อลงกรณ์ พลบุตร กล่าวขอบคุณและเชิญชวนผู้เกี่ยวข้องขึ้นกล่าวในที่ประชุม พร้อมหารือปัญหาการบริหารราชการที่แยกส่วน เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบเพื่อส่งเสริมการบูรณาการและตอบสนองความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง รวมทั้งแนะนำให้ผู้มีประสบการณ์ขึ้นอภิปราย โดยกล่าวถึงบทบาทและตำแหน่งทางสังคมที่เคยดำรงมาก่อน
ขอบคุณมากครับ ต่อไปขอเชิญท่าน พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงยุติธรรม ขอเชิญครับ
พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ : กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ท่านกรรมาธิการ ผม พลตํารวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลําดับที่ ๓๙ วันนี้ก็ต้องขอบคุณกรรมาธิการที่ได้กล้าไปแตะในเรื่องที่เป็น ปัญหาของชาติมาไม่น้อยกว่า ๔๐ ปี เหตุผลที่พูดว่า ๔๐ ปี เพราะว่าผมกลับจากต่างประเทศ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๙ ผมก็ได้ไปอยู่ในคณะกรรมการปฏิรูปราชการ ซึ่งสมัยนั้นในรัฐบาล ทุกยุคทุกสมัยจะมีเรื่องคณะกรรมการปฏิรูปราชการ พ.ศ. ๒๕๑๙ ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๕๙ ตอนนี้ ก็ ๔๐ ปี เรามีการพูดถึงเรื่องจังหวัดลึกถึงพื้นที่ให้ความสําคัญตรงนั้นมานมนานมากนะครับ เราเคยพูดถึงเรื่องการกระจายอํานาจ การมอบอํานาจ การแบ่งอํานาจ พูดกันมาอย่างตลอด ถ้าเผื่อท่านไปดูเรคคอร์ด (Record) สิ่งเหล่านี้ คนรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้ใช้สติปัญญา ได้ใช้เวลา ในการทุ่มเทคิดที่จะแก้ปัญหานี้ แต่ยิ่งแก้กลับยิ่งยุ่ง ในสายตาของผม ผมมองดูว่ามันกลับ อ่อนแอลง ก็ต้องขอบคุณกรรมาธิการที่ได้แตะเรื่องนี้นะครับ เพราะว่าความสําคัญในพื้นที่ สําคัญที่สุด มีเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปแล้วไม่ว่าจะเป็นท่านนิกร จํานง ท่านกษิต ภิรมย์ หรือท่านชูชาติ หรือท่านเรืองศักดิ์ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ตัวอย่างของการเน้นที่เห็นสําคัญที่สุด เผอิญท่านประธานได้พูดถึงว่านโยบายสําคัญที่สุดก็คือ การเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นสูตรสําเร็จที่ทุกหน่วยที่จะมีการท่องคือจริง ๆ แล้วตัวอย่าง ที่เห็นผลที่สุดในเรื่องถึงความเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ท่านได้ทรงทําให้เห็นหลายพันตัวอย่างโดยเน้นถึงพื้นที่ เน้นถึงการบูรณาการ เน้นถึงการสอดประสาน ชัดเจนครับผมว่าพวกเราเห็นมาตลอด ท่านทําให้เห็นในทุก ๆ เรื่อง ในเรื่องบูรณาการ เรื่องการสอดประสาน ผมอยากจะเล่า ความเก่าบ้างนะเพราะว่าอายุ ๗๐ ปีพอดีนะครับ เผอิญช่วงหนึ่งผมเคยอยู่ในทางการเมือง ผมเคยไปเยี่ยมหมู่บ้านหนึ่งที่หมู่บ้านคําแปง