คุรุจิต นาครทรรพ ชี้แจงผลการศึกษาของศูนย์คุณธรรมเกี่ยวกับปัญหาคุณธรรมและจริยธรรมในสังคม ทั้งการขาดความซื่อสัตย์ คอร์รัปชัน ความไม่รับผิดชอบในภาคธุรกิจ ปัญหาทางศาสนา การศึกษาที่เน้นธุรกิจ ความไม่เท่าเทียม วัตถุนิยม และการแบ่งแยกทางความคิด พร้อมเสนอร่างเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติและการจัดตั้งศูนย์คุณธรรมในรูปองค์การมหาชนเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ แต่แสดงความกังวลต่อความซ้ำซ้อนของหน่วยงาน ความเหมาะสมของเกณฑ์กลางที่ไม่คำนึงถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละองค์กร ปัญหาขาดแคลนงบประมาณและบุคลากร รวมถึงข้อเสนอการเพิ่มอำนาจให้ศูนย์คุณธรรมตรวจสอบและรับรององค์กรที่อาจขัดบทบาทการส่งเสริม และการนำเกณฑ์มัลคอล์ม บัลดริจมาใช้โดยไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง จึงเสนอให้ทบทวนและหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการต่อ
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพ กระผม คุรุจิต นาครทรรพ ครับ กระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการด้านกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม การศาสนา คุณธรรม และจริยธรรม ที่ได้เสนอเรื่องการจัดทำเกณฑ์ มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ พร้อมกับร่างพระราชกฤษฎีกาการจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งรายงานของคณะกรรมาธิการที่นำเสนอมาผมอ่านดูแล้วก็พอจะสรุปได้ ดังนี้ว่า ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ ปี ๒๕๕๔ อยู่ในสังกัดของ กระทรวงวัฒนธรรมก็ได้ทำการศึกษาแนวโน้มสถานการณ์ด้านคุณธรรมและจริยธรรม ศูนย์คุณธรรมก็พบว่ามีปัญหา ๗ ประการ คือ
๑. เรื่องของการขาดความซื่อสัตย์สุจริตและคอร์รัปชัน
๒. ภาคธุรกิจยังขาดความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค
๓. ความประพฤติไม่เหมาะสมในด้านศาสนาและจริยธรรม
๔. สถาบันการศึกษามุ่งเน้นประโยชน์เชิงธุรกิจ
๕. ความไม่เท่าเทียมกันตามหลักสิทธิมนุษยชน
๖. การมีความเป็นวัตถุนิยมสูง
๗. การแตกแยกทางความคิดที่รุนแรง
แล้วในรายงานของคณะกรรมาธิการก็ได้นำเสนอด้วยว่าประเทศที่มีอยู่ ๑๖๘ ประเทศที่มีการวัดผล ประเทศไทยมีคะแนนความโปร่งใสได้ ๓๘ จาก ๑๐๐ คะแนน เป็นลำดับที่ ๗๖ และในอาเซียน (ASEAN) เราก็เป็นอันดับที่ ๓ รองมาจากสิงคโปร์และ มาเลเซีย เพราะฉะนั้นก็เห็นว่าสมควรที่จะขอแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม ใน ๓ ประเด็น ก็คือ เพิ่มอำนาจหน้าที่ในการจัดทำเกณฑ์มาตรฐาน โดยให้เทียบเคียงกับ เกณฑ์รางวัลคุณภาพแห่งชาติไทยแลนด์ ควอลิตี อะวอร์ด (Thailand Quality Award) มาปรับใช้ มีโครงร่างองค์กร มีเกณฑ์ ๗ หมวด กระบวนการพัฒนาสู่องค์กรคุณธรรม จริยธรรม ๖ หมวด และผลลัพธ์ ๑ หมวดที่ท่านได้นำเสนอ แล้วก็มีการจัดทำคู่มือ แล้วนอกจากนั้นก็ให้คำปรึกษา ส่งเสริม สนับสนุน แล้วก็ติดตาม ตรวจประเมินและรับรอง องค์กรที่มีเกณฑ์คุณธรรมที่ท่านจะจัดทำขึ้น กระผมก็อยากนำเสนอข้อสังเกตและความเห็น ซึ่งก็ต้องเรียนว่าในหลักการเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส เป็นเรื่องที่ดีก็คงไม่มี ใครไม่เห็นด้วย แต่ว่าแอปโพรช (Approach) หรือวิธีการต่างหากที่จะทำนะครับ ทีนี้ผมก็มี ความเป็นห่วงว่าสิ่งที่ท่านเสนอนี่มีหน่วยราชการหลายหน่วยเขาทำอยู่แล้ว แล้วการจะทำ เกณฑ์มาตรฐานกลางก็ทำให้ผมนึกถึงสมัยตอนที่เราตั้งเป็นสภาขับเคลื่อนใหม่ ๆ มีรายงาน ฉบับแรกผมยังจำได้ของกรรมาธิการการศึกษาเข้ามา ในเรื่องการประกันคุณภาพการศึกษา จากภายนอกและภายใน กรรมาธิการการศึกษาก็นำเสนอรูปต้นไม้ต้นหนึ่งแล้วก็บอกว่า นี่ให้ลิงกับให้ช้างปีนต้นไม้ คือใช้เกณฑ์เดียวกันกับแอปพลาย (Apply) กับทุกอย่าง นี่เป็น เกณฑ์กลาง ท่านจะใช้กับหน่วยราชการที่หลากหลายหน่วยตั้งแต่หน่วยการแพทย์เลย มาจนถึงหน่วยทหารด้วย แล้วก็จะใช้กับภาคเอกชนด้วย ผมก็เกรงว่าจะเป็นความซ้ำซ้อน แล้วก็อาจจะเสียเวลา และในสุดท้ายเราก็จะได้แต่เอกสารรายงานเพราะว่าเรื่องมาตรฐานกลางนี่ มันเป็นเรื่องที่ยากแล้วก็ค่อนข้างจะเป็นนามธรรม จะต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจและ อาศัยแรงขับเคลื่อนภายในองค์กรที่จะมาสนับสนุน หน่วยงานที่เขาทำอยู่แล้ว ผมก็อยากจะขอ ยกตัวอย่างนะครับ
อันแรกก็คือสำนั กงาน ก.พ. สำนั กนายกรัฐมนตรี เขามีการจัดตั้ง ศูนย์ส่งเสริมจริยธรรมตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แล้วก็มีข้อเสนอด้านจริยธรรมในระบบราชการต่าง ๆ เขาก็ทำมาเป็นเวลาถ้านับ ๒๕๕๙ ถึง ๒๕๔๒ ก็น่าจะ ๑๗ ปีแล้วนะครับ แล้วนอกจากนั้นผมเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่จะผ่านไปเป็นรองอธิบดี อธิบดีหรืออะไรนี่ ก็ต้องมีการผ่านการประเมินสมรรถนะหลัก ๕ ประการของ ก.พ. นะครับ ซึ่ง ๑ ในนั้นก็คือ สมรรถนะที่ ๔ การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรมและจริยธรรม แล้วก็ ก.พ. ก็ยังจัดทำ มาตรฐานความโปร่งใสองค์กรใน ๔ มิติ ๑๓ ตัวชี้วัด ก็เรื่องจริยธรรมด้วยเช่นกัน
หน่วยงานที่ ๒ ที่ทำอยู่แล้วนะครับก็คือสำนักงานป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช. นะครับ เขาได้มีบันทึกความเข้าใจจับแอนตี้ คอร์รัปชัน แอนด์ ซีวิล ไรต์ คอมมิสชัน (Anti-Corruption and Civil Rights Commission) เอซีอาร์ซี (ACRC) จัดทำโครงการประเมินคุณธรรมดำเนินงาน อินเทกริตีแอสเซสเมนต์ (Integrity Assessment) โครงการดัชนีวัดความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ ทรานส์พาเรนซีอินเดกซ์ (Transparency Index) แล้วก็พัฒนามากับศูนย์วิจัยการต่อต้านการทุจริต ป๋วย อึ๊งภากรณ์ จัดเป็นโครงการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ อินเทกริตี แอนด์ ทรานส์พาเรนซี แอสเซสเมนต์ (Integrity and Transparency Assessment) ไอทีเอ (ITA) ท่านก็คงอ่านในหนังสือพิมพ์ เมื่อเร็ว ๆ นี้มีหน่วยงานตั้งกว่า ๑๐๐ หน่วย เข้าประเมินนะครับ
แล้วหน่วยงานสุดท้ายที่ผมอยากจะยกตัวอย่างก็คือ สำนักงาน ก.พ.ร. สำนักนายกรัฐมนตรี เขาก็มีการกำหนดตัวชี้วัดเรื่องระดับคุณธรรม ความโปร่งใสในการดำเนินงาน ของหน่วยงานปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ แล้วก็ประสานงานกับองค์กรต่อต้านการทุจริตของเกาหลี ทำเป็นดัชนีตัวชี้วัด แล้วก็กำกับเป็นมติ ครม. ให้หน่วยราชการทุกกระทรวงต้องมี ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตอยู่ในสำนักงานปลัดกระทรวงของทุกกระทรวง ซึ่งหน่วยงานเหล่านี้ก็ยังมีปัญหาขาดแคลนงบประมาณและกำลังคนอยู่นะครับ
