อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ หารือเรื่องการปฏิรูปการบริหารจัดการของจังหวัด โดยเสนอผลการศึกษาที่มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์ โดยยึดพื้นที่เป็นหลัก และเรียกร้องการสนับสนุนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อน การจัดทําร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยมีประชาชนและปัญหาของพื้นที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาอย่างแท้จริง โดยเสนอแผนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชน โดยให้คณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชนเป็นหน่วยดำเนินการ และเสนอจัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานตําบลแบบบูรณาการ (ก.บ.ต.) และกราบเรียนจัดตั้งคณะกรรมการบริหารงานอําเภอแบบบูรณาการ (ก.บ.อ.) เพื่อจัดทําแผนพัฒนาตําบลและอําเภอ
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน กระผม อภินันท์ ซื่อธานุวงศ์ หมายเลข ๑๘๖ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกที่ให้โอกาสกรรมาธิการด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน นําเสนอเรื่องแอเรียเบส (Area-based) ในวันนี้ ก่อนอื่นใคร่ขอบอกกล่าว กับท่านทั้งหลายว่ากรรมาธิการต้องขอเวลาในการเสนอผลงานข้อเสนอครั้งนี้ค่อนข้าง จะมากหน่อย เพราะว่าการทํางานเสนอผลงานชิ้นนี้ได้ดําเนินการศึกษาทั้งเอกสารการศึกษา และการลงพื้นที่ศึกษาเชิงประจักษ์ในพื้นที่ โดยมี ๕ จังหวัดตัวอย่างซึ่งทางอาจารย์ถวิลวดี ได้กราบเรียนมาตั้งแต่ต้นและขอกราบเรียนว่าผลของการศึกษาจัดทําข้อเสนอเพื่อการปฏิรูป การบริหารจัดการของจังหวัดที่มุ่งหวังผลสัมฤทธิ์โดยยึดพื้นที่เป็นหลักในครั้งนี้ ได้ส่งผลลัพธ์ ที่สําคัญอย่างน้อยก็ ๒ ประการ
ประการแรกก็คือผลลัพธ์จากการศึกษากระบวนการการขับเคลื่อนบริการ และการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ของจังหวัด ๕ จังหวัด ตัวอย่างที่เราลงไปศึกษาเชิงประจักษ์ ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมและการบริหารจัดการด้วยตนเองนําไปสู่การถอดบทเรียนของ ๕ จังหวัดที่ทําการศึกษาเพื่อจัดทําข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อน ซึ่งในชั้นต้นได้มีการหารือกับ ทาง ก.พ.ร. แล้วก็เสนอภารกิจที่หน่วยงานที่สมควรไปขับเคลื่อนต่อนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าภาพหลักเป็น ก.พ.ร. นะครับ ซึ่งปรากฏตามตารางหมายเลขที่ ๙ ในหน้าที่ ๗๒ และหน้าที่ ๗๓ ของรายงานที่นําเสนอสมาชิกไปแล้วในเล่มใหญ่นะครับ ซึ่งจะมีตารางว่า ก.พ.ร. สมควรไปทําเรื่องอะไรแล้วก็ส่วนราชการต่าง ๆ สมควรขับเคลื่อนเรื่องอะไร นั่นคือผลจากการไปศึกษา
