กษิต ถามกรรมาธิการ ปรึกษา 3 หน่วยงานก่อนพัฒนาข้าราชการ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๔ · ๒๕ ตุลาคม ๒๕๕๙

กษิต ภิรมย์ หารือการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการเชื่อมโยงแผนพัฒนากับหน่วยงานหลัก เช่น ก.พ. สำนักงาน ก.พ.ร. และสภาพัฒน์ รวมถึงการสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และพันธกรณีระหว่างประเทศ เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาข้าราชการให้สอดรับกับเป้าหมายประเทศในยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจโลกอย่างชัดเจน

นายกษิต ภิรมย์

ขอขอบคุณท่านประธานครับ ผม กษิต ภิรมย์ สปท. อันดับที่ ๗ ท่านประธานผมขอเรียนถามท่านประธานผ่านไปที่กรรมาธิการว่าในการทำงาน ของอนุกรรมาธิการและของกรรมาธิการที่ผ่านมานั้น ได้มีการประชุมปรึกษาหารือ กับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ของรัฐมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ได้รับทราบว่า ๒ หน่วยงานนี้ได้มีแผนที่จะพัฒนา บุคลากรของไทยในยุคโลกาภิวัตน์มากน้อยแค่ไหน และแผนพัฒนาบุคลากรนั้นบรรจุอยู่ใน แผนพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๕ ปี ที่สภาพัฒน์หรือเปล่า ประเด็นของผม ก็คือว่าท่านกรรมาธิการจะต้องปรึกษาหารือกับ ๒ หน่วยงาน แล้วก็อาจจะเป็นอันที่ ๓ ก็คือ สภาพัฒน์ให้มันแน่ชัดเสียก่อนแล้วก็เอาผลของการปรึกษาหารือนั้นมาเสนอต่อที่ประชุม สปท. เราเพราะว่างานของท่านมันไม่ได้เริ่มลอยอยู่ในอากาศมันต้องโยงกับ ๒ หน่วยงานนั้น เป็นอย่างน้อยบวกสภาพัฒน์เป็น ๓ หน่วยงาน แล้วก็ทั้ง ๓ หน่วยงานนั้นเขาว่าอย่างไร ในเรื่องพัฒนาบุคลากรของเรา ในกรอบอะไรครับอันนี้ก็ไม่แน่ชัด คือจะบอกว่าข้าราชการ จะต้องมีบัญญัติ ๑๐ ประการที่ระบุอยู่ในเอกสาร เมื่อกี้คุณหมอก็ได้กรุณาย้ำ ต้องถามว่า แล้วอยู่ในบริบทของสังคมไทยแล้วก็ของสังคมโลกอย่างไร เราจะพัฒนาบุคลากรของประเทศ โดยเฉพาะที่เป็นข้าราชการที่จะต้องรับใช้ประเทศ ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน ๒,๐๐๐,๐๐๐ คน รวมทั้งหมดนะครับ ทั้งพนักงานรัฐ ทั้งข้าราชการต่าง ๆ เหล่านี้ เพื่อเป้าหมายอะไร เพื่อเป้าหมายของเศรษฐกิจอุตสาหกรรม ๔.๐ หรือว่าเพื่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี หรือเพื่อเป้าหมายของชาติในแผนพัฒนา ๕ ปี ฉบับที่ ๑๒ ฉบับที่ ๑๓ ฉบับที่ ๑๔ ฉบับที่ ๑๕ ฉบับที่ ๑๖ หรือจะพัฒนาบุคลากรที่เป็นข้าราชการเพื่อรองรับพันธกรณีระหว่างประเทศ ทั้งในกรอบของสหประชาชาติแล้วก็องค์การชำนัญพิเศษที่เราเป็นสมาชิกอยู่ จะเป็นไอซีเอโอ (ICAO) ไอเอ็มโอ (IMO) เอฟเอโอ (FAO) ไอเอ็มโอ (IMO) ต่าง ๆ มากมาย ซึ่งถ้ามี ความชำนาญการ มีบุคลากรพร้อม มีผู้เชี่ยวชาญที่จะให้คำแนะนำในการที่จะพัฒนาบุคลากร ของเราได้ และหลาย ๆ ครั้งเขาก็ทำรายงานเกี่ยวกับประเทศไทยในเรื่องนั้น ๆ จะเป็น การบินพาณิชย์ จะเป็นเรื่องของแรงงาน