สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หารือเรื่องการวางแผนกำลังคนภาครัฐเชิงยุทธศาสตร์ โดยเน้นปัญหาความไม่สมดุลของโครงสร้างอายุและเพศในข้าราชการ พร้อมเสนอให้ภาครัฐเตรียมความพร้อมรับมือการเปลี่ยนแปลงและยกย่องแนวทางขององค์กรพระมหากษัตริย์เป็นแบบอย่างในการพัฒนาประเทศ ทั้งยังถวายความชื่นชมและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์นักพัฒนา พร้อมเรียกร้องให้ข้าราชการยึดมั่นหลักการพัฒนาบ้านเมืองอย่างสุจริตและทุ่มเทเพื่อประชาชนตามแนวพระราชดำริ และเน้นการพัฒนาผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการให้เป็นผู้นำที่ดีตามแนวพระราชกระแส โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาประเทศอย่างรอบด้าน
ขอบคุณครับ กระผม สุรินทร์ จิรวิศิษฎ์ หมายเลข ๑๗๓ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและเพื่อนสมาชิกที่รักทุกท่าน เรื่องการวางแผน กำลังคนภาครัฐเชิงยุทธศาสตร์นั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเป็นตัวจักรสำคัญในการผลักดัน กิจกรรมต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งประเทศนี้ตั้งแต่เรื่องเล็ก ๆ จนถึงเรื่องใหญ่ ๆ และเมื่อสักครู่ ผมได้ฟังท่านกรรมาธิการแต่ละท่านแล้ว รวมทั้งประธานกรรมาธิการกล่าวก็เรียกว่าชัดเจน อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะกราบเรียนว่าในอนาคตกำลังคนภาครัฐจะนำไปสู่การไม่สมดุล ระหว่างเพศก็มีอย่างที่กราบเรียน แต่อย่างไรก็ตามผมยังอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังกรรมาธิการว่าผมอยากเห็นสักภาพหนึ่ง ท่านลองรับไปคิดดูแล้วกันว่า เรามีโครงสร้างประชากรแล้วว่าอายุเท่าไร อย่างไร เราจะสู่วัยที่มีผู้สูงอายุมากขึ้น ผมยังไม่เคยเห็นสำนักงาน ก.พ. หรือ ก.พ.ร. หรือใครที่จะทำว่าโครงสร้างของอายุ ของข้าราชการในแต่ละระดับมันอายุเท่าไร เพื่อเตรียมกำลังคนว่าเมื่อถึงเวลาแล้วเขาควรจะขึ้น บางกระทรวงท่านจะเห็นว่าขาดแคลนมนุษย์ผู้ชาย ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด รองปลัด ปลัด และอธิบดีเป็นสุภาพสตรี หน่วยงานที่ผมเคยดูแลมาก็คือสำนักงานประกันสังคมมีกำลังคน โดยเฉลี่ยประมาณ ๖,๐๐๐ คน ท่านจะเชื่อหรือไม่ก็ตามใจเถอะครับ เป็นสุภาพสตรี ๕,๐๐๐ กว่าคน อันนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของการวางแผนกำลังคน แต่วางแผนกำลังคนภาครัฐ ผมอยากจะกราบเรียนว่าที่ท่านพูดทั้งหมดผมเห็นด้วยหมด และผมเห็นด้วยจนต้องยกมือ ให้ท่าน แต่อยากจะกราบเรียนว่าถ้าท่านนำข้าราชการที่มีอยู่หลายแสนคนทุกหมู่เหล่า เดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไม่ต้องให้ถึงกับใกล้ชิด เอาแค่ห่าง ๆ ดูว่า พระองค์ทำอะไรแล้ว ผมคิดว่าประเทศชาติจะเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นกว่าเดิม จึงขอนำไปสู่ เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ภาพแรกครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
