อภินันท์ ชี้แนวทางปฏิรูปความมั่นคง เสนอตั้งศูนย์ไซเบอร์-ปรับโครงสร้าง กอ.รมน.

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๑ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

อภินันท์ คำเพราะ หารือแนวทางการปฏิรูปประเทศด้านความมั่นคงอย่างเป็นรูปธรรม โดยเสนอให้จัดการภัยคุกคาม 11 ด้านผ่านการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร กฎหมาย และกลไกความร่วมมือทั้งในประเทศและกับประเทศเพื่อนบ้าน พร้อมเน้นการพัฒนาระบบข่าวกรอง ฐานข้อมูลเชื่อมโยง ความมั่นคงไซเบอร์ และการมีส่วนร่วมของกองทัพในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐและแก้ปัญหาในพื้นที่เสี่ยงอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

พลโท อภินันท์ คําเพราะ กรรมการ

กราบเรียนประธานสภาและสมาชิก สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพยิ่งทุกท่านครับ กระผม พลโท อภินันท์ คําเพราะ ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการพิจารณาศึกษาเนื้อหาและแนวทางในการ ยกร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศด้านความมั่นคง ผมขออนุญาต เสนอในเรื่องประเด็นของข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านความมั่นคง อย่างนี้ครับ มีเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบด้วยนะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาต ชี้แจงว่าองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการชุดนี้ก็ประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยงาน ความมั่นคงที่มาร่วมพิจารณากันอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กอ.รมน. สํานักงานตํารวจแห่งชาติ สํานักงานข่าวกรอง ป.ป.ส. ศรชล. กระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงไอซีที (ICT) แล้วก็กองบัญชาการกองทัพไทย ก็ได้มีการร่วมกันพิจารณาอย่างครบถ้วนนะครับ

สําหรับเป้าหมายและแนวทางในการจัดทําข้อเสนอแนะในส่วนของ คณะกรรมการ ขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าเราตั้งเป้าหมายในการจัดทําข้อเสนอแนะ การปฏิรูปประเทศด้านความมั่นคงนั้นอยู่ ๔ ประเด็น คือ

ประเด็นแรกข้อเสนอแนะนี้จะต้องสามารถดําเนินการได้ภายใน ๑ ปี และจะต้องเห็นผลสัมฤทธิ์ภายใน ๕ ปี ซึ่งเป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญนะครับ

และที่สําคัญในประเด็นที่ ๒ ก็คือจะต้องมีความเป็นไปได้ จับต้องได้ และเป็นรูปธรรม ไม่เพ้อฝัน หน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องสามารถนําข้อเสนอแนะไปปฏิบัติได้ โดยทันทีไม่ต้องตีความเพราะมีเวลาน้อยนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นข้อพิจารณาของเรา กําหนดว่าจะต้องมีการจัดตั้งศูนย์รักษาความปลอดภัยด้านไซเบอร์ (Cyber) เฉพาะ ด้านความมั่นคงในระดับชาติอย่างนี้เป็นต้นนะครับ

และสุดท้ายที่สําคัญก็คือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้เห็นชอบและมีแนวคิดว่า ข้อเสนอนี้สามารถดําเนินการได้และอยู่ในทิศทางที่หน่วยงานที่รับผิดชอบจะดําเนินการอยู่ เช่นเดียวกันนะครับ เพราะว่าผู้แทนหน่วยที่เกี่ยวข้องที่ร่วมเป็นคณะกรรมการได้ยืนยันว่า ทําได้ ๑ ๒ ๓ ๔ เขาอธิบายอย่างชัดเจนนะครับ ก่อนอื่นที่เราจะทําข้อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศ ด้านความมั่นคงนะครับ เราได้มีการประเมินภัยคุกคามที่มีผลต่อความมั่นคงของประเทศ เราพิจารณากันอย่างกว้างขวาง โดยสรุปก็คือภัยคุกคามที่มีผลเร่งด่วนและจะกระทบ ต่อความมั่นคงของประเทศ เรากําหนดไว้ ๑๑ เรื่องที่สําคัญนะครับ ยกตัวอย่างเช่นในเรื่อง ความมั่นคงสถาบัน ความขัดแย้งของคนในชาติ เรื่องปัญหาภาคใต้ เรื่องความมั่นคงตามแนวชายแดน เรื่องปัญหาแรงงานต่างด้าว อาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพติด การก่อการร้าย ปัญหาสิ่งแวดล้อมและภัยธรรมชาติ ปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber) ตลอดจนปัญหา ความเปลี่ยนแปลงของบริบทด้านความมั่นคงในระดับโลกนะครับ แต่ในทั้ง ๑๑ เรื่องนั้น เรามองเห็นว่าสิ่งที่เร่งด่วนมากที่สุดใน ๑๑ เรื่อง ก็คือ เรื่องของปัญหาความมั่นคงสถาบัน ปัญหาความขัดแย้งคนในชาติ และปัญหาเรื่องการแก้สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ เมื่อเป็นการรองรับภัยคุกคามทั้ง ๑๑ เรื่องดังกล่าวในส่วนของคณะกรรมการเราก็ได้จัดทํา ข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนประเทศด้านความมั่นคงใน ๓ กรอบแนวทางใหญ่ ๆ