จะเป็นเรื่องของอวกาศ เรื่องอะไรต่าง ๆ เขาก็มี การประเมิน วิเคราะห์ สมรรถนะหรือว่าขีดความสามารถของเราอยู่ เพราะฉะนั้นการที่จะ พัฒนาบุคลากรของไทยที่เป็นข้าราชการนั้นไปในอนาคต ๒๐ ปี ต้องรู้ก่อนว่าเราจะพัฒนาคน เพื่อไปรองรับความเป็นประเทศไทยที่ในอนาคตจะบอกว่าจะเป็นประเทศพัฒนาแล้ว และไม่เป็นประเทศกำลังพัฒนาอีกต่อไปภายใน ๑๐ ปี ๒๐ ปีข้างหน้า ภาพนี้ต้องแน่ชัดครับ ต้องบอกเสียก่อนว่ามันจะอยู่ในบริบทของประเทศไทยและของโลกอย่างไร แล้วก็อันที่ ๒ ก็มาโยงกับแผนพัฒนากำลังคนที่ให้เป็นดิจิทัลแมน (Digital Man) บุคลากรแห่งโลกดิจิทัล (Digital) ๑๐ ประการ มันถึงจะโยงกันได้ ทีนี้อยู่ดี ๆ จะมาทำให้เขาเป็นดิจิทัลแมน (Digital Man) เมื่อเขามาเป็นข้าราชการ สอบเข้า ผ่านข้อเขียนของสำนักงาน ก.พ. คงจะไม่ใช่ครับ ที่จะมาทำก็หมายความว่า เมื่อมาเป็นข้าราชการแล้วก็อาจจะมีที่เรียกว่า มิกซ์ แคเรีย เทรนนิง (Mix Careers Training) หรือว่าอินเฮาส์ เทรนนิง (In-House Training) คือฝึกช่วงที่รับราชการอยู่เป็นระยะ ๆ ซี ๔ ซี ๖ ซี ๘ ซี ๙ เป็นซี ๑๑ แล้วทุกคนก็ต้องผ่าน อันนั้นเป็นเรื่องของการฝึกระหว่าง ที่รับหน้าที่แล้ว แต่ว่าตอนเรียนอยู่ที่โรงเรียนอาชีวศึกษาและเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย ทำอย่างไรจะให้สอดคล้องกับดิจิทัลแมน (Digital Man) ๑๐ ประการที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้ระบุไว้หรือเปล่า ซิสเต็มทิงกิง (System Thinking) มันแปลว่าอะไร เลดี้เนิร์ส (Lady Nurse) ในการที่จะเรสพอนด์ (Respond) ว่าอย่างไร ความสามารถในการที่จะ มีคอมมิวนิเคชัน (Communication) สื่อสารจะทำอย่างไร หรือว่าการที่จะเป็นผู้ให้บริการ เป็นเซอร์วิส (Service) เป็นผู้รับใช้ต่อประชาชน พรรค์อย่างนี้มันคงจะต้องว่ากันที่โรงเรียน มัธยมศึกษา โรงเรียนอาชีวศึกษา แล้วก็โดยเฉพาะที่มหาวิทยาลัย มันต้องโยงกันไปตลอดทาง เพื่อจะได้เตรียมบุคลากรตั้งแต่ยังเป็นนิสิต นักศึกษาอยู่ และเมื่อเขาเข้ามารับราชการก็มี ฝึกอบรมเพิ่มเติม แล้วก็มีฝึกอบรมเป็นระยะ ๆ เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการที่จะเป็น ประเทศพัฒนาแล้วดังที่ผมได้ระบุไว้จะเป็น ๔.๐ ยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี หรืออะไรต่าง ๆ นานา ในอนาคตที่จะวางเป้าหมายให้กับประเทศไทย แล้วก็แน่นอนมันก็ต้องควบคู่กับในเรื่องของ จริยธรรมด้วยซึ่งเราคงจะพูดในวาระต่อไป แต่ผมขอเน้นเสียก่อนว่าการที่จะมาพูดว่า อยากจะพัฒนาบุคลากรลอย ๆ โดยไม่โยงกับบริบทของประเทศไทย ของโลก ไม่ไปโยงกับ ระบบการศึกษา มันก็ค่อนข้างจะขาดความเชื่อมโยงแล้วก็ความแน่นอน แล้วผมก็อยากจะ ยกตัวอย่างสัก ๒-๓ ประการด้วยกัน เราก็รู้กันแล้วว่ากลุ่มบริษัท เทสล่า ภายใน ๕ ปีจะทำ ให้รถยนต์ทุกคันไม่มีคนขับ หมายความว่าต่อไปนี้รถสาธารณะ รถแท็กซี่ รถบัส รถเมล์ ทั้งหลาย แล้วเราก็มาถามว่าแล้วบุคลากรที่กรมการขนส่งทางบกเริ่มเตรียมตัวเตรียมใจหรือยัง สำนักงาน ก.