ศานิตย์ นาคสุขศรี หารือการจัดตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่ตามรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้กำหนดมาตรฐานจริยธรรมและบรรจุในร่าง พ.ร.บ. เพื่อเสริมความโปร่งใส ป้องกันการขัดแย้งผลประโยชน์ และคืนความเชื่อมั่นให้ประชาชน พร้อมเสนอปรับบทบาท กกต. โดยให้กระทรวงมหาดไทยรับผิดชอบการจัดการเลือกตั้งทุกระดับ ทบทวนคุณสมบัติและภูมิลำเนาของ กกต. จังหวัด รวมถึงคัดค้านการจำกัดสิทธิข้าราชการในการเป็น กกต. โดยย้ำถึงความเป็นกลางและความสามารถของข้าราชการ พร้อมเรียกร้องให้ส่งเสริมการเลือกตั้งท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดการครอบงำทางการเมือง
กราบเรียนท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายศานิตย์ นาคสุขศรี สมาชิกสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๑๕๑ ครับ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านกรรมาธิการด้านการเมือง ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้และเสนอต่อสภาของเราเพื่อลงมติให้ผู้มีหน้าที่มีความรับผิดชอบต่อไป โดยได้นําความเห็นของเราไปพิจารณาด้วย เรื่องนี้ผมว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในห้วงระยะเวลานี้แล้วก็ในห้วงที่จะดําเนินการหลังจากประกาศรัฐธรรมนูญต่อไปเพื่อเรา จะได้ผู้บริหารประเทศหรือสมาชิกรัฐสภาที่ดีในบั้นปลายต่อไปนะครับ โดยกําหนด ให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งใหม่สมตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่จะประกาศใช้ใหม่นะครับ สภาของเราควรมีบทบาทไม่มากก็น้อยที่จะเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของผู้ที่รับผิดชอบ กระผมได้สัมผัสเกี่ยวกับการเลือกตั้งทุกระดับ ทั้งโดยตรงและโดยอ้อมมาตลอด ตั้งแต่เป็นปลัดอําเภอ เป็นนายอําเภอ เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งในฐานะเจ้าหน้าที่ผู้จัดการเลือกตั้ง สนับสนุนส่งเสริมการเลือกตั้งแล้วก็ได้รับผิดชอบการเลือกตั้งในฐานะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดนะครับ อันนี้ผมจะขออนุญาตนําเสนอประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ที่ท่านคณะกรรมาธิการด้านการเมืองได้เสนอมารวม ๓ ประเด็นนะครับ
ประเด็นแรก ข้อเสนอให้มีการกําหนดจริยธรรมของคณะกรรมการ การเลือกตั้งภายใต้หลักการ ๗ ประการ ในหน้า ๓ หน้า ๔ นะครับ เพื่อให้เป็นไปตาม มาตรา ๒๑๙ ของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับที่ผ่านประชามตินะครับ ซึ่งกําหนดให้มีศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกันจัดทํามาตรฐานจริยธรรมไว้ ซึ่งแต่ละ หน่วยงานจะต้องทําเพิ่มเติมอีกต่อไปก็ได้ โดยจริยธรรมนี้จะเป็นคนละส่วนของข้าราชการประจํา อย่างชัดเจน อันนี้ผมมีความเห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้ให้ความสําคัญเกี่ยวกับ เรื่องจริยธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งแยกฝ่ายการเมืองกับรัฐ องค์กรอิสระ อยู่ในมาตรา ๒๑๙ และมาตรา ๗๖ ก็ได้กําหนดไว้นะครับว่ารัฐจัดให้มีมาตรฐานทางจริยธรรมเพื่อให้หน่วยงาน ของรัฐใช้เป็นหลักในการกําหนดประมวลจริยธรรม เพราะฉะนั้นกรรมาธิการบริหารราชการแผ่นดิน จะนําเสนอเรื่องนี้ต่อสภาต่อไป ในเรื่องของมาตรฐานจริยธรรมในการดําเนินการ ของหน่วยงานของรัฐ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นการสอดรับกันทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการ หน่วยงานของรัฐ อันนี้ผมขอชื่นชมที่ท่านได้ดําเนินการในเรื่องนี้นะครับ