หลาย ๆ ท่านคงจะทราบเป็นชุมชนเข้มแข็ง ในเทือกเขาภูพาน มีป้าสูงวัยคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นบอกท่านคะ ช่วยบอกข้าราชการของท่าน ในพื้นที่นี่บูรณาการกันหน่อย ผมก็ตกใจบอกคุณป้าท่านรู้จักคําบูรณาการด้วยแสดงว่า ทันสมัยมาก บอกว่าเป็นอย่างไรล่ะถึงจะให้ข้าราชการบูรณาการ ก็บอกว่าบอกข้าราชการ ของท่าน บอกผู้ว่าราชการจังหวัดของท่านหน่อยว่าเวลาข้าราชการจะมาเยี่ยมตรงนี้ ให้มาพร้อมหน้าพร้อมตากันหน่อยไม่ใช่ต่างหน่วยต่างมา พวกดิฉันต้องมาต้อนรับและไม่มี เวลาจะทํามาหากิน นี่คือคําที่ชาวบ้านเขาให้คําแนะนําผมมาประมาณ ปี ๒๕๔๘ เพราะฉะนั้นเรื่องพื้นที่นี้มีความสําคัญนะครับ เราจะเห็นว่าของเราบริหารงานแบบเป็นแท่ง เพราะฉะนั้นไม่ผิดปกติหรอกครับว่าที่ท่านอาจารย์ได้บอกว่างบของจังหวัดจริง ๆ มีอยู่ ๖๙ เปอร์เซ็นต์ ของส่วนกลางลงไป ๖๖.๘๒ เปอร์เซ็นต์ไม่ผิดปกตินะครับ เพราะฉะนั้นคนที่ อยู่ในพื้นที่นี้ผมเห็นใจผู้ว่าราชการจังหวัดที่สุด ผมว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ว่าจะเป็น คุณอภินันท์ก็ดี ท่านวิบูลย์ก็ดี ท่านศานิตย์ก็ดี หรือนั่งอยู่ในที่นี้ รู้ดีหมดว่าจะบริหารพื้นที่ อย่างไรมันถึงจะเจริญ ถ้าเราคิดว่าเราเอาพื้นที่เป็นหลัก เอาประชาชนเป็นศูนย์กลางแล้ว แน่นอนครับปัญหามันแก้ได้นะครับ สิ่งที่ผมจะพูดก็คือ ๑. สิ่งที่เป็นห่วงว่าท่านกรรมาธิการ ที่ในข้อเสนอของท่านนี้ ผมอยากฝากท่านไปคิดว่าท่านจะเอาชนะวัฒนธรรมองค์กร ของข้าราชการไทยได้อย่างไรโดยเฉพาะวิธีคิด ท่านจะเอาชนะได้อย่างไร เพราะต่างคนต่างมี อาณาจักรของตัวเอง เอนจอย (Enjoy) กับอาณาจักรของตัวเองกับสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ เพราะฉะนั้นเวลาจะทํางานวัฒนธรรมตรงนี้ก็คือแทนที่ว่าจะเอาความสําเร็จของงานตามที่ท่าน ได้พูดมานี้เป็นหลักแต่เอาผู้บังคับบัญชาแต่ละระดับขึ้นไปเป็นตัวหลัก นี่คือวัฒนธรรมองค์กร ที่ท่านจะต้องเอาชนะให้ได้นะครับ ซึ่งที่ผมพูดมา ความพยายาม ๔๐ ปีมานี้ อํานาจของ ผู้ว่าราชการจังหวัดมันยิ่งลดน้อยถอยลงนะครับ อํานาจของนายอําเภอลดน้อยถอยลง เพราะฉะนั้นก็เห็นใจ เพราะหลาย ๆ อย่างมันเป็นโอกาสของพื้นที่ อย่างท่านได้อภิปรายไปว่า ต้นทุนของแต่ละพื้นที่แตกต่างกัน จริงครับ แต่ในลักษณะราชการไทย วัฒนธรรมไทยของเรา จะเป็นแฟลต (Flat) ไปหมด ๗๐ กว่าจังหวัดนี้ต้องทําเหมือนกัน ถึงแม้ว่าจังหวัดนี้จะเกิน ความต้องการก็ยังต้องได้ เพราะเอางบประมาณตั้ง เอาจํานวนตัวเลขหารนะครับ ตัวนี้ เราเป็นวัฒนธรรม หรือแม้กระทั่งหลักสูตรอันหนึ่งซึ่งผมไปเจอทั่วประเทศเกี่ยวกับโรงเรียน ถ้าเผื่อมีศาสนาอื่น ไม่ว่าจะเป็นคริสต์หรืออิสลามหลักสูตรก็จะแฟลต (Flat) ไปหมดว่า ต้องอย่างนี้ ๆ แต่การเรียนภาษาก็ดี