ยงยุทธ สาระสมบัติ ชี้แจงความคืบหน้าการร่างกฎหมาย ยืนยันว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาและ สปท. พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการกำหนดเส้นทางการปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ และ ๒๕๙ รวมถึงบทบาทของกรรมาธิการในการเสริมความสมบูรณ์ของรายงานและการปรับตัวชี้วัดให้ชัดเจนในทุกระดับ ทั้งนโยบาย ยุทธศาสตร์ และการปฏิบัติ พร้อมเสนอแนวทางการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคีต่าง ๆ และการบูรณาการคณะกรรมการระดับชาติเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิรูปประเทศและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ที่ให้ข้อแนะนําและเห็นความสําคัญของกฎหมายฉบับนี้ ผมเพิ่งได้รับข้อมูลมาเดี๋ยวนี้เองนะครับ รัฐบาลได้มอบให้สํานักงานคณะกรรมการกฤษฎีการ่างพระราชบัญญัตินี้อยู่ ขณะนี้ รอรายละเอียดบางส่วนจาก สปท. คณะกรรมการชุดนี้ถ้ามีท่านมีชัย ฤชุพันธุ์ ขออนุญาต เอ่ยนามท่านเป็นประธาน ก็คือคณะกรรมการร่างกฎหมายของสํานักงานกฤษฎีกา ด้านบริหารราชการแผ่นดิน ฉะนั้นความเห็นของท่านทั้งหลายจะเป็นประโยชน์ ประโยชน์ สําหรับการปฏิรูปประเทศในอนาคต อยากจะกราบเรียนสั้น ๆ นะครับสําหรับบางท่านบอกว่า ประเด็นนี้ควรจะสั้น ๆ ด้วยความเคารพนะครับ ผมว่าเราก็ต้องเคารพกับกรรมาธิการ ด้วยเหมือนกัน เพราะกรรมาธิการแต่ละท่านก็ไปคิดมาว่ามีประเด็นอะไรที่ควรจะปฏิรูป แต่ว่าการที่จะจัดลําดับความสําคัญอยู่ในอํานาจหน้าที่ของคณะกรรมการถ้ามีการตั้ง คณะกรรมการขึ้น
ประเด็นที่ ๒ เส้นทางในอนาคตให้ชัดเจน เห็นด้วยครับเส้นทางในอนาคต ต้องชัดเจน แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้วในมาตรา ๒๕๗ กระบวนการทั้งหลายก็อยู่ในมาตรา ๒๕๙ เราจําเป็นต้องเขียนกระบวนการไปครับ คนที่จะรู้ดีที่สุดในเรื่องของการปฏิรูปผมว่าอยู่ที่เรา อยู่ที่นี่ ไม่มีใครรู้ดีกว่าเรา และเป็นหน้าที่ของเราด้วยถ้าดูมาตรา ๓๑ ประกอบมาตรา ๓๙/๒ ของรัฐธรรมนูญที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนะครับ ฉะนั้นผมว่าพวกเรากรรมาธิการทั้งหลายทํา เดินถูกแล้ว แล้วท่านที่ให้ข้อแนะนําก็ถูกแล้วอีกเช่นกันที่จะทําให้รายงานฉบับนี้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ต้องขออภัยที่ตัวชี้วัดนี้เรากําหนดไว้ ๒ ระดับแต่ไม่ได้เขียนให้ชัดเจน ตัวชี้วัด ที่ให้ทางกรรมาธิการทั้งหลายไปทํามาคือตัวชี้วัดระดับนโยบายและระดับยุทธศาสตร์ แต่ในระดับปฏิบัตินี้หน่วยงานที่ให้เขาทํา ที่ท่านกรุณาพูดถึงตรงนี้แสดงว่าท่านอ่านละเอียด มาก เดี๋ยวเราจะไปเขียนให้ชัด
สําหรับการมีส่วนร่วมมีคนอภิปรายหลายท่านนะ ท่านกรุณาไปดูหน้า ๑๒ หน้า ๑๓ หน้า ๑๔ และให้ความสําคัญกับการมีส่วนร่วมมากนะครับ เราพูดถึงข้อเสนอ หลักการและแนวความคิดที่มีส่วนร่วม เป้าหมายของการดําเนินการมีส่วนร่วม แนวทาง การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม ระดับการเปิดฟังความเห็น แล้วก็ระดับร่วมตัดสินใจ หรือวางแผน และระดับการติดตาม เราให้ประชาชนหรือสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ที่พูดกันมีส่วนร่วมเขียนอยู่ในนี้ครับ ท่านกรุณาไปดูหน้า ๑๖ เจ้าหน้าที่ขึ้นทันไหมครับ ขั้นตอนและในขั้นตอนนี้พูดถึงยูเอ็น (UN) ด้วยนะครับ ในการทํานี้เราพูดถึงเป้าหมายของ ยูเอ็น ซัสเทเนเบิล ดีเวลอปเมนต์ โกลส์ (UN Sustainable Development Goals) ๑๗ ประการ มีอยู่ชัดเจน สเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) มีอยู่ชัดเจน