ผมเห็นว่าในเรื่องของจริยธรรมมีความสําคัญอย่างยิ่ง ถือว่าเป็นพื้นฐาน ที่กรรมการการเลือกตั้งชุดใหม่จะต้องมีจริยธรรมที่เป็นมาตรฐานที่สอดคล้องกับหลักการ หรืออํานาจหน้าที่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นะครับ เพื่อจะกอบกู้ศรัทธา จากพี่น้องประชาชน และควรจะมีความเข้มข้นและจับต้องได้มากกว่าที่ผ่านมาในอดีต ในเรื่องจริยธรรม
ผมได้ย้อนไปดูจริยธรรมที่ใช้กํากับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้งที่ผ่านมาพบว่าก็มีในลักษณะที่คล้าย ๆ กันคือเรียกว่าจรรยาบรรณนะครับ แล้วเมื่อพิจารณาที่ใกล้ถึงปัจจุบันก็จะมีระเบียบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยประมวลจริยธรรมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดและพนักงานประจําสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งแบ่งออกเป็น หลักค่านิยม ข้อ ๑-๙ และส่วนที่ ๒ เป็นมาตรฐานจริยธรรมขององค์กรรวม ๑๒ ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ผมก็อยากจะฝากไว้ ผมใคร่ขอยกตัวอย่างบางข้อที่น่าสนใจและน่าจะใส่ใน พ.ร.บ. ฉบับที่ท่านกรรมาธิการเสนอ อย่างเช่น (๒) การมีจิตสํานึกที่ดี ซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบ (๓) การยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าประโยชน์ส่วนตนและไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน (๔) การยืนหยัดทําในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรมและถูกกฎหมาย หรือที่กําหนดไว้เป็น จรรยาบรรณและ (๑๑) ในเรื่องขององค์กร กรรมการจะต้องไม่เข้าร่วมกิจกรรมใด ๆ อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจได้ว่าเป็นการสนับสนุนหรือขัดแย้งกับพรรคการเมือง ตลอดจน นักการเมืองและผู้สมัครที่เลือกตั้งผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ เป็นต้น เพราะฉะนั้นจริยธรรม ที่กําหนดไว้เหล่านี้น่าจะมีผลปฏิบัติได้อย่างจริงจังในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นี้ และหากดําเนินการไปตามมาตรฐานและรูปธรรมสิ่งที่เกิดขึ้นที่ผ่านมาในอดีต ผมว่าถ้าได้ทํา อย่างจริงจังอยู่ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เรื่องในอดีตที่เกิดขึ้นมาเกี่ยวกับจริยธรรมคงไม่เกิดขึ้น เช่น ข่าวการแย่งชิงตําแหน่งประธานกรรมการการเลือกตั้ง การกล่าวหาของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือแม้แต่การบริหารงานภายในขององค์กรเรื่องการสรรหาเลขา กกต. คงจะยุติ และได้ผู้ดํารงตําแหน่งมาเป็นเวลานานแล้ว ถ้าเรามีจริยธรรมที่ชัดเจนและเข้มข้นนะครับ การเสนอให้มีการกําหนดจริยธรรมสําหรับคณะกรรมการการเลือกตั้งไว้ในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จึงน่าจะเหมาะสมและทันเวลานะครับ โดยไม่ต้องรอที่จะกําหนดไว้ในมาตรา ๒๑๙ ตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผมขอสนับสนุนที่จะบรรจุเรื่องจริยธรรมไว้ใน พ.ร.บ. ที่จะเสนอ ในครั้งนี้เลยนะครับ เพราะเป็นเรื่องสําคัญและเป็นหลักใหญ่สําคัญประการหนึ่ง ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่จะให้มีมาตรฐานจริยธรรมทั้งของฝ่ายการเมือง องค์กรอิสระ และฝ่ายหน่วยงานของรัฐนะครับ ซึ่งกรรมาธิการ ๒ หน่วยก็ทําสอดคล้องกันนะครับอันนี้