กรอบแนวทางแรกจะต้องมีการปฏิรูปความพร้อมของประเทศให้สามารถ เผชิญกับภัยคุกคามได้ในทุกระดับ ทั้งระดับนโยบาย ระดับอํานวยการ ระดับปฏิบัติ ทั้งเป็นภัยคุกคามภายในประเทศหรือจากต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งภัยคุกคามรูปแบบใหม่

ในกรอบแนวทางที่ ๒ คือจะต้องมีการปฏิรูปกลไกแผนและมาตรการ ในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงของชาติที่ชัดเจนและต่อเนื่อง และที่สําคัญมาตรการดังกล่าวนั้น จะต้องสามารถสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศได้อย่างมีดุลยภาพ

และสุดท้ายกรอบแนวทางที่ ๓ คือจะต้องมีการศึกษาทบทวนและการปฏิรูป โครงสร้างองค์กรด้านความมั่นคง เพื่อให้สอดคล้องและรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ได้ตลอดเวลานะครับ นั่นคือ ๓ กรอบแนวทางใหญ่ ๆ ที่คณะอนุกรรมการได้กําหนดขึ้น ผมขออนุญาตเข้าสู่กรอบแนวทางแรกก่อนนะครับ ในเรื่องการปฏิรูปความพร้อมของประเทศ ให้เผชิญภัยคุกคามได้ในทุกระดับ ในกรอบแนวทางที่ ๑ นี้มี ๕ ข้อเสนอแนะที่สําคัญนะครับ

ข้อเสนอแรกก็คือการพัฒนาระบบงานด้านข่าว ภายใน ๕ ปีนี้จะต้องมี การพัฒนาระบบงานด้านข่าว จะต้องมีการบูรณาการงานด้านการข่าวของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และที่สําคัญจะต้องขยายหรือพัฒนางานด้านเครือข่ายไปสู่การสร้างเครือข่ายด้านการข่าว ภาคประชาชนทั่วประเทศให้ได้ อันนี้เป็นสิ่งที่สําคัญที่สุด แล้วก็เป็นนโยบายของรัฐบาล ในขณะนี้นะครับ

ในข้อเสนอที่ ๒ คือฐานข้อมูลด้านความมั่นคงนั้น หน่วยงานความมั่นคง จะต้องมีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงและเป็นข้อมูลเดียวกัน และสามารถแลกเปลี่ยนเชื่อมโยงได้กับ หน่วยงานความมั่นคงในต่างประเทศได้

ในข้อเสนอข้อที่ ๓ ก็คือการปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ และคําสั่งที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้หัวหน้าส่วนราชการในระดับพื้นที่มีอํานาจอย่างเพียงพอในการบูรณาการการแก้ไข ปัญหาความมั่นคงและการจัดระเบียบสังคมภายในพื้นที่ตัวเองได้ ยกตัวอย่างเช่นผู้ว่าราชการจังหวัด ควรมีอํานาจอย่างเพียงพอที่จะบูรณาการหน่วยงานความมั่นคง ตํารวจ ทหาร หรือฝ่ายปกครองต่าง ๆ ในเรื่องการจัดระเบียบโรงแรม ทางเท้าอะไรต่าง ๆ ในขั้นต้น ของพื้นที่ตัวเองเพื่อไม่ให้ปัญหาดังกล่าวนั้นลุกลามไประดับประเทศได้นะครับ

