ชิดชัย วรรณสถิตย์ หารือความสำคัญของการศึกษาด้านการเงินการคลังส่วนบุคคลเพื่อเสริมสร้างวินัยทางการเงิน ลดปัญหาสังคม และส่งเสริมการลงทุนอย่างมีธรรมาภิบาล โดยเสนอให้ใช้แนวทางปฏิบัติที่ดีจากผู้ประสบความสำเร็จในชุมชนเป็นต้นแบบร่วมกับการเรียนรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก สปท. ท่านกรรมาธิการที่นับถือ กระผม พลตำรวจเอก ชิดชัย วรรณสถิตย์ สปท. ลำดับที่ ๓๙ วันนี้ผมก็รู้สึกดีใจที่ท่านกรรมาธิการได้นำเสนอเรื่องนี้นะครับ และถือว่า เป็นเรื่องสำคัญยิ่ง ผมว่าสำคัญในชีวิตของทุก ๆ คนนะครับ จริงเรื่องเงินก็ไม่ใช่สำคัญที่สุด แต่ว่าจำเป็นในชีวิต สำคัญสำหรับตัวบุคคล สำคัญสำหรับครอบครัว สำคัญสำหรับ ประเทศชาติ ในระดับประเทศชาติมีเรื่องการเงินการคลัง ในระดับครอบครัวก็ถือว่าต้องใช้ ย่อลงมาคือเป็นการเงินการคลังของครอบครัว ผมอยากใช้ภาษาง่าย ๆ อย่างนี้ ในระดับ ประชาชนก็การเงินการคลังของเฉพาะตัวบุคคลนะครับจะชัดเจน ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ในชีวิต เพราะทุกชีวิตต้องสร้างเนื้อสร้างตัวให้อยู่ได้ในสังคม ต้องตั้งตัวให้ได้ ท่านต้อง ชี้ให้เห็นว่าถ้าเรื่องนี้มันได้ประโยชน์อะไรสำหรับประชาชนนี่เขาจะเอาทันทีครับ เหมือนกับ เรื่องการศึกษานี่ทำไมสำคัญกับชีวิต บอกกับตัวเองได้ว่าถ้าอยากได้ดีอยากมีอนาคตก็ต้อง เรียนหนังสือนะครับ อันนี้คือภาษาง่าย ๆ สิ่งที่ท่านเขียนมาทั้งหมดดีหมดครับ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านปลัดคุรุจิตก็ได้วิเคราะห์ไปแล้วชัดเจนนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเข้ามา นวัตกรรมทางด้านการเงินเยอะแยะ หลาย ๆ อย่างก็สร้างความหายนะให้กับโลก ไม่ว่าจะเป็น ต้มยำกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นไครซิสแฮมเบอร์เกอร์ (Crisis Hamburger) เพราะนวัตกรรม ด้านการเงินที่มันมีเยอะไปแล้วก็สลับซับซ้อนกันไปหมด นอกจากนี้แล้วก็ยังมีสิ่งไม่ถูกต้อง ก็คือพวกแฮกเกอร์ (Hacker) ทั้งหลาย เพราะฉะนั้นความมั่นใจในเรื่องฟินเทคพร้อมเพย์ (FinTech PromptPay) ก็ยังมีตลอด เพราะฉะนั้นข้อมูลของท่านเข้มแข็งแข็งแรงครับ แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี่เอาความเป็นจริงในสังคมไทย ตลอดชีวิตนี่ผมสังเกตกับสิ่งเหล่านี้มาตลอดว่า ในสังคมไทยนี่อย่าว่าแต่นิสิต นักศึกษาเลย ข้าราชการที่มีความรู้เรียนเฉพาะสายวิชาชีพตัวเอง ไม่มีหลักสูตรใด ๆ ที่บอกเกี่ยวกับเรื่องนี้ วิศวกรก็เรียนวิศวกร หมอก็เรียนหมอ ตำรวจก็เรียนตำรวจ ทหารก็เรียนทหาร ไม่มีเรื่องการเงินการคลังส่วนบุคคลหรือส่วนครอบครัวนะครับ เพราะฉะนั้น พอตัวนี้พื้นฐานไม่ดี