เฉลิมชัย ชูกรอบกฎหมายปฏิรูป ย้ำบทบาท กก.กลาง-เสนอรายงานเป็นหนังสือได้

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๑ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม หารือร่างกรอบกฎหมายปฏิรูปประเทศ โดยชื่นชมร่างดังกล่าวเป็นนวัตกรรมทางรัฐธรรมนูญที่สำคัญ แต่เสนอให้ปรับปรุงเพิ่มเติมเพื่อให้มีความสมบูรณ์ โดยเน้นความจำเป็นของกลไกการมีส่วนร่วมจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมเสนอให้กำหนดบทบาทของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 258 อย่างชัดเจน โดยเฉพาะอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาแผนก่อนส่งคณะรัฐมนตรี เพื่อป้องกันความขัดแย้ง และเสนอให้เปิดช่องทางการรายงานความคืบหน้าต่อรัฐสภาทุก 3 เดือนทั้งในรูปแบบหนังสือและวาจา เพื่อความยืดหยุ่นและลดภาระการเผชิญหน้า โดยอ้างอิงตัวอย่างจาก พ.ร.บ. กสทช. ที่กำหนดความสัมพันธ์กับรัฐบาลและรัฐสภาอย่างชัดเจนเป็นแนวทาง

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบพระคุณครับ เพราะเรื่องนี้ต้อง ขออนุญาตกราบเรียนว่าดังที่ท่านนิกรท่านว่าไว้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเป็นเรื่อง ที่มีความสําคัญมาก ๆ สําคัญที่สุดก็ว่าได้ในวาระการประชุมของ สปท. ของเรา เป็นเรื่องที่ คิดว่าจริง ๆ ควรจะอยู่ในวาระแรก ๆ ก่อนหน้านี้เสียด้วยซ้ําไป แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมคิดว่า ถ้าได้แสดงความคิดเห็นกันก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง และขอขอบคุณท่านกรรมการ นําโดยท่านยงยุทธ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านที่ท่านได้กรุณานําเรื่องนี้เข้ามา จริง ๆ แล้ว ผมเป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการที่ทําแผน ศึกษาแผนรายงานกับคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่ขออนุญาตพูดดังที่ได้กล่าวไว้แล้วว่าเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ จึงขอถือโอกาส ที่จะเติมเต็มในประเด็นที่ได้ดูแล้ว ฟังแล้ว ผมฟังเกือบทุกท่านพูดคนสุดท้าย ข้อเสีย คือพยายามหาเรื่องที่จะไม่ซ้ํากับเขา เพราะว่าถ้าพูดซ้ําก็จะไม่เป็นที่น่าสนใจจนกระทั่งพบว่า มีประเด็นที่พอจะเติมเต็มได้ เติมเต็มในสิ่งที่ผมเห็นว่าถ้ากรรมการท่านกรุณารับเอาไว้ จะเป็นประโยชน์ ผมไม่พูดนอกเรื่องผมพูดเข้าประเด็นเลย ผมนําเอกสารการศึกษาของท่าน คือหน้า ๙๓ โครงร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศ ผมว่าไฮไลต์ (Highlight) มันอยู่ที่หน้านี้ ๒ หน้า ท่านทําโครงร่างของกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ถึงแม้ว่าท่านจะไม่ได้ทําเป็นร่างกฎหมายเลยเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีซึ่งผมเห็นด้วย ตอนแรกผมก็ฝากข้อโต้แย้งไปยังกรรมการเหมือนกันว่าถ้าหากว่าทําเป็นร่างกฎหมายไปนี้ มันจะน่าเกลียดไหม มันจะออฟไซด์ (Offside) ไหม หรือว่าเดี๋ยวเขาจะหมั่นไส้เอาหรือเปล่า เอาอย่างนี้แล้วกันทําเป็นกรอบไปก็แล้วกัน จนกระทั่งได้ข้อสรุปที่ท่านทําเป็นกรอบมา ผมก็ขอบพระคุณ แล้วเราก็ได้พยายามอ่านเร็ว ๆ เมื่อคืนนี้พยายามจะดาวน์โหลด (Download) จากคอมพิวเตอร์ก็ทําไม่ได้ วันนี้ช่วงเช้าก็นั่งอ่านก็ทําเท่าที่ทําได้ ผมคิดว่า กฎหมายฉบับนี้จะเป็นสะพานเชื่อมที่สําคัญจากปัจจุบันไปสู่อนาคต เชื่อมการพัฒนาประเทศ เชื่อมไปสู่เป้าหมายของประเทศ เชื่อมไปสู่ยุทธศาสตร์ชาติ เชื่อมไปสู่เป้าประสงค์ที่กําหนดไว้ ในรัฐธรรมนูญ เดิมทีเรามักจะมาถกเถียงกันว่าปฏิรูปคืออะไร จะปฏิรูปอย่างไร จะปฏิรูปอะไร ใช้เวลาปฏิรูปเท่าไร แล้วเมื่อไรถึงจะสําเร็จ บางเรื่องยังถกเถียงกันได้อีกนาน แต่เกือบทุกเรื่อง ผมว่ารัฐธรรมนูญฉบับผ่านการประชามตินั้นให้คําตอบไว้เกือบทั้งหมดเป็นครั้งแรก ในประวัติศาสตร์การเมืองประเทศไทยที่เรามีรัฐธรรมนูญที่บัญญัติหมวดต่างหากเลย ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศเอาไว้ ให้ความสําคัญมาก ๆ เคยพบไหมครับ กรรมการชุดใด คณะรัฐมนตรีชุดใดต้องไปรายงานต่อรัฐสภาหรือวุฒิสภาทุก ๓ เดือนไม่เคยมีครับ ผมได้อ่านดูกฎหมายหลัง ๆ กฎหมาย กสทช. กฎหมาย พ.ร.บ. สสส. พ.ร.บ. ประกันสุขภาพ พ.ร.บ. อะไรเยอะแยะไปหมดนี่ ส่วนมาก ก็คือปีละครั้ง นี่อะไรครับให้รายงานทุก ๓ เดือน รายงานอย่างไรเดี๋ยวผมจะว่าต่อไป คงไม่ถึงขนาด จะให้มีตัวแทนคณะรัฐมนตรีมายืนรายงานต่อรัฐสภาอย่างนี้ทุก ๓ เดือน มันมีวิธีอื่น ที่จะทําได้มากมาย สิ่งแปลกใหม่ต่อไปคืออะไรครับ เคยมีไหมครับเสนอกฎหมาย ไม่ใช่พูดถึง สนช. นะครับ เมื่อมี ส.ส. มี ส.ว. มาแล้วนี่ เคยมีไหมครับเสนอกฎหมายอะไรนี่ไปเสนอต่อ ที่ประชุมรัฐสภา ไม่เคยมีเหมือนกันครับ เสนอต่อรัฐสภาเป็นวิธีการที่เรียกกว่าฟาสต์แทร็ก (Fast track) เป็นวิธีการเร่งรีบ ไม่ถึงขนาดเร่งด่วน แต่เร่งรีบด้วยความรอบคอบ ท่านจะพิจารณาวาระ ๑ วาระ ๒ แปรญัตติกรรมาธิการ แล้วก็เป็นวาระ ๒ วาระ ๓ นี่เป็นวิธีการที่เอื้ออํานวยให้เกิดการออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปประเทศได้เร็วขึ้น และมากขึ้น เพราะฉะนั้นมันเป็นความแปลกใหม่ของนวัตกรรมทางรัฐธรรมนูญที่ผมเห็นว่า เราควรจะต้องตอบรับสนองนวัตกรรมนั้น นวัตกรรมที่ว่าคือสิ่งที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๙ คือพระราชบัญญัติว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศที่เรา กําลังพิจารณาอยู่ในเวลานี้ กรรมการท่านได้กรุณาทําเป็นกรอบโครงร่างมา ๗ หมวด ๘ หมวด ผมเห็นด้วยทั้งหมด เพียงแต่ว่าผมมีประเด็นที่จะเสริมเพิ่มบางหมวดเข้าไปที่ผมจะนําเรียนต่อไป ท่านประธานครับ สมาชิกบางท่านได้พูดว่าการจัดทําโครงร่างหรือบอดี้ (Body) ที่มีหน้าที่ ในการดําเนินการปฏิรูปประเทศนี่จําเป็นหรือที่จะต้องตั้งเป็นคณะกรรมการ จะเป็นการผูกมัด ให้ราชการทําการปฏิรูปอย่างเดียว คนอื่นไม่เกี่ยวข้องหรือเปล่า ต้องเรียนว่าไม่ใช่ครับ จริง ๆ รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านบังคับไว้แล้ว เพราะฉะนั้นโครงร่างกรอบกฎหมายฉบับนี้ของท่านยงยุทธท่านจึงใส่ไว้ เป็นหมวดเลยครับ หมวดว่าด้วยการมีส่วนร่วมของประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ใส่ไว้แล้วครับ ส่วนในรายละเอียดจะเป็นอย่างไร ดังที่เรียนให้ทราบเราไม่สามารถที่จะร่างเป็นกฎหมาย ไปเสนอ ครม. ได้ ท่านทําเป็นกรอบไว้แล้ว ผมว่ามันมีกฎหมายหลายฉบับ พ.ร.บ. การมีส่วนร่วม พ.ร.บ. อะไรเยอะแยะ คนทํากฎหมาย กฤษฎีกาหรือใครที่จะเกี่ยวข้องนี่ท่านสามารถดึง เอามาใส่ไว้ในหมวดนี้ได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นอันนี้จึงน่าจะตัดความห่วงใยความกังวลของสมาชิก บางท่านไปได้ว่าใครจะมามีส่วนร่วมที่เป็นบทบังคับตามกฎหมายนี่ทําได้ไหม ทําได้ครับ ท่านใส่ไว้เป็นหมวดต่างหากเลยนี่ ขอบคุณท่าน

และหมวดถัดไปที่ผมเห็นว่ามีความสําคัญและมีความยุ่งยากในการที่จะบัญญัติ ที่เขียนกฎหมาย คือหมวดเกี่ยวกับขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ขั้นตอนการปฏิรูปประเทศนั้น มีความสําคัญมากที่จะทําให้การทํากฎหมายหรือการปฏิรูปประเทศประเด็นต่าง ๆ นั้น ประสบความสําเร็จ ใครจะมีหน้าที่คิดการปฏิรูปประเทศ หรือประเด็นการปฏิรูปประเทศ รัฐธรรมนูญคิดไว้ให้แล้ว มาตรา ๒๕๘ แต่รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าอย่างน้อยในมาตรา ๒๕๘ ก็มี ก ข ค ง จ ฉ ช ๗ เรื่อง ๗ ประเด็น เรื่องที่ ๗ ประเด็นที่ ๗ คืออื่น ๆ เพราะฉะนั้นคําว่า อย่างน้อย แล้วท่านจะเพิ่มจาก ๗ ก ข ค ง จ ฉ ช นี่แหละครับทําอย่างไร ก็คณะกรรมการ อย่างไรครับ คณะกรรมการที่จะตั้งขึ้นมาที่จะตั้งชื่อคืออะไรก็แล้วแต่ท่าน คณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศ คณะกรรมการกลาง หรืออะไรก็แล้วแต่อันนี้เป็นเรื่องของอนาคต คณะกรรมการชุดนี้จะเป็นเหมือนกับเป็นจราจร เป็นสารวัตรจราจรที่พิจารณา ประเด็นนอกเหนือจาก ๗ ประเด็นที่รัฐธรรมนูญเขียนเอาไว้ ที่บอกว่าอย่างน้อยนะครับ มันจะเป็น ๘ ๙ ๑๐ ๑๑ ถึง ๑๐๐ นี่ใครจะเป็นคนพิจารณา เราคงไม่ไปให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เราคงไม่ไป ให้สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติพิจารณา หรือ ก.พ.ร. หรือ ก.