คุรุจิต หารือยกระดับการเงินประชาชน ชี้ขาดวินัย-เสนอเสริมทักษะมั่นคงครัวเรือน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

คุรุจิต นาครทรรพ หารือประเด็นการปฏิรูปการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน โดยชี้ปัญหาความรู้และวินัยการเงินที่ต่ำ ซึ่งได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีและวิกฤติการเงิน พร้อมเสนอให้ยกระดับเป็นวาระแห่งชาติผ่านการเสริมสร้างทักษะการเงินเพื่อความมั่นคงของครัวเรือน โดยเสนอให้ธนาคารออมสินและธ.ก.ส. เป็นหน่วยขับเคลื่อนหลัก พร้อมเน้นการขยายผลไปยังกลุ่มเปราะบางและสนับสนุนการจัดตั้งกรอบการทำงานที่ชัดเจนโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แทนการตั้งคณะกรรมการระดับชาติ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

นายคุรุจิต นาครทรรพ

กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูป ประเทศที่เคารพ กระผมต้องขอขอบพระคุณคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านเศรษฐกิจที่ได้กรุณาจัดทำและเสนอรายงานเรื่องการปฏิรูประบบการให้ความรู้พื้นฐาน ทางการเงินแก่ประชาชน หรือไฟแนนเชียล ลิเทอเรซี รีฟอร์ม (Financial Literacy Reform) ซึ่งเท่าที่ได้อ่านดูเพราะว่ามีเวลาอ่านมาถึง ๒ อาทิตย์นะครับ ท่านเลื่อนมาจากครั้งที่แล้ว ก็พอจะสรุปจากรายงานของท่านได้ดังนี้นะครับ

เรื่องแรกท่านก็เห็นว่าประชาชนขาดความรู้และขาดวินัยทางการเงิน และไม่มี โอกาสได้เรียนรู้และเสริมสร้างทักษะทางการเงิน ซึ่งมีความจำเป็นในการสร้างความมั่นคง และมั่งคั่งให้กับตนเองและครอบครัว ประกอบกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและ ความซับซ้อนในเรื่องธุรกรรมทางการเงินและการเกิดขึ้นของวิกฤติทางการเงินหลาย ๆ ครั้ง ทั้งของโลกและของประเทศไทย อีกประการหนึ่งก็คือมีภัยคุกคามด้านความปลอดภัย ทางเทคโนโลยีสารสนเทศในระบบการเงิน และจากการสำรวจพบว่าประชาชนยังมีความรู้ ทางการเงินในเกณฑ์ค่อนข้างต่ำและมีวินัยทางการเงินน้อย ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเกินตัวมากขึ้น

เรื่องที่ ๒ ท่านก็เห็นว่าปัจจุบันมีประเทศในโลกถึง ๒๓ ประเทศ ซึ่งมี ยุทธศาสตร์แห่งชาติในการยกระดับความรู้ทางการเงินให้กับประชาชนของเขา แล้วก็ยังมีอีก ๑๑ ประเทศที่กำลังดำเนินการบังคับใช้กฎหมายแล้ว และอีก ๓๐ ประเทศที่อยู่ระหว่าง การออกแบบ กรรมาธิการเศรษฐกิจจึงมีข้อเสนอแนะก็คือยกเรื่องของการให้ความรู้พื้นฐาน ทางการเงินแก่ประชาชนเป็นวาระแห่งชาติ ให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ให้ความรู้และเสริมสร้างวินัยทางการเงินให้กับประชาชนเพื่อมาจัดทำยุทธศาสตร์ กำหนด เป้าหมายในการวางแผนเก็บออม และจัดการหนี้สินอย่างชาญฉลาด และเข้าใจความเสี่ยง ทางการเงิน แล้วก็มีการกำหนดกลุ่มเป้าหมายในประชากรกลุ่มต่าง ๆ ที่มีความเสี่ยง แล้วที่จะให้ความรู้ แล้วก็เสนอให้สภาพัฒน์เป็นเลขานะครับ แต่ตัวขับเคลื่อนท่านก็เสนอให้ ธนาคารออมสินและธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นตัวหลัก ในการขับเคลื่อน ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นรายงานที่มีข้อมูลและการวิเคราะห์ เชื่อมโยงที่ดีมาก ผมอ่านแล้วก็ได้รับความรู้และเห็นด้วยถึงความจำเป็นที่ต้องยกระดับและ ให้ความสำคัญในเรื่องความรู้พื้นฐานทางการเงินแก่ประชาชน โดยรวมก็เห็นสมควร ให้การสนับสนุนนะครับ

อย่างไรก็ตามผมก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมเล็กน้อยที่อยากจะฝากท่านกรรมาธิการไป เรื่องแรกก็คือ ความรู้พื้นฐานทางการเงินคงต้องควบคู่ไปกับความรู้พื้นฐานทางกฎหมาย และสิทธิทางกฎหมายด้วยเพราะมันเกี่ยวกัน อันที่ ๒ ก็เรื่องเล็กน้อยเพื่อให้เครดิต แก่อนุกรรมาธิการและคณะทำงานที่ทำเรื่องนี้ ท่านก็น่าจะแนบรายชื่อเขาหน่อย มีแต่รายชื่อกรรมาธิการ ท่านที่ทำจริง ๆ เผื่อว่าคนอ่านรายงานแล้วไม่รู้จะได้ไปซักถามถูกตัว ท่านครับ รายงานฉบับนี้ได้พูดมาตั้งแต่ต้นซึ่งผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าความรู้พื้นฐานและ วินัยทางการเงินเป็นรากฐานที่สำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจในสังคม และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ฉะนั้นการส่งเสริมความรู้ทางการเงินและ การคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินจึงสมควรได้รับการยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ประชาชน จำนวนมากโดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยถึงรายได้ปานกลางยังขาดความเข้าใจในการบริหาร จัดการเงินส่วนบุคคล มีการใช้จ่ายหรือก่อหนี้สินเกินตัว ขาดวินัยทางการเงิน รวมทั้งยังไม่มี ทักษะเพียงพอในการจัดทางเลือกทางการเงินบริหารความเสี่ยงอย่างมีเหตุมีผลและรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง เราจึงเห็นกลุ่มคนหลายกลุ่มในสังคมตกเป็นเหยื่อของ ความหวังที่มาจากโฆษณาชวนเชื่อ เป็นเหยื่อของการบริโภคนิยม ใช้จ่ายเกินตัวจนเกิด เป็นข่าวนะครับ ในรัฐบาลนี้เห็นปัญหาของคนมีหนี้สินต้องออกกฎหมายทวงหนี้ขึ้นมา เพื่อไม่ให้มีบริการรับจ้างทวงหนี้ไปข่มขู่ลูกหนี้ ในอดีตเมื่อผมยังหนุ่ม ๆ ก็มีคนตกเป็นเหยื่อ ของแชร์รถน้ำมันที่เรียกว่าแชร์แม่ชม้อยท่านคงจำได้ ล่าสุดนี้ก็มีคดียูฟัน (UFUN) ให้สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนเยอะ ๆ แล้วก็เป็นการหลอกลวงเงิน เรามักจะได้ยินข่าวว่าชาวนาหรือเกษตรกรไปกู้เงินนอกระบบหรือในระบบก็ตามเซ็นกระดาษเปล่า และได้เงินมาแล้วก็ดอกเบี้ยสูงและยอดหนี้ก็สูงไปด้วยนะครับ แล้วก็ประชาชนอีกส่วนหนึ่ง ก็ไปสมัครเปิดบัตรเครดิต บางคนมีโหลหนึ่งเอาหนี้จากบัตรนี้ไปชำระหนี้อีกบัตรหนึ่งและในที่สุด ก็เสียเครดิตตัวเองถูกแบล็กลิสต์ (Blacklist) อยู่ในเครดิตบูโร (Credit Bureau) ครูมีหนี้สิน ล้นพ้นตัว เวลาครูมีหนี้สินล้นพ้นตัวรายงานที่เขาพูดถึงจะมีกำลังใจสอนเด็กได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการให้ครูไปสอนวินัยทางการเงินจะต้องให้ครูมีวินัยทางการเงินเสียก่อน หรือแม้แต่บางครั้งเราไปวัดก็จะเห็นวัดใหญ่ ๆ วัดดัง ๆ บางทีเข้าไปขายพระเครื่องหรือ วัตถุมงคลกันในโบสถ์เลย แล้วพระท่านก็แก่แล้วเป็นเจ้าอาวาส ๘๐ ทั้งนั้น ความรู้ทางการเงิน ก็อาจจะไม่ค่อยดี ก็ถูกฆราวาสบางกลุ่มมาเช่าที่ไปทำธุรกิจให้ค่าตอบแทนวัดถูก ๆ อันนี้ ก็ควรจะให้ความรู้กับพระสงฆ์ซึ่งท่านก็จัดไว้ในกลุ่มแล้ว ประชาชนจำเป็นต้องมีความเข้าใจ ในโลกทางการเงินที่พัฒนาไปมาก ด้วยสภาพเศรษฐกิจของโลกที่เปลี่ยนไปตามวัฏจักรที่ท่าน เขียนไว้เองว่ามีทั้งรุ่งโรจน์และร่วงโรยหรือบูม แอนด์ บัสต์ (Boom and Bust) มีนวัตกรรม ทางการเงินใหม่ ๆ ที่เรียกว่าไฟแนนเชียลอินโนเวชัน (Financial Innovation) หลายประการ แล้วก็ทำให้เกิดวิกฤติทางการเงิน เช่น คอลแลเทอรัล เดบต์ ออบลิเกชัน (Collateral Debt Obligation) หรือเครดิต ดีฟอลต์ สแวป (Credit Default Swap) ซึ่งท่านก็พูดถึง มีการ พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทำให้เราไม่ต้องไปธนาคาร แต่ถามว่าทำแบงก์กิง (Banking) ทางโทรศัพท์มือถือได้ แล้วก็เกิดธุรกิจบริการทางการเงินที่เรียกว่าไฟแนนเชียลเทคโนโลยี (Financial Technology) โดยผู้ให้บริการที่ไม่ได้เป็นสถาบันการเงิน ในรายงานของท่าน ก็ยังได้กล่าวถึงกลุ่มคนที่ควรได้รับการเอาใจใส่เป็นพิเศษ ซึ่งกระผมก็เห็นด้วยเนื่องจากเขามี ความรู้ทางการเงินค่อนข้างต่ำ มีโอกาสเสียเปรียบ เสียรู้ เสียค่าโง่ ก็เป็นจำนวนมาก แล้วก็เกิดขึ้นมาแล้ว ได้แก่ คนในต่างจังหวัด ในชนบทนอกเขตเมือง ลูกจ้างหาเช้ากินค่ำ ลูกจ้างรายวันภาคเอกชน เกษตรกร แม่บ้าน หรือแม้แต่สื่อมวลชนอันนี้ก็เป็นที่น่าประหลาดใจ ครูอันนี้ชัดเจนนะครับเป็นหนี้มากที่สุด หรือแม้แต่พระสงฆ์ ท่านจึงได้เสนอให้มี การจัดแบ่งกลุ่มประชาชนและเนื้อหาในการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินเป็นกลุ่มต่าง ๆ ๓ กลุ่ม โดยมีเนื้อหาในแต่ละกลุ่ม หลักสูตรแตกต่างกันตามที่ระบุอยู่ในตารางที่ ๕ ในหน้า ๒๗ ซึ่งผมก็เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เห็นด้วยกับตัวชี้วัดความสำเร็จและเป้าหมาย ที่ท่านเสนอในการให้ความรู้พื้นฐานทางการเงินแก่ประชาชนดังที่เขียนอยู่ในตารางที่ ๖ ในหน้า ๓๒ ด้วย อย่างไรก็ดีกระผมก็อยากจะฝากข้อสังเกตในเรื่องวิธีการที่จะไปถึงเป้าหมาย และตัวชี้วัดที่ท่านอยากเห็นด้วยการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ให้ความรู้ทางการเงิน และเสริมสร้างวินัย คือผมคิดว่าเราน่าจะปฏิบัติได้เลย ไม่ควรจะไปตั้งกรรมการระดับชาติ และอย่างที่ท่านสุรินทร์ว่าจะมีเวลามาประชุมหรือเปล่า แล้วก็กว่าจะถ่ายทอดไป แล้วก็ เจ้าภาพที่สำคัญ ท่านจะให้สภาพัฒน์เป็นเจ้าภาพหรือท่านจะให้ธนาคารออมสินเป็นเจ้าภาพ หรือท่านจะให้ ธ.ก.ส. เป็นเจ้าภาพ แต่ละองค์กรที่ท่านเอ่ยนามมานี้ เขามีภารกิจประจำ ภารกิจหลักอยู่แล้ว ผมก็เกรงว่าจะไปไม่ถึงดวงดาว จริง ๆ ท่านควรจะตั้งคณะกรรมการ จัดทำหลักสูตรที่จะไปอบรมคน ๓ กลุ่มนี้เลย แล้วก็หางบประมาณมาจ้างแมส (Mass) อบรม อย่างเรื่องคำถามพ่วงตามรัฐธรรมนูญ เขายังใช้เวลา ๒ เดือนอบรมมีครู ก ครู ข และครู ค เราอาจจะทำแค่ครู ก แล้วก็ใช้สถาบันที่มีชื่อเสียง มีมาตรฐาน อาจจะเป็น สถาบันพระปกเกล้าก็ได้ อบรมเรื่องความรู้พื้นฐานด้านการเงินหรือกฎหมายเบื้องต้น แล้วก็ ไปอบรมครู ก ใน ๗๖ จังหวัดเพื่อให้เขาไปอบรมครู ข ไปอบรมพระหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมมักจะเห็นผลเร็วกว่ามาทำเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์แบบนี้ ซึ่งเป็นองคาพยพที่ช้า ผมว่าถ้ารายงานนี้ผ่านไปนี่กว่าจะเห็นผลอย่างที่ท่าน ๕ ปีนี่ไม่ทราบว่า จะได้หรือเปล่านะครับ อันนี้ก็อยากจะฝากด้วยนะครับว่าเป้าหมายและรายงานของท่าน เป็นรายงานที่ดีมาก ผมคงจะยกมือให้นะครับ แล้วท้ายที่สุดอาจจะต้องขอก๊อบปี้ท่านสุรินทร์ มานิดหนึ่ง ไม่ได้เตี๊ยมกันมานะเผอิญคิดเหมือนกันครับ ผมคิดว่าความรู้พื้นฐานหรือ วินัยทางการเงินนี่เริ่มต้นได้ง่าย ๆ แล้วก็เริ่มต้นโดยวัฒนธรรมไทยของเรานี่ตามที่บรมกวี สุนทรภู่ท่านก็ได้ประพันธ์ไว้เมื่อกว่า ๑๖๐ ปีมาแล้วนะครับ ในบทประพันธ์สุภาษิตสอนหญิง ซึ่งมีสั้น ๆ นะครับ ก็ว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน ไม่ควรซื้อก็อย่าไปพิไรซื้อ ให้เป็นมื้อเป็นคราวทั้งคาวหวาน เมื่อพ่อแม่แก่เฒ่าชรากาล จงเลี้ยงท่านอย่าให้อดรันทดใจ การให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนก็ควรจะเริ่มด้วยรากฐานโบราณของวัฒนธรรมไทย คือรู้จักประมาณตนเอง รู้จักเก็บออม รู้จักมัธยัสถ์และเริ่มต้นด้วยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ขอบพระคุณครับ