เพิ่มพงษ์ เชาวลิต แสดงความเห็นสนับสนุนให้ กกต. ทำหน้าที่จัดการเลือกตั้งอย่างเป็นกลาง พร้อมเสนอให้ใช้กลไกของทหารและ ตชด. สนับสนุนการปฏิบัติการในพื้นที่ และวิพากษ์การทำงานของ กกต. ทั้งในระดับส่วนกลางและจังหวัด โดยเรียกร้องให้กำหนดบทบาทอย่างชัดเจน ทบทวนการแต่งตั้งบุคคลจากภายนอก และเสริมสร้างความรับผิดชอบร่วมกัน รวมถึงเสนอให้เพิ่มอำนาจ กกต. ในการสืบสวนและตรวจสอบการทุจริตเลือกตั้งอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการตรวจค้น เรียกข้อมูล และร่วมมือกับหน่วยงานอื่น เพื่อป้องกันการทุจริตล่วงหน้า ตลอดจนเห็นด้วยกับร่างกฎหมายส่งเสริมบทบาทภาคประชาชน โดยมองว่าการรวมตัวของประชาชนจะช่วยเสริมความยุติธรรมในการเลือกตั้งได้
กราบเรียนท่านประธาน สปท. ที่เคารพนะครับ กระผม เพิ่มพงษ์ เชาวลิต หมายเลข ๑๑๐ ครับ ก็มีข้อคิดเห็นอยู่ ๔ ประเด็น ในเรื่องของ กกต. นะครับ
เรื่องแรก คือเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งผมคิดว่าที่จริงแล้วทั้ง ๒ ส่วน ใครจะเป็นคนกํากับดูแล ผมคิดว่าถ้าเราดูบทบาทของทางกระทรวงมหาดไทยหรือเป็นฝ่ายประจํา ถือว่าเป็นกลไกที่มีแขนขามาก มีกําลังต่าง ๆ ลงถึงระดับหมู่บ้าน แต่ปัญหาที่ทุกคนกังวลมาก คือการถูกแทรกแซง อันนี้เรื่องหนึ่ง
อันที่ ๒ ถ้าให้ กกต. จัดเลือกตั้งก็เป็นอิสระ แต่ปัญหาเรื่องของการใช้แขนขา ก็ไม่ได้มีโดยตรง อันนี้เป็นเรื่องของการจัดความสัมพันธ์ว่าจะเป็นอย่างไร ในส่วนตัวของผมเอง เห็นด้วยกับการที่ให้ กกต. จัดการเลือกตั้งในลักษณะเดิม เพราะผมคิดว่าอย่างน้อย ในเรื่องของความอิสระของ กกต. น่าจะมีมากกว่า เพราะถ้าเราดูจริง ๆ แล้วถ้าเป็น สมัยรัฐบาลเลือกตั้งหรือมองยาวขึ้นไปกระทรวงมหาดไทยเองก็ยังอยู่ภายใต้การดูแล ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็อาจจะเป็นฝ่ายการเมือง ลงสมัครรับเลือกตั้งเหมือนกัน ก็อาจจะเป็นปัญหาในเรื่องของความเป็นกลาง ผมคิดว่า ถ้า กกต. จัดการเลือกตั้ง แน่นอนกลไกแขนขาต้องใช้ส่วนราชการ แต่ถ้าใช้ส่วนราชการ ทุกหน่วยถ้าท่านสังเกตดูเวลาหน่วยราชการของรัฐที่จะได้รับการชื่นชมจากประชาชน ในเรื่องของการเข้าไปช่วยการเลือกตั้งผมเห็นอยู่ ๒ หน่วยที่ค่อนข้างจะดูจากสื่อจากทั่ว ๆ ไป หน่วยแรกคือทหาร หน่วยที่ ๒ คือ ตชด. ค่อนข้างจะชัดเจนมากว่าพอ ๒ หน่วยนี้เข้าไป ความรู้สึกของประชาชนเรื่องความเป็นกลางมีค่อนข้างมาก และผมคิดว่าเมื่อให้ กกต. เป็นฝ่ายจัดการเลือกตั้งอย่างน้อยที่สุดเรื่องของการกําหนดกลไก นโยบาย การจัดการ การกําหนดกรรมการต่าง ๆ เขาจะได้ดูแลตรงนี้ได้ อันนี้เป็นความเห็นอันแรก
