วันชัย สอนศิริ หารือร่างกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยเสนอให้มีการปรับปรุงโครงสร้างให้ กกต. เป็นอิสระและมีความรับผิดชอบร่วมกัน พร้อมเน้นบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบและส่งเสริมการเลือกตั้งที่สุจริต โดยเสนอให้มีกลไกร้องเรียน งบสนับสนุนองค์กรภาคประชาชน และการจัดทำฐานข้อมูลผู้ซื้อเสียงเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง รวมถึงให้หัวหน้าพรรคการเมืองรับผิดชอบต่อการกระทำผิดของผู้สมัครด้วย
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สปท. วันชัย สอนศิริ ในฐานะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการเมือง ขออนุญาต เพิ่มเติมจากท่านประธานและท่านกรรมาธิการที่ได้เสนอไปบางเรื่องบางประเด็นแล้ว ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าขณะนี้กฎหมายว่าด้วย คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ได้ร่างเสนอไปยัง กรธ. แล้ว และเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้มีการรับฟัง ความคิดเห็นจากบรรดาพรรคการเมืองและผู้เกี่ยวข้องไปแล้วบางส่วน อยากจะกราบเรียน ต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าทางเราเองในฐานะกรรมาธิการด้านการเมืองได้ดู ในรายละเอียดต่าง ๆ ของกฎหมายที่ กกต. ร่างมาแล้ว และเห็นว่าบางเรื่องบางประเด็น น่าจะมีการเติม เสริม หรือเป็นข้อเสนอแนะไปยัง กรธ. กราบเรียนว่าขณะนี้ กรธ. อยู่ในขั้นตอนที่กําลังร่างรัฐธรรมนูญอันเกี่ยวกับคําถามพ่วง หลังจากนั้นทราบว่า ภายในระยะเวลาหลังจาก ๑๕ วันแล้วจะมีการเร่งพิจารณากฎหมายลูก ๔ ฉบับ ฉบับที่จะต้องพิจารณานั้นก็คือกฎหมายว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น ผมเห็นว่าฉบับนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนจําเป็นและสําคัญ อยากกราบเรียนต่อท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกว่าอยากให้ท่านทั้งหลายได้โปรดให้ข้อเสนอแนะ ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม เราเองในฐานะกรรมาธิการอาจจะมีบางส่วนบางมุมที่ยังไม่ครบถ้วนเพียงพอ ท่านช่วยพูด ช่วยบอกว่าน่าจะเติม เสริมประเด็นตรงนี้ ผมเชื่อเหลือเกินว่าขั้นตอนจากที่เรารวบรวม ปรับปรุง แก้ไขจนครบถ้วนและจะต้องไปชี้แจงยัง กรธ. แล้ว จะเป็นประโยชน์ ต่อการเลือกตั้งเป็นอย่างยิ่ง เนื้อหาที่เราเสนอมาวันนี้มีทั้งหมดอยู่ประมาณสักไม่เกิน ๕ แผ่นหน้ากระดาษเท่านั้น ถ้าท่านทั้งหลายฟังอยู่ตอนนี้และมองด้วย ติ๊กไปด้วย สังเกตไปด้วยแล้วอยากให้อภิปรายกันอย่างกว้างขวางจริง ๆ ครับ เพราะเป็นกฎหมายสําคัญ ที่จะต้องรีบทํา เบื้องต้นคณะกรรมาธิการเห็นว่าความสําคัญในเรื่องนี้จะต้องประกอบด้วย
