เฉลิมชัย ท้วงติงหลักสูตร กกต. ใช้งบสูง เสนอเซตซีโร่ปฏิรูป

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๕๑ · ๓ ตุลาคม ๒๕๕๙

เฉลิมชัย เครืองาม อภิปรายร่างกฎหมาย กกต. โดยตั้งคำถามถึงความสอดคล้องของโรดแมปการเมืองกับวาระการดำรงตำแหน่ง กกต. ชุดปัจจุบัน พร้อมแสดงความกังวลต่อความเป็นธรรมและคุณสมบัติของผู้ได้รับการเสนอชื่อภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่ รวมถึงท้วงติงการใช้งบประมาณสูงสำหรับหลักสูตรพิเศษที่อาจก่อให้เกิดเครือข่ายผลประโยชน์ และเสนอให้เริ่มต้นการปฏิรูปด้วยการรีเซตบทบาทขององค์กรอิสระทั้งหมด

พลอากาศตรี เฉลิมชัย เครืองาม

ขอบคุณท่านประธานครับ เฉลิมชัย เครืองาม หมายเลข ๓๑ ท่านประธานครับ ก็ได้ฟังสมาชิกหลายท่าน แสดงความคิดเห็นกันมาตั้งแต่เช้า ในกรณีของข้อเสนอแนะของกรรมาธิการที่มีต่อ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น ผมได้ศึกษา ก็เพิ่งได้เมื่อเช้าและพยายามศึกษาโดยละเอียดแล้วก็อย่างรวดเร็ว โดยเนื้อหาแล้วมีหลายประเด็น ที่ผมเห็นด้วย แต่อย่างไรก็แล้วแต่สิ่งที่สมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นไปทั้งข้อเสนอแนะ ข้อเห็นด้วย และข้อไม่เห็นด้วยนั้นมีหลายประการที่ผมขออนุญาตเติมเต็มในสิ่งที่ท่าน ได้เสนอไว้แล้ว ในกรณีของสิ่งที่เป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ (Talk of the Town) ในช่วงสัปดาห์ หรือเดือนที่ผ่านมา คือเรื่องคําว่าเซตซีโร (Set Zero) มีทั้งผู้ที่เห็นด้วยแล้วก็ผู้ที่ไม่เห็นด้วย ส่วนมากแล้วจะให้ความเห็นในทํานองว่าสิ่งที่ กรธ. ท่านร่างเอาไว้ในรัฐธรรมนูญนั้น มีความเข้มข้นขึ้นในเรื่องของคุณสมบัติของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ทั้งหลายเกือบทั้งหมดความเข้มข้นขึ้นนั้นผมเชื่อว่ามันเป็นพัฒนาการทางการเมือง พัฒนาการทางสังคม แล้วก็พัฒนาการทางกฎหมาย ซึ่งเราควรจะต้องให้ความสําคัญว่า เจตนาของ กรธ. ที่ท่านได้เพิ่มความเข้มข้นขึ้นนั้นน่าจะมีเหตุปัจจัยต่าง ๆ ที่เกื้อหนุน ผมเห็นด้วยกับสมาชิกที่ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ว่าสิ่งที่เราจะต้องให้ความสําคัญเป็นอย่างยิ่ง คือเจตนารมณ์ของ กรธ. เราคงจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องไปศึกษาหาข้อมูลจากบันทึกการประชุม หรือบันทึกเจตนารมณ์ของ กรธ. ว่ามีไว้อย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่ในความเห็นส่วนตัวนั้นไม่ว่า จะออกทางไหนมันไม่ผิดครับ มันไม่ผิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และมันก็ไม่ถูก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วแต่แง่คิด วิธีคิด และปัจจัยต่าง ๆ ที่จะเข้ามาแทรกซ้อนในอนาคต ปัจจัยแทรกซ้อน ที่ผมมองเห็นแน่ ๆ เลยก็คือสิ่งที่เราชัดเจนว่าเรามีโรดแมป (Roadmap) ของการเมืองการปกครอง ของประเทศในอนาคต ซึ่งจะเกิดขึ้นในปี จริง ๆ เกิดไปแล้วตั้งแต่ตอนนี้แหละครับ ที่รัฐธรรมนูญจะมีผลบังคับใช้ ประกาศใช้ มีกฎหมายลูก กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ แล้วก็จะมีการเลือกตั้งในปลายปี ๒๕๖๐ เพราะฉะนั้นปัจจัยที่อาจจะแทรกซ้อนที่สําคัญที่สุด ที่ผมเชื่อว่าทุกคนทุกฝ่ายในบ้านเมือง ทั้ง คสช. ประชาชน สื่อมวลชน พี่น้องประชาชน ทุกคนให้ความสําคัญมากที่สุดคือโรดแมป (Roadmap) ของการเลือกตั้ง สิ่งที่ กกต. ในปัจจุบันให้ความเห็นว่าการที่จะเซตซีโร (Set Zero) เขาทั้งหมด ท่านต้องคิดถึงปัจจัย ที่จะเกิดขึ้นจากการเลือกตั้ง หรือการจัดการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาอีกปีเศษ ๆ นี้ ให้ดีว่าความสําเร็จ ความลุล่วง ความราบรื่น ข้อมูลต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น กกต. ชุดปัจจุบันท่านมีความรู้ ท่านมีความเข้าใจมาก ท่านใช้คําว่ามากกว่าจะทุกคนในบ้านเมือง ก็ว่าได้ ก็มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คําถามก็คือว่าโรดแมป (Roadmap) ของการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปลายปี ๒๕๖๐ นั้นสัมพันธ์หรือเกี่ยวข้องกับการอยู่ยืน