นิกร จำนง รายงานความคืบหน้าการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ พร้อมเสนอร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดการตั้งศูนย์คุณธรรมในรูปแบบองค์การมหาชน และเห็นด้วยกับการส่งเสริมจริยธรรมในภาคราชการ โดยเสนอให้ปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ข้าราชการเป็นผู้รับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมตั้งคำถามถึงเงื่อนไขของนักการเมืองที่ดี และวิพากษ์ระบบการเมืองที่บิดเบี้ยวซึ่งทำให้คนดีกลายเป็นผู้แสวงหาผลประโยชน์ จึงเรียกร้องให้มีการส่งเสริมคุณธรรมและยกย่องนักการเมืองดีเด่นเพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีและลดความขัดแย้งในสังคม
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จำนง สมาชิก สปท. ลำดับที่ ๗๙ ต่อรายงานการจัดทำเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาตินะครับ พร้อมกับร่างพระราชกฤษฎีกาตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของกรรมาธิการด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม
ประเด็นแรกผมดีใจที่กรรมาธิการชุดนี้ได้ทำเรื่องนี้ เพราะว่าตอนที่เราสรุป ผมเป็นกรรมาธิการข้อบังคับด้วย อย่างที่สรุปว่าเนื่องจากประเด็นเรามีเยอะ ดังนั้นสุดท้าย เราก็ต้องรวมเอางานหลายด้านมากมาอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ แล้วด้วยความกังวลมากว่า แล้วชุดนี้จะทำเรื่องอะไรกันบ้าง อย่างไร เพราะว่ารวมกันอยู่นี่คือด้านอื่น ๆ ตามรัฐธรรมนูญ นั่นเอง ไม่กล้าที่จะเขียนอย่างอื่น แล้วส่วนใหญ่เท่าที่ผ่านมาจะเน้นเรื่องกีฬาเป็นหลัก ขณะนี้ ก็มีเรื่องคุณธรรม จริยธรรมขึ้นมาที่ค่อนข้างชัดเจนนะครับ ศิลปะผมยังไม่เห็น ก็ยังรออยู่ว่า ก่อนที่จะปิดเนื่องจากว่าเป็นกรรมาธิการในการยกร่างด้วยด้วยความเป็นห่วงเรื่องนี้ ก็ถ้าได้เห็นครบผมคิดว่าในฐานะเป็นผู้ร่วมร่างอยู่ด้วยก็จะดีใจมากว่าจะได้ครบทุกด้าน เพราะว่า เป็นกังวลกลัวว่าจะไม่ครบนะครับ เรื่องนี้ก็ ๒ เรื่องแล้ว คุณธรรม จริยธรรม ซึ่งจริง ๆ แล้ว มีวัฒนธรรมเข้าไปรวมอยู่ด้วยนะครับ เป็นวัฒนธรรมองค์กรนั่นเอง ก็ใน ๓ ส่วนนี้เองนะครับ ฉะนั้นภาพรวมผมเห็นด้วยกับข้อเสนอนะครับ เกี่ยวกับการตั้งมาตรฐานกลางระดับชาติ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ที่จะมีขึ้นในการตรวจประเมิน โดยเฉพาะการประกาศเกียรติคุณ เพราะว่าปัญหาเรื่องนี้เราไม่ค่อยได้ดูแลกันมากนักเราก็ปล่อยกันมาแล้วก็เลยตามเลยมา การได้มาเริ่มต้นได้ดำเนินการกันอย่างเอาจริงเอาจังในทุกมิติเป็นเรื่องที่ดีมากนะครับ ด้านรายละเอียดที่ผมมีความเห็นเกี่ยวกับรายละเอียดที่ท่านเสนอมาคุณธรรม