พ. ร่วมกับทางกระทรวงคมนาคมเริ่มที่จะฝึกอบรมหรือยัง หรือที่ผมได้อภิปราย เมื่อเดือนที่แล้วว่าอยากจะให้ตุ๊กตุ๊กทั้งประเทศเป็นตุ๊กตุ๊กอิเล็กทรอนิกส์ไฟฟ้า กระทรวงวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร กระทรวงอุตสาหกรรมว่าอย่างไร กระทรวงคมนาคมว่า อย่างไร สำนักงาน ก.พ. ว่าอย่างไร ในการที่จะเตรียมบุคลากรแล้วก็กฎเกณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วเราก็ไล่ไปได้อีกหลายร้อยเรื่อง ในกรอบของโลกร้อนเราก็พูดกันหลายครั้ง ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ก็ไปประชุมที่กรุงปารีสมาเมื่อเดือนธันวาคมศกก่อน พันธกรณี มากมาย เรื่องการพัฒนาของโลกในกรอบของสหประชาชาติไปอีก ๑๕ ปี ๒๐ ปีข้างหน้า แล้วก็ธุรกิจการค้า เราก็พูดกันเรื่องบิตคอยน์ (Bitcoin) แล้วก็อื่น ๆ ที่มันจะเป็นยุคของ ไม่มีกระดาษ ไร้กระดาษ เปเปอร์เลส (Paperless) ดิจิทัล (Digital) ทั้งหมดเลย การธนาคารต่าง ๆ เหล่านี้อาจจะไม่ต้องไปผ่านธนาคารเพราะมันมีกลุ่มชนที่สามารถที่จะสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) ฐานปฏิบัติการที่ไม่ต้องไปยุ่งกับสถาบันทางการเงิน ทั้งหมดนี้มันต้องมาทบทวน แล้วต้องมานั่งคุยกันว่าโลกเขาจะเป็นอย่างไร ประเทศไทยจะอยู่ในโลกอย่างไร แล้วเราจะ เตรียมบุคลากรของเราโดยเฉพาะข้าราชการที่จะต้องเป็นตัวเชื่อมระหว่างกฎเกณฑ์ กติกา ของประเทศ ของโลกกับประชาชนชาวไทย แล้วก็เป็นตัวเชื่อมในการที่จะให้บริการต่าง ๆ เหล่านี้มันต้องมาพูดกันในภาพรวมให้มันแน่ชัดเสียก่อนแล้วก็ควรจะใช้เวทีที่นี่ สปท. ผมก็พูดมาหลายครั้งว่ามาถกกันในเรื่องของภาพรวมเสียก่อนไม่อย่างนั้นเราก็มาว่ากันทีละ เรื่อง ๆ ไป มันก็แยกกันแล้วมันก็ไม่โยงกัน อีกตัวอย่างหนึ่งเราบอกว่าเราอยากจะเป็น ศูนย์กลางของการคมนาคมและการสื่อสาร แล้วเราก็มีแผนพัฒนาว่าด้วยการเชื่อมโยง มาสเตอร์ แพลน ออน คอนเนกทิวิตี (Master Plan on Connectivity) ของระดับ ประชาคมอาเซียนแล้ว ประเทศไทยเป็นคนริเริ่มเป็นผู้ที่ทำ เราก็จะได้วางตัวเอง โพซิชัน (Position) ประเทศไทยตรงกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เชื่อมจากออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ขึ้นมาไปจนถึงไซบีเรีย หรือจะเวียดนามจนทะลุไปถึงยุโรปผ่านตะวันออกกลาง บุคลากรของเราจะเป็นอย่างไรครับ ข้าราชการของเราจะเป็นอย่างไร จะวางตัวเป็นอย่างไร ต่าง ๆ เหล่านี้มันต้องดูในภาพรวมแล้วก็ทำความเข้าอกเข้าใจกัน แล้วก็เตรียมการ กล่าวลอย ๆ บอกว่าอยากจะพัฒนาบุคลากร แค่นี้ผมคิดว่ามันขาดตอน มันลอยอยู่ในอากาศครับ ผมอยากจะขอให้ไปทบทวนทั้งหมดเลยไม่ได้มีความรีบร้อนอะไรในการที่จะดำเนินการ ของการที่จะต้องพัฒนาปรับปรุงบุคลากร ที่เรียกว่าเป็นข้าราชการที่เป็นผู้รับใช้ประชาชน ก็ขอกล่าวไว้แค่นี้ครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