พูดถึงรัฐบาล ในอนาคตด้วยนะครับ พัฒนาแล้วต้องนึกถึงรัฐบาลในอนาคตอยู่ในนี้ครับ หน้านี้ ท่านอาจจะ ยังไม่มีเวลาดู ท่านกรุณาดู เราพยายามคิดให้รอบคอบ แล้วพูดถึงเรื่องขององค์กรไปที่หน้า ๒๖ เจ้าหน้าที่ทันไหม กราบเรียนนะครับหน้า ๒๖ เราคิด ที่ว่ามีรัฐสภาอยู่ครับ มีครับ อยู่ในด้านขวามือสุด รัฐสภา มาตรา ๒๗๐ ถ้าเรามองต่อไปว่าท่านที่พูดถึงว่ามีคณะกรรมการ หลาย ๆ ชุดเป็นร้อยชุดเห็นด้วยเลยครับ เห็นด้วยเลยครับ นี่เป็นแนวความคิดอันหนึ่งว่า ทําอย่างไรที่คิดอยู่ แต่ไม่กล้าคิดดัง ๆ แต่ในเมื่อท่านพูดขึ้นมาแล้วผมก็อยากจะขออนุญาต คิดดัง ๆ ที่พูดถึงกรรมการปฏิรูปด้าน ในซีกของทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ถ้าสมมุติว่าตั้งและมีระดับหนึ่งก็คือว่าเอาส่วนต่าง ๆ ที่อยู่ในผู้มีประสบการณ์ในเรื่องของ การปฏิรูปประเทศเข้ามาอยู่ในชุดนั้น และชุดนี้จะมีภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชนเข้ามาด้วย ถ้าเกี่ยวข้องกับด้านไหน มองต่อไปในซีกขวาครับ ขอรูปเมื่อกี้กลับมาอีกทีเจ้าหน้าที่ ตรงนั้น ถ้าให้สอดคล้องกันคือถ้าสมมุติว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศกับของรัฐบาลต้องทํางานคู่กัน ท่านดูเส้นโยงครับ กลับมาทันไหม ถ้าไม่ทันท่านกรุณาดูหน้า ๒๖ ในหน้า ๒๖ เส้นเชื่อมโยงด้วยกัน และคิดดัง ๆ ตรงนี้คืออะไร มีท่านประธานกรรมาธิการคณะหนึ่งกรุณาให้ข้อมูลมาว่า สปช. และ สปท. เสนอคณะกรรมการระดับชาติไปยังรัฐบาลแล้วประมาณ ๖๐ คณะ ๖๐ นะครับ สิ่งที่เราคิดอยู่คิดดัง ๆ ก็คือว่าถ้าเป็นไปได้คณะกรรมการระดับชาติเหล่านั้นถ้าอยู่ ในกลุ่มยุทธศาสตร์หรือปฏิรูปด้านใดรวมกลุ่มเข้ามาได้ไหม ท่านรองนายกรัฐมนตรีสมมุติว่านั่งอยู่ มีท่านดูแล มีรองนายกรัฐมนตรีแต่ละท่านผมว่าท่านเป็นกรรมการอยู่ไม่ต่ํากว่าเกือบร้อย ท่านนายกรัฐมนตรีผมว่าเกินร้อยแน่ ๆ ขนาดผมเป็นปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีขอออกไป ตอนผมยังไม่เกษียณผมเป็นกรรมการอยู่ร้อยกว่าชุด ฉะนั้นถ้าจัดเอานะ ถ้าสามารถบูรณาการกัน และเอากรรมการทั้งหลายที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันมาประชุมด้วยกัน ๑. บูรณาการกัน ๒. เสียเวลาน้อยลง ๓. ก็คือว่าเกิดพลังในการทํางาน คิดด้วยกัน นี่คิดนะครับแต่ไม่กล้าพูด แต่เมื่อถามแล้วเมื่อมีท่านให้ข้อแนะนําก็ขอความกรุณาตรงนี้ กล่าวโดยสรุปก็คือว่าบางท่าน บอกว่าไม่ควรเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ผมอธิบายไปแล้วนะครับว่า มาตรา ๑๔๒ มาตรา ๑๖๒ มาตรา ๑๖๔ กรรมการเป็นร้อยชุดอันนี้บอกไปแล้วนะครับ แก้ไขปัญหา ความขัดแย้งในสังคมนี่มีครับ เป็นอยู่ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเป็นเป้าหมายที่ ๒ ของมาตรา ๒๕๗ ที่ก่อนท่านสุดท้ายอภิปรายเป็นประโยชน์มากครับ ทุกท่านก็เป็นประโยชน์ แต่ว่าที่อภิปรายท่านก่อนท่านสุดท้ายเป็นประโยชน์มาก ยังไม่ขออนุญาตเอ่ยนามท่านว่า ข้อแนะนําของท่านเป็นประโยชน์ และทั้งหมดเป็นประโยชน์ทั้งหมด ผมขอน้อมรับข้อแนะนํา ทั้งหลาย สิ่งใดที่มีอยู่แล้วในนี้เราก็จะเขียนให้มันชัดเจน สิ่งใดที่ท่านมีคณะกรรมการ จะรับไปดูแล้วก็จะพยายามคิดว่าสิ่งไหนที่ดีที่สุดของประเทศแล้วก็ดีที่สุดสําหรับ สปท. และขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมด้วยว่าผมได้ให้เจ้าหน้าที่ขออนุญาตผนวกชื่อของทุกท่าน อยู่ในรายงานแล้ว เพราะถือว่ารายงานนี้ไม่ใช่ของใคร ไม่ใช่ของกรรมการแต่เป็นของทุก ๆ คน ฉะนั้นก็ขอบคุณอีกครั้งสําหรับข้อแนะนําทั้งหลายและข้อสังเกต ขอบพระคุณครับ