สิน สื่อสวน อภิปรายเสนอให้จัดทำมาตรฐานกลางด้านคุณธรรมสำหรับองค์กรทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ เพื่อส่งเสริมการบริหารจัดการที่โปร่งใสและยั่งยืน โดยเสนอให้พัฒนาเกณฑ์การประเมินที่สอดคล้องกับมาตรฐานแห่งชาติ พร้อมผลักดันการรับรองคุณธรรมแบบสมัครใจในระยะแรก ซึ่งเชื่อมโยงกับกลไกสนับสนุนงบประมาณ รางวัล และมูลค่าทางเศรษฐกิจ รวมถึงเสนอปรับบทบาทศูนย์คุณธรรมและแก้ไขพระราชกฤษฎีกาให้สามารถพัฒนาและส่งเสริมมาตรฐานได้ครอบคลุมทุกประเภทองค์กร
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมใน ๓-๔ ประเด็นนะครับ
ประเด็นที่ ๑ การจัดทำเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาตินี้เป็นการยกระดับ ต่อยอดจากการทำงานเรื่องการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมที่ทำกันอยู่แล้วนะครับ โดยการเสนอนี้เป็นการพัฒนาระบบการบริหารจัดการด้านคุณธรรมขององค์กร โดยที่จะให้ ความสำคัญกับบทบาทหน้าที่ขององค์กรหรือสถานที่ทำงานมีภารกิจในการส่งเสริมคุณธรรม ซึ่งประกอบด้วยการบริหารจัดการองค์กรที่อยู่บนฐานของคุณธรรม การส่งเสริมคุณธรรม กับสมาชิกขององค์กร และการส่งเสริมด้านคุณธรรมกับผู้มีส่วนได้เสียชุมชนและสังคมรอบข้าง หากจะถามว่าการจัดทำเรื่องมาตรฐานนี้ขณะนี้ยังไม่มีใครทำอยู่เลยหรือไม่ก็ไม่ใช่นะครับ จริง ๆ แล้วการทำเรื่ององค์กรคุณธรรมและเรื่องมาตรฐานนี้มีการทำกันอยู่บ้าง เช่น ในภาครัฐประกอบด้วย ก.พ. ก.พ.ร. และ ป.ป.ช. ภาคเอกชนก็จะมีเรื่องของไอเอสโอ (ISO) สมาคมต่าง ๆ ในภาคสภาวิชาชีพก็จะประกอบด้วยการจัดทำจรรยาบรรณของอาชีพต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องมาตรฐานที่เป็นมาตรฐานกลางด้านคุณธรรมขององค์กรนี้ยังมิได้ มีองค์กรใดจัดทำเป็นพิเศษ เท่าที่ทำอยู่ก็จะเป็นมาตรฐานตามภารกิจขององค์กรนะครับ เช่น ป.ป.ช. มีการทำงานเรื่องของการต่อต้านการทุจริตก็จะทำมาตรฐานด้วยเรื่องของ ความโปร่งใสเป็นหลักนะครับ องค์กรต่าง ๆ ที่ทำเรื่องโรงเรียนคุณธรรมก็จะทำเฉพาะ โรงเรียนนะครับ เพราะฉะนั้นการที่มีมาตรฐานเฉพาะด้าน แล้วก็ยังไม่ต่อเนื่องตรงนี้ ก็จึงทำให้เกิดแนวคิดเรื่องของการจัดทำมาตรฐานกลางขึ้นมานะครับ ถามว่าในทางปฏิบัติ ในเรื่องของการจัดทำมาตรฐานคุณธรรมกลางตรงนี้จะไปทำอย่างไรกับใครนะครับ กลุ่มเป้าหมายที่จะทำให้เกิดการพัฒนามาตรฐานตรงนี้ประกอบด้วย
๑. องค์กรภาครัฐ
๒. องค์กรภาคเอกชน
๓. องค์กรภาคประชาสังคม
๔. องค์กรภาคประชาชนและชุมชนนะครับ ในแนวทางการดำเนินงาน จะประกอบด้วย ๔ ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ ๑ หลังจากที่ได้มีเกณฑ์มาตรฐานกลางของชาติแล้วนะครับ ก็จะได้ มีการส่งเสริมให้กลุ่มองค์กรลักษณะต่าง ๆ ได้มีการพัฒนามาตรฐานของกลุ่มองค์กรของ ตนเองให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานของชาติ
ขั้นตอนที่ ๒ ก็คือนำเกณฑ์มาตรฐานของกลุ่มแต่ละองค์กรนั้นไปดำเนินการ ส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติการดำเนินการการบริหารจัดการองค์กรให้เป็นไปตามมาตรฐาน
ขั้นตอนที่ ๓ เมื่อมีการพัฒนาไปแล้วต้องการให้มีการประเมินว่า มีการดำเนินการไปหรือไม่ อย่างไร ก็จะมีการตรวจประเมินว่าการพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานและ การนำไปใช้นั้นมีความก้าวหน้าและได้ผลอย่างไรบ้าง โดยการประเมินนี้อาจจะแบ่งกันเป็น ๒ ระยะ
ระยะที่ ๑ ก็เป็นการดำเนินการโดยสมัครใจ ก็คือองค์กรใดที่เมื่อทำไปแล้ว ระยะหนึ่งเห็นว่าน่าจะทดสอบหรือประเมินก็ยื่นความสมัครใจที่จะทำให้เกิดการประเมิน
ระยะที่ ๒ ก็เป็นระยะที่ถ้ามีองค์กรจำนวนมากแล้ว ตรวจและประเมิน แล้วเห็นว่าดีก็อาจจะพัฒนาเป็นนโยบายของแต่ละกลุ่มองค์กรต่าง ๆ ที่จะให้มีการประเมิน เป็นมาตรฐานโดยทั่วไป
ระยะที่ ๔ เรื่องของการรับรองมาตรฐานองค์กรคุณธรรม ในเรื่องนี้ในระยะยาว ก็อาจจะมีการพัฒนาเรื่องของการรับรองมาตรฐานองค์กรคุณธรรม โดยในระยะต้นนี้อาจจะ ทำเป็น ๒ แบบ คือ