หรือเรียนศาสนาของอีกคนในพื้นที่ก็ไม่มี ทําให้เขาต้อง ไปมีการตั้งโรงเรียนเอกชนของเขาขึ้นมานะครับ ผมเองได้พยายามต่อสู้ว่าในระดับประถมน่าจะให้เขามีสอนในโรงเรียนประถมของเรา หลักสูตรนี้ ทั้งภาษาและเรื่องศาสนาเพื่อจะแก้ไขปัญหานะครับ ณ วันนี้ก็ยังเหมือนเดิม วัฒนธรรมของเรายังยึดอยู่เหมือนเดิม ยังไม่สามารถจะแก้ไขได้ แล้วผมก็เชื่อว่าการศึกษา เท่านั้นที่เราจะสร้างความเข้าใจหล่อหลอมให้คนทุกเชื้อชาติทุกศาสนาเป็นคนไทย รับผิดชอบต่อสังคมไทย เหมือนกับสังคมอเมริกันนี่ครับ ไม่ว่าชาติไหนไปอยู่ที่นั่น เชื้อชาติไหน มีความภูมิใจของการเป็นคนอเมริกัน พอเขาถูกระเบิดปุ๊บนี่ทําไมเขาติดธงชาติทุกบ้าน รถยนต์ทุกคัน ช่วงไนน์อีเลฟเว่น (Nine Eleven) นะครับ ของเรา ๗ จังหวัดเกิดขึ้นนี่เราต้อง แสดงออกสิครับว่าเราไม่เห็นด้วยกับสิ่งนั้น เราต้องติดธงชาติไทย เราต้องพร้อมป้องกัน ไม่ใช่ ว่าเฉย เราต้องภูมิใจของความเป็นคนไทยที่จะเดินไปด้วยกัน ณ วันนี้ผมว่าถือโอกาสดี ทุกคน บอกว่ารักในหลวงจะขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป เริ่มต้นตั้งแต่วันนี้สิครับ เลิกโกง ทําก็เพื่อประชาชน ทําตามแบบอย่างของท่าน เพราะฉะนั้นวัฒนธรรมไทย วัฒนธรรมองค์กรนี่ เป็นสิ่งที่ต้องแก้นะครับ แต่สิ่งที่ ๒ ที่ท่านจะพยายามนี่นะครับเห็นด้วยครับ ได้มี ความพยายามมาอย่างต่อเนื่อง คือท่านจะพยายามจัดให้มีแผนชุมชนมาสู่อําเภอ มาสู่จังหวัด ตัวนี้ ก็มีความพยายามแล้วพยายามเล่าเพื่อจะให้เกิด แล้วก็เอาตัวงบประมาณเป็นตัวกํากับ ซึ่งก็มี คุณหมออําพลอภิปรายไปแล้วว่าในเรื่องการจัดทํางบประมาณนี่จะต้องบูรณาการเป็นกลุ่มงาน ชัดเจนครับ มันต้องชัดเจน ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีเจ้าภาพ อย่างนี้ผมเคยนําเสนอ ณ รัฐสภาแห่งนี้ ว่าด้วยเรื่องการแก้ไขปัญหาแหล่งน้ําในชุมชน ผมเสียดายหน้าแล้งปีที่แล้วมีที่ไหนไปขุด ลอกบึงต่าง ๆ ขออนุญาตครับท่านประธาน บึงต่าง ๆ ที่มันตื้นเขินมีไหมครับ ไม่มี พอฝนลงมา ก็จุน้ําได้น้อย นั่นแหละตอนช่วงวิกฤตินี่เราต้องขุดแล้วได้ดินขึ้นมา ดินก็เป็นประโยชน์ สามารถมาทําเขื่อนทําทํานบได้ ไม่มี ใครไปดูพื้นที่ไม่มีครับ แล้วถามว่าถ้าผมนําเสนอว่า จะทําแหล่งน้ําในชุมชน ณ วันนี้ยังหาเจ้าภาพไม่เจอเลย แต่ถ้าเผื่อมีเรื่องที่ท่านทําวันนี้ก็จะมี เจ้าภาพ เพราะในข้อเสนอของผมที่ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีก็เสนอให้ชุมชนในระดับ พื้นที่เป็นเจ้าภาพหลัก สํารวจว่าในพื้นที่มีน้ําเท่าไรจะพอกับปริมาณคนในพื้นที่หรือเปล่า แล้วก็ต้องมีทะเบียน แล้วเห็นด้วยกับอาจารย์ที่ได้บอกมาว่ามันต้องระเบิดจากข้างใน หรือริเริ่มจากภายในชุมชนนี่เป็นเรื่องหลักนะครับ เรื่องนี้สําคัญที่สุด เพราะฉะนั้นแผนงาน กับงบประมาณต้องทํานะครับ สิ่งที่ ๓ ที่ผมได้พูดไปบ้างแล้วก็คือการมีส่วนร่วมของประชาชน ก็มีหลาย ๆ ท่านก็แตะไปแล้ว ของเรานี่มันพูดเป็นนามธรรม พอจริง ๆ แล้วกระบวนการ ที่จะให้ประชาชนที่จริง ๆ ที่มีองค์ความรู้จริง ๆ ที่จะเข้ามาตรงนี้ ผมอยากให้มีระเบียบครับ ก็ไม่ใช่แนวความคิดของผมเองหรอกเป็นแนวความคิดของท่านกษิตเมื่อครั้งที่ผมอภิปรายว่า ระเบิดจากภายในหรือได้เริ่มจากชุมชนมันควรจะมีบุคคลที่มีองค์ความรู้จริง ๆ ในแต่ละจังหวัด ในแต่ละอําเภอในพื้นที่เป็นไปได้ไหมถ้าเผื่อเราจะขึ้นทะเบียนไว้คล้าย ๆ กับการคัดเลือก ลูกขุน จูรี่ (Jury) ของอเมริกันว่าสาขาไหนเป็นอย่างไร ขึ้นเลยว่าให้สมัครใจมาเลยว่าใครจะเป็น ประชาชนที่ทรงคุณวุฒิในแต่ละอําเภอในแต่ละจังหวัดหรือในแต่ละชุมชน มันต้องมีอย่างนั้นครับ เพราะปัจจุบันนี้ถ้าเผื่อใช้เรื่องประชาพิจารณ์หรือพับบลิกเฮียริง (Public Hearing) เราก็รู้ว่า มันเป็นฉาบฉวย มันยังเป็นผักชีอยู่ไม่จริงจังเพื่อเอาผ่าน ๆ เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอยากให้ ประชาชนจริง ๆ เป็นคนที่ทรงความรู้จริง ๆ เหมือนกับที่ผมเคยอภิปราย ณ สถานที่แห่งนี้ และเป็น พ.ร.บ. อันเดียวที่ผมกดไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับเรื่องการผังเมืองของจังหวัด ผมได้อภิปรายไปแล้วว่าคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดประกอบด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด กับหัวหน้าส่วนราชการทั้งหมด เมื่อกี้ท่านชูชาติก็เพิ่งอภิปรายไปว่าหัวหน้าส่วนราชการก็ย้ายไป ย้ายมาและจะรู้ดีเรื่องผังเมืองจังหวัดได้อย่างไร แต่วันนั้นผมได้รับฟังจากกรรมาธิการบอกก็มี ประชาพิจารณ์ ผมว่าไม่เพียงพอพับบลิกเฮียริง (Public Hearing) อย่างเดียวไม่พอต้องเอา ผู้ทรงคุณวุฒิที่เขาอยู่ที่นั่นว่าจะทําอย่างไรถึงจะให้เกิดผังเมืองที่ดี เพราะว่าในแต่ละจังหวัด ตอนนี้ผมเชื่อว่าประชาชนมีองค์ความรู้พอที่จะร่วมกับส่วนราชการเรา ที่ท่านเอ่ยถึงเรื่อง ประชารัฐขอให้ลึกลงไปในรายละเอียดว่าประชารัฐควรจะมีองค์ประกอบว่าอย่างไร อย่าพูด ท่องคําว่าประชารัฐอย่างเดียวต้องลงลึก เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะให้กําลังใจท่านว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทํากันมานานแต่มันกลับเตี้ยลงทรุดลง ก็ดีใจที่ท่านจะมายกระดับ ให้มันขึ้นมา ก็หวังว่าจะสําเร็จนะครับ ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่ครับ ขอขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่านชูชาติอภิปรายแล้ว ท่านชิดชัยอภิปรายแล้ว ต่อไปท่านชูชัย ศุภวงศ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ และอดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ขอเชิญครับ