หรือไม่ยืนของ กกต. ชุดปัจจุบันหรือไม่ ผมมองว่าอย่างนี้ครับ มีทางออกที่จะเป็นไปได้ เพราะความเข้มข้นของคุณสมบัติของ กกต. นั้นถูกกําหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ และยังจะมี บุคคลที่จะต้องถูกสรรหาเข้ามาเป็น กกต. เพิ่มอีก ๒ คน คุณสมบัติต้องเป็นรัฐธรรมนูญใหม่ แล้วปัญหาเกิดขึ้นทันที คือ ๕ คนปัจจุบัน กับ ๒ คนใหม่ที่เข้ามานั้นคุณสมบัติเขย่งกันอยู่ ความเป็นไปได้ก็คืออะไรครับ เอา ๒ เรื่องนี้ให้มาสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ประโยชน์ ของประเทศชาติได้ในขณะเดียวกันก็คือการที่จะให้ กกต. ชุดปัจจุบันนั้นท่านมีอายุยืน ไปจนกระทั่งถึงการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. และ ส.ว. ในอนาคตให้สําเร็จเรียบร้อยจนสามารถ เปิดการประชุมได้ เช่นมี ๙๕ เปอร์เซ็นต์ของ ส.ส. และเปิดการประชุมได้จะเป็น ปลายปี ๒๕๖๐ หรือว่าต้นปี ๒๕๖๑ ก็แล้วแต่ ไม่รอจนถึงกระทั่งตั้งรัฐบาลแหละครับ และเมื่อนั้นอาจจะยืดระยะเวลาไปอีก ๓๐ วัน หรือ ๖๐ วัน แล้วจึงจัดให้มีการเลือก ขออภัย ให้มีการสรรหา กกต. คณะใหม่ แต่อันนี้มันก็จะมีปัญหาตามมาคือหลักอะไรอีกครับ คือหลักมาตรฐานเดียว หรือหลัก ๒ มาตรฐาน หรือหลักความเป็นธรรมที่สมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายแล้ว มันก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีกว่าแล้วองค์กรอิสระอื่นล่ะที่รัฐธรรมนูญท่านบัญญัติ เอาคุณสมบัติไว้ให้เข้มข้นขึ้นอีก ผมไม่มีเวลาที่จะมาแจกแจง ท่านคํานูณได้อภิปราย ไปในบางประเด็นแล้ว ผมว่าอันนี้มันก็จะเขย่งกันอยู่อีก ในที่สุดก็จะเกิดการโต้แย้ง ไม่มีที่สิ้นสุดว่าหลักกฎหมายหรือหลักคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ หรือหลักเจตนารมณ์กับ หลักความเป็นธรรม หลักมาตรฐานเดียวนั้นเป็นอย่างไร เพราะถ้าหลักมาตรฐานเดียวแล้ว มันก็ต้องเซตซีโร (Set Zero) กันทั้งหมด ป.ป.ช. กกต. คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คณะกรรมการสิทธิอะไรอื่น ๆ อีก ในที่สุดมันก็จะยุ่งวุ่นวายไปอีก ปัญหาอะไรตามมาครับ ที่จะตามมาก็คือขี้ปากชาวบ้าน ผมขออภัยที่จะใช้คําคํานี้ คําว่าขี้ปากชาวบ้านคืออะไรครับ ผมไม่อยากที่จะใช้คํานี้ในสภานะครับ การสรรหา หรือการเลือกองค์กรอิสระ หรือตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะเกิดจากใครล่ะครับ มันก็จะเกิดช่วงรอยต่อกัน ระหว่าง สนช. ไปสู่สมาชิกวุฒิสภาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต สมาชิกวุฒิสภามาจากไหน เอาว่า สนช. ปัจจุบันมาจากไหนทุกท่านทราบผมไม่พูด ส.ว. ในอนาคตมาจากไหนทุกท่าน ก็คงทราบอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะตามมาในอนาคตคืออะไรครับ คือขี้ปากชาวบ้าน ที่จะเกิดขึ้นว่าใครก็ไม่ทราบบงการ สั่ง ใบสั่ง หรืออะไรก็แล้วแต่ให้ ส.ว. ซึ่งมาจากไหน จุด จุด จุด ทุกท่านก็ทราบดี เลือกคนโน้น เลือกคนนี้ เลือกนั่น เลือกนี่เป็นกรรมการสิทธิ เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็น ป.ป.ช. เป็น กกต. และอื่น ๆ ครบทั้งตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ ปัญหามันตามมาให้เกิดการถกเถียง ให้เกิดการพูดคุย ติฉินนินทากันไม่มีที่สิ้นสุด นี่คือจุดสรุปของความห่วงใยที่สุดที่ผมมีต่อบ้านเมืองในอนาคตว่า ถ้าเราเซตซีโร (Set Zero) อันเดียวมันขาดหลักมาตรฐานคือมาตรฐานเดียว หรือ ๒ มาตรฐาน ขัดหลักความเป็นธรรม ถ้าเราเซตซีโร (Set Zero) ทั้งหมด โอ้โฮ องค์กรอิสระทั้งหมดสรรหากันใหม่ คนเลือกนั่งอยู่ใน ส.ว. เลือก ส.ว. มาจากไหน การติฉินนินทา และการพูดคุยมันจะมีต่อเนื่องไปอีก เกิดการยอมรับหรือไม่ยอมรับก็แล้วแต่ไปอีก ๓ ปี ๕ ปี ๗ ปี ๙ ปี ไม่มีที่สิ้นสุดความวุ่นวายก็เกิดขึ้นตามมา เพราะฉะนั้นผมจะสรุปตรงนี้ขอเวลา ท่านประธานนะครับ ผมยังมีประเด็นอื่นอีกที่จะพูด ผมว่ามอบให้ กรธ. ท่านไปตัดสินใจ ผมว่าท่านเชื่อว่าท่านก็รับฟังจากหลาย ๆ ฝ่ายแล้ว ท่านมีข้อมูลและวิธีคิดของท่านอยู่ในใจ แล้วว่าท่านจะเซตซีโร (Set Zero) อะไร อย่างไร หรือไม่ แค่ไหนนะครับ