ประการที่ ๒ ขอกราบเรียนท่านสมาชิกได้ทราบว่าข้อเสนอการใช้แผนพัฒนา เป็นเครื่องมือเพื่อบูรณาการการพัฒนาและแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่นะครับ เมื่อพูดถึง การบูรณาการหรือภาษาอังกฤษเราเรียกว่าอินทิเกรต (Integrate) ได้โปรดเข้าใจว่าไม่ใช่ การเรียกร้องให้เกิดมีการซิงเกิลคอมมานด์ (Single Command) ขึ้นในจังหวัดนะครับ เพราะมันคนละเรื่องเดียวกัน เราไม่ได้ปรารถนาที่จะเรียกร้องหลักการซิงเกิลคอมมานด์ (Single Command) ขึ้น แต่เราต้องการบูรณการ การบูรณาการนี่หมายถึงทุกหน่วยงาน ทุกภาคส่วนต้องมีส่วนร่วมในการจัดทําร่วมกัน แน่นอนที่สุดหน่วยงานเหล่านั้นต้องมีแผน ของตัวเอง มีงบประมาณและสิ่งที่เสนอเป็นเรื่องที่ทุกองคาพยพมีแผนงาน แต่ว่าในระดับ จังหวัดก็สมควรที่จะต้องมีแผนงานหนึ่งที่สามารถอธิบายการพัฒนาโดยภาพรวมนะครับ สามารถเห็นทิศทางการพัฒนาร่วมกันซึ่งเราจะให้แผนพัฒนาจังหวัดเป็นจุดยึดโยงที่สําคัญ ในครั้งนี้นะครับ การใช้แผนเป็นเครื่องมือบูรณาการจึงไม่ใช่การเรียกร้องการเพิ่มอํานาจ การบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้เสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าของ งบประมาณหรือเป็นผู้มีอํานาจจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุ แต่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องควรรู้ ภารกิจและงบประมาณซึ่งกันและกันภายใต้พื้นที่การบริหารจัดการที่เราเรียกกันว่าจังหวัดนี่ โดยมีประชาชนและปัญหาของพื้นที่เป็นศูนย์กลางการพัฒนาอย่างแท้จริง จากข้อเสนอต่าง ๆ จากผลการศึกษาเพื่อการช่วยเหลือการขับเคลื่อนในระดับจังหวัดในชั้นนี้จึงใคร่ขอเสนอ ร่างระเบียบชิ้นหนึ่งขึ้นนะครับ ขอเรียกว่าระเบียบว่าด้วยการบูรณาการการจัดทําแผนพัฒนา ในระดับพื้นที่ พ.ศ. .... กราบเรียนว่าการเสนอร่างระเบียบชิ้นนี้ก็เพื่อมุ่งหวังที่จะสร้าง วัตถุประสงค์ ๒ ประการขึ้น
อันที่ ๑ คือการเพิ่มบทบาทความสําคัญของแผนพัฒนาจังหวัด
อันที่ ๒ คือการเพิ่มกระบวนการบูรณาการการจัดทําแผนพัฒนาระดับพื้นที่ ตั้งแต่หมู่บ้าน ชุมชน ตําบล อําเภอและจังหวัดนะครับ
ก่อนที่จะไปสู่รายละเอียดขอให้เจ้าหน้าที่ย้อนกลับไปภาพแรกอีกครั้งหนึ่ง คือกราบเรียนเท้าความก่อนในกระบวนการในการทําแผนพัฒนาจังหวัดในขณะนี้ จังหวัดดําเนินการเป็นไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัด แบบบูรณาการ พ.ศ. ๒๕๕๑ ในพระราชกฤษฎีกานี้ถึงแม้ว่าจะมีข้อเสนอหรือข้อศึกษา จะปรับปรุงเรื่องกระบวนการประชารัฐในระดับการมีส่วนร่วม แต่กราบเรียนว่าองค์กร หรือกระบวนการทั้งหมดยังมีพระราชกฤษฎีกานี้ใช้อยู่นะครับ ซึ่งจะมีคณะกรรมการนโยบาย การบริหารงานจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ตัวย่อคือ ก.น.จ. คือ ก.น.จ. เป็นฝ่าย ที่จะกํากับด้านนโยบาย มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นเลขานุการใหญ่ อยู่ใน ก.น.จ. ชุดนี้ จะมีหน้าที่ออกนโยบาย ออกระเบียบแบบแผนการทํางานให้กับจังหวัด และกลุ่มจังหวัด และในระดับจังหวัดก็จะมี ก.บ.จ. ซึ่งเรียกว่าคณะกรรมการบริหารงานจังหวัด แบบบูรณาการ ซึ่งจะมีการปรับปรุงคณะกรรมการชุดนี้ให้การมีส่วนร่วมมากน้อยยิ่งขึ้น กระผมขออนุญาตว่าจะไม่ก้าวล่วงเข้าไปในพระราชกฤษฎีกา แล้วก็ในขณะเดียวกันก็จะมี ก.บ.