ถวิลวดี เปิดแนวคิดปฏิรูปประเทศ เน้นร่วมมือ-ประชาชนมีส่วนร่วม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๑ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

ถวิลวดี บุรีกุล หารือถึงกระบวนการปฏิรูปประเทศที่ต้องยึดหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเน้นการผนวกรวมเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและการส่งเสริมประชาธิปไตยเชิงปรึกษา พร้อมเสนอให้จัดตั้งเวทีประชารัฐ เสริมสร้างความเสมอภาค ความร่วมมือในสังคม และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้หญิง รวมถึงการทบทวนบทบาทของ คปป. และผลักดันการเริ่มต้นปฏิรูปจากชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางถวิลวดี บุรีกุล

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ถวิลวดี บุรีกุล สมาชิกหมายเลข ๖๑ นะคะ ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณคณะกรรมการศึกษาและจัดทํา ร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศตรงนี้นะคะ เพราะว่า เป็นเรื่องที่ยากแล้วก็เป็นเรื่องที่สําคัญมากสําหรับประเทศไทย เป็นเรื่องที่เราจะต้องมองไป ในอนาคต ดิฉันถือว่าท่านทําในเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากที่จะขับเคลื่อนประเทศ ดิฉัน ต้องขอบพระคุณอีกครั้ง แล้วก็ประเด็นหลายประเด็นที่ท่านใส่ลงไปในนี้นี่นะคะ ก็ดูจะมีความหมายมากสําหรับอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ อย่างไรก็ตามนี่นะคะ เพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นดิฉันถือว่าสิ่งที่ดิฉันจะพูดต่อไปนี้เป็นข้อสังเกตแล้วก็เผื่อว่าจะเป็นแนว ที่จะทําให้การปฏิรูปประเทศในอนาคตนี้ได้ผลมากขึ้นนะคะ ดิฉันมีประเด็นอยากจะถามเผื่อว่า เดี๋ยวท่านคงจะตอบนะคะว่าท่านเอาอะไรเป็นหลักในการคิดว่าจะต้องปฏิรูปอะไร แล้วเอาอะไรมาบอกว่ากระบวนการนั้นจะเดินไปอย่างไร เพราะว่าสิ่งที่เราอยากจะเห็นคือ แผนและขั้นตอนในการปฏิรูปประเทศ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นเรื่องที่สําคัญก็คือกระบวนการ ในการปฏิรูปประเทศ ดิฉันถือว่ากระบวนการสําคัญมาก ส่วนสาระนั้นก็คงมีอีกมากมาย แล้วก็ต้องเปิดโอกาสให้กับรัฐบาลซึ่งรัฐบาลก็คงจะมาทํารายละเอียดร่วมกับประชาชน เพราะดิฉันถือว่าการปฏิรูปนี้จะปฏิรูปเฉพาะความคิดเห็นที่พวกเราเสนอกันในวันนี้ก็คงไม่ได้ จะต้องฟังประชาชนอีกเยอะแยะ แล้วประชาชนคือเจ้าของประเทศ เขาน่าจะรู้สึกว่าเขาเป็น เจ้าของกระบวนการปฏิรูปนี้ไปด้วยกันเพื่อที่จะให้ประชาชนรู้สึกว่าเขาจะต้องรับผิดชอบ คําว่าสํานึกรับผิดชอบจะต้องเกิดขึ้นเพื่อสร้างความเป็นพลเมืองในอนาคต อย่าทิ้งใครเอาไว้ ข้างหลังนั่นคือสิ่งที่เราอยากจะเห็น เราปฏิรูปทุกเรื่องเพื่อที่จะให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน มิใช่หรือคะ คราวนี้ประเด็นที่สําคัญที่ดิฉันอยากจะตั้งข้อสังเกตประเด็นแรกคือ กระบวนการในการปฏิรูปซึ่งเราก็บอกว่าประชาชนต้องมีส่วนร่วม จะต้องมีหมวดที่ว่าด้วย การมีส่วนร่วมของประชาชนและดิฉันคิดว่าท่านก็เดินทางมาถูกนะคะ เพราะว่าในหน้า ๑๒ นี่ก็เขียนไว้ว่าเรื่องของการมีส่วนร่วมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี่ควรจะดูเรื่องอะไร เรื่องอะไรบ้าง คราวนี้เนื่องจากว่าดิฉันก็ชอบเรื่องการมีส่วนร่วมแล้วก็อภิปรายหลายครั้ง ถ้าเห็นหน้าดิฉันท่านคงจะนึกถึงเรื่องการมีส่วนร่วมมาก่อนนะคะ ในหัวข้อ ๒.๒.