พ. มันต้องมีหน่วยงาน องค์กร กรรมการใดชุดใดชุดหนึ่งที่มีหน้าที่ รับผิดชอบเรื่องนี้ ความรับผิดชอบของท่านสูงมาก เพราะท่านจะต้องทําการปฏิรูปประเทศ เรื่องต่าง ๆ ท่านต้องทํารายงาน ท่านต้องทําเอกสาร ท่านต้องทําแผน แล้วเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อคณะรัฐมนตรีจะได้ทํารายงานเสนอรัฐสภาอย่างไรละครับ แต่การจัดการจราจรจะนํามาซึ่งความยุ่งยาก ต้องเขียนไว้ในกฎหมายให้ดี เขียนไว้ให้ละเอียด ผมถามว่าคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นทิงก์แทงก์ (Think tank) จะเป็นมันสมองระดับประเทศ ระดับชาติที่คิดเรื่องการปฏิรูป หรือเป็นคอนซัลแทนต์ (Consultant) ของคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องการปฏิรูป อันนี้ท่านต้องคิดให้ดี เขาจะเป็นเพียงแค่คนคิดคนทําแผนแล้วเสนอ คณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีจะไปมีมติออกมาว่าจะดําเนินการตามแผนนั้นหรือไม่ หรือเขาจะมีเอกสิทธิ์ในการสรุปเสนอแผนประเด็นปฏิรูปได้เลย โดยความเห็นของผมรัฐบาล มีหน้าที่รับผิดชอบต่อสภา รัฐบาลจึงควรจะเป็นผู้มีอํานาจตัดสินใจขั้นตอนสุดท้ายเด็ดขาด ในการสรุปอนุมัติแผนปฏิรูป เพราะฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้ก็จึงมีหน้าที่ทําแผน แล้วก็เสนอ คณะรัฐมนตรี แต่ประเด็นที่จะมีปัญหาตามมาถ้าหากว่าเขียนกฎหมายไว้ไม่ดี รัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้เขียน ขออนุญาตท่านประธานครับ คือถ้าหากว่าคณะกรรมการชุดนี้เซย์เยส (Say yes) กับแผนชุดนี้แล้วเสนอคณะรัฐมนตรี แล้วคณะรัฐมนตรีเกิดมีข้อความคิดเห็นหรือมติ ต่างออกไปจะทําอย่างไร ผมไม่ได้พูดถึงรัฐบาลนี้หรือรัฐบาลหน้าที่เราคิดว่าจะเป็นใคร แต่ถ้าเกิดเป็นรัฐบาลเลือกตั้งไหนก็ไม่ทราบมาเกิดเขามีอคติ เขามีโมหาคติ เขาบอกไม่เอาไปที่ คณะกรรมการอะไรก็ไม่รู้เสนอแผนปฏิรูปมา เขาไม่เอา เขาไม่ได้เสนอไว้ต่อรัฐสภาในวันที่ เข้ารับตําแหน่ง เขามีสิทธิที่จะปฏิเสธได้ ใครจะเป็นคนอนุมัติแผนนั้น คณะกรรมการกลางชุดนี้ หรือคณะรัฐมนตรีต้องเขียนเอาไว้ หาที่ลงของคําสรุปข้อนี้ให้ดี เพราะไม่อย่างนั้น เกิดความขัดแย้งกันแน่นอน เพราะรัฐบาลไหนจะมาในอีก ๒ ปี ๓ ปีข้างหน้า ผมไม่ทราบ การปฏิรูปย่อมจะสะดุดหยุดลงได้ถ้าเกิดความขัดแย้ง

ประเด็นถัดมาครับ ใครจะเป็นคนริเริ่มการปฏิรูป ท่านต้องเขียนไว้ในหมวด ว่าด้วยขั้นตอน คณะกรรมการกลางชุดนี้จะเป็นคนเริ่มขั้นตอนการปฏิรูปหรือกระทรวง เป็นผู้เริ่ม กระทรวงเริ่มแล้วเสนอแผนมา เสนอมาให้ใคร ส่วนมากกระทรวงจากกระทรวง ไป ครม. ถ้าท่านจะเขียนแผนขั้นตอนนี้เขียนเส้นทางจราจรนี้ ท่านต้องเขียนจากกระทรวง ให้มาที่คณะกรรมการชุดนี้ ไม่อย่างนั้นคณะกรรมการชุดนี้จะตั้งขึ้นมาทําไม คณะกรรมการ ชุดนี้จะต้องเป็นบัฟเฟอร์ (Buffer) ระหว่างกระทรวงกับ ครม. กับรัฐบาล เพราะฉะนั้น แผนมาจากกระทรวงแล้วจึงมาที่คณะกรรมการกลาง คณะกรรมการกลางพิจารณา ถ้าบอกว่าจะเอาตามที่กระทรวงว่าก็เสนอไปที่ ครม. ครม. ก็มีมติออกมา หลังจากนั้น ก็จึงมาสู่บอดี้ (Body) ของผู้ที่ทําหน้าที่ปฏิรูปก็คือกระทรวงต่าง ๆ หน่วยงานราชการต่าง ๆ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งที่จะต้องเขียนไว้ในกฎหมายให้รอบคอบรัดกุม