ก. คือนอกจากจังหวัดแล้วก็จะมีกลุ่มจังหวัดขึ้นในการทํางานวางแผนพัฒนาจังหวัดนะครับ กราบเรียนว่าการดําเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาที่ผ่านมา ก็จะมีข้อจํากัดที่จังหวัด ดําเนินการอยู่ทุกวันนี้ก็จะเห็นว่าแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดถูกกําหนดให้ตอบสนอง จุดเน้นการพัฒนาตามศักยภาพของพื้นที่เป็นหลักในบางประการเท่านั้นเอง งบประมาณ ที่จัดสรรให้จังหวัดไปก็อยู่ในกรอบยุทธศาสตร์ที่ ก.พ.ร. ต้องการให้ขับเคลื่อนจุดเน้น การพัฒนานะครับ
ประการที่ ๒ งบประมาณที่ได้รับก็เป็นเรื่องที่จังหวัดได้รับตามแผนที่เน้น ในเรื่องของยุทธศาสตร์การพัฒนาในบางเรื่องในพื้นที่เท่านั้นเองไม่ได้เกี่ยวข้องสัมพันธ์กับงาน ตามภารกิจหรือฟังก์ชัน (Function) ของกระทรวง ทบวง กรมแต่ประการใดนะครับ
ประการที่ ๓ ก็คือข้อจํากัดแผนพัฒนาจังหวัดที่ทําผ่านมานี้นะครับ ไม่มีกระบวนการเชื่อมโยงของความต้องการหรือการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนตั้งแต่ระดับ หมู่บ้าน ชุมชน ตําบล อําเภอสู่ระดับจังหวัดนะครับ ก็จะไปพูดถึงเรื่องของยุทธศาสตร์ การพัฒนาหรือจุดเน้นการพัฒนาของจังหวัดบางประการเท่านั้นเอง ดังนั้นข้อเสนอแนะ ในการยกร่างระเบียบฉบับนี้ก็เพื่อเพิ่มวัตถุประสงค์ในการเพิ่มบทบาทความสําคัญของ แผนพัฒนาจังหวัด และเพิ่มกระบวนการการเชื่อมโยงให้แผนพัฒนาเชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับพื้นที่ หมู่บ้าน ชุมชนสู่จังหวัด โดยหลักการทั้งหมดนั้น ประการแรกการพัฒนาบทบาทของ แผนพัฒนาจังหวัดนี้ต้องการที่จะเพิ่มบทบาทของแผนพัฒนาจังหวัดเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ๒ ประการ เพิ่มจากเดิมซึ่งเน้นถึงการพัฒนา พัฒนาตามยุทธศาสตร์หรือจุดเน้นการพัฒนา ในบางประการของจังหวัด ให้เพิ่มวัตถุประสงค์ของแผนพัฒนาจังหวัดเป็น ๓ ประการ
ประการแรกคือตอบสนองยุทธศาสตร์ชาติ การพัฒนาของรัฐบาลและ ส่วนกลาง แผนพัฒนาจังหวัดจังหวัดไม่สามารถทํางานโดยไม่ดูกรอบยุทธศาสตร์ของชาติ แล้วก็ทิศทางของนโยบายรัฐบาลเป็นอันขาด เรื่องนี้ขณะนี้ยังขาดเรื่องนี้อยู่นะครับ
ประการที่ ๒ ตอบสนองจุดเน้นการพัฒนาระดับจังหวัดแล้วกลุ่มจังหวัด นี่คือภารกิจที่ขณะนี้พระราชกฤษฎีกาได้ให้จังหวัดกําลังทําอยู่นะครับ
ประการที่ ๓ ก็คือตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่ นี่คือ ความเชื่อมโยงของแผนที่เราคิดว่าสมควรที่จะให้ความสําคัญเชื่อมโยงไปถึงหมู่บ้าน ตําบลด้วย
ต่อไปในการที่จะทําให้บทบาทเหล่านี้สําเร็จได้ก็จะมีร่างอยู่ในระเบียบคือ มุ่งเน้นไปที่บทบาทของกระทรวงมหาดไทยและ ก.น.จ. ซึ่งมีเลขาธิการ ก.พ.ร. เป็นเลขาใหญ่อยู่ ให้สนับสนุนกระบวนการการทําแผนให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งต้องมีกระบวนการแจ้ง กรอบยุทธศาสตร์และการพัฒนาของรัฐบาลส่วนกลางให้จังหวัดได้ถือปฏิบัติด้วย และจะต้อง มีการกําหนดปฏิทินการทําแผนพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดให้สอดคล้องต้องกัน เพราะภารกิจบทบาทของแผนพัฒนาจังหวัดมันขยายออกไปตั้ง ๓ เรื่อง ดังนั้นปฏิทิน ในตลอดปีต้องทําอย่างต่อเนื่องอย่างไรแล้วก็จะต้องรับจากพื้นที่มาและรับจากส่วนกลางมา ให้สอดคล้องกันอย่างไร ตรงนี้จะต้องมีรายละเอียดที่ทาง ก.พ.ร. จะต้องมาเซต (Set) ให้กับ ทางจังหวัดนะครับ