๑. คือตัวคณะกรรมการ คณะกรรมการนั้นจะเป็นกลไกอย่างสําคัญที่ทําให้ การเลือกตั้งนั้นเกิดความสุจริตเที่ยงธรรมและได้นักการเมืองอันเป็นความหวังความต้องการ ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงได้หรือไม่ ตัวกรรมการจึงเป็นเรื่องสําคัญ นั่นประการที่ ๑
ประการที่ ๒ เราเห็นว่าองค์ประกอบที่สําคัญอีกส่วนนั้นก็คือภาคประชาชน ถ้าภาคประชาชนตื่นตัว ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการช่วยกันดูแลกํากับการเลือกตั้ง ตลอดจนนําข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ และสามารถที่จะมีส่วนร่วมมืออย่างสําคัญกับ กกต. ด้วย เราก็มีความมั่นใจว่าจะเป็นส่วนหนึ่งทําให้การเลือกตั้งเกิดความสุจริตเที่ยงธรรมได้
ประการที่ ๓ คณะกรรมาธิการเห็นว่าอีกส่วนหนึ่งที่จะมีความสําคัญ ต่อการเลือกตั้งก็คือหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ถ้าลําพังสักแต่ว่าหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคหวังแต่จะชนะการเลือกตั้ง เอาเสียงให้ได้มาก โดยไม่คํานึงถึง ความสุจริตเที่ยงธรรม มันก็จะก่อให้เกิดปัญหาของความทุจริตต่อการเลือกตั้ง ดังนั้นเราจึงมี มาตรการในการที่กํากับรวมทั้งมีกฎหมายที่ให้หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค จะต้องมีส่วนอย่างสําคัญในการควบคุมกํากับดูแลการเลือกตั้งของสมาชิกของตัวเอง ให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรมให้ได้ นี่คือองค์ประกอบอย่างสําคัญ ๆ ที่คณะกรรมาธิการ ขับเคลื่อนด้านการเมืองเสนอต่อท่านในวันนี้ ผมขอเก็บประเด็นอย่างย่อ ๆ ต่อจาก ท่านประธานและท่านวิทยา ท่านประธานครับ ในหน้า ๓ เราเน้นไปที่ตัวองค์กรคือตัว กกต. โดยภาพรวมแล้วเราเห็นว่าถ้า กกต. ไม่มีเอกภาพ กกต. เป็นปัญหาเสียเอง อย่าหวังเลยว่า การเลือกตั้งจะเกิดความเรียบร้อยเกิดความสุจริตเที่ยงธรรมได้ ที่แล้วมารวมทั้งท่านวิทยา รวมทั้งเพื่อนสมาชิกและเสียงสะท้อนอื่น ๆ จะปรากฏได้ว่าตัว กกต. กลายเป็นองค์กร หรือคณะกรรมการที่มีปัญหาอย่างที่ปรากฏ เราจึงเขียนไว้ว่า ๑. ให้มีการประสานเชื่อมโยง และทํางานกันอย่างมีความรับผิดชอบร่วมกันและที่สําคัญที่สุดนั้นไม่กระทําการใด ๆ อันทําให้ประชาชนขาดความศรัทธาอันอาจนําไปสู่ความไม่เชื่อถือต่อการเลือกตั้ง แม้ว่า เราจะเขียนไว้อย่างนี้เราหวังว่า กรธ. จะไปกําหนดเป็นตัวบทกฎหมายวางกติกาให้กับ กกต. อีกชั้นหนึ่ง เพียงแต่เราเขียนเป็นหลักการกว้าง ๆ ไว้ให้เท่านั้นเองไม่ได้กําหนดเป็นตัวบทกฎหมาย และที่สําคัญเราอยากให้ตําแหน่งประธานหรือกรรมการเกิดความชัดเจนไม่อยากให้มีการฮั้วกัน ในเรื่องตําแหน่งของประธานอย่างที่ปรากฏเป็นข่าว คนนี้จะขอเป็นแค่ ๒ ปี คนนั้นจะขอ เป็นแค่ ๒ ปี คนนี้จะขอเป็นแค่ ๒ ปี แล้วจะก่อให้เกิดมีปัญหาในตัวของกรรมการ ของการเลือกตั้งเอง เราจึงกําหนดไว้ว่าตําแหน่งตรงนี้ควรจะก่อให้เกิดความชัดเจน ไม่ใช่มีการสลับสับเปลี่ยนกันในลักษณะที่เป็นการฮั้วกัน น่าจะมีตัวบทกฎหมายเขียนไว้ ให้ชัดว่าคนจะเป็นประธานได้นั้นเกิดขึ้นอย่างไร แต่ถ้ามีปัญหาเป็นไม่ได้เป็นอย่างไร ไม่น่าจะเกิดขึ้นในลักษณะแบบขอเวียนเก้าอี้กันแล้วก็จะทําให้เกิดมีปัญหาอย่างที่ปรากฏ อันนี้ก็เลยเป็นประเด็นหนึ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการเสนอเพื่อพิจารณาต่อไป และอํานาจหน้าที่ในหน้า ๔ ความจริง มีรายละเอียดมาก แต่อยากจะขอย้ํากับท่านทั้งหลายว่า กกต. ประจําจังหวัดเราก็เห็นว่า น่าจะมีการปรับและมีการยกเครื่องกันเสียใหม่ในบางเรื่องบางประเด็น เพราะเห็นว่า สิ่งที่ปรากฏนั้นก็คือเรามักจะมีข้าราชการประจําสักแต่ว่ามาทํางานเป็นครั้งเป็นคราว เท่านั้นเอง เราเห็นว่าน่าจะมี กกต. ประจําจังหวัดในลักษณะที่ไม่ใช่เป็นข้าราชการประจํา ในขณะดํารงตําแหน่ง อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตจากที่มีการได้พิจารณากัน
แล้วก็ประเด็นต่อมานั้นก็คืออยากให้ประชาชนนั้นมีส่วนร่วมอย่างสําคัญ ในการควบคุมกํากับดูแล กกต. ประจําจังหวัดด้วย เราจึงเสนอไว้ในข้อ ๙ ว่าให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของ กกต. ประจําจังหวัด โดยประชาชน ในเขตเลือกตั้งนั้น ๆ เข้าชื่อกันเกิน ๓๐๐ คน ยื่นคําร้องต่อ กกต. เพื่อขอให้ตรวจสอบ การทํางาน กรณีที่มีความไม่เป็นกลางหรือประพฤติตนไม่เหมาะสมในการปฏิบัติหน้าที่ อันนี้ก็จะทําให้เป็นการถ่วงดุลควบคุมกํากับกันทั้งในระหว่างภาคส่วนของประชาชน รวมทั้ง กกต. ด้วยกันเองด้วย นอกจากนี้ในหน้า ๕ อันนี้เราเน้นถึงประเด็นสําคัญที่จะให้ภาคประชาชน เข้ามามีส่วนในการสอดส่องป้องกันและสนับสนุนการดําเนินงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้งเพื่อให้เกิดการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม โดยให้มีงบประมาณใช้จ่าย โดยความเห็นชอบของ กกต. อันนี้ก็คือสนับสนุนให้มีกลุ่มบุคคล ให้มีองค์กรต่าง ๆ ที่มีหน้าที่หรือมีส่วนร่วมในการช่วยกันสอดส่อง มิใช่เป็นองค์กรที่เกิดขึ้นเฉพาะ กกต. หรือส่วนประจําเท่านั้น น่าจะมีภาคส่วนขององค์กรเอ็นจีโอ (NGOs) อื่น ๆ ที่เข้ามามีส่วน ช่วยเติม เสริม กํากับ ดูแล และมีส่วนในการสนับสนุน แล้วก็มีรายละเอียดในการกําหนด ไว้อีกนะครับ และในข้อ ๔ ในหน้า ๕ กําหนดให้หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการ บริหารพรรคการเมืองร่วมป้องกันมิให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือผู้สนับสนุนไปกระทําความผิด ต่อกฎหมายเลือกตั้ง ประกาศ หรือคําสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หากปรากฏว่า มีเหตุแห่งการกระทําความผิดเกิดขึ้นและได้รับแจ้งโดยมีข้อมูลหลักฐานแล้ว หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคการเมืองเพิกเฉยหรือรู้เห็นเป็นใจในการกระทําความผิด หัวหน้าพรรคการเมืองและกรรมการบริหารพรรคการเมืองจะต้องดําเนินการ แก้ไขปัญหาทันที และแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับทราบเหตุในทุกกรณี แล้วก็ให้พรรคการเมืองมีหนังสือยืนยันความเป็นสมาชิกเดิมของพรรคการเมืองนั้น ๆ ให้มีคณะกรรมการการเลือกตั้งจัดเก็บข้อมูลไว้ อันนี้หมายถึงเราต้องการให้สมาชิก พรรคการเมืองนั้นเป็นปัจจุบัน สามารถควบคุมตรวจสอบได้ด้วยระบบที่เป็นมาตรฐาน ไม่ใช่สักแต่ว่ามีสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว กําหนดแล้ว แล้วต่อไปจะได้เงินสนับสนุน ซึ่งอันนี้เราคิดว่าถ้ายืนยันมาแล้วแปลว่าหัวหน้าพรรคจะต้องรับผิดชอบต่อบรรดาสมาชิก ที่มีนั้น จะซ้ําซ้อน จะเป็นข้อมูลที่จริงหรือไม่จริง อันนี้จะผูกพันต่อหัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรคนะครับ นอกจากนั้นยังมีรายละเอียดอื่น ๆ ขอให้ท่านสมาชิก ได้โปรดพิจารณาอ่านเอานะครับ ส่วนในหน้า ๖ ซึ่งจะเกือบเป็นหน้าสุดท้ายนั้นมีประเด็นสําคัญ ก็คือ ในข้อ ๒ เราเน้นว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้นจะต้องติดตามตรวจสอบ และแสวงหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ก่อนเลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้งและหลังเลือกตั้ง โดยการจัดส่งเจ้าหน้าที่ของสํานักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งส่วนกลางหรือจาก หน่วยงานอื่นใดเข้าไปในพื้นที่ และจัดตั้งหน่วยเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่เพื่อทําหน้าที่ในการ เสาะแสวงหาข่าวในเชิงลึก อันจะทําให้เกิดความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งให้เป็นไป โดยสุจริตและเที่ยงธรรม พร้อมทั้งต้องจัดทําบัญชีโครงสร้างบุคคลที่ทุจริตการเลือกตั้ง และซื้อเสียงเพื่อนําไปใช้เป็นข้อมูลในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตการเลือกตั้ง ผมคิดว่าประเด็นนี้สอดรับกับท่านประธาน กรธ. ที่ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์ไทยรัฐหน้า ๓ วันนี้ ท่านบอกเลย กกต. จะต้องทํางานในลักษณะเชิงรุก ไม่ใช่นั่งรอคนร้อง และท่านบอก การปราบปรามการทุจริตลองเอาจริงให้ปรากฏสัก ๕ คน ๑๐ คน จะได้ผลชะงัด แล้วก็จะทําให้ ยุติการทุจริตได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคอร์รัปชันหรือการซื้อสิทธิขายเสียง อันนี้ผมคิดว่าตรง และเป็นไปในแนวทางที่กรรมาธิการของเราเสนอ นอกจากนั้นก็ยังเป็นเรื่องของกระบวนการ ที่เสนอโทษในเชิงแรงในเรื่องของบทกําหนดโทษ และมาตรการในการสืบสวนสอบสวน การวินิจฉัยในลักษณะที่เร็ว ๑๕ วัน ๓๐ วัน ทั้งหมดเหล่านี้เชื่อเหลือเกินว่าจะเป็นข้อเสนอหนึ่ง ซึ่งอันจะทําให้ กกต. ทํางานได้อย่างเข้มแข็ง และป้องกันการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียงได้ จึงเสนอที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณาให้ข้อสังเกตด้วย กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