จริยธรรม ที่ท่านเน้นมาเป็นของรัฐ ของหน่วยราชการ ตรงนี้เป็นเรื่องการบริหารการปฏิบัติราชการนะครับ เรื่องปัญหาคุณธรรมของทางด้านภาคเอกชน ผมจะลองดูแต่ว่าอย่างที่เรียนแล้วเมื่อกี้ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดมากแล้วซับซ้อนมากครับ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำ บางทีการที่เรา จะออกเป็นกฎหมาย ออกเป็นหน่วยงานขึ้นมาแล้วก็กำหนดเส้นขึ้นมาที่ท่านสมาชิกบางท่าน ได้กล่าวแล้วว่าบางทีเส้นเดียวกันมันใช้แต่ละเรื่องไม่ได้ มันต้องต่างกันไป การวัดมาตรวัด บางทีบางอย่างเป็นของเหลว บางอย่างเป็นของแข็ง บางอย่างเป็นเหมือนอากาศ จะวัดกันอย่างไรนะครับ เราใช้เครื่องมือในการวัดอย่างเดียวคงไม่ได้นะครับ ปัญหาที่สั่งสม ผมจะลองดูเรื่องภาคราชการแล้วก็องค์กรภาคอื่นของรัฐ ของรัฐนะครับ ปัญหาที่จะมีหนัก ๆ ก็ในส่วนนี้จะเป็น ๒-๓ ประเด็น ประเด็นของรัฐก็คือว่าในส่วนนี้ก็คงจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ความเป็นราชการ จริง ๆ แล้วคำเราถือว่าข้าราชการเป็นเจ้านายนะครับ จริง ๆ แล้วข้าราชการเป็นพับบลิกเซอร์แวนต์ (Public Servant) เป็นคนรับใช้ ไม่ใช่เจ้านาย เป็นผู้รับใช้ประชาชนเสียมากกว่า ตรงนี้ความที่เราไปยึดถืออาจจะเป็นเรื่องดั้งเดิมมันตั้งแต่ สมัยสุโขทัยต่อเนื่องมา ก็กลายเป็นว่าการเป็นเจ้าคนนายคน เพราะฉะนั้นจริยธรรมมี ๒ มิติ ก็คือว่าในองค์กรกันเองการแต่งตั้งโยกย้ายอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ลักษณะของระบบคุณธรรม การไม่เป็นไปตามคุณธรรมนี่ก็ถือว่าไม่มีจริยธรรม ไม่มีคุณธรรมแล้ว นี่เป็นเรื่องของ การแต่งตั้งโยกย้าย ความเหมาะสม คนนี้อยู่มาความเหมาะสมอย่างหนึ่ง ตรงนี้มีปัญหามาตลอด ไม่ว่าจะในระบบไหน ตรงนี้ยังเป็นเรื่องที่จะวัดกันอย่างไร ระบบที่เราวัดกันขณะนี้ก็คือให้มี การร้องเรียนได้ มีอะไรได้ มีการดำเนินการ แต่สาระสำคัญเหมือนคอยจับผิด แต่ว่าการแต่งตั้ง การส่งเสริม คล้าย ๆ ว่าการแต่งตั้งควรจะมีระบบ อย่าเอาพาโทรเนจ (Patronage) มาใช้ ให้ใช้ระบบคุณธรรมตรงนี้ ตรงนี้จะเป็นเรื่องจริยธรรมที่สำคัญ และมันจะส่งผลต่อไปยัง ขวัญกำลังใจ ทีนี้มันส่งต่อไปอะไร มันก็ส่งต่อไปถึงว่าเป็นคุณธรรมหรือเป็นวัฒนธรรมขององค์กร ในการรับใช้ประชาชน ถ้าไม่มีขวัญกำลังใจตรงนี้งานที่ออกมาก็มีปัญหาต่อเนื่องไปอีก เลยทำให้เกิดไปมีปัญหา ตรงนี้มันเป็นเหมือนโดมิโน (Domino) เคลื่อนทับกันไป ๆ เงื่อนจะอยู่ตรงไหน เงื่อนก็ไม่ได้หมายความว่าจะอยู่ มันอยู่ที่การโอเรียนเทชัน (Orientation) การอบรม การให้ใจเข้าไปตรงนี้ ผมอยากจะเรียนว่าส่วนนี้จะเป็นส่วนสำคัญต่อการบริการประชาชน