วินัย สมพงษ์ ชี้แจงและหารือเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศเบื้องต้น พร้อมเสนอให้คณะกรรมการปฏิรูปประเทศมีองค์ประกอบที่สมดุลระหว่างฝ่ายบริหาร ผู้เชี่ยวชาญ และนักวิชาการ เพื่อให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและรัฐธรรมนูญ โดยเน้นความจำเป็นในการมีส่วนร่วมของประชาชนและเสนอแนวทางใช้เทมเพลตเพื่อจัดระบบการปฏิรูปอย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งการจัดตั้งหน่วยงานเลขานุการร่วมจากหน่วยงานที่มีอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศที่เคารพทุกท่าน กระผม พันเอก วินัย สมพงษ์ ครับ ในฐานะที่กระผมเป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการศึกษาแล้วก็จัดทํา ร่างกฎหมายว่าด้วยแผนและขั้นตอนการดําเนินการปฏิรูปประเทศให้กับท่านประธาน พันตํารวจตรี ยงยุทธ สาระสมบัติ กราบขออภัยที่เอ่ยนามท่าน นับเป็นครั้งแรกที่กระผม รับงานการเป็นกรรมการอย่างนี้ครับ ทั้ง ๆ ที่กระผมได้ทํางานอยู่กับท่านประธานทินพันธุ์ นาคะตะ ในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาท่านมาตั้งแต่เริ่มแรก กระผมไม่เคยรับงานอย่างนี้เลย นี่เป็นครั้งแรกที่กระผมมารับงาน กระผมอยากจะขอกล่าวความเป็นไปเป็นมาสั้น ๆ ประมาณสักปลายเดือนพฤษภาคมปีนี้ก่อนที่จะมีการลงมติในร่างรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมี การทําประชามติ ท่านประธานทินพันธุ์ นาคะตะ ท่านได้ประมาณสถานการณ์ว่าอย่างไรเสีย การทําประชามติเกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญนั้นก็คงจะผ่านไปได้อย่างไม่มีปัญหา และถ้ารัฐธรรมนูญมันผ่านประกาศเป็นรัฐธรรมนูญฉบับถาวรฉบับถัดไปแล้วจะมีเวลา อีกเพียง ๔ เดือนในการเตรียมร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีความสําคัญอย่างยิ่ง ท่านประธานทินพันธุ์ นาคะตะ ท่านจึงได้มีดําริว่า น่าที่จะได้มีร่างที่เป็นตุ๊กตาสักร่างหนึ่งไว้ในมือแม้นจะไม่ดีที่สุด เพราะอย่างน้อยที่สุด ในโอกาสที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เชิญท่านประธานทินพันธุ์ไปพบปะปรึกษาหารือเรื่องงาน ถ้าเผื่อท่านนายกรัฐมนตรีถามถึงเรื่องแผนและขั้นตอนการปฏิรูปประเทศอย่างน้อย ท่านประธานทินพันธุ์ก็จะได้มีคําตอบว่าน่าจะมีประเด็นอะไร มีสาระอะไรบ้างเป็นพื้นฐาน ในการสนทนากัน ท่านจึงได้มีคําสั่งให้กระผมในฐานะที่เป็นที่ปรึกษาท่านประธานสภา สปท. ดอกเตอร์ทินพันธุ์ นาคะตะ ให้ไปยกร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยแผนและขั้นตอนการปฏิรูปขึ้นมาสักร่างหนึ่งเป็นตุ๊กตา พร้อมที่จะให้แก้ไขปรับปรุง ตัดแต่ง ต่อเติมได้ทุกกรณี กระผมใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน ในการที่รวบรวมหลักการ เหตุผล ประเด็นที่ควรจะมีในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยได้ปรึกษาหารือ กับฝ่ายกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร ได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายเลขานุการของประธานสภาปฏิรูป แล้วก็ใช้เวลาประมาณ ๑ เดือนยกร่าง พ.ร.