ทีนี้ผมก็อยากจะเรียนว่าคุณธรรม จริยธรรม มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะเป็น นามธรรมนะครับ เลยอยากให้ยกตัวอย่างเรื่องการศึกษา ท่านจะเอาวัน ไซซ์ ฟิตส์ ออล (One size fits all) ทุกประเภทนี่มันจะลำบากไหม แล้วที่ท่านรองประธานท่านบอกว่า หน่วยงานนี้ทำหน้าที่ส่งเสริม ไม่ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบไปตัดสินนี่ แต่ถ้าท่านไปดู ในร่างพระราชกฤษฎีกาที่ท่านนำเสนอมาแนบท้าย ที่ท่านแก้มาตรา ๗ (๕) อันนี้ก็คือพัฒนาเกณฑ์ ก็โอเค (Okay) แต่ในมาตราที่เพิ่มอำนาจของศูนย์และเพิ่มอำนาจของคณะกรรมการ มันเป็นเรื่องชัดเจนเลยว่าตรวจประเมินและรับรององค์กรคุณธรรม อนุมัติผลการตรวจ ประเมิน เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่าท่านจะส่งเสริมคงไม่ใช่ครับ ท่านจะไปตัดสินและตรวจ เขาด้วย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่าท่านควรจะมีการบูรณาการก่อนที่จะไปทำเรื่องนี้ ที่จะให้อำนาจกับศูนย์คุณธรรมไปทำนี่ ท่านน่าจะได้ปรึกษากับ ป.ป.ช. น่าจะได้ปรึกษากับ ก.พ.ร. น่าจะได้ปรึกษากับ ก.พ. ก่อนว่างานจะทำอย่างไรถึงจะเป็นประโยชน์กับประเทศ ไม่เช่นนั้นมันก็จะเหมือนไปเพิ่มกำลังคน กำลังงบประมาณเข้ากับหน่วยงานกลาง แต่ไม่เพิ่ม กำลังคน กำลังงบประมาณกับหน่วยงานที่ควรจะต้องพัฒนาเรื่องความโปร่งใส จริยธรรมนะครับ อันนี้เป็นเรื่องของการให้ความสำคัญนะครับ
เพราะฉะนั้นผมก็คิดว่าหัวข้อนี่เป็นหัวข้อที่ดี ผมไม่ใช่จะไม่สนับสนุนครับ แต่วิธีการต่างหากล่ะครับ เพราะฉะนั้นผมเองก็ยังสองจิตสองใจนะครับว่าอยากจะขอให้ท่าน คือผมนี่ตอนรับราชการก็เป็นซีซีโอ (CCO) ของหน่วยงาน ทำเรื่องพีเอ็มคิวเอ (PMQA) มาเป็นเวลาหลายปีเลย อันนี้ก็จะเป็นอีกอันหนึ่งคล้าย ๆ กับพีเอ็มคิวเอ (PMQA) คือพับบลิก แมเนจเมนต์ ควอลิตี อะวอร์ด (Public Management Quality Award) นะครับ ท่านที่ยก เอาเกณฑ์ของมัลคอล์ม บัลดริจ เนชันนัล ควอลิตี อะวอร์ด (Malcolm Baldrige National Quality Award) จากสหรัฐอเมริกา เกณฑ์มัลคอล์ม บัลดริจ (Malcolm Baldrige) มันเป็น เกณฑ์จัดการคุณภาพการบริหารจัดการ ซึ่งรวมหลายมิติและเรื่องของคุณธรรม จริยธรรม ความโปร่งใส เป็นส่วนหนึ่งของเกณฑ์ของเขาเท่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากจะฝาก ท่านกรรมาธิการฝากผ่านท่านประธานไปว่าขอให้นึกถึงเรื่องของประเมินผลคุณภาพ การศึกษาที่กรรมาธิการการศึกษาได้นำเสนอเราเมื่อต้นปีบอกแล้วว่ามันไม่เวิร์ก (Work) มันล้มเหลว แล้วในที่สุดก็ต้องชะลอออกไปเพราะว่าเป็นรูปต้นไม้แล้วก็เอาสัตว์ ทุกชนิดให้ทดสอบว่าปีนต้นไม้ถึงยอด ช้างก็ปีนไม่ได้นะครับ
อันนี้ก็อยากจะฝากว่าก่อนที่ท่านจะไปแก้พระราชกฤษฎีกาตามที่ท่านเสนอนี่ ควรจะได้หารือกับหน่วยงานที่เขาทำเรื่องนี้มาเป็นเวลากว่า ๑๐ ปีแล้ว แล้วบูรณาการกัน ให้มันเป็นพลังจะเหมาะสมกว่า แล้วก็ที่ท่านบอกว่าท่านทำแต่เรื่องส่งเสริม มิได้ไปทำเรื่อง ตัดสิน ตรวจสอบ อนุมัติ แต่ในร่างพระราชกฤษฎีกาที่ท่านนำเสนอนี่มันไม่ใช่นะครับ ขอบพระคุณครับ