ประเด็นที่ ๒ ตามข้อเสนอข้อ ๒ อํานาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ในข้อ ๒.๑ ที่เสนอให้กรรมการการเลือกตั้งจัดหรือดําเนินการให้กระทรวงมหาดไทย จัดการเลือกตั้งทุกระดับ รวมทั้งการออกเสียงประชามติด้วย เกี่ยวกับเรื่องนี้ที่ผ่านมา ในทางปฏิบัติ ทุกคนก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่าข้าราชการในพื้นที่แต่ละจังหวัด รวมถึงอําเภอ ตําบล หมู่บ้าน รวมตลอดถึงผู้นําชุมชนและประชาชนช่วยดําเนินการการเลือกตั้งเป็นปกติอยู่แล้ว เช่น ในเรื่องการเป็นกรรมการการเลือกตั้งเขต เจ้าพนักงานผู้ดําเนินการเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่ประจําหน่วย ดังนั้นหากกฎหมายกําหนดไว้ชัดเจน ถึงภารกิจตั้งแต่เริ่มแรก โดยให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพ ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นเจ้าภาพในระดับจังหวัด หรือรวมทั้งนายอําเภอในระดับพื้นที่อําเภอ เป็นการลดการใช้ดุลยพินิจของกรรมการ การเลือกตั้ง ก็จะได้รู้ว่าบทบาทมีอะไรชัดเจนแน่นอน แล้วลดบทบาทภารกิจของกรรมการ การเลือกตั้งด้านนี้ลง โดยปรับบทบาทใหม่ให้เป็นในฐานะผู้กํากับดูแลและสั่งการตามกฎหมาย ก็จะเป็นประโยชน์ทั้งต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเอง ในการมุ่ง ที่จะสืบสวนสอบสวนการขจัดการทุจริตและการซื้อเสียง ไม่ต้องไปพะวงเกี่ยวกับ การจัดการเลือกตั้ง อันนี้จะก่อให้เกิดประโยชน์และจะขจัดจุดอ่อนที่ท่านผู้อภิปรายหลายท่าน หรือตัวคณะกรรมาธิการได้เสนอว่ากรรมการการเลือกตั้งที่ผ่านมาอาจจะไม่มีเวลาที่จะไปดู เรื่องการขจัดการซื้อเสียงหรือการทุจริตการเลือกตั้ง ถ้าให้เขาดําเนินการเรื่องนี้และปล่อย การบริหารจัดการไปให้กระทรวงมหาดไทยหรือราชการที่อยู่ในภูมิภาค ซึ่งมันบูรณาการกัน ทุกส่วนราชการอยู่แล้ว ส่วนการบริหารการจัดการเลือกตั้งที่จะมีประสิทธิภาพขึ้นในระยะ ๕ ปีต่อไป มันเป็นระยะที่จะต้องระดมสรรพกําลังที่มีอยู่ในฐานะประชารัฐด้วย ในแต่ละจังหวัดจะได้ดูแลกันอย่างเต็มที่ มีกฎหมายรองรับ ทั้งที่อาจจะต้องทําความเข้าใจ ในระยะแรกจะต้องผนึกกําลังกับทุกฝ่าย ไม่ใช่เฉพาะข้าราชการมหาดไทยเท่านั้น แต่ว่าในระดับพื้นที่เราได้บูรณาการทุกฝ่ายกันอยู่แล้ว อันนี้ก็จะเรียนที่ประชุมให้ทราบ
ประเด็นที่ ๓ ประเด็นข้อเสนอการแต่งตั้ง เสนอตั้งแต่ข้อ ๒ ข้อ ๒.๑ ถึง ข้อ ๒.๑๐ ที่กําหนดให้มีกรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัด ผมคิดว่าน่าจะทบทวน ทบทวนให้รอบคอบ อีกสักครั้งหนึ่ง ดังนี้การกําหนดให้อํานาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจําจังหวัดควรให้สอดคล้องและสมดุล ซึ่งถ้าดูตาม (๗) กําหนดให้ช่วย จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่จะเสนอลงโทษผู้ใดไม่ได้เลย ใน (๖) ผมคิดว่าอันนี้ หรือจะเป็นแค่หน่วยรับแจ้ง เป็นไปรษณีย์ส่งเอกสารให้หน่วยสืบสวน เป็นต้น อันนี้อยากให้ทบทวนเหมือนยักษ์ไม่มีกระบองบางทีก็อาจจะเป็นภาระของส่วนกลาง มากเกินไป เพราะฉะนั้นมันอยู่ที่ว่าการคัดเลือกจากส่วนกลางถ้าส่วนกลางเป็นผู้ที่มีความเป็นกลาง คัดเลือกกรรมการจังหวัดได้เป็นคนดีมีความเป็นกลาง ระบบนี้ก็จะมีประสิทธิภาพ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะให้อํานาจในเรื่องของ กกต. ประจําจังหวัด ให้เขามีอํานาจในการ ดําเนินการแทนที่จะเป็นไปรษณีย์อย่างเดียว
ข้อ ๒ การกําหนดให้กรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัดมาจากผู้ไม่มี ภูมิลําเนาอยู่ในจังหวัดที่ดํารงตําแหน่ง อันนี้ก็น่าจะพิจารณาทบทวน มีผู้อภิปรายหลายท่านก็ไม่ ค่อยเห็นด้วย ในฐานะที่ผมอยู่ในภูมิภาคมานาน อยากจะให้พิจารณาถึงข้อดีข้อเสียให้ รอบคอบอีกครั้งหนึ่งเพราะมิฉะนั้นแล้วในสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจําจังหวัด จะไม่มีผู้คนที่รู้จักคนและท้องที่เลย ซึ่งจะยากต่อการบริหารจัดการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในด้านการสืบสวนสอบสวน การสืบสวนสอบสวนต้องอาศัยพยานทั้งจากพยานบุคคล และพยานแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ในเรื่องของการเลือกตั้งมันยากกว่าคดีอาญา คดีอาญา มันกระทบ มีผู้มีส่วนได้ส่วนเสียประชาชนเขาจะให้ความร่วมมือ แต่ในเรื่อง กกต. ถ้าเขา ไม่มีความคุ้นเคยในเรื่องของการเลือกตั้งไม่เกี่ยวข้องกับเขาโดยตรง โอกาสที่จะได้ข้อมูล ที่แท้จริงยากมาก เพราะฉะนั้นถ้าเราได้รู้จักคน เอาคนในพื้นที่อะไรต่าง ๆ โดยให้เขา ได้มีความต่อเนื่องกันผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ ขออนุญาตอีกนิดหนึ่งนะครับ