ข้อเสนอข้อที่ ๔ ปรับปรุงกฎหมาย ระเบียบ คําสั่งที่เกี่ยวข้องเพื่อให้กองทัพ สามารถสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาที่สําคัญของชาติ และปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนได้ตั้งแต่ยามปกติ นั่นก็คือต่อไปกองทัพจะต้องมีอํานาจอย่างเพียงพอ ที่จะสามารถสนับสนุนรัฐบาลไม่เพียงแต่การป้องกันประเทศในยามที่มีเหตุการณ์นั้น ๆ จะต้องสามารถใช้ศักยภาพกองทัพนั้นสนับสนุนรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาของชาติในมิติต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ยกตัวอย่างเช่น การสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตํารวจในการป้องกันเหตุร้ายภายในประเทศ เนื่องจากเรามองเห็นว่า ภัยคุกคามปัจจุบัน ได้เปลี่ยนแปลงไปนะครับ ไม่ใช่เป็นภัยการก่อการร้ายสากลที่มีการยึดตัวประกัน ต่อรอง แต่ปัจจุบันนี้การก่อการร้ายจะมีลักษณะฉับพลันก่อเหตุวินาศกรรม ยกตัวอย่างเช่น เหตุการณ์ที่ราชประสงค์ เมื่อมีเหตุการณ์มาแล้วก็จะมีตํารวจเข้าพื้นที่ ในส่วนทหาร ที่มีกําลังปฏิบัติการพิเศษอะไรต่าง ๆ ยังไม่สามารถมีอํานาจเพียงพอที่จะมาร่วมปฏิบัติการได้ เพราะในอนาคตก็จะต้องมีการปรับปรุงนโยบายการต่อต้านการก่อการร้ายสากล นโยบายอะไรต่าง ๆ แล้วก็โครงสร้างหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถที่จะใช้กําลังทหาร มาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตํารวจและฝ่ายปกครองในการป้องกันการก่อเหตุร้ายภายในประเทศ ในรูปแบบต่าง ๆ และในสถานการณ์ที่มีการเกิดเหตุอย่างฉับพลันเหมือนเช่นปัจจุบันได้

และอีกประเด็นหนึ่งคือการพัฒนาประเทศในการช่วยเหลือประชาชนได้อย่าง ตามปกตินั้น ปัจจุบันกระทรวงกลาโหมได้มีการผลักดันพระราชบัญญัติกําลังพลสํารองแล้ว ซึ่งวัตถุประสงค์ที่สําคัญคือเราจะสามารถเอากําลังพลสํารองชุดเดิมเอามาใช้ในยามสงครามเท่านั้น ปัจจุบันกําลังพลสํารองก็จะสามารถมาสนับสนุนกองทัพเพื่อจะใช้ศักยภาพตรงนี้ ในการสนับสนุนช่วยเหลือประชาชน การช่วยเหลือภัยพิบัติ การซ่อมบํารุงอะไรต่าง ๆ ให้กับประชาชนได้ตั้งแต่ยามปกตินะครับ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่สําคัญ

และสุดท้ายในกรอบแนวทางที่ ๑ ในการปฏิรูปความพร้อมของประเทศนั้น ก็จะต้องมีการบริหารจัดการชายแดนให้มีเอกภาพ ซึ่งการบริหารจัดการชายแดนจะต้อง ส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านและหน่วยงานความมั่นคงต่าง ๆ เพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าเรื่องยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย การลักลอบ นําสินค้าทางการเกษตรหรือสิ่งต่าง ๆ ตามแนวชายแดน ซึ่งปัจจุบันนั้น ทาง สมช. ได้มีการ จัดทําแผนบริหารจัดการชายแดนด้านความมั่นคงเรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งแผนดังกล่าว ก็จะมีเจ้าภาพอย่างชัดเจน ไม่ว่าในเรื่องการจัดระบบการป้องกันประเทศ จะมีหน่วยงานไหน รับผิดชอบ การพัฒนาระบบแจ้งเตือนมีหน่วยไหนรับผิดชอบ การพัฒนาระบบสัญจร ข้ามพรมแดนอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นเจ้าภาพในประเด็นต่าง ๆ นั้นถ้าได้มีการบูรณาการ งานของหน่วยงานความมั่นคงตามพื้นที่ชายแดนแล้ว ก็เชื่อว่าสามารถที่จะรองรับปัญหา ความมั่นคงตามแนวชายแดนได้นะครับ

ทีนี้ผมขออนุญาตมาอยู่กรอบแนวทางที่ ๒ ในเรื่องการสนับสนุนการพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมอย่างมีดุลยภาพ ในกรอบแนวทางที่ ๒ นั้น ทางอนุกรรมการได้จัดทําเป็น ๓ ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะแรก คือหน่วยงานความมั่นคงจะต้องมีส่วนร่วมในการกําหนด นโยบายแผนและโครงการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยง ต่อความมั่นคง ยกตัวอย่างเช่น พื้นที่ตามแนวชายแดนหรือพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมิติทางด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจจะต้องสนับสนุนและเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ไม่สามารถที่จะดําเนินการได้อย่างใดอย่างหนึ่ง อันนี้ก็เป็นประเด็นที่สําคัญนะครับ

