กอบศักดิ์ ชี้ขาดเชื่อมโยงการเงิน-เสนอตั้งคณะกรรมการกลาง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๒ · ๑๐ ตุลาคม ๒๕๕๙

กอบศักดิ์ ภูตระกูล หารือปัญหาหนี้สินประชาชนที่เกิดจากความรู้ทางการเงินต่ำ พร้อมผลักดันการปฏิรูปการศึกษาทางการเงินโดยเชื่อมโยงกับแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง และเสนอตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์กลางเพื่อขับเคลื่อนการส่งเสริมความรู้ด้านการออม การลงทุน และการบริหารการเงินอย่างยั่งยืนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านสมาชิกที่เคารพครับ กระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับสำหรับข้อคิดเห็น ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับ มีทั้งหมด ๑๕ ท่านกระผมเห็นด้วยอย่างยิ่งกับทุกท่านที่ได้ นำเสนอข้อคิดเห็นมานะครับ หลายท่านได้พูดถึงความจำเป็นของเรื่องนี้ อย่างเช่น ท่านนิกร ที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กที่ยิ่งใหญ่ ท่านชิดชัยที่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นรากฐานของความเข้มแข็ง ของประเทศ ซึ่งเรื่องนี้จะนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าไฟแนนเชียลอินดิเพนเดนซ์ (Financial Independence) ก็คือความเป็นอิสระทางการเงินของทุกคน ซึ่งเมื่อทุกคนมีอิสระทางการเงิน ก็จะมีความเข้มแข็งในการใช้ชีวิต แล้วก็จะเป็นความเข้มแข็งอย่างแท้จริงของพี่น้องประชาชน แล้วก็ความเข้มแข็งอย่างแท้จริงของประเทศครับ ในประเด็นเรื่องนี้มีความสำคัญเพราะอะไรครับ เพราะว่าเราเห็นจากในช่วงที่ผ่านมามีปัญหาหนี้ของพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นปัญหาหนักอก ของพี่น้องทุกคนนะครับ ซึ่งปัญหาเรื่องนี้มีทั้งหนี้ในระบบแล้วก็หนี้นอกระบบซึ่งทำให้หลายคน ชักหน้าไม่ถึงหลัง มีปัญหาในการดำรงชีวิต หลายคนต้องทำร้ายตนเองแล้วก็กลายเป็นปัญหา ของครอบครัวต่อไป ซึ่งปัญหาเหล่านี้มาจากปัญหาเรื่องของการออมไม่พอ การลงทุนไม่เป็น การบริหารเงินไม่เป็น ซึ่งในปัญหาเหล่านี้ก็นำไปสู่อย่างที่ทุกท่านพูดมาก็คือการเสนอ ความจำเป็นในการปฏิรูปเรื่องของการให้ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชนในวันนี้ครับ หลายท่านให้ข้อเสนอที่ดีอย่างยิ่งที่เราและคณะกรรมการจะนำไปสู่การปรับปรุงรายงานฉบับนี้ ต่อไปครับ เช่นเรื่องของการนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ในการปรับปรุงเรื่องของวินัยทางการเงินซึ่งเราก็ได้พูดถึงในร่างรายงานแล้วจะทำให้เด่นชัดขึ้น ประเด็นที่ท่านชิดชัยพูดถึงในเรื่องของการนำเบสต์แพร็กทิซ (Best Practice) มาก็คือสิ่งที่เป็น ตัวอย่างของการแก้ไขปัญหาการออมของแต่ละระดับซึ่งสามารถนำไปเผยแพร่ให้กับคนต่าง ๆ ได้ ท่านอำนวยพูดถึงเรื่องตัวอย่างของประชาชนที่ถูกหลอก