กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือถึงความจำเป็นในการปรับปรุงทั้งระบบและบุคคลในคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้เกิดความซื่อสัตย์สุจริตและได้คนดีมาบริหารประเทศ โดยตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของ กกต. ที่ผ่านมาและเสนอให้ทบทวนบทบาทเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายและรัฐธรรมนูญใหม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม กิตติ กิตติโชควัฒนา สปท. ๑๐ จากจังหวัดยะลาครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เรากําลังพูด นําเสนอกันอยู่ในคณะกรรมาธิการชุดนี้นั้นต่างล้วนแต่เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมืองทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่เราต้องการก็คือว่าในขั้นสุดท้ายเราก็อยากจะได้ระบบที่ดีกับคนที่ดีเข้ามาดูแล บ้านเมือง วันนี้เราก็เอาเรื่องของ กกต. มาเป็นตัวละครในการนําเสนอพูดคุยกัน ทั้งหลายทั้งปวง เหล่านี้นั้นผมคิดว่ามันก็ไม่แคล้วจากเรื่อง ๒ เรื่อง ๑. ก็คือเรื่องของระบบระเบียบต่าง ๆ ๒. ก็คือเรื่องของคน ระบบ ระเบียบกับคน อย่างไรก็ตามถ้าหากว่าระบบ ระเบียบดีถ้าคนไม่ดี หรือระเบียบไม่ดีแต่คนดีมันก็ ๕๐ : ๕๐ เป็นตายเท่ากันครับ แต่ถ้าระบบมันดีคนดีเพียงแต่ มาคิดร่วมกันอย่างเฉกเช่นทุกวันนี้มันก็มองเห็นลู่ทางว่าอนาคตข้างหน้าเป็นอย่างไร ก็คือจะเรียบร้อย แต่ถ้าหากว่าทั้งคนทั้งระบบไม่ได้เรื่องอย่างเช่นอดีตที่ผ่านมา มีแต่โกงกับโกงครับ ตัวอย่างชัดเจนที่ผ่านมาก็คือเราก็ต้องล้มระบบเก่ามาคิดระบบใหม่ แล้วก็สรรหาคนใหม่ ๆ กําหนดวิธีการเพื่อส่งเสริมคนดี ๆ เข้ามากีดกันคนไม่ดีอย่าให้เข้ามามีอิทธิพลในการดูแล บ้านเมือง อันนี้เรากําลังพูดกันอยู่ในขณะนี้โดยคิดว่า กกต. จะมีส่วนสําคัญ ซึ่งความจริง หน่วยงานอื่น ๆ เยอะแยะมากมายก็ต่างล้วนมีบทบาทในการที่จะทําอย่างไรให้มีระบบที่ดี ได้คนที่ดีเพื่อส่งเสริมคนดีเข้ามาดูแลบ้านเมืองแล้วก็กีดกันไม่ให้คนที่ไม่ดีเข้ามามีอิทธิพล ในบ้านเมือง สิ่งที่ผมติดใจก็คือว่าท่านวิทยา ขออนุญาต ขอโทษที่กล่าวนาม ที่ท่านพูดถึงว่า ตั้งแต่เรามีการเลือกตั้งปี ๒๕๔๕ จนถึงปี ๒๕๕๗ การเอาผู้กระทําความผิดที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่กฎหมายพูดชัดเจนว่ามีเหตุอันควรสงสัยก็ไม่ได้สงสัย ก็มีเหตุอันไม่ควรสงสัย เกิดขึ้นมาในการพิจารณา อันนี้ก็เป็นข้อห่วงใย ผมเชื่อพวกเราที่นี่ทุกคนต่างก็มีข้อห่วงใย เหมือนกันว่าทําไมมันเป็นอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่พยานหลักฐานต่าง ๆ ตั้งแต่เบื้องต้นส่งเข้ามาถึง ระดับชาติ บอกว่ามีเหตุอันควรสงสัยจะเป็นใบอะไรก็สุดแล้วแต่จะคิด แต่ทําไมพอมาถึงขั้น ที่จะต้องใช้ความเด็ดขาด ความกล้าหาญ ในการพิจารณาก็กลับกลายเป็นว่ามีเหตุอันควร ไม่น่าสงสัยเกิดขึ้น ผมเข้าใจว่าอย่างนั้นครับท่านวิทยาครับ ผิดหรือถูกผมไม่ทราบ แต่ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ท่านพูดน่าจะเป็นอย่างนั้น เพราะฉะนั้นอันนี้จึงเป็นเหตุที่มาของเรา จะมาคิดทบทวนว่าต่อไปนี้บทบาทของ กกต. ควรจะวางตนในลักษณะอย่างไร จึงจะเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เรามีกฎหมายใหม่รัฐธรรมนูญใหม่กันเกิดขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมเองผมเคยเป็นปลัดอําเภอ เคยเป็นนายอําเภอ เคยเป็นปลัดจังหวัด เคยเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดก็คลุกคลีกับสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ เราก็จะได้รู้รสชาติ ของการเป็นกรรมการว่าเราจะแต่งตั้งใครเป็นอะไร ทําหน้าที่ดูแลอะไร แล้วก็ใครจะมาช่วย เสริมทัพเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปด้วยความสุจริตบริสุทธิ์ ได้คนดี คนมีความรู้ความสามารถ เพื่อมาทําหน้าที่ดูแลบ้านเมืองของพวกเรา แต่เอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้อย่างที่คิดครับท่าน ไม่ได้อย่างนั้น ผมคิดว่ายุคไหนสมัยไหนที่ผ่านมามันไม่ได้อย่างนั้นมันก็มีคนที่ไม่ได้เรื่องเข้ามาอยู่ดี อันนั้นมันก็เป็นสัจธรรม เพราะฉะนั้นเราก็มานั่งคิดต่อว่าถ้าอย่างนั้นเราจะเอาอย่างไรดี บางท่านบอกว่ากลับเข้าไปหากระทรวงมหาดไทยดีไหม เพราะกระทรวงมหาดไทยนั้น ในระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ตัวผู้ว่าราชการจังหวัด ตัวนายอําเภอ เป็นหัวหน้า ของส่วนราชการของทุกกระทรวง ทบวง กรม สามารถที่จะระดมสรรพกําลังในพื้นที่ ออกคําสั่งแต่งตั้งว่าใครจะทําหน้าที่อะไร เมื่อไร ที่ไหน อย่างไร อันนี้คือจุดแข็งครับท่าน เพราะระเบียบบริหารราชการแผ่นดินให้อํานาจผู้ว่าราชการจังหวัดในการที่จะแต่งตั้ง ออกคําสั่งแต่งตั้งให้ใครจะทําหน้าที่อะไรเกี่ยวกับเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่าวันไหนคืนไหนเราได้คนที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความซื่อสัตย์สุจริตมันก็รอดไป แต่ถ้าวันไหนเราได้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้มีอิทธิพลซึ่งมันมีอยู่ครับ ไม่ใช่ไม่มีอย่างตัวอย่างที่เราเห็นกันมันก็จะเป็นอย่างที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเราก็มานั่งคิดต่อครับว่า ถ้าอย่างนั้นจะเอาอย่างไรดี ซ้ายดีหรือขวาดี หรือว่าเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมภูมิใจ ก็คือว่าวันนี้เราพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่าสิ่งที่หลายท่านบนบัลลังก์ที่พูดถึงว่า เอาคนที่อยู่ที่นี่ไปทําหน้าที่ที่โน่นดีไหม บางท่านบอกว่ามันเสี่ยงเพราะเราเอาคนที่ไม่รู้จัก พื้นที่ ไม่มีญาติ ไม่มีเพื่อน ไปอยู่ในที่ที่มีผู้มีอิทธิพลลงสมัครรับเลือกตั้ง ผมคิดว่าคนแรก ที่จะห้ามคือแม่ยาย กลัวว่าลูกจะเป็นอะไรไป แม่ยายคงจะห้ามไม่ให้ไปถ้าหากว่าไปในพื้นที่ ที่ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้มีอิทธิพล ใครจะรับประกันได้ว่าลูกที่ถูกส่งไปไปทําหน้าที่ เป็นผู้จัดการเลือกตั้งจะปลอดภัยเอาชีวิตรอดกลับมาได้ คงไม่กล้าไป ถึงไปก็ลําบากในเรื่องของ การที่จะจัดการเลือกตั้ง เพราะสิ่งเหล่านี้พวกเราวันนี้ได้พูดกันชัดเจนว่าควรจะทําอย่างไร และสิ่งที่น่าภูมิใจก็คือว่าดูท่าทีของคณะกรรมาธิการก็ค่อนข้างจะสอดคล้องเห็นด้วยว่า การที่เราจะกําหนดให้เอาคนต่างพื้นที่ไปอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องคน