ประการที่ ๓ คือส่วนราชการต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการทํางาน ในเรื่องนี้ อันที่ ๑ ต้องแจ้งกรอบแผนงานและเสนอคําของบประมาณต่อผู้ว่าราชการจังหวัด ให้ทราบด้วย จากการศึกษาเชิงประจักษ์ในพื้นที่เราก็พบว่าในการทํางบประมาณประจําปี อย่างปี ๒๕๖๐ ที่ผ่านมายกตัวอย่างเช่นไปที่จังหวัดสงขลา สงขลาเขาต้องการศึกษาเรื่อง เกษตรทางเลือกต่าง ๆ เราหันกลับไปถามเกษตรและสหกรณ์จังหวัดว่ากระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ในการทํางบประมาณประจําปีเขาแจ้งให้ทําคําของบประมาณเขาแจ้งผ่านทางไหน ก็ปรากฏว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์แจ้งตรงไปที่เกษตรและสหกรณ์จังหวัดโดยไม่แจ้ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบนะครับ นี่เป็นเรื่องที่ทางสายฟังก์ชัน (Function) เขาจะแจ้ง ในส่วนราชการของตัวเอง บางจังหวัดก็ดีนะครับ ส่วนราชการก็นําเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ แต่บางจังหวัดส่วนราชการไม่นําเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ไม่รู้เลยว่า งบประมาณฟังก์ชัน (Function) แต่ละปีส่วนราชการเขาไปตั้งงบประมาณทําเรื่องอะไร ในขณะที่แผนพัฒนาจังหวัดก็ทําไป แต่การสนับสนุนงบประมาณของไลน์ฟังก์ชัน (Line Function) ไม่สอดคล้องต้องกันเลย เราต้องการให้ทางส่วนราชการแจ้งกรอบแผนงานให้ ผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ
ประการต่อมาให้จัดทําคําของบประมาณตามแผนงานโครงการจากจังหวัด คือเมื่อแผนพัฒนาจังหวัดไปขอให้เป็นพันธกิจของส่วนราชการได้ไหมครับว่านําแผนพัฒนาจังหวัด ไปจัดทํางบประมาณ ซึ่งมันแตกต่างจากภารกิจเดิมตามพระราชกฤษฎีกา พระราชกฤษฎีกา นี่แผนพัฒนาจังหวัดเสนอเป็นเพียงยุทธศาสตร์การพัฒนาบางเรื่องบางราว กรอบงบประมาณ ก็เป็นเพียงกรอบงบประมาณที่ ก.พ.ร. จัดสรรให้ในกรอบหนึ่งเท่านั้นเองนะครับ เช่นจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ผมเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดก็ ๑๐๐ ล้านบาทประมาณนะครับ จังหวัดเล็ก ๆ ก็ประมาณ ๗๐-๘๐ ล้านบาทไป แต่กรอบของไลน์ฟังก์ชัน (Line Function) เป็นอย่างไรไม่มีใครตอบได้ เราอยากจะได้พันธกิจนี้ให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม นําแผนพัฒนาจังหวัดไปภายใต้ข้อสมมุติฐานว่าแผนพัฒนาจังหวัดจะต้องมีคุณภาพ ตอบโจทย์ทั้งกรอบยุทธศาสตร์ชาติและปัญหาความต้องการของพื้นที่และจุดเน้นการพัฒนา ทั้ง ๓ เรื่องนี้ได้
