สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

เสรี สุวรรณภานนท์ เสนอแนวทางแก้ไขเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยแยกออกจากเศรษฐกิจโลก เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยเสนอโครงการคนไทยไม่มีอด โดยสร้างโรงทานและโรงอาหารในพื้นที่วัดและศาสนสถาน เพื่อให้คนไทยที่ไม่มีรายได้สามารถได้รับอาหารและความช่วยเหลือ

นายเสรี สุวรรณภานนท์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ขอเสนอแนวความคิดเห็น เกี่ยวกับรายงานที่คณะกรรมาธิการได้รายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้นะครับ ก่อนอื่นต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพว่าผมฟังท่านอาจารย์สมชัยได้เสนอรายงานให้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ผมฟังแล้วเป็นเรื่องที่ดีอย่างยิ่งนะครับ ต้องขออนุญาตชมเชยกรรมาธิการด้วยนะครับว่า ท่านก็มีประสบการณ์ ให้ความรู้ ให้ข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งสมควรที่รัฐบาล จะนำไปพิจารณาแล้วก็ดำเนินการในข้อเสนอตามรายงานดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม ตามรายงานดังกล่าวนี้ได้กำหนดแนวทางหรือนโยบายการแก้ปัญหาในประเทศที่เกิดวิกฤติ ทางเศรษฐกิจ เราก็แก้ปัญหาแนวทางหนี้สินที่เกิดขึ้นในครัวเรือนนะครับ ซึ่งผมอยากจะเติมเต็ม ให้รายงานดังกล่าวนี้มีความสมบูรณ์มากขึ้นเพื่อที่จะเป็นรายงานที่เน้นให้ความสำคัญ ไปในเชิงที่นำไปปฏิบัติได้นะครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่าสิ่งที่อยากจะเสนอ ท่านประธานผ่านกรรมาธิการนั้นอยากให้ดูจากสภาพปัจจุบัน หนังสือพิมพ์วันนี้กรุงเทพธุรกิจ ขึ้นตัวใหญ่เลยนะครับ ในคอลัมน์หนึ่ง คนตกงานปี ๒๕๕๙ พุ่งกว่า ๒ เท่าอย่างนี้ครับ มันเป็นสัญญาณให้เห็นว่ามันเป็นปัญหาที่รายงานนี้จะต้องปฏิรูประบบการให้ความรู้พื้นฐาน ทางการเงินแก่ประชาชน ทีนี้ทำอย่างไรล่ะครับ เพราะเราก็มักจะพูดกันบ่อย ๆ มีการวิพากษ์วิจารณ์กันบ่อย ๆ ว่าเศรษฐกิจที่มีปัญหานั้นมันสืบเนื่องจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี มันก็เลยทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ดีไปด้วย แล้วก็พูดกันติดปากครับท่านประธานครับ ซึ่งในเรื่อง เกี่ยวกับเศรษฐกิจดีหรือไม่ดีถ้ามองย้อนหลังกลับไปมันเกิดมาทุกยุคทุกรัฐบาลนะครับ คำว่า เศรษฐกิจที่ไม่ดีนั้นมันสามารถที่จะพบแล้วก็ประสบอยู่ในการดำเนินวิถีชีวิตของเราที่ผ่านมา เราอาจจะมีช่วงเศรษฐกิจที่สามารถรู้สึกสัมผัสได้ก็คือในยุคของท่าน พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ อย่างนี้นะครับ เศรษฐกิจค้าขายดีมาก ราคาที่ดินปรับราคาสูงขึ้น นายหน้าเต็มเมืองไปหมด ประชาชนเกิดความรู้สึกว่าเงินมันสามารถที่จะจับจ่ายใช้สอยได้อย่างคล่องตัว การค้าขายที่ดิน ในช่วงก่อนเขาบอกว่าโยนหินไปบนฟ้าหินตกลงมาโดนหัวใครเป็นนายหน้าหมด ก็แสดงว่า อะไรครับ แสดงว่ามันเฟื่องฟูและเกิดความรู้สึกที่สัมผัสได้ แต่ช่วงระยะเวลาหลัง ๆ เราเกิด ปัญหาเศรษฐกิจ เกิดปัญหาอะไรต่าง ๆ มากมายแล้วความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น มันก็ไม่เกิด เศรษฐกิจในแต่ละช่วงที่ผ่านมาแต่ละยุคแต่ละรัฐบาลก็จะไปเปรียบเทียบกับราคา สินค้าในตลาด แล้วก็จะพูดอยู่เสมอ ๆ ว่าราคาไข่ไก่ในยุครัฐบาลนั้น ไข่คนนั้นไข่คนนี้ ไข่นายกรัฐมนตรีคนนั้นไข่นายกรัฐมนตรีคนนี้ราคาเท่าไรแล้วก็เปรียบเทียบกันมาอยู่ตลอด นี่คือสิ่งที่มันเป็นปรากฏการณ์ว่าปัญหาเศรษฐกิจมันไม่ใช่เกิดแค่ช่วงนี้ แต่มันเกิดมายาวนาน ปัญหาใหญ่ก็คือเราจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจเหล่านี้ได้อย่างไร เพราะถ้าหากว่าเราเอาเศรษฐกิจไทย ไปผูกโยงกับเศรษฐกิจโลกคำตอบที่ออกมามันแก้ไม่ได้หรอกครับ ดังนั้นข้อเสนอดังกล่าวนี้ถ้าจะทำอย่างให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินแก่ประชาชนมันต้องแยก อย่างน้อยรัฐบาลเองต้องสร้างความเชื่อมั่นนะครับว่าถึงแม้จะบอกว่าเศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่เราต้องไม่เอาเศรษฐกิจในประเทศไทยไปผูกโยงกับเศรษฐกิจโลก ต้องแยกจากกัน เพราะฉะนั้นทำอย่างไรล่ะครับที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยดีขึ้นภายในประเทศ มันอยู่ที่ความเชื่อมั่น ถ้าหากว่ารัฐบาลสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้คนมีเงินในกระเป๋าได้นี่ มันก็จะเกิดความรู้สึกที่ดี ให้เกิดขึ้นมาได้ แต่ปัญหาต่อไปก็คือว่าแล้วจะทำอย่างไรให้คนมีเงินในกระเป๋า ทำอย่างไร ให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่ากินดีอยู่ดี ผมเคยนึกโครงการนะครับท่านประธาน ผมเคยนึก โครงการว่ารัฐบาลน่าจะทำโครงการคนไทยไม่มีอดอย่างนี้นะครับ ถามว่าทำอย่างไร ผมนึกถึงครับเวลาเราเข้าวัดนะครับท่านประธาน เราก็จะพบว่าในวัดมีโรงทาน มีโรงอาหาร คนถ้าไม่มีเงินสามารถเข้าไปกินอาหารในวัดได้ จึงอยากฝากท่านประธานนะครับ ถ้ารัฐบาล หรือคนรับผิดชอบฟังอยู่นี่ผมว่ารายงานนี้เป็นรายงานที่ดีนะครับ เราจะทำอย่างไรให้คน เดินเข้าไปในวัดทุก ๆ วัดเลย หรือจะเป็นมัสยิดด้วยก็ได้ เข้าไปให้มีโรงอาหาร ให้มีโรงทาน แล้วช่วยกันรณรงค์ให้คนทำบุญนะครับ เอาข้าวสารเข้าวัด ไม่ใช่ขนทรายออกนอกวัด ช่วยกันบริจาคข้าวสารให้แต่ละวัดสามารถไปเปิดโรงทานได้ เดี๋ยวนี้ข้าวสารจำนำข้าวนี่ มีค้างเยอะแยะไปหมด นับวันแต่จะสูญเสีย เสียหายไปเรื่อย ๆ ครับ รัฐบาลซื้อข้าวเหล่านี้ ข้าวของตัวเองนี่ หาเงินไปอุดหนุนแล้วเอาข้าวเข้าวัด ให้คนไทยที่ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้เดินเข้าวัด แล้วมีอาหารกิน เข้าไปมัสยิดแล้วมีอาหารกิน มันก็จะเป็นโครงการหนึ่งที่ประชาชนทั่ว ๆ ไป เกิดความรู้สึกแล้วก็สัมผัสได้ว่าถ้าหากว่าเราช่วยกันบริจาคเอาข้าวเข้าวัด คนไทยก็จะมีกินนะครับ อันนี้ก็คือเป็นโครงการหนึ่งที่คิดว่าฝ่ายรัฐบาลเองน่าจะให้ความสำคัญ ท่านประธานครับ โอกาสของคนมันไม่เท่ากันนะครับ แต่โอกาสมันเกิดขึ้นได้ครับ ก็เน้นกลับไปที่รัฐบาลที่จะ สร้างโอกาสเหล่านี้ให้กับประชาชนทุกคนมีงานทำนะครับ ไม่จำเป็นหรอกครับที่ทุกคน จะต้องเรียนรู้สูง ๆ ไม่จำเป็นต้องมีใบประกาศนียบัตร ไม่จำเป็นต้องมีหลักสูตรอะไรที่ต้องเรียนรู้ มันเป็นหลักสูตรในชีวิตจริงนะครับ ผมสัมผัสกับประชาชน ผมทำตลาดนะครับท่านประธาน ผมได้มองเห็นว่าทำอย่างไรให้คนมีงานทำ มีรายได้ รัฐต้องเปิดโอกาสครับอย่างเช่นรัฐที่ทำ ตลาดแถว ๆ คลองผดุงกรุงเกษมนี่นะครับ หรือใกล้ ๆ ทำเนียบรัฐบาลนี่ อันนั้นเป็นแค่เพียง ตัวอย่างหนึ่งนะครับ แต่ลองคิดนะครับท่านประธาน ถ้าเกิดโครงการเหล่านี้มันไปเปิดหลาย ๆ พื้นที่ ทั่วประเทศ ขอให้แต่ละชุมชน แต่ละท้องถิ่นช่วยกันเปิดตลาด มันก็จะทำให้คนมีงานทำ มีรายได้มากขึ้น แล้วต้องกำหนดนโยบายขอให้ตลาดเอกชนเหล่านี้สนับสนุนให้คนที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป หรือเกษียณอายุแล้วเข้าไปค้าขายในตลาดโดยไม่ต้องจ่ายค่าเช่าหรือเสียค่าเช่า เพราะฉะนั้นคนที่อายุ ๖๐ ปีนะครับ เรากำหนดเงื่อนไขเลยครับว่าถ้าเกิดเป็นสินค้าที่ผลิตเอง เป็นสินค้าที่ทำในครอบครัว ใครก็ตามอายุ ๖๐ ปีไปขายในตลาดไม่ต้องเสียค่าเช่า ๑. คนจะรู้สึกดีขึ้น ๒. คนที่บอกว่าเป็นภาระบอกอายุมาก ๆ นี่สามารถไปค้าขายในตลาดได้ อย่างนี้เป็นต้น หรือสนับสนุนให้ราชการช่วยคนในครอบครัวให้มีงานทำ ไปค้าขายในเรื่องนี้ มันก็จะทำให้ในครอบครัวนั้นมีรายได้มากขึ้น ปกติคนเราทำงาน ๘ ชั่วโมงครับท่านประธาน ถ้าอยากมีรายได้มากขึ้นท่านประธานจะทำอย่างไรครับ ก็ต้องทำงาน ๑๐ ชั่วโมง ก็ต้องทำงาน ๑๒ ชั่วโมง ทำอย่างไรให้คนมีเวลาเท่ากันนี่นะครับ แต่ถ้าต้องการรายได้มากขึ้น ท่านก็ต้องทำงานมากขึ้น ส่วนงานที่ทำเราต้องอย่าเลือกงานครับท่านประธาน หลายครอบครัว มีรถพิกอัปอยู่ในบ้าน ตกงานนอนรออยู่ จริง ๆ เอาป้ายติดที่รถพิกอัปเขียนเบอร์โทรศัพท์ติดไว้ ไปจอดในที่ที่ไม่ได้กีดขวางจราจร เขียนว่ารับจ้างทำของ รับจ้างขนของ ท่านก็สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ได้แล้ว ติดป้ายไว้หน้าบ้าน รับจ้างขนของ รับจ้างซักผ้า รับจ้างทำความสะอาดบ้าน เดี๋ยวก็มีคนติดต่อมา มันก็สามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนได้นะครับ ดังนั้นผมว่า มันก็ขึ้นอยู่กับแนวนโยบายที่เราจะชี้ช่อง เราจะบอกเขาว่าโอกาสเหล่านี้มันมีอยู่ทุกคน แต่เราจะเอาโอกาสเหล่านี้นำออกมาใช้หรือเปล่า หรือท่านประธานหรือท่านกรรมาธิการ ในบ้านท่านมีของเยอะไหม ผมถามอย่างนี้ ในบ้านเราหลายบ้านมีของเหลือใช้มากมาย เสื้อผ้าเอย รองเท้าเอย อุปกรณ์ของใช้ในบ้าน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้รกอยู่ในบ้านเต็มไปหมดเลย ต้องบอกชาวบ้านครับ เปิดสถานที่เปิดพื้นที่ให้คนเหล่านี้มาเปิดตลาดนัดเอาของในบ้าน ที่เหลือใช้มาขาย มันก็จะสามารถทำให้คนมีเงินในกระเป๋าได้ มันมีวิธีเยอะครับท่านประธาน ที่สามารถดำรงชีวิตดำรงชีพอยู่ในสังคมนี้ได้แล้วให้เศรษฐกิจดีขึ้น ผมเห็นตำรวจหลายคน ออกจากเวร ออกจากราชการไปทำอะไรครับ ไปขับแท็กซี่ก็มีเห็นไหม เขาไม่เลือกงาน ตำรวจดี ๆ มีเยอะ หรือราชการเองก็ตามก็สามารถที่จะให้มีอาชีพเสริมเพื่อมีรายได้มากขึ้น ส่วนรัฐบาลเองครับท่านประธานผมอยากเห็นรัฐบาลทำโครงการที่สามารถเป็นกิจกรรมได้ ทั่วทั้งประเทศ ถ้าหากว่ารัฐบาลสนับสนุนสั่งผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดทำโครงการจัดงาน ในแต่ละจังหวัดพร้อม ๆ กันทั่วประเทศ อย่างเช่นแข่งฟุตบอล ทุกจังหวัด ทุกอำเภอ ทุกตำบล แข่งหาคนชนะในจังหวัด เอาแต่ละจังหวัดมาแข่งกันในภูมิภาค เอาแต่ละภูมิภาค มาแข่งกันทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นแข่งเรือ เทศกาลอาหาร เทศกาลอะไรต่าง ๆ มันก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจครับท่านประธาน มันสามารถสร้างงานสร้างอาชีพให้กับ พี่น้องประชาชนได้ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมกราบเรียนว่าถ้าหากว่า เราสามารถที่จะระดมความคิดช่วยกันสนับสนุน ช่วยกันหาทางออก มันก็สามารถที่จะทำให้เศรษฐกิจ ในประเทศดีขึ้นได้ หรือรวมถึงเรามีรถไฟอย่างนี้ครับท่านประธาน รถไฟวิ่งไปตามจังหวัดต่าง ๆ อยากให้รัฐบาลกำหนดให้รถไฟสามารถขนสินค้าพืชผลการเกษตรต่าง ๆ ในราคาถูก เอามาจำหน่ายในเมืองใหญ่เมืองหลวง เอาไปส่งออกต่างประเทศ อย่างนี้มันสามารถที่จะลด ค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชนได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราสามารถที่จะกำหนดอนาคตต่าง ๆ ให้กับประชาชนที่สามารถจะสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพได้ มันขึ้นอยู่กับที่ว่ารัฐบาล จะให้ความสำคัญในเรื่องเหล่านี้มากน้อยแค่ไหน ผมเคยเห็นภาพครับท่านประธาน พี่น้องประชาชนเขาพร้อมที่จะทำงาน เขาดิ้นรนเพื่อหางานทำหารายได้ ท่านประธาน เคยเห็นภาพไหม ผมเห็นแล้วติดตาเลยมีแม่จูงลูกเดินขายลูกโป่งสวรรค์ครับท่านประธาน แล้วปรากฏว่าอย่างไร ฝนตกครับท่านประธาน ผมสะท้อนใจ ผมมีความคิดว่าชาวบ้านที่เขา ดิ้นรนขนาดนี้เขาไม่มีความรู้อะไร แต่เขาไปรับลูกโป่งมาขายแล้วก็จูงลูกเดินตากฝนไปขายลูกโป่ง ยังถามตัวเองแล้วอย่างนี้มันจะขายได้สักกี่ลูกแล้วฝนก็ตกอีก ภาพอย่างนี้มันปรากฏว่าถ้าเกิด รัฐบาลเองหรือรายงาน สปท. สามารถที่จะสร้างงานสร้างอาชีพให้เขาอยู่ในพื้นที่อยู่ในโอกาส ที่สามารถจะต่อสู้กับชีวิต ต่อสู้กับสภาพความเป็นอยู่ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ว่าในเรื่องของ ที่อยู่อาศัย ในเรื่องของการทำมาหากิน ในเรื่องของเงินทุนที่ไม่ใช่ว่ามากเกินไป ท่านอยู่ธนาคารอยู่แล้วก็พยายามจะปล่อยเงินกู้หรือหาเงินทุนให้กับประชาชนอยู่แล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเป็นโอกาสที่เราสามารถจะสร้างได้

ข้อสำคัญนี่นะครับ สุดท้ายครับ เราต้องแยกเศรษฐกิจโลกออกจากเศรษฐกิจ ภายในประเทศ แล้วก็สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน มันก็จะ สามารถทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกแล้วก็มีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