แน่นอนครับมีปัญหาแน่ในการดำรงชีวิตมันก็นำไปสู่ปัญหาสังคม ท่านทั้งหลายคงจะรู้ว่า ถ้าคนที่ประสบความสำเร็จเขามองทุกโอกาสเป็นเงินเป็นทองหมด เขาสามารถที่จะหยิบเงิน ในทุกแห่ง หยิบเงินในอากาศได้ คนอื่นแม้กระทั่งผมใหม่ ๆ ผมมองเขาทำได้อย่างไร ต้องใช้สติปัญญาหาเงินอย่างถูกต้อง มีเกียรติมีศักดิ์ศรี ไม่ต้องไปคอร์รัปชัน อันนี้มันจะนำไปสู่ เรื่องการธรรมาภิบาลอีกไม่ใช่เฉพาะเรื่องสร้างเนื้อสร้างตัวไปสู่ธรรมาภิบาลเรื่องคอร์รัปชัน ก็จะน้อยลง ในชีวิตผมเผอิญได้ทุนรัฐบาลไปเรียนต่างประเทศ เราจะเห็นว่าอาจารย์สอนเรา เวลาไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษา ทำไมอาจารย์เขาอ่านอะไร เขาอ่านดูหุ้นดูสต๊อก (Stock) นิวยอร์กสต๊อก ดูอะไรต่ออะไรทั้งหมด ผมก็คุยกับเขาผมลงทุนครับ เขาดูเรียลเอสเตท (Real Estate) เขาลงทุนครับ เขาไม่ได้พึ่งรายได้จากเงินเดือนของการเป็นโพรเฟสเซอร์ (Professor) อย่างเดียว เขาพึ่งทุกทาง ผมก็จำภาพเหล่านั้นมา ทำไมเราถึงจะทำได้ ทำไมเพื่อนร่วมงานเราถึงจะทำได้ว่า โอกาสการลงทุนมีตลอด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการการเงินที่ท่านจะให้ความรู้ ตรงพื้นฐานนี่แหละครับ ซึ่งมันไปไกลกว่านั้น เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเองไปบรรยายที่ไหน ผมก็พยายามจะสอดแทรกสิ่งเหล่านี้ ให้คุณต้องเป็นนักลงทุนที่ดีหลังจากที่คุณออม สเตป (Step) แรกของคนตั้งเนื้อตั้งตัวแน่นอนอย่างที่ท่านพูดไว้ต้องมีการออม พอมีออมแล้วทำไม ถึงจะทำให้เงินนั้นมันงอกเงยเพื่อสามารถตั้งเนื้อตั้งตัวได้ตัวนี้สำคัญ ถ้าเป็นโบราณ ก็บอกว่าไปซื้อผืนเล็ก ๆ พอขึ้นราคาก็มีสอนกันมานะครับ หรือไปซื้อทองไปซื้ออะไรอย่างนั้น เขาจะมาลักษณะอย่างนี้ ถ้าคนมีสตางค์หน่อยก็ออมได้หน่อยก็ไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ มันจะเป็นลักษณะอย่างนั้น หรือถ้าเผื่อคอนเซอร์เวทิฟ (Conservative) หน่อยก็จะไปดู ศึกษาว่าอัตราดอกเบี้ยของแบงก์ไหนเป็นอย่างไร ประจำเป็นอย่างไร กี่เดือนเป็นอย่างไร ออมทรัพย์เป็นอย่างไร พันธบัตรเป็นอย่างไร หุ้นกู้ของบริษัทเป็นอย่างไร อัตราเป็นอย่างไร พวกนี้มันต้องรู้หมด มันต้องไปสู่จุดนั้น เพราะฉะนั้นการให้การศึกษาที่ท่านเขียนไว้เป็นสิ่งที่ดี ผมอยากให้ได้ทำตามนี้ แต่จะทำตามนี้ได้อย่างไร มันมี ๒ อย่าง ตั้งแต่องค์ความรู้ที่ท่านให้ กลุ่มเป้าหมายเป็นใคร ถ้าผมคิดง่าย ๆ ทุกองค์กรมีผู้ประสบความสำเร็จ ทุกชุมชน มีคนประสบความสำเร็จในเรื่องการเงินการคลัง ตัวนั้นเป็นเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) ในองค์กร ในชุมชน สามารถทำได้ทันที เกิดจากการปฏิบัติ เกิดจากการเข้าใจ ไม่ต้องไปรอทำ หลักสูตรหรอกครับ ถ้าเผื่อไม่รู้อ่านในอินเทอร์เน็ต (Internet) อ่านในอะไรทั้งหมด วิเคราะห์ได้หมดแหละครับ คราวที่แล้วผมเคยพูดอภิปรายโรงเรียนมัธยมศึกษาอายุไม่เกิน ๑๓ ปี โรงเรียนบ้านบาก อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี มาเป็นรองชนะเลิศ แพ้วชิราวุธวิทยาลัย เขาเรียนในยูทูบ (YouTube) เขาเรียนในยูทูบ (YouTube) ครับ ไม่ต้องไปมีอะไรมากยาวเลย เขาสามารถที่จะชนะ ภ.ป.ร. ๑๒ : ๐ มาแพ้ชิงชนะเลิศกับ วชิราวุธวิทยาลัยเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นองค์ความรู้มีอยู่ทั่วไป เพียงแต่ว่าท่านจะไปสกัด ให้มันง่ายอย่างไรเพื่อให้เพื่อนร่วมชาติในระดับต่าง ๆ ได้รู้ คนในชุมชนควรจะได้อย่างไร เบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) ในชุมชนมีไหม ในหน่วยงานนี้มีเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) ไหม เป็นคนให้ความรู้สิครับ ไม่ต้องให้ภาระไปหาครู ก ครู ข ครูอะไรหรอก ไปหาในนั้นแหละครับ นี่คือเป็นสิ่งหนึ่ง แล้วกลุ่มเป้าหมายก็อย่างที่ผมได้พูดไปแล้วนะครับว่า กลุ่มที่ช่วยตัวเองแล้วนี่ไม่ต้องไปดูหรอกครับ เพียงแต่ให้เขาบริหารให้เป็นเพราะว่าผมเอง ไม่อยากให้คนไทยนี่ลงทุนเหมือนการพนัน ลงทุนแล้วก็พอผิดหวังฆ่าตัวตายกันไปบ้าง มันไม่ใช่ ลงทุนคุณก็ต้องมีเงินลงทุน คุณต้องมีเซฟเนส (Safeness) คุณต้องมีเงินคงคลัง ถ้าเป็นอะไรแล้วเราอยู่ได้เราต้องแบ่งให้ถูก ทหาร ตำรวจ เวลาไปรบยังมองเลยว่า ฐานมั่นสุดท้ายอย่างไร แนวดีเฟนด์ไลน์ (Defend Line) ดีเฟนด์ไลน์ (Defend Line) ที่ ๑ แพ้แล้วเราร่นมาที่ไหน ร่นมาที่ไหนตรงสุดท้ายนี่ต้องอยู่ให้ได้ เขาก็มีดีเฟนด์ (Defend) ของเขาเป็นลักษณะอย่างนั้นนะครับ ผมพูดจากความเป็นจริง มีเพื่อนผม มีผู้บังคับบัญชาผม ที่เขาทำแล้วเขาประสบความสำเร็จ เขาสามารถรับราชการแบบมีหน้ามีตา สามารถปฏิเสธ ความไม่ถูกต้องได้ เพราะฉะนั้นตัวนี้จะเป็นการชี้ให้เห็นว่าทุกวงการไม่ว่าเป็นวงการเอกชน วงการราชการมันก็จะมีธรรมาภิบาลขึ้น ชี้ให้เขาเห็นว่าเรื่องนี้คือเรื่องชีวิตสำคัญกับชีวิตพอ ๆ กับการศึกษาเพราะเงินเป็นตัวในการขับเคลื่อนเพื่อให้เขาตั้งเนื้อตั้งตัวได้ มีชีวิตในสังคมนี้ได้ แม้กระทั่งว่าหลังพ้นทำงานแล้วเขาจะไปครับ เป็นสิ่งที่ว่ายากก็ยาก ว่าง่ายก็ง่ายเหมือนกับ หญ้าปากคอกนะครับ เพราะฉะนั้นผมเองอยากให้กำลังใจนะครับ อยากให้ท่านไปปรับว่า ทำไมถึงจะทำได้เร็วเพราะว่ายุคนี้เป็นยุคดิจิทัล (Digital) ทุกอย่างเร็วมาก ทุกอย่างมีสปีด (Speed) เพราะฉะนั้นผมเองก็ขอแชร์ (Share) ประสบการณ์ที่ผมดูมาตลอดชีวิตนะครับ ผมพูดด้วยใจนะครับ เพราะว่าผมอ่านของท่านหมดแล้ว ผมก็ขอชื่นชมและขอขอบคุณครับ ขอยุติเพียงเท่านี้ครับ