ผมยกตัวอย่างบางอย่างให้ท่านได้รับฟังนะครับท่านประธานว่าผมมีส่วนเกี่ยวข้อง ลองดูสิว่า ตรงนี้คืออะไร ปัญหาของระบบราชการ วัฒนธรรมขององค์กรเขาจะต้องรู้ไหมว่าเขาคืออะไร ผมเรียนว่าผมเข้าไปอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไปช่วยที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อยู่พักหนึ่ง ๓-๔ ปี ทำให้เห็นบางอย่าง ผมมีหลักคิดอยู่ว่ากระทรวงไหนเป็นไม่เหมือนกัน หลักคิดของแต่ละกระทรวงหัวใจอยู่ที่ไหนไม่เหมือนกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอะไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ผมเคยคุยกับข้าราชการตอนที่ประชุมว่า ผมเชื่อว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หัวใจอยู่ที่เป็นพี่เลี้ยง เหตุผลเพราะอะไร เพราะว่ากลุ่มเป้าหมาย หรือกลุ่มลูกค้าของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นเกษตรกรที่ลำบาก เพราะเขาช่วย ตัวเองไม่ได้ ทีนี้เราเป็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เราเป็นกระทรวงพี่เลี้ยง เพราะฉะนั้น ความเป็นกระทรวงพี่เลี้ยงหมายถึงเป็นแคร์เทกเกอร์ (Caretaker) คอยดูแลเขา คุณธรรมของเราคืออะไร ก็คุณธรรมของพี่เลี้ยงอย่างไร คุณธรรมว่าเราจะต้องดูแลคนที่ อ่อนแออย่างไร เขานี่จนก็จน ความรู้ก็ไม่มี เขาจะไปรู้อย่างไรเรื่องการตลาดจะเป็นอย่างไร บางทีเราไปส่งเสริมเขาให้ปลูกสน บอกว่าปลูกสนสิจะได้ทำเสาเข็ม ขณะนี้เขาปิดป่าแล้ว ทำไปทำมากลายเป็นว่ามีการคิดเสาเข็มหกเหลี่ยมกลวงออกมา พวกปลูกสนตายหมด และเราก็บอกกับตัวเองว่าแหมไม่น่าเลย ไปอย่างนั้นไม่ได้ ความรับผิดชอบ ความเสียหาย อยู่กับเขา มะม่วงหิมพานต์ก็ดี ลักษณะที่ไม่ชัดเจนไปส่งเสริม คือเหมือนเอาอาหารให้คนที่ เราเลี้ยงได้บริโภค ถ้าอาหารไม่ดีมันเสาะท้องทำให้เขามีปัญหาเราจะรับผิดชอบไหม อีกอย่างหนึ่ง เราจะเห็นว่าเกษตรกรเขาร้องบ่อย ถ้าเราเป็นพี่เลี้ยงเราเบื่อเด็กที่ร้องบ่อยไม่ได้ เพราะว่า เขาลำบาก เขาปวดท้อง เขามีปัญหา เขาจะร้อง สินค้าเขามีปัญหา นี่น้ำเราจะปล่อยน้ำ เข้านาเขา จะไปจ่ายเขา ๕,๕๐๐ บาท ทุ่งบางบาลตอนนี้จะคุ้มไหม อะไรไหม เขาก็ร้องมา เขาจะเกี่ยวข้าวอยู่แล้ว สิ่งเหล่านี้เองที่จะต้องดูแล เพราะฉะนั้นความเป็นแคร์เทกเกอร์ (Caretaker) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มันละวางไม่ได้ บ่นไม่ได้ และที่สำคัญจะต้อง แข็งแรง คนที่ไม่แข็งแรงเราจะอุ้มบุคคลที่เราช่วยเหลือได้อย่างไร เราจะเป็นแคร์เทกเกอร์ (Caretaker) เป็นผู้ดูแลได้อย่างไร เพราะฉะนั้นการมีความรู้ในเรื่องการตลาด ในเรื่อง การเพาะปลูกของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นี่คือคุณธรรมและจริยธรรมของกระทรวงนี้ ไม่เหมือนกับตรงอื่น ผมเคยดูแลกระทรวงคมนาคมมา ผมเคยพูดกับข้าราชการตรงนั้นว่า กระทรวงคมนาคมท่านรู้ไหมว่าเราคืออะไร เราคือผู้ให้บริการ เราต้องมีเซอร์วิส (Service) เพราะว่าอะไร เพราะว่าคนที่เขาเดินทางได้ไม่เหมือนกลุ่มเมื่อกี้ คนที่เขาเดินทางได้เขาช่วย ตัวเองได้ระดับหนึ่ง เราอำนวยความสะดวกให้เขา คอยดูแลเขา เพราะฉะนั้นเป้าหมายของ เราไม่ว่าบก อากาศ น้ำ เราต้องดูแลเรื่องความปลอดภัย สะดวกและปลอดภัย ผมดูแลเรื่อง ขนส่งทางบก ผมอยากจะเรียนว่าผมได้เข้าไปดูที่ขนส่งทางบก ผมยกตัวอย่างว่าเราจะสร้าง ประเด็นนี้ได้อย่างไร มันเป็นเรื่องที่ว่าไม่ใช่ว่าเราไปขีดเส้นแล้วให้เขาผ่าน แต่ว่าการส่งเสริม เราจะใส่ปุ๋ยอะไรให้เขางอก ผมนี้เชื่อในระบบราชการในคนที่เป็นข้าราชการว่าเขามีความดีในตัว ผมไม่ได้คิดว่าข้าราชการนี้ เขามีความชั่วร้ายและเราไปถักทอตาข่ายเพื่อมาดักความชั่วร้าย ไม่ใช่เลย เขามีความดี อยู่ในตัวทุกคน มีเซอร์วิสมายด์ (Service Mind) สำหรับประชาชนทุกคน แต่ว่าปัญหาก็คือว่า เขาจะทำอะไร ทำอย่างไร แล้วทำไมจะต้องทำ สิ่งเหล่านี้มันเป็นการสร้าง ไม่ใช่ไปวางตาข่ายดัก หรือขีดเส้นให้เขาข้ามไม่พ้น ผมเรียนว่าผมถามที่ขนส่งทางบกที่ผมเคยดูแลเขา ๓ ปีว่า รถที่จอดรอบอาคารที่ว่าไปต่อทะเบียนนี้รถใคร เขาก็บอกว่ารถพวกข้าราชการนี้แหละครับ ผมบอกว่าเรามีที่จอดรถใช่ไหม เราเอารถของท่านนี้ขึ้นไปจอดข้างบน ฝนตกก็ไม่โดน แดดก็ไม่โดน ตรงนี้บริเวณที่เรามาต่อทะเบียนนี้ ถ้าเราปล่อยให้ว่างและประชาชนที่เขามาต่อทะเบียน มาจอดนี่ เขาจอดเสร็จแล้วเขาต่อทะเบียนเสร็จเขาก็ไป ๆ จุดหนึ่งได้ ๑๐ คัน ๑๐๐ ที่ได้เท่าไร เป็นพันคันต่อวัน มันเทิร์นโอเวอร์ (Turnover) มันเทิร์นอะราวด์ (Turnaround) ไปเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นเบื้องต้นก็คือว่าเซอร์วิสมายด์ (Service Mind) ที่ทำให้เกิด ผมบอกเขาว่า เรามีหน้าที่ ท่านสังเกตไหมในช่วงปีใหม่ เทศกาลสงกรานต์ ขนส่งทางบกไม่มีใครกลับบ้าน เราตกลงกันอย่างนี้ เราตกลงกันว่าผมเคยเล่าให้เขาฟังว่า วันเด็กนี่เด็กทุกคนไปเที่ยววันเด็ก ลูกของครูก็อยากจะเที่ยววันเด็ก แต่ถ้าหากว่าครูไปดูแลลูกตัวเองเอาไปเที่ยววันเด็กนี่ จะไม่มีใครดูแลเด็กอื่น ๆ เพราะฉะนั้นจำเป็นที่ว่าคนที่เป็นครูในวันเด็กนี้ต้องละวางเอาลูก ไปอยู่กับตัวแต่ต้องไปดูแลเด็กอื่น คุณเป็นขนส่งก็เหมือนกัน เรามีเวลาบริการประชาชนปีหนึ่ง ๒ ครั้ง ปีใหม่ครั้งหนึ่งที่เขามีปัญหามากกลับบ้าน สงกรานต์ครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราตกลงกัน ว่าเราจะไม่มีหยุดช่วงนี้เป็นมาจนถึงปัจจุบัน หมายความว่าช่วงปีใหม่กับสงกรานต์ท่านไปดูสิ ขนส่งไม่มีใครหยุดงานทุกคน เป็นหลักการเราตกลงกันมา ทีนี้รัฐมนตรีทำอย่างไร ผมเองใน ๗ วันเหมือนกัน ๔ วันแรกอยู่จนถึงตีสองที่ขนส่งหมอชิตคอยส่งประชาชนกลับบ้าน เราก็ ต้องเป็นต้นแบบ เขาต้องมีต้นแบบให้ดูแล้วที่เหลือ ๓ วันนี้ไปรับประชาชนกลับ หมายความว่า ครบ ๗ วันคุณจะไปประเทศไหนก็เชิญ แต่ใน ๗ วันนี้ห้ามหยุด ห้ามขาด เพราะฉะนั้น ความรู้สึกในการเป็นเซอร์วิสมายด์ (Service Mind) สำหรับดูแลประชาชนมันก็ค่อยมากขึ้น ๆ ผมเรียนว่าอย่างนี้ครับ ขนส่งทางบกพูดไปถึงตอนนี้เลย ๑๔ ปีแล้วตั้งแต่ที่ผมออกมา ปีแรกก็ได้รางวัลบริการประชาชนจาก ก.พ. ที่ท่านพูดถึงเมื่อกี้นี้ ก.พ.ร. เป็นคนให้รางวัล เขาได้รางวัลชนะเลิศปีหนึ่ง ๘ รางวัล ๙ รางวัล ปีที่ ๑๔ คือปีนี้ ๕ รางวัลชนะเพื่อนตลอด เป็นมา ๑๔ ปีแล้วท่านประธาน คำถามก็คือว่าแล้วผมอยู่ที่นั่นหรือเปล่า ไม่ได้อยู่ แต่ว่าเรา ตกลงกันตอนนั้นว่าถ้วยรางวัลหรือเหรียญรางวัลที่ได้ให้ทำเป็นจำลองส่งไปที่ขนส่งทุกจังหวัด ทุกคนจะได้รู้ว่ารางวัลนี้เราได้มาจากพวกเรา สุดท้ายขณะนี้วัฒนธรรมในการดูแลประชาชนนี้ วันที่ ๑๑ เป็นวันเกิดของเขาต้องคิดโครงการอะไรที่บริการประชาชนได้ ๑ ในวันเกิดคือ วันที่ ๑๑ สิงหาคม ก่อนวันสมเด็จ ๑ วัน คือต้องมีของขวัญให้ประชาชน ไม่ใช่รอของขวัญ มันกลายเป็นวัฒนธรรมองค์กร ไม่อย่างนั้นใครจะมาดูแลตรงนี้เขาก็ทำตรงนี้ ไม่มีใครเคยชนะเขา ปีนี้ได้รางวัลพิเศษมาอีก ท่านอธิบดีเพิ่งส่งมาให้ผมดูเมื่อกี้ว่าเป็นรางวัลที่ได้มาจากท่าน รางวัลพิเศษในการเป็นคอมเมอร์เชียล อีซี คอนแทกต์ (Commercial Easy Contact) ได้มาจาก ของ ก.พ.ร. เหมือนกันเป็นปีที่ ๑๔ เป็นรางวัลใหม่ในปีนี้ ได้รางวัลมาอีก เคยส่งไปแข่งที่ ยูเอ็น (UN) ก็เคย ระดับโลกก็เคย
ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าระบบราชการนี้เราจะสร้างให้เขามีวัฒนธรรมองค์กร เป็นแบบนี้ได้อย่างไร เช่น ในการวัดใช่ แต่ว่าจะทำได้อย่างไร ผมพูดต่อไปอีกนิดเดียว ท่านประธานเป็นเรื่องที่คงไม่มีคนพูดกันหรอก แต่ผมจะพูดวันนี้ ขอเวลาท่านประธานนิด เรื่องพวกผม นักการเมือง จริยธรรมอยู่ที่ไหน ผมจำไม่ได้แล้ว ผมก็อยู่การเมืองมา ๓๐ ปีแล้ว เมื่อยังหนุ่ม ๆ อยู่มาก เราก็ไปคุยกัน มีความคิดนักการเมืองหนุ่มว่าอยากจะสร้าง พรรคการเมืองขึ้นมาสักพรรค ไม่เกิน ๕-๗ นาทีครับท่านประธาน เขาก็คิดกัน ผมพูดให้ฟังก็ได้ จากพรรคประชาธรรม แล้วก็มีการคุยกันที่โรงแรมแห่งหนึ่งในนั้นก็มีกันหลายคนพวกเรา หนุ่ม ๆ อยู่คุยกันว่าเราไม่เอาแล้ว เราจะสร้างพรรคการเมืองใหม่ คนหนุ่ม ๆ นักการเมืองที่ดี ผมก็พูดแย้งขึ้นมา ผมบอกว่ามันก็ดูดีนะ แต่ผมเชื่อว่านักการเมืองที่ดีไม่ต้องสร้าง เพราะมีอยู่แล้ว ผมยังจำคำผมได้ แต่ว่ามีอยู่ ๒-๓ ประเด็นต้องพิจารณา คือ ๑. คนที่จะเป็นนักการเมืองที่ดีได้ คนจนเป็นไม่ได้ เหตุผลเพราะว่าเขาไม่มีโอกาสที่จะก้าวขึ้นไปสู่พีระมิดแห่งนี้ หมายความว่า ไม่มีโอกาสได้เป็นก็เลยเป็นไม่ได้ คนที่รวยมาก ๆ ก็เป็นไม่ได้ เพราะเขามีโอกาสมาก แต่เขาไม่เข้าใจว่าประชาชนอยู่กันอย่างไร มีปัญหาอะไรเขาไม่เข้าใจ ก็เป็นไม่ได้ เพราะฉะนั้น นักการเมืองที่ดีก็จะเหมาะสมก็คือว่าคนที่มาจากคนชั้นกลาง มีการศึกษา มีไฟในใจเข้ามาเป็น แต่พอมาเป็นแล้วระบบการเมืองเป็นอย่างไร ผมพูดในวันนั้นบอกว่าผมยังเชื่อจนถึงปัจจุบัน ที่เราพยายามจะถักทอ หมายถึงตาข่ายคอยดักนักการเมือง ลงโทษให้ตลอดชีวิตไป แต่ประเด็นในการสร้างมีใครคิดกันบ้าง ผมเรียนท่านประธานว่าเวลาเข้ามาเป็น เดิมการยืนอยู่ คือมาเป็นนักการเมือง เป็น ส.ส. ง่าย มาเป็นยาก แต่ที่ยากกว่าคือรักษาไว้ ความสำเร็จ เป็นแบบนี้เสมอ ท่านประธานเชื่อไหมว่าแรก ๆ สมัยโน้นเรามาแล้วบางคนก็เป็นคนขยัน คือทำงาน ชาวบ้านมีปัญหาเดือดร้อนเรื่องถนน เรื่องสะพาน ผมไปทำถนนเยอะแยะ ตอนนั้น มีงบพัฒนา ส.ส. เราก็ไปช่วยประชาชน ประชาชนก็น้องคนนี้ดี ส.ส. คนนี้ดี เขาก็เลือก เรากลับมา เท่ากับว่าเรายืนอยู่ได้ เป็นนักการเมืองอยู่ได้ ดำรงอยู่ได้ สเตตัส (Status) ตรงนี้ แต่หลังจากนั้นมาจะโดยอะไรก็แล้วแต่ก็มีนักการเมืองที่ว่าไปทำเพื่อประโยชน์ คล้าย ๆ เอาแต่เข้าบ้านตัวเองบ้าง เราก็ตัดตรงนี้ไป ความเป็นนักการเมืองที่มีคุณธรรมที่สามารถยืนอยู่ได้ จริง ๆ หายไป ทีนี้เราทำอะไร เราก็พยายามอภิปราย มาออกกฎหมายอภิปรายกัน เยอะแยะไปหมด ประชาชนยังขาดความเข้าใจในเรื่องการเมือง การออกกฎหมาย ผมเรียน ท่านประธานก็ได้ว่า ๑๐๐ ฉบับ กระทรวงออก ๙๐ ฉบับ ส.ส. ออกจริง ๆ ไม่ถึง ๑๐ ฉบับ เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ในระบบของเรา เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายที่จะไปอ้างเป็นผลงานว่า เราเป็นลอว์เมกเกอร์ (Lawmaker) เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นไปไม่จริง แล้วเราจะไปอ้างอะไร กับประชาชน ต่อจากนั้นเราจะมาเป็นอะไร ตรงนี้ก็หมดไม่มีประโยชน์อะไร ตอนนี้งบ ส.