สําหรับการกําหนดให้คณะกรรมการคนต่างถิ่นประกอบอาชีพอื่นที่ไม่ใช่ ข้าราชการน่าจะไม่ได้เป็นกรรมการการเลือกตั้งที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริง ผมยังเชื่อมั่นว่า ข้าราชการยังมีความเป็นกลางแล้วก็มีความซื่อสัตย์สุจริตและมีความสามารถ ถ้าเผื่อเราไม่ให้ ข้าราชการหรือจํากัดสิทธิ เราอาจจะไม่ได้คนที่มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง และบางครั้งอาจจะไม่มีผู้สมัครเลยก็ได้ เพราะว่าไม่คุ้มกันกับหน้าที่ความรับผิดชอบ ถ้าเราให้ คนที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่หรือคนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ หรือคนนอก เพราะว่าค่าใช้จ่าย ความรับผิดชอบมันค่อนข้างสูงนะครับในการที่จะเดินทางมาพิจารณาในเรื่องของบทบาท ของกรรมการการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าเราจะไม่ตัดสิทธิของเขาก็จะเป็นประโยชน์ อย่างยิ่ง
อีกประการหนึ่งนะครับ ในเรื่องของการกําหนดความรับผิดชอบของ กรรมการการเลือกตั้งที่จะเป็นผู้คัดเลือกกรรมการการเลือกตั้งระดับจังหวัดนี่ผมมีความเห็นว่า บทบาทของคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางจะเป็นผู้ที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง ถ้ากรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางมีความเป็นกลาง มีความเที่ยงธรรมต่าง ๆ แล้วก็คัดเลือก ถ้าคนดีคัดเลือกมาก็จะได้ กกต. ประจําจังหวัดที่เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถเป็นกลาง และจะทําให้ประสิทธิภาพในการเลือกตั้งสมเจตนารมณ์และปราศจากการครอบงํา ของกลุ่มการเมืองและผู้มีเจตนาที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ได้จากการที่ดํารงตําแหน่ง กกต. ประจําจังหวัดได้อย่างแท้จริง ผมคิดว่าควรกําหนดให้กรรมการการเลือกตั้ง ประจําจังหวัดในเรื่องของการออกแบบควรให้มีความสมดุลเพื่อให้มีบุคคลที่ต้องการ ได้สัดส่วนทั้งอํานาจกับหน้าที่ความรับผิดชอบและค่าตอบแทน กกต. ประจําจังหวัดปัจจุบัน มีรายได้เดือนละประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งรับผิดชอบค่อนข้างมากนะครับ ถ้าเรากําหนด คนนอกเขตจังหวัดมาค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ก็ต้องเพิ่มอีกเป็นเงาตามตัวนะครับ เพราะฉะนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราจะทําอย่างไรที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้การเลือกตั้งระดับที่สําคัญต่อไป คณะกรรมการการเลือกตั้งจะต้องไปสนับสนุนส่งเสริมการเลือกตั้งในระดับท้องถิ่นอีก ถ้าไม่ให้อํานาจ กกต. ประจําจังหวัดงานของท้องถิ่นมันเลือกตั้งทุกวัน เพราะฉะนั้นบทบาท ตรงนี้ถ้าไม่มีอํานาจต่าง ๆ ก็จะเป็นปัญหาอุปสรรคในเรื่องประสิทธิภาพในการเลือกตั้ง รวมทั้งเกิดความล่าช้าในการเลือกตั้ง เพราะว่าการเลือกตั้งคงไม่ใช่ระดับชาติ ส.ส. ส.ว. เท่านั้น ระดับท้องถิ่นมีแทบทุกวัน เพราะฉะนั้นก็คงฝากในประเด็นนี้ไว้ ผมขอเสนอ ด้วยความหวังและตั้งใจอย่างยิ่งว่าการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่มีจริยธรรม มีความสุจริตและเที่ยงธรรม มีผลปรากฏเป็นรูปธรรม ไม่ใช่แต่เพียงนามธรรม จะเป็นผลงานของการปฏิรูปอย่างแท้จริงครับ ขอกราบขอบคุณครับ