อันนี้ผมก็คิดว่าเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิด ความรู้ทางการเงินแท้จริง หลังจากนั้นครับท่านเลิศรัตน์ได้พูดถึงเรื่องของการเพิ่มแหล่ง การเข้าถึงความรู้ทางการเงิน รวมไปถึงเรื่องของการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของ คณะกรรมการ อันนี้เราก็จะนำไปปรับปรุงเพิ่มเติมนะครับ ท่านพรพันธุ์ได้พูดถึงเรื่องของ ความรู้และความแตกฉานทางการเงิน ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่สำคัญเช่นกัน ท่านชูชาติพูดถึง เรื่องของยุทธศาสตร์ชาติที่ทำให้เขาออมได้ หลังจากนั้นท่านมิ่งขวัญพูดถึงเรื่องของไพรออริตี (Priority) แล้วก็ท่านวิทยาพูดถึงเรื่องการทำลายค่านิยมเรื่องของประชานิยม ผมคิดว่า เรื่องเหล่านี้สอดรับกับเรื่องที่คณะกรรมาธิการของเราได้นำเสนอมาในวันนี้ แล้วเราก็จะนำ แนวคิดเหล่านี้นั้นไปเพิ่มเติมปรับปรุงให้สอดรับกับแนวคิดที่ท่านสมาชิกทุกท่านให้ข้อเสนอมา

ในส่วนนี้จะมีอีกประเด็นหนึ่งครับที่ท่านสมาชิกบางท่านได้ยกประเด็นเรื่องนี้ ขึ้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกรรมการและกลไกการขับเคลื่อนซึ่งผมขอชี้แจงแล้วก็ หลังจากนั้นมีท่านปัทมาชี้แจงเพิ่มเติมและท่านสมชัยนะครับ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ท่านวันชัย ท่านคุรุจิต ท่านสุรินทร์ ได้ยกประเด็นขึ้นมาครับ แล้วก็มีคำถามว่ากลไกการขับเคลื่อน และคณะกรรมาธิการที่เราเสนอขึ้นมากรรมการยุทธศาสตร์เรื่องของความรู้ทางการเงินนั้น เพียงพอหรือเปล่า สาเหตุที่ต้องมีกรรมาธิการชุดนี้ขึ้นมานะครับ เพราะในปัจจุบันปัญหาเรื่อง ของการให้ความรู้ทางการเงินนั้นไม่ได้อยู่ที่ว่าไม่มีคนทำครับ แต่อยู่ที่ว่าต่างคนต่างทำ ต่างคนต่างทำก็คือแต่ละหน่วยงานนั้นดำเนินการเรื่องนี้ด้วยตัวของเขาเอง แต่ไม่ได้ มีการสอดประสานกัน ซึ่งทำให้ไม่เกิดพลัง ไม่เกิดความต่อเนื่องแล้วก็ไม่ครอบคลุม ไม่ครอบคลุมเพราะอะไรครับ ก็เพราะว่าบางคนก็จับเป็นจุด ๆ ครับ นักลงทุนบ้าง ผู้ฝากเงินบ้าง ผู้ใช้ประกันภัยบ้าง แต่พอสุดท้ายแล้วทำไปคนละเล็กคนละน้อยแต่ไม่สามารถแก้ปัญหา เรื่องนี้ได้ เพราะว่าอย่างที่เรานำเสนอในเรื่องนี้นะครับ มีตั้งแต่วัยเรียนรู้ วัยทำงาน วัยเกษียณ เอสเอ็มอี (SME) ทั้งในเมืองและชนบท ซึ่งถ้าเกิดเราสามารถนำทุกคนมานั่งอยู่ใน คณะกรรมการชุดเดียวกันได้ก็จะสามารถทำงานอย่างสอดประสานแบ่งงานกันทำได้ ซึ่งในส่วนนี้ผมคิดว่ากรรมการยุทธศาสตร์ที่เราพูดขึ้นนั้นจะเป็นพื้นที่กลางครับ เป็นฟอรัม (Forum) ที่ให้ทุกคนคุยกันได้ที่จะใช้ในการวางแผน ในการแบ่งงาน ในการจัดสรร งบประมาณที่เหมาะสมและในการติดตามงานเพื่อให้ทำงานอย่างสอดประสานกัน ผมขอยกตัวอย่างนะครับ ในปัจจุบันธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีแนวคิดเรื่องของการให้ ความรู้ทางการเงินมาสักระยะเวลาหนึ่งแล้วครับ แล้วก็มีองค์กรหนึ่งที่ดูแลเรื่องของผู้ที่ถูก เอาเปรียบทางการเงินสามารถไปฟ้องได้ครับ ตัวของตลาดหลักทรัพย์และ ก.