พรพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตเกณฑ์คุณธรรมแห่งชาติ ห่วงวัดผลยาก-กระทบงบ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความกำกวมของเกณฑ์คุณธรรมแห่งชาติ โดยกังวลต่อความชัดเจน ความเหมาะสมของการผูกกับงบประมาณ และความท้าทายในการตั้งคณะกรรมการประเมิน พร้อมเสนอให้ปรับปรุงร่างพระราชกฤษฎีกาให้กำหนดวัตถุประสงค์และหน้าที่ของศูนย์ฯ อย่างชัดเจน รวมถึงการจัดทำเกณฑ์ แผนแม่บท และระบบประเมินผลอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อวัดผลกระทบและประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง

นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์

ขอบคุณท่านประธานค่ะ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ดิฉันอาจจะไม่ได้อภิปรายมากนักแต่ว่า อันนี้อาจจะเป็นคำถามมากกว่านะคะ เพราะว่าจากการที่ท่านผู้นำเสนอได้มีการกล่าวว่า เรื่องของคุณธรรม เกณฑ์ของคุณธรรมแห่งชาติพวกนี้จะไม่ใช่สิ่งที่จะบังคับในองค์กรที่จะทำ หน้าที่ประเมินนั้นจะไม่ใช่ประเมินชี้ผิดชี้ถูกใครต่ำกว่ามาตรฐานแต่ว่าจะเป็นการที่จะให้ การสนับสนุนให้ข้อมูลให้ความรู้เพื่อที่จะให้มีการพัฒนาคุณธรรมขององค์กรนั้น ๆ ต่อไปนะคะ แต่ว่าในข้อเสนอแนะที่ท่านได้เสนอแนะมาในรีพอร์ต (Report) อันนี้ท่านบอกว่าควรจะมี การเชื่อมโยงผ่านการรับรองเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติไปใช้เป็นเงื่อนไข ในการสนับสนุนงบประมาณจากองค์กรภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อันนี้มันมีความสำคัญพอ ๆ กับการชี้ให้เห็นว่าไม่ผ่านเกณฑ์ของการประเมิน อันนี้ดิฉันคิดว่าเราไม่อยากจะเห็นองค์กร เรื่องของคุณธรรม เรื่องของจริยธรรม เป็นสิ่งที่ไม่มีใครเถียงว่ามีความจำเป็น ไม่ว่าจะระดับ สังคม ชุมชน บุคคล และกระทั่งระดับชาติที่เราจะต้องพัฒนาให้เกิดขึ้น ทุกคนเห็นด้วย แต่ว่าการที่จะพัฒนาในสิ่งเหล่านี้ซึ่งเป็นนามธรรมมากกว่ารูปธรรม แม้แต่ท่านจะพยายามไป ลิงก์ (Link) กับเอชเอ (HA) หรือฮอสพิทัล แอกเครดิเทชัน (Hospital Accreditation) อันนี้มันเป็นกระบวนการตามคุณภาพของโรงพยาบาล ซึ่งถ้าไม่ปฏิบัติตามไครทีเรีย (Criteria) อันนี้ที่ชัดเจนมากพอที่จะประเมินได้ แม้กระทั่งการประเมินที่จะทำด้วยตัวของ องค์กรเองก็สามารถที่จะประเมินองค์กรนั้นได้นะคะ ใช้เป็นการพัฒนาตัวเองได้อย่างต่อเนื่อง อันนี้ถ้าไม่ทำก็ส่งผลถึงชีวิตของคนไข้หรือผู้มารับบริการ แต่เรื่องของการประเมินเกณฑ์คุณธรรม สิ่งเหล่านี้เป็นนามธรรมมากซึ่งยังไม่มีความชัดเจน ถึงแม้ท่านจะพยายามเสนอเกณฑ์ออกมา เพราะฉะนั้นการที่จะให้องค์กรใดองค์กรหนึ่ง หรือคณะกรรมการใดคณะกรรมการหนึ่งตั้งตัวมาประเมินในเรื่องของเกณฑ์ทางคุณธรรมว่า จะได้ตามเกณฑ์หรือไม่ได้ตามเกณฑ์เป็นสิ่งที่อาจจะก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์หรือว่า การโต้แย้งได้มากมาย รวมทั้งคณะผู้ประเมินด้วยก็อาจจะถูกตั้งคำถามด้วยเช่นเดียวกันว่า คุณลักษณะของผู้ประเมินที่จะมาประเมินว่าใครมีคุณธรรม ท่านควรจะมีคุณลักษณะอย่างไร ด้วยนะคะ