ต่อไปนี้จะเป็นเรื่องของการเชื่อมโยงการทําแผนพัฒนาระดับพื้นที่ ในภาพต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแผนภาพในหน้า ๗๖ ท่านจะเห็นรูปแบบในการประสานกระบวนการ ที่จะเชื่อมโยงไปตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตําบล อําเภอ หลักการดําเนินการในเรื่องนี้วางหลักไว้ว่า ความเชื่อมโยงและตอบสนองต้องตอบสนองการแก้ไขปัญหาของประชาชนในพื้นที่ด้วยนั่น อันที่ ๑ นะครับ รายละเอียดอยู่ในระเบียบข้อต่าง ๆ ตามภาพที่ได้ฉายให้ที่ประชุมทราบแล้ว หลักการที่ ๒ คือทุกส่วนราชการและหน่วยการปกครองส่วนท้องถิ่นต้องให้ความสําคัญ และช่วยเหลือการสนับสนุน และหลักการที่ ๓ คือทุกส่วนราชการและหน่วยการปกครอง ส่วนท้องถิ่นต้องเน้นนําแผนพัฒนาในพื้นที่ไปจัดทําแผนพัฒนาและงบประมาณรายจ่ายของ หน่วยงาน
ข้อเสนอในการทําแผนพัฒนาหมู่บ้านและชุมชนก็อยากจะให้ทาง คณะกรรมการหมู่บ้านและคณะกรรมการชุมชนนี้จัดทําและประสานงบประมาณโดยจะต้อง มีฐานสําคัญคือเน้นความสําคัญของระบบฐานข้อมูลที่จัดทําขึ้นในพื้นที่และจะมีการส่งต่อ ไปประกอบทําแผนพัฒนาตําบล และหมู่บ้าน ชุมชน เสนอไว้ว่าสามารถเป็นหน่วยดําเนินการ ตามแผนงานโครงการของส่วนราชการในพื้นที่ อันนี้เป็นเรื่องใหม่นะครับการที่จะให้หมู่บ้าน และชุมชนเป็นหน่วยดําเนินการ เดิมงบประมาณเมื่อผ่านไปทางส่วนราชการ ส่วนราชการ ก็จะไปดําเนินการเป็นหน่วยดําเนินการ แต่เราขอให้เสนอให้หมู่บ้านและชุมชนซึ่งรัฐบาล ใช้บ่อยครับ ใช้ในงบกระตุ้นเศรษฐกิจ เราจะให้กรรมการชุมชน หมู่บ้าน หรือเราอยากจะให้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถเป็นทางเลือกในการบริหารงานและกระบวนการการมีส่วนร่วม ในการจัดทําของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้นะครับ
ต่อไปในระดับตําบลนะครับ ขอเสนอให้มีการจัดตั้งองค์กรขึ้น เป็นองค์กร ที่สอดคล้องกับการตั้งคณะกรรมการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ก.น.จ. ขณะนี้ พระราชกฤษฎีกาจะมีอยู่ในชั้นระดับจังหวัดเท่านั้นเอง ไม่มีชั้นอําเภอ ไม่มีชั้นตําบล ฉะนั้น เราขอเสนอให้มีการจัดตั้ง ก.บ.ต. ขึ้น ซึ่งให้มีบทบาทหน้าที่ในการทําแผนพัฒนาตําบล และบริหารจัดการกิจกรรมภายในตําบล ซึ่งองค์ประกอบของคณะกรรมการบริหารงานตําบล แบบบูรณาการจะประกอบด้วยผู้นําท้องที่และประชาชนทั้งสิ้น ไม่มีข้าราชการเข้าไปเลย ก.บ.ต. ซึ่งประธานและเลขานุการคัดเลือกกันเองและเราอยากจะให้สํานักงานพัฒนาชุมชน เป็นหน่วยงานด้านธุรการของ ก.บ.ต. นะครับ ในขณะเดียวกันเพื่อให้มีพี่เลี้ยงเกิดขึ้น นึกถึงในสมัยปี ๒๕๓๔ ในการไปขับเคลื่อนเรื่องการทําแผนพัฒนาชนบทในพื้นที่ยากจน ในขณะที่รัฐบาลภายใต้การนําของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เราจะมีเขาเรียกว่า คณะกรรมการสนับสนุนการปฏิบัติงานในพื้นที่ตําบล ถ้าใครรับราชการในช่วงนั้นก็จะคุ้นเคย กับชุดนี้เขาเรียก ๕ ทหารเสือ ตัวย่อเขาเรียกว่า ค.ป.ต. จริง ๆ เราก็อยากจะเรียกว่าชื่อเดิม คือรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่เรียกว่า ค.ป.ต. แต่เนื่องจากว่า ค.ป.ต. จะไปซ้ํากับคณะกรรมการ แก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีท่านรองนายกรัฐมนตรีประวิทย์นี่เป็นประธานอยู่ เราจึงขอเรียกชื่อเป็น ค.ส.ต. ค.ส.ต. คือบรรดาข้าราชการที่ทํางานรับผิดชอบในพื้นที่ตําบล ให้มีชุดนี้ขึ้นเพื่อจะเป็นพี่เลี้ยง ก.บ.