ล.ต. นั้น ให้ความสำคัญกับการให้ความรู้กับนักลงทุน อันนี้ก็ได้ดำเนินการระยะเวลาหนึ่งแล้ว เช่นเดียวกัน ตัวของสมาคมธนาคารไทยให้ความรู้เรื่องของการเงินก็เป็นเรื่องที่สำคัญ เขาได้คุยกันนะครับว่าธนาคารสมาชิกจะทำงานร่วมกันในการให้ความรู้ทางการเงินอย่างไร แล้วที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้พนักงานของเรามีโค้ด ออฟ คอนดักต์ (Code of Conduct) ที่เหมาะสม สมาชิกหลายคนนะครับพูดมาบอกว่าไปเจอพนักงานแบงก์ พนักงานแบงก์ก็บอกซื้อประกันไหมพี่ ซื้อกองทุนไหมพี่ พอหลังจากนั้นเงินที่ลงไปบางครั้ง ก็สูญเสียหายไปโดยเปล่าประโยชน์ อันนี้ตัวสมาคมธนาคารไทยก็คุยกันครับว่าจะมีโค้ด ออฟ คอนดักต์ (Code of Conduct) ขึ้นมาเพื่อทำให้พนักงานนั้นให้บริการทางการเงินอย่างเหมาะสม กระทรวงศึกษาธิการก็มีการพูดครับว่าจะทำหลักสูตรที่เหมาะสมอย่างไร สหกรณ์พูดถึง สมาชิกของสหกรณ์ในการที่จะให้เขามีการออมที่เหมาะสม และหลังจากนั้นครับในระดับของ พี่น้องประชาชนในฐานราก ในชนบท ทาง พอช. ทาง ธ.ก.ส. ออมสิน ก็ได้พูดถึงเรื่องของ การให้ความรู้ทางการเงิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบัญชีครัวเรือนที่ท่านนิกรพูดถึง เรื่องของธนาคาร โรงเรียน รวมไปถึงเรื่องของสถาบันการเงินชุมชนที่ทางเราได้นำเสนอไปแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นเบี้ยหัวแตกครับ ต่างคนต่างทำ แล้วไม่มีการสอดประสานกัน ไม่น่าแปลกใจครับว่า ลงทุนกันไปตั้งเยอะ ทำงานมาตั้งเยอะ หลาย ๆ ปีที่ผ่านมา แต่ปัญหาเรื่องของหนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบ ปัญหาความรู้ทางการเงินยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเหมาะสม นี่คือสาเหตุ อย่างไรครับว่าทำไมเราถึงเสนอว่าจะต้องมีคณะกรรมการกลางขึ้นมาชุดหนึ่งเรียกว่า กรรมการยุทธศาสตร์ ที่จะเอาเรื่องนี้มาคุยกัน แล้วทำให้ทุกคนที่ทำงานอยู่แล้วมาทำงานอย่างสอดประสานแบ่งงานกันทำ แต่อยู่หน่วยงาน ขับเคลื่อนที่แท้จริงครับก็คือหน่วยงานแต่ละหน่วยที่ผมได้กล่าวไปแล้วทุกคนมีพื้นที่ ของตนเอง เพียงแต่ว่าไม่ได้คุยกันว่าใครจะทำอะไร จะลงตรงไหน ใครจะเอาทุกอย่างไปลง โซเชียลมีเดีย (Social Media) ใครจะทำความรู้พื้นฐานทางการเงิน ซึ่งผมคิดว่าถ้าเกิดเรา ตั้งคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมาได้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนการปฏิรูปในเรื่องของ ความรู้ทางการเงินอย่างแท้จริงครับ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ อย่างยั่งยืนในระยะยาว ส่วนเรื่องของหน่วยงานที่จะมารับผิดชอบในการขับเคลื่อน ในส่วนกลางที่หลายท่านพูดถึงมานั้น ผมคิดว่ากรรมการก็จะนำไปพิจารณาต่อไปครับ เชิญคุณปัทมาครับ