ระยะที่ ๑ ก็คือเรื่องของความสมัครใจ
ระยะที่ ๒ ถ้าเป็นแนวนโยบายแล้วก็อาจจะมีการรับรอง ซึ่งตัวอย่างนี้ ก็จะเห็นได้ว่า สรพ. หรือสถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาลก็จะใช้ในแนวนี้ ซึ่งแนวทางที่คณะกรรมาธิการเสนอมาก็จะมีทั้ง ๒ แนวทางในเรื่องของความสมัครใจและ เรื่องของการที่อยากจะทำให้ไปโดยทั่วถึง ในกระบวนการประเมินนี้ก็จะมุ่งเน้นการประเมิน ที่มิใช่การจับผิด แล้วก็มิใช่เป็นการทำงานที่ทำเรื่องของกระดาษหรือประเมินส่งการบ้าน เท่านั้น แต่จะเป็นเครื่องมือในการที่จะพัฒนาองค์กรต่าง ๆ ประเภทต่าง ๆ ในด้านของ คุณธรรม จริยธรรม และในแง่ของการรับรองนั้นการดำเนินงานก็จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงกับ ระบบอื่น ๆ เช่นเรื่องของการให้รางวัล เช่นเรื่องของการที่จะเป็นเกณฑ์หนึ่งในการที่จะ พิจารณาการได้รับงบสนับสนุนจากรัฐบาลหรือไม่ อย่างไร เช่น เรื่องขององค์กรชุมชนนี้ มีหลายประเภทที่ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งถ้ามีการพิจารณาในเรื่องเหล่านี้ ถ้ามีองค์กรใดได้รับการรับรองมาตรฐานด้านคุณธรรมก็จะเป็นเครื่องรับรองได้ว่าองค์กรนั้น มีการดำเนินงานที่มีคุณธรรมและธรรมาภิบาลก็อาจจะเป็นเกณฑ์หนึ่งในการพิจารณา รวมถึง ถ้าในแง่ขององค์กรภาคเอกชนนี้ก็อาจจะเป็นเครื่องมือในการที่จะไปสนับสนุนในเรื่องของ การยกระดับเรื่องของการเพิ่มรายได้ เช่นภาคธุรกิจหรือองค์กรเอสเอ็มอี (SME) ต่าง ๆ ถ้าเกิด ได้รับการรับรองแล้วก็อาจจะเป็นมูลค่าในการที่จะไปทำให้ระบบการขายหรือว่าการันตี (Guarantee) กับหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ในการดำเนินงานนั้น ในการที่จะทำให้เกิดขึ้นนั้นก็จะต้องต่อยอดกับระบบต่าง ๆ ที่มีอยู่ ไม่ว่าการประสานงานกับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั้งในเรื่องเกณฑ์ของแต่ละกลุ่มที่มีการดำเนินการกันอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องของกลไกที่ในบางองค์กรก็อาจจะมีกลไกในการที่จะประเมินเรื่องนี้ก็จะมี การประสาน
๓. ก็คือในเรื่องของกระบวนการที่จะมีการประเมิน ซึ่งอาจจะต้องไปเชื่อมโยง ของคณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติโดยตำแหน่งแล้วมีท่านนายกรัฐมนตรี เป็นประธานที่จะทำให้เกิดการเชื่อมโยงระบบของการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติด้วย ในการตรวจการประเมินและในการรับรองนั้นก็ขอกราบเรียนว่าตัวของศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) นั้นเองจะไม่ได้เป็นผู้ประเมิน แต่จะเป็นผู้ที่เชื่อมโยงในเชิงระบบและเป็นสำนักงานเลขา ในการประเมินนั้นจะต้องมีคณะกรรมการที่มาจากกลุ่มวิชาชีพต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับลักษณะ ขององค์กรแต่ละประเภทมาดำเนินการ แล้วก็เชื่อมโยงกับระบบเดิมที่มีอยู่ ในแง่ของ การเตรียมความพร้อมขององค์กร ศูนย์คุณธรรมนั้นก็จะต้องพิจารณาในแง่ของการที่ เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วก็จะต้องปรับปรุงในเรื่องของตัว อันที่ ๑ ก็คือตัววัตถุประสงค์ ในการจัดตั้งให้ครอบคลุมถึงเรื่องของการส่งเสริม เรื่องของการรับรอง เรื่องของการตรวจ การประเมิน แล้วก็ในส่วนของการปรับปรุงสมรรถนะการบริหารจัดการขององค์กร และบุคลากรให้สอดคล้องกันไป
สุดท้ายก็คือสิ่งที่จะขอให้มีการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม ก็คือในเรื่องของการที่จะให้ครอบคลุมการจัดทำและพัฒนาเกณฑ์มาตรฐานคุณธรรมแห่งชาติ เพื่อเป็นการส่งเสริม สนับสนุน ให้คำปรึกษา แนะนำแก่องค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาคประชาชน ในการที่จะนำเกณฑ์มาตรฐานไปสู่การปฏิบัติ การประเมิน และการรับรองต่อไป ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศเพียงเท่านี้ ขอบพระคุณครับ