ประเด็นถัดมาท่านประธานครับ เมื่อพูดถึงคําว่าเซตซีโร (Set Zero) แล้ว มีสิ่งหนึ่งที่ผมขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้ว่าควรมาก ๆ เลยที่จะเซตซีโร (Set Zero) เริ่มที่ กกต. เลยครับมีคนฝากมา จริง ๆ ผมก็คิดไว้อยู่บ้างแล้ว เคยพูดประเด็นนี้ไว้ในหลายที่แล้ว คืออะไรครับ องค์กรอิสระเดี๋ยวนี้ท่านฮิต (Hit) มาก ในการจัดหลักสูตรพิเศษ หลักสูตร นอกหลักสูตร สารพัดหลักสูตร มีทั้ง กกต. มีทั้ง ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญท่านก็เอากับท่านด้วย เซต (Set) เป็นหลักสูตรพิเศษขึ้นมา ผมได้ยินสัญญาณมาปลาย ๆ ว่าน่าจะมีการเซตซีโร (Set Zero) นะ เริ่มมันที่ กกต. เสียเลย ไหน ๆ จะทํากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต. อยู่แล้ว หลักสูตรต่าง ๆ ที่ใช้งบประมาณ เที่ยวทั้งบ้านเมือง เที่ยวทั้งในประเทศ แล้วก็นอกประเทศ เอานักธุรกิจ เอาพ่อค้า ประชาชน นักการเมือง ทหาร ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มาเรียนด้วยกัน เที่ยวด้วยกัน ปาร์ตี้ (Party) ด้วยกัน กินด้วยกัน ดื่มด้วยกัน มันเหมาะสมหรือไม่ เพียงไร มันก่อให้เกิดคอนเนกชัน (Connection) ที่นําไปสู่อะไรอีกมากมายหลายอย่าง ขึ้นในบ้านเมืองหรือไม่ ผมได้ขายความคิดนี้ไว้ให้กับ กรธ. บางท่านเป็นผู้ใหญ่ด้วย ท่านเห็นด้วยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเชื่อว่าอาจจะได้เห็นและเป็นมิติที่ดีคือการเซตซีโร (Set Zero) หลักสูตรพิเศษขององค์กรอิสระ

ประเด็นถัดมา ผมจะลงในรายงานการศึกษาของคณะกรรมาธิการ มีหลายเรื่องเนื่องจากผมพูดเป็นคนท้าย ขอเวลาท่านประธานเพิ่งจะบ่ายโมงเอง ผมมีประเด็นอีกพอสมควร ท่านให้ผมได้ไหมครับ