ประเด็นที่ ๒ หน่วยงานความมั่นคงก็คือจะต้องสนับสนุนและส่งเสริม การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษตามแนวชายแดนได้ อย่างที่กล่าวไว้แล้วว่ามิติทางด้านเศรษฐกิจ และความมั่นคงนั้นเป็นเรื่องที่แยกกันไม่ออก และจะต้องมีการดําเนินการร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานความมั่นคงหรือหน่วยที่ดําเนินการในเรื่องเศรษฐกิจครับ

ในข้อเสนอแนะที่ ๓ ของกรอบแนวทางที่ ๒ หน่วยงานความมั่นคงนั้น จะต้องมีส่วนสําคัญในการส่งเสริมนโยบายประชารัฐ โดยการรวมกําลังระหว่างภาครัฐ ประชาชน และภาคเอกชน ก็คือกองทัพนะครับ ยกตัวอย่างเช่น กองทัพก็มีความได้เปรียบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกําลังพล เครื่องมือเครื่องใช้ และที่สําคัญก็คือเรามีหน่วยงานกระจาย ทั่วประเทศ กําลังสําคัญตรงนี้ก็สามารถที่จะเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้กับรัฐบาล ในการสนับสนุนการส่งเสริมนโยบายประชารัฐ ไม่ว่าจะดึงภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน มาร่วมกัน ยกตัวอย่างเช่น การสนับสนุนโครงการโอทอป (OTOP) หรือแม้ปัจจุบัน ทางกองทัพมีแผนงานที่ชัดเจนที่ให้หน่วยทหารเกือบทุกหน่วยมีศูนย์เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงให้กับประชาชนในพื้นที่ด้วย นั่นก็คือ ๓ ข้อเสนอแนะของกรอบแนวทางที่ ๒ ครับ

ผมขออนุญาตเสนอกรอบแนวทางที่ ๓ สุดท้ายนะครับ คือเรื่องการศึกษา และทบทวนเสนอแนะการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรด้านความมั่นคง ซึ่งในกรอบแนวทางที่ ๓ นั้น จะมี ๖ ข้อเสนอแนะ

ข้อเสนอแนะแรก ก็คือจัดให้มีหน่วยงานรับผิดชอบการรักษาความปลอดภัย ทางไซเบอร์ (Cyber) ด้านความมั่นคงในระดับชาติ ซึ่งในเรื่องนี้เราก็มุ่งเน้นในเรื่องการที่จะ ป้องกันภัยที่มาจากไซเบอร์ (Cyber) หรือภัยที่ส่งผลกระทบต่อทางสถาบันนะครับ ขณะนี้ ยังไม่มีหน่วยงานที่รับผิดชอบด้านไซเบอร์ (Cyber) ด้านความมั่นคง ปัจจุบันมีเฉพาะ ทางด้านเศรษฐกิจนะครับ

ในข้อเสนอแนะที่ ๒ ในเรื่องปรับปรุงโครงสร้าง กอ.รมน. ให้เหมาะสมกับ ภาระงาน ในอนาคต กอ.รมน. จะต้องมีการปรับปรุงวัตถุประสงค์ อาจจะมีการปรับปรุง พ.ร.บ. เปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ที่จะต้องรับภัยคุกคามไม่ใช่บุคคลและกลุ่มบุคคล อนาคต กอ.รมน. อาจจะต้องรับภัยอื่น ๆ ด้วย ยกตัวอย่างเช่นภัยธรรมชาติในปัจจุบันอย่างนี้เป็นต้น บุคลากรจะต้องมีการปรับปรุง อาจจะมีการปรับปรุงให้มีอัตรากึ่งถาวร ซึ่งปัจจุบันนี้ เป็นลักษณะช่วยราชการ ก็อาจจะไม่สามารถที่มีบุคลากรอย่างเพียงพอและปฏิบัติงาน ได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งที่สําคัญที่เป็นเป้าหมายสําคัญ กอ.รมน. คือการบูรณาการหน่วยงาน ความมั่นคงในการพัฒนาหรือการร่วมมือกําลังพลเรือน ตํารวจ ทหาร หรือแม้กระทั่งบูรณาการ กฎหมายที่เกี่ยวข้องในด้านความมั่นคงนั้น อันนี้จะต้องมีการพัฒนาตรงนี้ขึ้นมานะครับ

ข้อเสนอที่ ๓ เรื่องการยกระดับ ศรชล. ให้เป็นศูนย์อํานวยการนะครับ เพื่อให้ ศรชล. นี้สามารถบูรณาการการรักษาผลประโยชน์ชาติทางทะเลได้ สรุปก็คือต่อไป กอ.รมน. ก็จะรับผิดชอบด้านความมั่นคงทางบกภายในประเทศนะครับ ศรชล. ก็รับผิดชอบ เรื่องความมั่นคงทางด้านทางทะเล สรุปอย่างนั้นนะครับ

ข้อเสนอข้อที่ ๔ เรื่องการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการบริหารจัดการ ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะต้องมีการบูรณาการด้านความมั่นคง และงานด้านพัฒนาเข้าด้วยกัน เพราะฉะนั้นในอนาคต กอ.รมน. และ ศอ.บต. นั้น อาจจะต้องนําไปสู่การปรับปรุงโครงสร้างและการบริหารจัดการเพื่อนําไปสู่การเกื้อกูล และสนับสนุนซึ่งกันและกัน งานความมั่นคงและงานพัฒนาจะต้องไปด้วยกันในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นะครับ

ข้อเสนอข้อที่ ๕ เรื่องหน่วยงานส่งเสริมความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน และต่างประเทศนั้น ก็เพื่อมุ่งเน้นในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ต้นเหตุ ร่วมมือ กับประเทศเพื่อนบ้าน ควรจะมีหน่วยงานที่รับผิดชอบในเรื่องการแก้ไขปัญหายาเสพติด ระหว่างประเทศร่วมกัน ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีและทางสํานักงาน ป.ป.ส. ได้เสนอข้อเสนอแนะนี้ ขึ้นมานะครับ

และสุดท้ายนะครับ การศึกษาทบทวนข้อเสนอแนะให้มีการศึกษาทบทวน โครงสร้างองค์กรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงในภาพรวม ที่มีข้อนี้สรุปก็คือว่า คณะกรรมการมีเวลาน้อย ข้อนี้ก็เป็นการเปิดโอกาสให้ว่าในอนาคตจะต้องมีการศึกษา ทบทวนโครงสร้างองค์กรการบริหารจัดการด้านความมั่นคงในภาพรวมเพื่อให้สอดคล้อง กับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปในอนาคตได้ในระยะยาว อันนี้สําคัญนะครับ

ผมขออนุญาตสรุปก็คือว่าข้อเสนอแนะการปฏิรูปประเทศด้านความมั่นคงจะ เป็นไปตามภาพฉายอาจจะยากหน่อย ตามเอกสารที่แจกจ่ายนะครับ เราก็จะมี ๓ กรอบ แนวทาง

กรอบแนวทางแรก คือปฏิรูปความพร้อมของประเทศ

กรอบแนวทางที่ ๒ คือปฏิรูปกลไกให้สนับสนุนทางด้านเศรษฐกิจ

และสุดท้ายกรอบแนวทางในเรื่องการปฏิรูปโครงสร้างขององค์กรด้านความมั่นคง นําไปสู่การกําหนดข้อเสนอแนะ ๑๔ ข้อเสนอแนะ และทั้งหมดนี้ก็จะสามารถรองรับ ภัยคุกคามทั้ง ๑๑ เรื่องได้นะครับ กระผมขออนุญาตชี้แจงเท่านี้นะครับ

ในส่วนของเรื่องตัวชี้วัดและผลลัพธ์ที่คาดหวังก็ได้แจกจ่ายนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นในเรื่องการพัฒนางานด้านการข่าว ตัวชี้วัดเราก็จะต้องมีการสร้าง เครือข่ายภาคประชาชนให้ชัดเจน หรือเป็นตัวชี้วัดที่สําคัญ หรือแม้กระทั่งการจัดทํา ฐานข้อมูลด้านความมั่นคงนั้น ตัวชี้วัดก็เห็นว่าจะต้องมีระบบฐานข้อมูลจริง ๆ ที่จะสนับสนุนงาน ด้านความมั่นคงใช้ร่วมกันได้อย่างนี้เป็นต้นนะครับ และเอกสารอีกอันหนึ่งก็คือผลลัพธ์ ความคาดหวังหรือผลสัมฤทธิ์นะครับ ท่านก็อ่านเพิ่มเติมได้ ผมก็จะไม่รบกวนเวลา ท่านสมาชิก ผมจะขออนุญาตจบชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