ต. และประโยชน์ที่จะได้รับก็คือว่า ค.ส.ต. ก็จะเป็น คณะทํางานในระดับตําบลที่จะช่วยเหลืองานของทุกส่วนราชการ อย่าลืมนะครับขณะนี้ ทุกส่วนไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับตําบล หลายส่วนเช่นกระทรวง พม. ไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับตําบล ถ้ามีคณะทํางานชุดนี้ก็จะเหมือนกับรองรับงานของทุกกระทรวง ทบวง กรม ในพื้นที่ตําบล ไปโดยปริยาย ซึ่งจะประกอบด้วยข้าราชการที่ไปทํางานในระดับพื้นที่ตําบล ปลัดอําเภอ ผู้รับผิดชอบประจําตําบล พัฒนากร กศน. ซึ่งนายอําเภอจะเป็นคนแต่งตั้ง และมีหน้าที่ เป็นพี่เลี้ยงให้กับ ก.บ.ต. ในระดับตําบลเพื่อไปขับเคลื่อนและจัดทํากิจกรรมในระดับตําบล และแผนพัฒนาตําบล ขยับขึ้นมาที่อําเภอเสนอขอให้จัดตั้ง ก.บ.อ. ก็คือกราบเรียนแล้วว่า พระราชกฤษฎีกามีระดับชั้นจังหวัดแค่นั้นเอง เราต้องการอําเภอให้มีคณะกรรมการ บริหารงานอําเภอแบบบูรณาการด้วยเพื่อจัดทําแผนพัฒนาอําเภอ และแผนพัฒนาอําเภอนี้ จึงจะเป็นแผนบูรณาการข้อมูลปัญหาความต้องการของประชาชนจากแผนพัฒนาหมู่บ้าน ชุมชน และตําบล รวมทั้งแผนงานโครงการของส่วนราชการต่าง ๆ ที่ดําเนินการในพื้นที่ด้วย องค์ประกอบตามข้อ ๑๔ ซึ่งแน่นอนที่สุดเป็นองค์ประกอบที่สามารถถกเถียงกันได้ว่าใครจะ เสนออย่างไร ในที่นี้ก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องรายละเอียดที่หนักอกหนักใจขอเป็นองค์กร ซึ่งอยากจะให้ตั้งนะครับ ส่วนองค์ประกอบภายในก็นําเสนอให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณา อํานาจหน้าที่ของ ก.บ.อ. ที่สําคัญคือกําหนดแนวทางบูรณาการแผนพัฒนาตําบล เพราะว่า ทุกอย่างมันต้องสอดคล้องต้องกันและประสานการปฏิบัติการของแผนพัฒนาอําเภอและ จัดทําแผนความต้องระดับอําเภอเสนอระดับจังหวัดต่อไป ระเบียบตัวนี้ความจริงมีทางเลือก ๓ ทางครับ
อันที่ ๑ เสนอให้ทาง ก.น.จ. ก.น.จ. ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีเลขาธิการ ก.พ.ร. ออกเป็นมติ เพราะว่า ก.น.จ. มีอํานาจในการกําหนดกรอบนโยบาย หลักการดําเนินงานให้กับจังหวัดได้อยู่แล้ว แต่ระเบียบพระราชกฤษฎีกาใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ก็ยังไม่ขับเคลื่อนในเรื่องนี้ก็รู้สึกว่าคือจะไปเน้นในเรื่องการพัฒนาเชิงยุทธศาสตร์ จุดเน้น การพัฒนาของจังหวัดมาก เลยอาจจะลืมนึกถึงในด้านประเด็นอื่นนะครับ เพราะฉะนั้นทางเลือกอันที่ ๒ นี้คือทางเลือกให้เป็นระเบียบกระทรวงมหาดไทย แต่พอคิดถึง ให้กระทรวงมหาดไทยเป็นคนออกระเบียบนี้นะครับก็เกรงถึงการยอมรับของหน่วยงาน กระทรวง ทบวง กรม อื่น ๆ นะครับ ดังนั้นในทางเลือกที่กรรมาธิการเสนอนะครับ ขอเสนอ เป็นร่างระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีเพื่อออกมาให้ทุกกระทรวง ทบวง กรม ถือปฏิบัติได้ อย่างมีความพร้อมเพรียงกันนะครับ ดังนั้นระเบียบตัวนี้ถ้าหากมีเกิดขึ้นความสอดคล้อง ต้องกันของการประสานซึ่งเป็นผลจากการศึกษาในเชิงพื้นที่และปัญหาอุปสรรคที่ผ่านมา ผมจบการเสนอเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