๒ เรื่องเป้าหมายของการดําเนินการการมีส่วนร่วมอ่านไปอ่านมาดิฉันไม่รู้ว่าเป้าหมาย คืออะไร จริง ๆ แล้วเป้าหมายของการมีส่วนร่วมนี้ก็คือเพื่อสร้างความเป็นธรรม สร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นกับทุกภาคส่วนว่า เสียงของเขามีความหมาย สิทธิของเขายังมีอยู่ ความเสมอภาคยังเกิดขึ้น อิสรภาพยังมีอยู่ในประเทศนี้ และท่านกําลังจะปฏิรูปเพื่อให้เขามี สันติสุขสถาพร ไม่ต้องมาทําการเมืองบนท้องถนนแล้วก็มีการสูญเสียอีกมากมาย แต่ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นการเสริมสร้างคุณภาพสังคมเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางเศรษฐกิจ สังคม นั่นคือความมั่งคั่ง ส่วนความมั่นคงนั้นทําอย่างไรถึงจะเกิดความมั่นคงก็คือ การมีความสมานฉันท์สันติสุข แล้วก็การรวมคนทุกคนในประเทศนี้เป็นหนึ่งเดียว เขาเรียกว่าโซเชียล อินคลูชัน แอนด์ โซเชียล โคฮีชัน (Social Inclusion and Social Cohesion) ซึ่งจะต้องมี แล้วยั่งยืน จะเกิดขึ้นได้อย่างไรก็คือในเรื่องของโซเชียลเอ็มเพาเวอร์เมนต์ (Social Empowerment) คือการสร้างพลังทางสังคมให้เกิดขึ้นกับทุกคน ซึ่งดิฉันยังมองไม่เห็นในเรื่องของกระบวนการ มีส่วนร่วมที่จะทําให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทตรงนี้ด้วยการพัฒนาศักยภาพของประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่จะช่วยกันทําให้เกิดกระบวนการนี้อย่างแท้จริง เพราะท่านไปจํากัด ดิฉันคิดว่าร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการลงประชามติได้เขียนไว้กว้างในเรื่องของการมีส่วนร่วม ซึ่งมันหมายรวมถึงการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมันมี ความแตกต่างกันอยู่นะคะ ดิฉันคงไม่นั่งเลกเชอร์ (Lecture) ในที่นี้ แต่คําว่าผู้มีส่วนได้เสีย คือผู้ที่มีโอกาสจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนั้นไม่ว่าทั้งทางบวกและทางลบ แต่ว่าผู้เกี่ยวข้อง ก็เป็นคนที่สามารถที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนั้น ๆ ได้ อาจเพราะเขามีความรู้ อาจเพราะเขามีข้อมูลที่จะเข้ามาเป็นประโยชน์กับเรื่องของการปฏิรูปนั้น ๆ เพราะฉะนั้น ก็ยังขาดเรื่องนี้เข้าไปนะคะ แล้วอีกอย่างหนึ่งคือประชาชนจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปได้ ตั้งแต่การริเริ่มเลย ประชาชนก็มีสิทธิที่จะริเริ่มเรื่องของการปฏิรูปตัวเองได้ ปฏิรูปชุมชน ของเขาได้ ไม่ต้องให้คนอื่นมาทําการปฏิรูปแทนประชาชนในพื้นที่ก็ได้ เพราะบางเรื่องภาครัฐ คงทําไม่ไหว เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ยังขาดในเรื่องของการริเริ่มโดยประชาชนนะคะ นอกจากนี้ การให้ข้อมูลข่าวสารซึ่งต้องครบถ้วน ถูกต้อง เที่ยงตรง ทันกาล พอเพียง เข้าใจได้ง่าย ไม่มีค่าใช้จ่ายมาเป็นอุปสรรคอยู่แล้ว ทําอย่างไรถึงจะให้เกิดความเสมอภาค ทําอย่างไร ถึงจะให้ทุกคนมีความสามารถ ทําอย่างไรถึงจะให้เกิดจิตสาธารณะที่จะเข้าสู่กระบวนการ มีส่วนร่วม ซึ่งตรงนี้ขาดหายไปเลยนะคะ แล้วก็เหมือนกับไปให้ความสําคัญกับล็อกเฟรม (Log Frame) ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่ว่าอาจจะเข้าใจยาก แล้วก็จะทําให้เกิดการปฏิรูปได้อย่างไร ดิฉันมองว่าในเมื่อเขียนล็อกไว้หมดแล้ว แล้วก็ประชาชนจะเข้าไปมีส่วนในการแสดง ความคิดเห็นเพื่อการปฏิรูปได้อย่างไร แล้วคนที่จะทําหน้าที่เป็นรัฐบาล แล้วเขาเกิดอยากจะ ทําการปฏิรูปในเรื่องต่าง ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่เพิ่มเติมจะได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นจะทําเป็นเรื่องภาพใหญ่ ไม่ดีกว่าหรือคะ

แล้วนอกจากนี้กลไกในการมีส่วนร่วมมีเยอะ ดิฉันกลับมาเรื่องกระบวนการ อีกครั้งหนึ่งนะคะ กลไกในการมีส่วนร่วมมีมากมาย แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือกระแสของโลกค่ะ กระแสโลกาภิวัตน์ที่กําลังขับเคลื่อนไปสู่เอสดีจี (SDGs) ซัสเทเนเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (Sustainable Development Goals) คือเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งในที่นี้ ไม่ได้พูดถึงเลยว่าประเทศไทยจะต้องทําอย่างไร ในเมื่อเราเป็นสมาชิกขององค์การพัฒนา แห่งสหประชาชาติ แล้วตรงนี้หายไปเลยนะคะ

แล้วนอกจากนี้ประเด็นที่สําคัญก็คือดีลิเบอเรทีฟเดมอเครซี (Deliberative Democracy) ประชาธิปไตยว่าด้วยการปรึกษาหารือ การไตร่ตรอง หรือเรื่องของ การหาทางออกร่วมกันที่เรียกว่าดีลิเบอเรชัน (Deliberation) มันไม่มีเลยนะคะ ท่านเพียงแต่ เพิ่มคําว่า อภิปรายสาธารณะ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร ประชุมปฏิบัติการ แต่จริง ๆ แล้ว ต้องเปิดช่องที่จะให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน มีการฟังกัน แล้วก็ก้าวข้ามรูปแบบเดิม ๆ ไปสู่ประชาธิปไตยที่เราอยากจะเห็น เพราะเราต้องลืมว่ามันผ่านอะไรมาบ้าง เราลืมไม่ได้ แต่ว่าเราเดินหน้าต่อไปร่วมกันได้ เพราะฉะนั้นจะทําอย่างไร ดิฉันคิดว่าสิ่งที่น่าจะเพิ่ม ก็คือเรื่องของเวทีประชารัฐเพื่อการปฏิรูปประเทศ ซึ่งอาจจะเป็นในรูปแบบหลาย ๆ รูปแบบ ซึ่งคุณหมอชูชัยกระซิบบอกว่าเมื่อก่อนเราใช้คําว่า สมัชชาประชาชน สมัชชาพลเมือง อะไรพวกนี้ แต่อาจจะเป็นคําที่ไม่ค่อยถูกใจเท่าไร เราอาจจะเปลี่ยนเป็นรูปแบบ ของทําอย่างไรถึงจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด เป็นเวทีประชารัฐ เพื่อการปฏิรูปดีไหม อันนี้เป็นประเด็นนะคะว่าน่าจะมี

แล้วก็นอกจากนี้ในเอกสารนี้เขียนไว้ในหน้า ๙๑ ในเรื่องขั้นตอน แผนกลไก การถ่ายทอดแผนอะไรพวกนี้นะคะ แล้วก็มีชาร์ต (Chart) มีอะไร ดิฉันคิดว่าลูกศร มันอาจจะกลับไปกลับมาได้นะคะ ลูกศรมันไม่น่าจะเดินทางเดียว เพราะว่ายุคใหม่แล้ว เขาก็ต้องฟังเสียงประชาชนนะคะ สิ่งที่ลืมไม่ได้ ดิฉันต้องขอชม คือไม่อย่างนั้นดิฉัน ก็คงจะนอนไม่หลับ ดิฉันจะชมสิ่งที่ดิฉันเพิ่มคือประเด็นที่ท่านไม่ลืมก็คือประเด็นเรื่องความเสมอภาค ท่านพูดถึง การเพิ่มจํานวนสตรีในการมีส่วนร่วมในทางการเมือง ดิฉันอยากจะทําให้เรื่องนี้เป็นความจริง ดิฉันบอกว่าไม่มีใครชมท่านในเรื่องนี้ แต่ดิฉันขอชมนะคะ แล้วก็นอกจากนี้เนื่องจากดิฉัน เคยเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีผู้หนึ่ง มีท่านท่านหนึ่งอภิปรายพาดพิงในเรื่องของ คปป. ดิฉันคิดว่าท่านคงจะต้องไปดูให้ละเอียดสักนิดหนึ่ง เพราะว่าสิ่งที่ท่านพูดอาจจะ ถูกต้องน้อยไปหน่อย มันเป็นกลไกที่เราเชื่อว่าอาจจะมาช่วยในเรื่องของยามวิกฤติได้ แล้วก็แก้ปัญหาความขัดแย้งได้ แล้วก็สร้างความปรองดองของชาติได้ อันนั้นเป็นสิ่งที่ กรรมาธิการยกร่างปรารถนาในตอนนั้น ก็เป็นสิ่งที่ดิฉันจะเสนอ

แล้วก็สุดท้ายดิฉันอยากจะพูดถึงกลอนบทหนึ่งซึ่งดิฉันเคยพูดในเวทีนี้หลายครั้ง แต่ดิฉันกังวลว่าท่านลืม ลืมเรื่องของการริเริ่มจากรากหญ้า เร่งศึกษาจากชุมชน เรียนรู้จากใจคน รับรู้คนคิดอะไร รองรับความต้องการ ไม่หักหาญซึ่งน้ําใจ ประชาไม่ใช่ไพร่ ต้องก้าวไป คู่เคียงกัน ในการปฏิรูปครั้งนี้ค่ะ ขอบพระคุณ