ส. ไม่มี การไปเสนอความเห็นว่าตรงนี้มีปัญหา ยื่นจดหมายไปผิดรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้ก็ผิด แล้วจะให้เขาทำอะไร นักการเมืองไม่มีอะไรให้ทำเลย แล้วก็พอไปเลือกตั้งประชาชนก็ไม่เอา ที่ผมเคยพูดแล้วก็มีการซื้อเสียง เพราะเขาหวังอะไรจากนักเมืองไม่ได้ คุณธรรมตรงนี้อยู่ตรงไหน ท่านประธานที่เคารพครับ ต่ออีกนิดก็คือว่าต่อจากนั้นเราต้องทำอย่างไรเพื่อให้อยู่ได้ เราก็เริ่มมีปัญหา เริ่มพยายาม มีการหาเสียง ในเมื่อใช้ความดีไม่ได้ สมัยแรกเขาบอกว่าใช้เงิน กับความดี สมัยที่ ๒ ใช้เงินกับความดี สมัยที่ ๓ ทีนี้ใช้ความดีกับเงิน เงิน เงิน แล้วเงินเดือนเท่าไร ผมไม่ได้เรียกร้อง แต่ว่าพอเป็นแบบนี้ก็ต้องหาที่พึ่งพา ธุรกิจการเมืองมันก็เข้ามา คนที่เคยเป็นคนดี จะเริ่มกลายพันธุ์
อีกอย่างหนึ่งในการจะอยู่ได้ ผมเรียนว่าวันนี้เรามาพูดถึงคุณธรรมตรงนี้ ให้เข้าใจกันสักนิดหนึ่ง ผมพูดเองเหมาะแล้วนะครับ เราว่านักการเมืองกันไว้เยอะ เป็นนักพัฒนาก็ไม่ได้ เป็นนักออกกฎหมายก็ไม่มีผล ประชาชนไม่เห็นความสำคัญตรงนี้ สุดท้ายเป็นนักรบ หรือนักล่า กลายเป็นมาใช้ปาก คล้าย ๆ ว่าโจมตี หมายถึงว่าใช้อีกวิธี คือเป็นนักรบในสภา การทำเช่นนั้นได้เสียงชัดเจน ประชาชนชอบนะครับ แต่สิ่งที่ทำไป มันเริ่มสร้างความแตกแยกในประเทศมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น ป้าคนที่เขาชงกาแฟที่นี่ เขาเคยพูดกับผม ตอนนั้นหลายปีแล้ว เขาเกษียณไปนานแล้ว เขาบอกลูกพักนี้ป้าแปลกใจจังเลย เดิม ส.ส. ฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลเขานั่งกินกาแฟด้วยกัน ตอนหลังเขาไม่เคยเข้าใกล้กันเลย มันเป็นข้อสงสัยของคนที่ชงกาแฟให้เรากิน ประเด็นปัญหาคือสังคมเริ่มแตกแยกมากขึ้น มากขึ้น มากขึ้น เพราะฉะนั้นคุณธรรมก็คือว่าการได้ออกอาวุธใช่ไหม การได้ฆ่าคนอื่นใช่ไหม หมายถึงว่าในที่เดียวกัน ผมถึงเรียนว่าท่านประธานครับเราเคยมี ขออนุญาตนิดเดียว สมัยก่อน เรามี ส.ส. ดีเด่น สมัยก่อนการให้ที่ท่านกำลังเสนอว่าเกียรติภูมิ หรือการประกาศคุณความดี ของนักการเมืองบ้าง ให้เขาพอได้ไปอ้างกับประชาชนแทนเงินหรือแทนอะไรที่เขาทำให้ประชาชนไม่ได้ขณะนี้ มันเป็นเรื่องจำเป็น เดิมเรามี ส.ส. ดีเด่น ท่านสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ เคยเป็น แล้วหลังจากนั้นก็ไม่เคยมี อีกเลย พอมี ส.ส. บางคนที่พูดเรื่องนี้ดี มีจอมกระทู้ ใครยื่นกระทู้เยอะทำงานเยอะ จอมญัตติมีอยู่ หลายคน เดี๋ยวนี้หายไปหมด แล้วเราก็หวังว่าให้มีคุณธรรม ให้มีความดี
ดังนั้นสุดท้ายสิ่งที่ท่านได้ทำขึ้นมาตรงนี้อยากจะเรียนว่ามันเป็นเรื่องที่ ซับซ้อนเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน อาจจะต้องคิด หมายถึงหาวิธีให้ได้ แต่ผมกำลังชี้ว่าเห็นด้วยว่า สร้างขึ้นมาบ้างเถอะเรื่องพวกนี้ เพราะว่าสังคมเราจะสนใจแต่ความไม่ดีของคน แต่การที่คนดี แล้วเรายกย่องเราไม่ค่อยมี เพราะฉะนั้นที่ท่านสร้างขึ้นมาผมเห็นด้วย สนับสนุนครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