บ. ขึ้นมาเสร็จเรียบร้อย นั่นก็คือเสร็จประมาณ ปลายเดือนมิถุนายน ท่านที่เคารพครับ ผมใช้เวลา ๑ เดือนในการยกร่างกฎหมาย กฎหมายที่กระผมยกร่างขึ้นมาพร้อมกับคณะได้ยกร่างขึ้นมาพิจารณาแล้ว พิจารณาอีกนั้น กระผมมั่นใจว่าจะไม่เป็นกฎหมายฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดถ้าปราศจากการต่อเติม ปราศจากการชี้แนะจากท่านสมาชิก สปท. ทั้งหลายก็คงจะเป็นฉบับที่สมบูรณ์ ควรแก่การเสนอแนะรัฐบาลไม่ได้ว่าถ้ารัฐบาลจะต้องทํากฎหมายฉบับนี้น่าจะมีสาระ อะไรบ้าง เพราะฉะนั้นกฎหมายที่กระผมยกร่างขึ้นมานั้นจะมีสาระสําคัญ ๆ อยู่ ๕ ประเด็น ซึ่งกระผมก็ได้มอบร่างกฎหมายฉบับนั้นให้กับท่านประธานยงยุทธ ให้ท่านได้นําไปพิจารณาศึกษา ในคณะกรรมการที่ท่านเป็นประธานอยู่ ๕ ประเด็นที่กระผมอยากจะขอกราบเรียนเชิญชวน ให้ท่านสมาชิก สปท. ที่เคารพทุกท่านได้ช่วยกันครับ ช่วยกันคิด ช่วยกันแต่งเสริมเติมต่อไม่ ต้องเกรงใจผมครับ ไม่ต้องเกรงใจใครทั้งสิ้นเพื่อที่เราจะได้ข้อเสนอแนะที่ดีที่สุด เสนอรัฐบาลนายกรัฐมนตรีประยุทธ์เพื่อทําเป็นกฎหมายต่อไป
ข้อแรกที่ผมอยากจะให้ท่านได้พิจารณาก็คือคณะกรรมการที่จะดําเนินการ ปฏิรูปแผนและขั้นตอนการปฏิรูปนี่น่าจะมีคณะกรรมการจํานวนเท่าไรครับ เอ็กซ์ วาย แซด (X Y Z) ท่านต้องการ ๓๐ คน ๓๕ คน มากหรือน้อยกว่านั้น จํานวนคณะกรรมการ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะนี้ครับ คณะปฏิรูปประเทศมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานนี่ จะมีจํานวนเท่าไรก็แล้วแต่ในจํานวนนั้นน่าจะมาจากฝ่ายบริหารที่มีอํานาจหน้าที่ ในการปฏิรูปนี่สักจํานวนเท่าไร มาจากรัฐมนตรีเท่าไร รองนายกรัฐมนตรีเท่าไร และในจํานวน ๓๐ หรือ ๓๕ คนที่ท่านเห็นว่ามีความเหมาะสมนั้นน่าจะมาจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชํานาญการ นักวิชาการสักเท่าไร เป็นสัดเป็นส่วนเพื่อร่วมกันทํางานครับ นั่นประเด็นแรกคือกรรมการ มีจํานวนเท่าไรและมาจากไหนซึ่งเป็นสาระสําคัญของร่างกฎหมายที่รัฐบาลกําลังจะออกมาครับ หลังจากรัฐธรรมนูญประกาศแล้วภายใน ๔ เดือนต้องออกให้เสร็จ
ประเด็นที่ ๒ ท่านที่เคารพครับ กรรมการจะมีเท่าไรสุดแท้แต่ท่าน เห็นว่าสมควร ผมเปิดให้ท่านได้แสดงความเห็นเต็มที่ ข้อที่ ๒ ก็คือกรรมการในจํานวนนั้น ควรจะมีอํานาจหน้าที่อย่างไรครับ ในการปฏิรูปประเทศเพราะการปฏิรูปประเทศต้อง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ตามกันไปเรื่อย ๆ ยุทธศาสตร์ชาติกับแผนปฏิรูป ประเทศนั้นเปรียบเสมือนลูกแฝดที่คู่กันครับ แม้จะเป็นคนละอย่างไม่เหมือนกันแต่จะควบคู่กันไป
ข้อที่ ๓ ท่านที่เคารพครับ การปฏิรูปประเทศนั้นทําโดยหลายหน่วยงาน เช่นแม่น้ํา ๓ สาย เช่น ครม. เช่นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และจะต้องสอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ จะต้องเป็นไปตามความเห็นพ้องต้องกัน เป็นที่ยอมรับของกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งมีหน้าที่ในการตัดสินใจในการปฏิรูปเมื่อมีหลายหน่วยงานอย่างนี้เหมาะหรือไม่ ควรหรือไม่ที่จะต้องเอาเรื่องที่ทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบมีความเห็นพ้องต้องกันเอามาปฏิรูปก่อน เป็นความเร่งด่วนต้น ๆ ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คําว่าเทมเพลต (Template) ครับ เทมเพลต (Template) คือเจาะรู ถ้ามีหลายหน่วยงานมีความรับผิดชอบเรื่องใดที่ทุก ๆ หน่วยงาน เห็นพ้องต้องกันนั่นครับ รูนั้น เทมเพลต (Template) นั้นเอามาปฏิรูปก่อน เห็นไหมครับนี่ เป็นกระบวนการ เป็นโพรซีเยอร์ (Procedure) เป็นแมนวล (Manual) ผมจะเน้น ไปในเรื่องของโพรซีเยอร์ (Procedure) ในกระบวนการเป็นเหมือนทําแมนวล (Manual) ทําแฮนด์บุ๊ก (Handbook) ให้กับการปฏิรูปครับ