อีกข้อหนึ่งที่ดิฉันอยากจะเรียนเสนอก็คือในการแก้ไขร่างพระราชกฤษฎีกา โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรา ๗ ซึ่งเกี่ยวกับหน้าที่ ในพระราชกฤษฎีกาอันเก่าดิฉันคิดว่า ในการตั้งองค์การมหาชนเช่นนี้ค่อนข้างจะแปลกที่หน้าที่ไม่ชัดเจนเลย ดิฉันคิดว่าน่าจะปรับ หน้าที่ให้ชัดเจนมากกว่านี้นะคะ อย่างมาตรา ๗ ให้ศูนย์มีวัตถุประสงค์ต่อไปนี้ ตั้งแต่ ๑ ถึง ๔ ไม่ได้พูดถึงวัตถุประสงค์จริง ๆ เลยนอกจากว่าสนับสนุนการวิจัยค้นคว้าเรื่องการประพฤติ ปฏิบัติดีของบุคคลและการเป็นคนดีของสังคมอะไรทำนองนี้ ซึ่งดิฉันคิดว่าไม่มีน้ำหนักพอ แล้วก็วัตถุประสงค์และหน้าที่นี้น่าจะเขียนรวมกันให้ชัดเจนว่าศูนย์มีหน้าที่ที่จะต้องทำ อะไรบ้าง แล้วก็ข้อสำคัญก็คือเมื่อมีหน้าที่ที่จะทำอะไรแล้ว ซึ่งดิฉันรวบรวมมาอาจจะต้องทำ เรื่องของพัฒนาเกณฑ์คุณธรรมแห่งชาติและควรจะต้องทำแผนแม่บทของชาติด้วยในเรื่อง ของการเสริมสร้างคุณธรรม นอกจากนั้นจะต้องมีการประเมินจัดทำการประเมินผล การทำงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานขององค์กร มีหลายองค์กรที่มีแต่เฉพาะ กระบวนการทำงานแต่ไม่มีบททางกฎหมายเลยที่จะประเมินผลการทำงานขององค์กรเอง โดยเฉพาะในเรื่องผลกระทบต่อประชาชน ดิฉันคิดว่าน่าจะบรรจุไว้ในร่างพระราชกฤษฎีกา ที่เกี่ยวกับวัตถุประสงค์แล้วก็หน้าที่ ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องสร้างเกณฑ์มาตรฐานหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ในที่สุดก็ควรจะต้องมีหน้าที่ในการประเมินผลงานของตัวเองที่ส่งผลกระทบถึงประชาชน ควรจะต้องมีการระบุไว้ว่าประชาชนนั้นสามารถที่จะพัฒนาคุณธรรมความดีหรือมีองค์กร สักกี่องค์กรที่ผ่านเกณฑ์การประเมินในรอบแต่ละปีในการพัฒนาองค์กร แล้วก็ความพึงพอใจ ของประชาชนต่อองค์กรเหล่านั้น อันนี้แสดงว่าองค์การมหาชนที่ทำหน้าที่ในเรื่องนี้ ได้ทำหน้าที่อย่างสมบูรณ์แล้ว ไม่อย่างนั้นก็จะเป็นการเลื่อนลอยที่ว่าเราตั้งองค์กรมา ๑๐ ปี แต่ตัวเลขทางด้านคุณธรรมของประเทศไทยต่ำเตี้ยลงไปในสายตานานาชาติ แล้วอาจจะ ต่ำลงไปเรื่อย ๆ เราก็ควรจะใช้ข้อมูลอันนี้ย้อนกลับมาพิจารณาองค์กรทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้ว่าท่านได้ทำหน้าที่สมบูรณ์แล้วหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็จะต้องบรรจุการประเมินผล องค์กรในลักษณะที่เป็นผลต่อการทำงาน ถ้าเผื่อท่านจะทำงานเพื่อสร้างเกณฑ์มาตรฐาน คุณธรรม จริยธรรมแห่งชาติ สร้างแผนแม่บท ก็ต้องประเมินผลกระทบเหล่านั้นด้วยว่า มันมีผลต่อประชาชนแค่ไหน มันทำให้องค์กรนั้นได้พัฒนาขึ้นมาจริงหรือไม่ และถ้าหากว่า มันไม่ประสบความสำเร็จดังกล่าวนั้นก็จะได้นำกลับมาในการแก้ไขการทำงานในแต่ละปี ไม่อย่างนั้นงบประมาณที่เราเสียไปตลอดเวลา ๑๐ ปีที่ผ่านมาก็ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นมาเลย แล้วก็ต้องมีการปรับพระราชกฤษฎีกาใหม่ เพื่อดูเหมือนจะขยายอำนาจขององค์กรให้มากขึ้น อาจจะเชื่อมโยงในการของบประมาณให้มากขึ้นซึ่งดิฉันคิดว่าในความเห็นส่วนตัวมันก็ไม่เป็นธรรม กับผู้ที่เสียภาษี ขอบพระคุณค่ะ