ประเด็นถัดมาท่านประธานที่ผมบอกว่ากฎหมายฉบับนี้แปลกประหลาด คือต้องให้บอดี้ (Body) อันไหนก็ไม่ทราบคณะรัฐมนตรีแล้วนําเสนอรายงานสรุปการปฏิรูป ขั้นตอน แผน วิธีการ และความคืบหน้าต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน ผมไปถามบางท่านบอกว่า จะให้ตัวแทนรัฐบาลมายืนอภิปรายแถลงผลงานอภิปรายเรื่องของปฏิรูปทุก ๓ เดือนเชียวหรือ ผมคิดว่าอันนี้ไม่จําเป็น ผมอยากจะให้เขียนไว้เลยเปิดทางออกให้กับรัฐบาลอย่าไปผูกมัดว่า รัฐบาลจะต้องเสนอด้วยการมาแถลงด้วยวาจา เสนอเป็นเอกสารก็ได้ ผมยกตัวอย่าง ผมไปค้นคว้าเร็ว ๆ ดู ผลปรากฏว่ามีใน พ.ร.บ. กสทช. เขาเขียนไว้เลยใน พ.ร.บ. กสทช. ที่แปลก พ.ร.บ. กสทช. ทําไมทราบไหม มีหมวดหนึ่งชื่อว่าหมวดความสัมพันธ์กับรัฐบาล และรัฐสภา หมวดนี้สําคัญมากครับ กรรมการท่านช่วยกรุณาไปใส่เพิ่มไว้ในกฎหมายฉบับนี้ เพราะหมวดนี้จะเป็นหมวดที่บอกความสัมพันธ์ระหว่างกรรมการปฏิรูปหรือคณะกรรมการปฏิรูป นี่แหละครับกับรัฐบาลกับ กสทช. จะบอกว่าเขาจะต้องมาแถลงผลงาน มาแถลงขั้นตอน วิธีการปฏิรูปอย่างไร ในนี้เขียนเอาไว้ในหมวด ๖ ความสัมพันธ์กับรัฐบาลและรัฐสภา ในมาตราหนึ่งเขียนไว้บอกว่าการดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ของ กสทช. ขณะนี้ก็หมายถึง กรรมการชุดนี้นะครับ ต้องดําเนินการให้สอดคล้องกับนโยบายที่คณะรัฐมนตรีแถลงไว้ ต่อรัฐสภา สําคัญมากครับ เพราะว่าคนที่แถลงนโยบายแถลงต่อรัฐสภานี่คือคณะรัฐมนตรี คณะกรรมการปฏิรูปไม่ได้มาแถลงแต่เที่ยวไปเจ้ากี้เจ้าการบอกว่าต้องปฏิรูปเรื่องนั้น ต้องปฏิรูปเรื่องนี้ ต้องจัดงบประมาณอย่างโน้นต้องจัดงบประมาณอย่างนี้ แล้วคณะกรรมการชุดนั้นรับผิดชอบต่อรัฐสภาหรือเปล่า เปล่า คนที่รับผิดชอบต่อรัฐสภา คือคณะรัฐมนตรี เพราะฉะนั้น ท่านต้องเขียนเอาไว้ให้ดี แล้วในอีกมาตราหนึ่งเกือบจะมาตราสุดท้ายของหมวดนี้ก็ว่าได้ เขียนไว้บอกว่า นายกรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภาอาจขอให้ กสทช. ในที่นี้ก็คือ คณะกรรมการปฏิรูปแล้วแต่กรณีชี้แจงการดําเนินงานในเรื่องใดเรื่องหนึ่งเป็นหนังสือ หรือขอให้มาชี้แจงด้วยวาจาก็ได้ นี่คือเป็นการลดความกดดันการเผชิญหน้ากันระหว่าง กรรมการปฏิรูปกับสภาครับ เพราะไม่อย่างนั้นถ้าหากให้ตัวแทนของกรรมการปฏิรูป ที่ท่านบอกว่าอาจจะให้นายกรัฐมนตรีเป็นประธานหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย มายืนชี้แจง ยืนรายงานการปฏิรูปต่อรัฐสภา เวลายืนชี้แจงเขาไม่ได้ยืนชี้แจงอ่านเสร็จแล้ว ก็จบนะครับ ถามโต้ตอบกันได้ ขออภัยบางทีเถียงกันได้ด้วยซ้ําเพราะฉะนั้นอันนี้จะเพิ่ม ความกดดันต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปและรัฐสภา เพราะฉะนั้นแถลงชี้แจงรายงาน ด้วยวาจาก็ได้ เป็นมติเห็นชอบร่วมกันทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ใช่ต้องให้มาชี้แจงด้วยวาจาทุกครั้ง ผมใช้เวลานานพอสมควรถ้าอย่างนั้นพอครับ ขอบคุณครับ