ท่านที่เคารพครับ ข้อที่ ๔ ที่กระผมอยากจะขอกราบเรียนเชิญชวน ให้ท่านผู้มีเกียรติ ท่านสมาชิกได้ช่วยกันออกความคิดความเห็น ทําอย่างไรครับที่พี่น้องประชาชน จะมีส่วนร่วมได้อย่างเต็มภาคภูมิครับ การปฏิรูปก็ดี การดําเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ก็ดี ถ้าพี่น้องประชาชนไม่เข้าใจ ไม่มีส่วนร่วม แผนนั้นจะดีแค่ไหนก็แล้วแต่ไม่สําเร็จครับ เพราะต้องมาจากประชาชนครับ
และข้อสุดท้าย ท่านที่เคารพครับ กรรมการ ๓๐ คน ๓๕ คน สุดแท้แต่ท่าน เห็นว่าเท่าไรจะเหมาะสม ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน คณะกรรมการชุดนี้น่าจะมี ซีเครตแทเรียต (Secretariat) มีหน่วยงานอะไรที่น่าจะไปให้การสนับสนุน เราจะตั้ง หน่วยงานซีเครตแทเรียต (Secretariat) มาสนับสนุนคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะหรือว่าเราน่าจะใช้องค์กรที่มีอยู่ที่พอใช้ได้ พอไปได้ มีภาระหน้าที่คล้ายคลึงกัน เช่นสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเอาหน่วยงานที่มีอยู่แล้วมาใช้ ซึ่งจะเป็นการประหยัด ท่านเห็นว่าอย่างไรจะเหมาะจะสม เพราะฉะนั้นองค์กรอย่างนี้กระผมอยากจะขอกราบเรียน ท่านทั้งหลายได้ช่วยกันคิด และผมกราบเรียนนะครับว่าคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ กับคณะกรรมการยุทธศาสตร์นั้นเปรียบเสมือนลูกแฝด เหมือนพี่เหมือนน้อง แต่เป็นคนละ คณะกรรมการ ถ้า ๒ คณะ ทั้งยุทธศาสตร์และปฏิรูปสามารถใช้ซีเครตแทเรียตออฟฟิศ (Secretariat Office) ได้ภายในองค์กรเดียวกัน รับผิดชอบให้การสนองตอบทั้ง ๒ องค์กร คือคณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ถ้าเป็นอย่างนี้ได้จะประหยัดกว่าไหม จะเหมาะสมหรือไม่ หรือท่านเห็นว่าน่าจะมีการจัดตั้งองค์กรอย่างนี้ขึ้นมาใหม่ ท่านที่เคารพครับ นั่นคือ ๕ เรื่องที่กระผมอยากจะขอวิงวอนให้ท่าน สปท. ผู้ทรงเกียรติได้ช่วยกันให้ความคิด ให้ข้อเสนอแนะเพื่อที่พวกกระผมจะได้เอาไปปรับปรุงแก้ไขร่างที่มีอยู่เดิมเพื่อเสนอแนะต่อ รัฐบาลเพื่อให้ได้ข้อเสนอแนะที่ดีที่สุดต่อไป กระผมไม่ค่อยได้ไปแตะในเรื่องประเด็น การปฏิรูปมากนักเพราะสภา สปช. ก็ดี ที่ท่านเทียนฉายเป็นประธาน สภา สปท. ที่ท่านทินพันธุ์เป็นประธานก็ดี ท่านได้คิดเรื่องที่ปฏิรูปไว้มากมายก่ายกองครับ กระผมไม่ได้แตะ อันนั้นมากนัก นอกจากนี้ที่กระผมไม่ไปแตะเรื่องนั้นมากก็เพราะว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๘ เขียนไว้ชัดเจนว่าจะต้องปฏิรูปเรื่องอะไรบ้าง เพราะฉะนั้นกระผมจะเน้นเฉพาะ โพรซีเยอร์ (Procedure) แมนวล (Manual) แฮนด์บุ๊ก (Handbook) ในการปฏิรูปเป็นหลัก ท่านที่เคารพครับ เพื่อให้ท่านทั้งหลายได้มีเวลามากที่สุด กระผมจะไม่กวนเวลาท่านมาก ก็ขอชี้แจงแต่เพียงเท่านี้ ด้วยความเคารพอย่างสูงครับ