อันที่ ๒ ในเรื่องของ กกต. ผมคิดว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ให้ความเห็น อยู่แล้วว่าการทํางานของ กกต. ส่วนกลาง ผมคิดว่าดีที่สุดเราสังเกตดูในขณะนี้หรือที่ผ่านมา ค่อนข้างจะรับผิดชอบเป็นเดี่ยว ๆ ท่านรับผิดชอบด้านใดท่านเข้ามาพูดด้านนั้น จนไม่แน่ ถึงความรับผิดชอบรวมหมู่กันของกรรมการทั้ง ๕ คน ผมคิดว่าหลักการของ กกต. การนํารวมหมู่ความรับผิดชอบส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่มีความสําคัญ ถ้าแตกไปเป็นหน้างานใคร หน้างานมัน ตรงนี้จะเป็นปัญหา
อันที่ ๓ เรื่องของ กกต. ประจําจังหวัด ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีการพูดกันมาก ในขณะนี้ ผมมีความเห็นอยู่ ๒ ประเด็น อันแรกถ้าเรายังมีความจําเป็นที่ต้องใช้ กกต. ที่ทํางานในฐานะเป็นสั่งการใช้กําลังแบบที่ท่านอํานวยได้พูด ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ผมคิดว่าเราน่าจะกําหนดตําแหน่งหน้าที่ที่ชัดเจนไปเลยว่าหน้าที่โดยตําแหน่งที่เป็น กกต. ประจําจังหวัดควรจะเป็นใคร เช่นเราคิดว่าทางฝ่ายตํารวจจะต้องเป็นกําลังในการใช้ ก็อาจกําหนดไว้ได้เลย เขาอาจจะมีหน้าที่ รู้ภารกิจ รู้อะไรต่าง ๆ ไม่ใช่ว่ามารู้ตอนที่ตัวเอง จะเลือกตั้งอันนี้เป็นต้น อันที่ ๒ ผมเห็นด้วยว่าการกําหนด กกต. ประจําจังหวัดที่มาจาก คนต่างพื้นที่จะเป็นปัญหา ตรงนี้ผมคิดว่าเราไม่จําเป็นจะต้องไปกําหนดว่าต้องเป็นคนใน กกต. ต้องเป็นคนนอกเท่านั้น คนในจังหวัดเป็นไม่ได้ ผมคิดว่าตรงนี้อาจจะมีปัญหาในทางปฏิบัติ ค่อนข้างมาก
อันสุดท้ายที่ผมคิดว่าสําคัญที่เรามีความคิดกันว่าที่ กกต. ในการเลือกตั้ง ที่ผ่านมาแล้วไปจับคนซื้อเสียงหรือการทําอะไรต่าง ๆ ไม่ค่อยได้เท่าไร ผมคิดว่ามีอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ
ประเด็นแรกก็คืออํานาจหน้าที่ของ กกต. หรือฝ่ายปฏิบัติ กกต. เอง อันนี้ เป็นเรื่องหนึ่ง ที่จริงกระบวนการกระทําความผิดกฎหมายเลือกตั้งเป็นการทําผิดกฎหมาย อย่างหนึ่ง ไม่ว่าจะใช้เงินก็ดี ทุกอย่างมีการแอบซ่อนหมด การติดต่อสื่อสาร การสั่งการ การทําเรื่องเงินเรื่องทองเป็นการทําผิดกฎหมายเหมือนยาเสพติด แต่ความลึกซึ้งอาจจะไม่ได้มากเท่า พฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่เป็นพฤติกรรมเปิดเผย เป็นเรื่องยากที่ กกต. หรือเจ้าหน้าที่ กกต. ที่ไม่มีอํานาจอะไรเลยเข้าไปทําจะดําเนินการโดยการยาก และส่วนใหญ่ที่ได้ก็คือจากการที่ ฝ่ายตรงข้ามส่งหลักฐานมา อันนั้นก็เป็นอีกทางหนึ่ง แต่ผมคิดว่าผมเห็นด้วยกับการเพิ่ม อํานาจของ กกต. ซึ่งอาจจะตั้งเป็นคณะทํางาน มีหน่วยราชการอื่นก็ได้ ในเรื่องของมีอํานาจ ในการตรวจค้นโดยใช้หมายหรือไม่ใช้หมายก็แล้วแต่เพื่อความรวดเร็ว อํานาจในเรื่องของ การเข้าไปเคหสถาน ในการเข้าไปดูต่าง ๆ นี้ อํานาจในการเรียกมาให้ปากคําหรือต่าง ๆ ผมคิดว่าตรงนี้มันน่าจะ เป็นไปได้ เพราะจริง ๆ แล้วถ้าเราทําตรงนี้ได้มันจะสกัดในเรื่องหรืออํานาจในเรื่องของ การตรวจสอบการเงิน ถ้าทําได้ขณะนี้ผมคิดว่ามันจะมีร่องรอยหลายเรื่องที่เราสามารถ ดําเนินการได้ แต่ถ้าไม่มีอํานาจตรงนี้เลยเป็นการยากที่เข้าไปสืบสวนนะครับ ในกระบวนการ ทํางานสืบสวนตรงนี้ผมคิดว่าเราจําเป็นที่จะต้องทําตลอดเวลา ไม่ใช่มาทําเฉพาะในช่วงของ การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นการปฏิบัติงานของ กกต. เอง ซึ่งเมื่อกี้ท่านสมาชิกได้เคยถามไปว่า จากนี้ไป ๑ ปีจะทําอะไรบ้าง สิ่งที่เราอยากให้ กกต. ทํา ซึ่งจะร่วมมือกับหน่วยงานอื่น อย่างไรก็ตามแต่ในการเก็บฐานข้อมูลก็ดี การสร้างเครือข่ายข้อมูลต่าง ๆ ในการเก็บ ผมคิดว่าจริง ๆ แล้วในแต่ละถิ่นแต่ละที่ใครเป็นคนสําคัญหัวคะแนนก็รู้ ๆ กันอยู่ ถ้าเราสามารถจะเข้าไปดําเนินการตรงนี้ได้ดีกระบวนการทํางานเราจะมีความคิดชัดเจนมากขึ้น แต่ถ้าเราไม่มีฐานตรงนี้เลยพอถึงเวลาเลือกตั้งอีกเดือนสองเดือนเราคงทําอะไรได้ยากมาก เพราะจริง ๆ กระบวนการทํางานเขาคิดก่อนที่จะมาสมัครด้วยซ้ําไป ฉะนั้นผมอยากให้เห็น ตรงนี้ที่จะสามารถเตรียมการมาตั้งแต่บัดนี้ได้นะครับ
สุดท้ายอีกนิดหนึ่งผมเห็นด้วยกับที่ร่างมาคือการส่งเสริมบทบาท ภาคประชาชน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสําคัญมาก ถ้าเราทําให้ภาคประชาชนรวมตัวกัน เป็นกลุ่มเป็นก้อนกําลังของประชาชนตรงนี้สามารถช่วยในเรื่องของการเลือกตั้ง ให้มีความยุติธรรมอย่างมากถ้าเราเขียนกฎหมาย ระเบียบ ให้เอื้ออํานวยให้การทําตรงนี้ได้ ผมคิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการเลือกตั้งครั้งต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