ผมน้อมนำกราบมาด้วยความเคารพ เป็นภาพที่พระองค์ ถือแผนที่เสมอไม่ว่าจะไปที่ไหนและมีภาพถ่ายจากกล้องของพระองค์ กล้องอันนี้ท่านดูได้ ผมเป็นเด็กเลยนะครับ ผมเกิดมาท่านก็ดูแลบ้านเมืองแล้วเพราะผมอายุ ๗๐ ปีพอดี ภาพทุกภาพ ที่เกิดจากกล้องฝีพระหัตถ์ของพระองค์เป็นงานทั้งนั้น เป็นฝาย เป็นบ่อน้ำ เป็นการพัฒนา ทั้งสิ้น ภาพต่อไปครับ นี่ก็เป็นภาพอีกภาพหนึ่งที่อยากจะเรียกว่า ชาวโลกท่านขนานนาม โดยให้สมัญญาท่านว่าพระมหากษัตริย์นักพัฒนา แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่าถ้าท่านดูดี ๆ จะมีพระเสโทอยู่ที่ปลายจมูก ผมไม่ทราบว่าเรียกอะไรนะครับ ผมกราบเรียนว่าพระเสโท หลั่งไหลเพื่อใครกัน ภาพต่อไปครับ อันนี้ท่านกำลังถ่ายหลังจากถ่ายแล้วผมไปค้นคว้าปรากฏว่า เกิดฝายน้ำ เกิดบ่อน้ำหลังจากที่พระองค์ถ่ายรูปแล้ว ไม่มีใครทราบว่าท่านถ่ายวิว ถ้าเป็นผม ผมก็ถ่ายวิวสวย ๆ ท่านถ่ายภาพป่าดงพงพี สันเขา ที่ดินแห้งแล้ง แล้วก็เป็นเรื่องของ การพัฒนาตามมาซึ่งมีอยู่มากกว่า ๔,๐๐๐ โครงการ ภาพต่อไปครับ ภาพนี้เป็นภาพถ้าจำไม่ผิด คือที่จังหวัดนราธิวาสท่านทรงขับรถเองไปสิ้นสุดไม่มีถนนต่อไปแล้ว ท่านต้องถอยหลังกลับ ก็เป็นภาพที่ประทับใจจนสหประชาชาติ ยูเอ็นดีพี (UNDP) ได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัล ความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์ เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๙ ผมก็น้อมนำมาให้ ท่านประธานและพี่ ๆ สปท. ทุกท่านได้ชม มากไปกว่านี้ขอชมภาพต่อไปครับ พระองค์นั่งอยู่ กับดินกับหญ้าสนทนากับชาวบ้าน เห็นไหมครับ ชาวบ้านจะใช้คำว่า เขาเรียกว่านุ่งผ้าเตี่ยว พระองค์ไม่ถือพระวรกายเลย และมีสมเด็จพระเทพนั่งอยู่เคียงข้าง อันนี้เป็นภาพที่นาน มาแล้ว ผมหาประวัติไม่ได้ว่าถ่ายเมื่อไรแต่เป็นภาพที่นานมากนะครับ ภาพขวามือก็เป็นภาพ ที่ท่านนั่งอยู่บนสันดินแห้งแล้ง แล้วต่อมาทั้ง ๒ แห่งนี้ก็กลายเป็นการพัฒนาที่กินดีอยู่ดี มาจากพระราชดำริของพระองค์ทั้งสิ้น ภาพต่อไปครับ อันนี้ผมนำแผนที่ประเทศไทยมา ท่านกำลังพูดเรื่องของพัฒนากำลังคนภาครัฐ ก็คือท่านต้องการเห็นข้าราชการกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ที่มีอยู่ ๒๐ กระทรวงไปพัฒนาประเทศทุกจังหวัด อันนี้เป็นแผนที่ประเทศไทย ที่เรารักจะให้ขาดตรงไหนไม่ได้เลย ไม่ใช่ประเทศไทยที่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นเรา ก็ต้องรักษาแผ่นดินไทยของเราไว้ด้วยการพัฒนาคนภาครัฐให้เขาใส่ใจโดยการดูแลทุกข์สุข ของประชาชนตามรอยเบื้องพระยุคลบาทของพระองค์ท่าน ต่อไปครับ เมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานได้กล่าวไปแล้วแต่ผมกล่าวซ้ำอีกทีก็แล้วกันนะครับ “ท่านต้องห้ามไม่ให้มี การทุจริตเกิดขึ้นแล้วท่านจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดซีอีโอ (CEO) ที่มีประสิทธิภาพ ถ้าทุจริตแม้แต่นิดเดียวก็ขอแช่ง