ในอีกพื้นที่หนึ่งมันก็ยากลําบากในการจัดการเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยว่า ควรจะปรับปรุงแก้ไข ไปแล้วมันเสี่ยงครับท่าน อย่างที่ผมเรียนเมื่อกี้ก็คือว่าแม่ยาย คงจะไม่ให้ไปครับ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าก่อนที่จะถึงมีการเลือกตั้งในปลายปี ๒๕๖๐ อย่างที่เราพูดคุยกันนั้น สิ่งที่ผมอยากจะเห็นมาก ๆ ก็คือเตรียมการแต่เนิ่น ๆ ในบางอย่าง ที่ลงลึกในพื้นที่เพื่อให้ผู้คนในพื้นที่ในระดับตําบล หมู่บ้านได้ฝึกเตรียมพร้อมเกิดความเคยชิน ในการป้องกันการเลือกตั้งที่ทุจริต ต้องเริ่มครับ ตั้งแต่หมู่บ้านลงไปที่มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่บ้าน เลือกอะไรก็แล้วแต่ กกต. หรือรัฐบาลอาจจะสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดให้เกิดความเคยชิน ในเรื่องมาตรการในทางเข้มเกี่ยวกับการปราบปรามผู้ทุจริตการเลือกตั้ง ไม่ใช่ไปรออย่างที่ หลายท่านพูดว่า รออีกสัก ๓-๔ เดือนค่อยทําเป็นอย่างไร อันนั้นผมคิดว่ามันจะสายไป เพราะว่านิสัยเก่า ๆ มันยังติด ขณะนี้เราต้องยอมรับว่านิสัยเก่า ๆ เรื่องทุจริตการเลือกตั้งยังแก้ไม่หมด ยังลบไม่หาย ยังมีอีกเยอะอยู่ในสายเลือดครับท่านครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะเห็นในขณะนี้ก็คือ เร่งระดมสรรพกําลังลงไปในพื้นที่ดูเรื่องการเลือกตั้งถ้าจะมีหรือเตรียมความพร้อม ในเรื่องของการประชาสัมพันธ์เพื่อจะช่วยในการชี้นําให้เห็นว่าพิษภัยของการเลือกตั้ง ที่ไม่สุจริตนั้นอะไรเกิดขึ้นอย่างที่เกิดขึ้นมาแล้วอันนั้นผมคิดว่าอยากให้รีบทํา เพราะหน่วยงานที่สามารถจะทําได้ เช่นกระทรวงศึกษาธิการอันนี้สําคัญ มีเยาวชน นักศึกษา ในมหาวิทยาลัยซึ่งมีไฟแรง ผมคิดว่ามันจะช่วยได้เยอะ และอีกหน่วยงานหนึ่ง ผมคิดว่าทํางานได้ผลถ้าหากว่าเอาจริงเอาจังก็คือตํารวจครับ ถ้าตํารวจเอาจริงเอาจัง เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งที่ทุจริตมันจะช่วยได้เยอะ อย่างน้อยเวียนไปเวียนมามันไม่กล้าครับ แต่สิ่งที่ขาดไม่ได้คือกํานัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะเป็นตัวจักรในการดูแลพื้นที่ เพราะฉะนั้น ๓-๔ หน่วยงานรวมไปตลอดจนถึงกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ที่แม้นว่าขณะนี้ อาจจะมีหรือไม่ก็แล้วแต่เกี่ยวกับการเลือกตั้งก็ควรที่จะสั่งการให้เตรียมความพร้อมแต่เนิ่น ๆ ท่านประธานครับ ผมคิดว่ามันมีอยู่นิดหนึ่งก่อนผมมานี้ก็คือวันที่ ๕ ตุลาคมปีที่แล้ว เป็นอย่างไร ให้พวกเรามานั่งที่นี่ ผมออกจากบ้านเพื่อมารายงานลงทะเบียน ที่บ้านบอกว่า อย่างไรรู้ไหมครับภรรยาผมว่าพี่ ๆ ระวังจะเสียคนตอนแก่ แต่วันนี้ผมมาเห็นบรรยากาศ ของการพูดคุยเชิงรุกในเรื่องของการแสวงหามาตรการป้องกันเชิงรุกเพื่อไม่ให้เกิด ความเสียหายอย่างที่ท่านวันชัยบอกว่าระวังจะเสียของ ผมจําได้ครับท่านเคยพูดในที่นี้ มันจะเสียของ เพราะฉะนั้นถ้าบรรยากาศที่เราพูดกันอย่างนี้โดยไม่อ้อมค้อมเปิดใจฟัง เปิดใจพูดรับตรงไปตรงมามันไม่ใช่เฉพาะไม่เสียของเท่านั้น แต่จะไม่เสียคนแก่ในบั้นปลายชีวิต ของ สปท. ด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