนาคตเกิดจากคนในพื้นที่ส่วนใหญ่ แม้กระทั่งงบขณะนี้นะครับ แต่ว่าคน ในพื้นที่มีสิทธิกําหนดทิศทาง โดยเฉพาะอย่างน้อยที่สุดก็ในพื้นที่ของเขา อย่างน้อยที่สุดเขาก็ได้ ใช้งบจํานวนนี้ไปบอกว่าพื้นที่ของเขาควรจะทําอะไรและไม่ควรทําอะไร เขาจะใช้ภูมิปัญญา คือปัญญาที่ติดแผ่นดินที่เขาจะต้องดํารงรักษาไว้ให้พื้นที่ของเขาเพื่อลูกเพื่อหลานต่อไป ในอนาคตอย่างไร ในพื้นที่ที่ส่วนกลางลงไปกระทําอะไรต่าง ๆ ที่เขาไม่พอใจนั้นก็จะได้รับ การร่วมกันพิจารณา

ประการที่ ๒ ผมคิดว่ากระบวนการนี้เป็นกระบวนการที่สร้างประชาธิปไตย ของการมีส่วนร่วมและประชาธิปไตยท้องถิ่นนะครับ ไม่ใช่ประชาธิปไตยจากการเลือกตั้ง เพียง ๔ นาที ๔ ปีครั้ง แต่ว่าอันนี้เป็นรากฐานของประชาธิปไตยของการมีส่วนร่วมและ ประชาธิปไตยท้องถิ่น

ประการที่ ๓ เป็นการกระจายอํานาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและ ชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริงด้วยวิธีการงบประมาณนี่แหละครับ ท่านรองประธานวลัยรัตน์ ท่านคงทราบดีนะครับกระบวนการจัดทํางบประมาณที่เอากรมเป็นฐานมาตลอดแล้วพื้นที่ แทบจะไม่มีโอกาสได้ดําเนินการเลย

ประการที่ ๔ ผมคิดว่าเป็นกระบวนการลดความเหลื่อมล้ําแต่สร้างความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ําอย่างน้อย ๕ มิติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโอกาส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสิทธิ อํานาจ แล้วก็ศักดิ์ศรี มีในเอกสารปึ๊งใหญ่นี่ครับ ที่ผมพลิกดูมันจะมี เรื่องสิทธิของทางวัฒนธรรมไทยลื้ออะไรต่าง ๆ นี้ไปทําหลายจังหวัดเลยซึ่งดีมาก ต้องชื่นชม แล้วก็มีมิติทางเรื่องของประเด็นสิ่งแวดล้อม มีมิติอะไรต่าง ๆ มีประเด็นเรื่องศักดิ์ศรีของคนที่อยู่ หัวไร่ปลายนาที่เขามีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์มากขึ้น ถ้าเขาได้มาร่วมกระบวนการ ในการจัดทํางบประมาณจากพื้นที่ จากข้างล่างขึ้นข้างบน

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานเป็นการแก้ปัญหาในพื้นที่ด้วยคนในชุมชน ในพื้นที่เองเพราะเขาทําแผนเอง นอกเหนือจากการลดความเหลื่อมล้ําใน ๕ มิติ ซึ่งไม่สามารถที่จะลงรายละเอียดได้แล้วนะครับ ปัญหาในพื้นที่ที่ใครจะรู้ดีเท่ากับคนในพื้นที่ แต่กระบวนการนี้จะช่วยทําให้คนทุกคนในพื้นที่มีความหมาย แล้วก็มีความภาคภูมิใจ ในการแก้ปัญหาของเขา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสุขภาพ ปัญหาขยะ ปัญหาไข้เลือดออก รวมทั้งปัญหาเรื่องการใช้สารพิษที่ไม่สอดคล้องเหมาะสมกับพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ในพื้นที่ ของเขาเหล่านั้น

ผมขอขอบคุณทางกรรมาธิการที่เสนอเรื่องดีที่มีประโยชน์เช่นนี้ครับ และขอฝากท่านประธานเรื่องการปฏิรูประบบสหกรณ์เพื่อแก้ปัญหาชาวนา ชาวไร่ขณะนี้ อยากให้เป็นประเด็นขับเคลื่อนในสภาแห่งนี้ให้เป็นรูปธรรมออกมา ขอบคุณครับ