แช่งให้มีอันเป็นไปพูดอย่างนี้หยาบคายแต่ว่าขอให้มี อันเป็นไป ถ้าไม่ทุจริต สุจริตและมีความตั้งใจในธรรมขอให้ต่ออายุได้ถึง ๑๐๐ ปี หรืออายุมาก แล้วก็แข็งแรง ประเทศไทยจะรอดพ้นจากอันตรายอย่างมาก” เป็นพระบรมราโชวาท ของพระองค์ต่อผู้ว่าราชการจังหวัดบูรณาการเมื่อวันที่ ๘ ตุลาคม ๒๕๔๖ ผมคิดว่าก็มี การถ่ายทอดน้อมนำกันมาเยอะแล้ว และที่เกี่ยวกับกำลังคนภาครัฐอีกอันหนึ่ง จริง ๆ ไม่ใช่ ภาครัฐ ทุกภาคส่วนของประเทศไทยทั้ง ๗๐ ล้านคนนี้ก็คือ “ในบ้านเมืองนั้นมีทั้งคนดี และคนไม่ดี ไม่มีใครที่จะทำให้ทุกคนเป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุข เรียบร้อยจึงมิใช่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากแต่อยู่ที่การส่งเสริมความดีให้คนดี ปกครองบ้านเมือง และคุมคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ ไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวายได้” เป็นพระบรมราโชวาทในพิธีเปิดงานชุมนุมลูกเสือแห่งชาติ ณ ค่ายลูกเสือวชิราวุธ จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๒ ผมเพิ่งรับราชการเพียงปีเดียว ผมรับราชการ ปี ๒๕๑๑ ข้อเสนอผม ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการว่า
๑. ต้องทำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่ดีตามพระราชกระแส หมายถึงว่าผู้ว่าราชการจังหวัดปัจจุบันและอนาคตที่จะเป็นด้วย ผมว่าเรื่องนี้ต้องเป็นเรื่องที่ กระทรวงมหาดไทยรวมทั้งรัฐบาลต้องทำ รัฐบาลนี้ก็ใส่ใจเรื่องนี้อยู่แล้วนะครับสำคัญที่สุดว่า จะทำอย่างไรถึงจะขับเคลื่อนได้
๒. ใช้แนวทางการพัฒนากำลังคน ตามแนวพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชให้คนดีปกครองบ้านเมือง
๓. การพัฒนากำลังคนภาครัฐ ท่านต้องทำไปพร้อม ๆ กับพัฒนาประชาชน เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เท่าทันที่ท่านพูด ไม่ใช่ท่านพูดไกลไปแล้ว ไปถึงแดนไหนแล้ว ประชาชนยังตามไม่ทัน ไม่มีทางพัฒนาได้ และพร้อมกับให้เขามีส่วนร่วมในการพัฒนา ประเทศพร้อม ๆ กับข้าราชการ ข้าราชการเป็นผู้นำฝูงคนต้องนำไปในทางที่ดี เหมือนกับ ขณะนี้การนำโดยที่ไม่มีผู้นำเลยคือท้องสนามหลวง ไม่มีใครสั่งใครเลยนะ แต่ทุกคนมา เพื่อกระทำความดี เพื่อนึกถึง ขออนุญาตอีกครึ่งวินาทีครับท่าน ผมอยากจะยกโคลงมาสัก โคลงหนึ่งให้ท่านได้ชม โคลงนี้มีความว่า “พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์ สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา” จากกฤษณาสอนน้องคำฉันท์ โดยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมานุชิตชิโนรส ผมกราบน้อมนำมาอันนี้ทั้งหมดนี้เพื่อใส่เกล้า โดยเฉพาะตัวผมเองนะครับที่จะทำแต่ความดี ต่อไปในอนาคตจนกว่าชีวิตผมจะหาไม่
สุดท้ายผมอยากให้ท่านเพื่อน ๆ สมาชิกพี่ ๆ ได้ชมพระบารมีภาพนี้นะครับ ขอเกิดเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไปครับ ขออนุญาตจบเพียงเท่านี้ครับ