ยงยุทธ สาระสมบัติ ชี้แจงญัตติการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยย้ำว่าเป็นเรื่องที่ผ่านการพิจารณามาก่อน พร้อมเสนอแนวทางการกำหนดกรอบอำนาจผ่านกฎหมายหรือคณะกรรมการกลาง รวมถึงการบูรณาการแผนปฏิรูปประเทศตามมาตรา 261 และความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ การมีส่วนร่วมของประชาชน และการใช้งบประมาณอย่างสอดคล้อง ทั้งยังย้ำความจำเป็นในการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 259 ที่กำหนดกรอบเวลา 1 ปีสำหรับการเริ่มต้น และให้สัมฤทธิ์ผลภายใน 5 ปี พร้อมรับฟังข้อเสนอแนะเพิ่มเติมและขออภัยหากมีข้อผิดพลาดจากการรับข้อมูลล่าช้า
ท่านประธานครับ เรื่องนี้เนื่องจากท่านเสนอญัตตินะครับ แล้วญัตตินี้ที่ท่านเสนอนี่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ คณะกรรมการได้เสนอ ฉะนั้นกระผมขออนุญาตใช้สิทธิในการที่จะชี้แจงก่อนที่จะให้อภิปราย ได้ไหมครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ต้องขอบคุณท่านที่เสนอญัตติเป็นอย่างมาก แสดงว่าท่านให้ ความสนใจอย่างมาก แต่ต้องขออภัยที่ว่ารายงานส่งถึงมือท่านอาจจะช้าทําให้ท่านไม่ได้มี โอกาสดูในรายละเอียด อยากจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ในเรื่องของกฎหมาย พระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราได้ดู ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก และสํานักงานคณะกรรมการปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ใน สปน. ในสมัยที่ผมเป็นปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี ฉะนั้นผมทราบรายละเอียดดี ขอบคุณอย่างยิ่ง ที่ท่านยังนึกถึงเรื่องของการกระจายอํานาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เราได้เอาเรื่องนี้มาดู และเราได้เสนอในรายงานนี้ไว้ด้วยว่าประเด็นที่เราจะเสนอไป สปท. จะให้ไปกําหนดเอาไว้ ในกฎหมายนั้นเลย หรือจะให้คณะกรรมการกลาง หรือคณะกรรมการองค์กรปฏิรูปประเทศ เป็นคนกําหนด เราเสนอไว้ ท่านไปดูในรายงานและอยู่ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint)
เรื่องที่ ๒ ที่สําคัญ ท่านพูดถึงอํานาจหน้าที่ของท่านว่าในนี้ไม่ได้พูดถึง อํานาจหน้าที่ ท่านกรุณาไปดูหน้า ๒๘ ในรายงาน ต้องขออภัยท่านว่ารายงานนี้อาจจะถึงมือท่าน และท่านไม่มีเวลาดู คิดง่าย ๆ มาตรา ๒๖๑ อํานาจหน้าที่จัดทําแผนปฏิรูปตามมาตรา ๒๕๘ และแผนขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๕๙ เพื่อผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา ๒๕๗ บูรณาการและจัดลําดับความสําคัญแผนการปฏิรูปด้านต่าง ๆ ตามระยะเวลาที่เหมาะสม พิจารณากําหนดเป้าหมายตัวชี้วัดและผลสัมฤทธิ์ของการดําเนินการปฏิรูปในด้านต่าง ๆ กําหนดแนวทาง หลักเกณฑ์และวิธีการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดําเนินการปฏิรูปประเทศ ต่อไปนะครับ กําหนดแนวทางกลไกและวิธีการมีส่วนร่วม ของประชาชนและแนวทางที่เกี่ยวข้องในการดําเนินการปฏิรูปประเทศ ถัดไปนะครับ ดําเนินการเสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการในกรณีที่ปรากฏว่าส่วนราชการ หรือหน่วยงานของรัฐไม่ดําเนินการตามแผนและขั้นตอนในการปฏิรูปประเทศ ถัดไป เสนอแนะการตราพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา ออกกฎหมาย ประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบ และคําสั่งที่จําเป็นเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามแผนและดําเนินการปฏิรูป ต่อคณะรัฐมนตรี จัดทํารายงานการปฏิรูปเพื่อเสนอต่อสาธารณะ ดําเนินการอื่น ตามที่กําหนดไว้ด้วยกฎหมาย แผน และขั้นตอน อันนี้เปิดกว้างไว้ครับ สิ่งที่ท่านแนะนํา ถ้าไม่มีอยู่ในเดิมเราจะไปเพิ่มไว้ นั่นเป็น ๒ ประเด็นที่ท่านพูดถึง
ประเด็นที่ ๓ ในเรื่องของรายงาน กราบเรียนอย่างนี้ท่านพูดถึงว่าในระหว่าง ที่ไม่มีกฎหมายให้หน่วยงานของรัฐดําเนินการไปพลางก่อน ถูกต้องครับ แต่ที่เราทําอยู่นี้ เราไม่ได้ทําว่าระหว่างหน่วยงานที่เขาดําเนินไปพลางก่อน เราทําว่าใน ๑ ปีต้องเริ่มทํา กฎหมายเขียนไว้มาตรา ๒๕๙ ต้องเริ่มดําเนินการใน ๑ ปี และให้สัมฤทธิผลใน ๕ ปี เพราะฉะนั้นเรามองไปข้างหน้า ท่านพูดถึงด้านยุติธรรม เรายกเว้นไว้เมื่อกี้ในเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ผมพูดถึงแล้วว่าคณะรัฐมนตรีมาตรา ๒๖๐ คณะรัฐมนตรีเป็นคนทํา มาตรา ๒๖๑ คณะรัฐมนตรีเป็นคนทํา มาตรา ๒๗๔ รัฐมนตรีเป็นคนทํา แต่มาตรา ๒๕๙ ไม่ได้บอกว่า ใครเป็นคนทํา และมาตรา ๓๑ ประกอบมาตรา ๓๙/๒ ของรัฐธรรมนูญที่ใช้บังคับในปัจจุบัน กําหนดหน้าที่ของ สปท. เอาไว้ และถ้าหมวด ๑๖ บอกไว้อย่างนั้นแล้วเราจะไม่ทําหรือ ท่านคงเห็นด้วยว่าจะทํานะครับ ถัดไปท่านบอกความเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ชาติ ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าผมทราบมาว่ากฎหมายยุทธศาสตร์ชาติกับกฎหมายฉบับนี้รัฐบาล จะเอาเข้า ครม. พร้อมกัน จะเอาเข้า สนช. พร้อมกัน ยิ่งกว่านั้นผมกราบเรียนไปแล้วว่า มาตรา ๒๔๒ การเสนองบประมาณรายจ่ายประจําปีต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ การทําแผนปฏิรูปถ้าท่านไม่ใช้งบประมาณรายจ่ายประจําปีท่านใช้เงินที่ไหนครับ การแถลง นโยบายต่อรัฐสภาต้องสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ถ้าไม่นึกถึงยุทธศาสตร์ชาติแล้วจะทําอย่างไร ฉะนั้นต้องขอบคุณท่านอย่างยิ่งที่ท่านให้โอกาสผมได้มีโอกาสที่จะชี้แจง แต่สิ่งที่ท่านเสนอ ถ้านอกจากที่เราทําไว้เรายินดีที่จะรับมาเติมให้สมบูรณ์นะครับ ส่วนที่บอกว่ามีสมาชิก มีความรู้นิดหนึ่ง ด้วยความเคารพอย่างยิ่ง นั่นคือเหตุที่เอาประธานกรรมาธิการและผู้แทนกรรมาธิการ ทุกคณะมาอยู่ในกรรมการแล้วขอให้กรรมการหรือผู้แทนประธานกรรมการลงไปชี้แจง ลงไปทํา ประเด็นขึ้นมา ไปทําเรื่องตัวชี้วัดขึ้นมา วิธีตรวจสอบขึ้นมา ไปดูผลสัมฤทธิ์ขึ้นมา นั่นคือ กระบวนการที่ได้ดําเนินการอยู่แล้วนะครับ ทีนี้ท่านพูดถึงบอกว่ามาตรา ๒๕๘ ระบุอยู่แล้ว ทําไมจะต้องไปเขียนเพิ่มเติม ถามจริง ๆ นะครับ การปฏิรูปประเทศอยู่เพียงมาตรา ๒๕๘ ๗ ด้านเท่านั้นหรือ ด้านอื่น ๆ ไปไหนล่ะครับ การปกครองท้องถิ่นไปไหนล่ะครับ พลังงาน ไปไหนล่ะครับ นั่นคือเหตุที่ว่าเราคิดแบบบูรณาการ ฉะนั้นเราคิดว่าเราได้ดูแล้วนะครับ แต่สิ่งที่ท่านเห็นว่าถ้ายังมีอะไรเพิ่มเติมที่เราไม่ได้ดูเรายินดีที่จะรับไปดูนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ท่าน พูดมานี่ผมก็ต้องอธิบายไม่อย่างนั้นสมาชิกจะเข้าใจผิด ขอบพระคุณครับ