ชูชาติ แจงปัญหาการรายงานผลปฏิรูปตำรวจ หวั่นประชาชนไม่เข้าใจ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙

ชูชาติ อินสว่าง วิพากษ์การปฏิรูประบบบริการประชาชนของตำรวจ โดยเรียกร้องให้ปรับปรุงการสื่อสารผลการจับกุมและบทลงโทษให้ชัดเจน พร้อมเสนอให้โรงพักเป็นพื้นที่ใกล้ชิดประชาชนอย่างแท้จริง

นายชูชาติ อินสว่าง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ชูชาติ อินสว่าง สปท. ๐๔๑ ท่านประธานครับ ผมรับระเบียบวาระการประชุมสภาขับเคลื่อน การปฏิรูปประเทศมาก็พยายามศึกษาในเรื่องของ ๓.๒ การปฏิรูประบบงานบริการ ประชาชนในการรับแจ้งความและสอบสวน ก็พยายามคิดอยู่ตั้งนานว่าจะอภิปรายดี หรือไม่อภิปรายดี แต่ว่าด้วยความเคารพนะครับ ขออนุญาตบ่นให้ฟังสัก ๕ นาที ด้วยความเคารพ อย่างสูง ท่านประธานครับ ผมเกิดมาตั้งแต่เด็ก ๆ พอจําความได้ผมก็มีความรู้สึกว่าผมรักตํารวจ ผมอยากจะเป็นตํารวจมาก แต่ผมไม่มีโอกาสได้เข้าเรียนตํารวจเพราะตาผมไม่ดีข้างหนึ่ง อย่างไรก็ตามผมก็พยายามศึกษาและติดตามผลงานของตํารวจอยู่เป็นประจําว่าทําอย่างไร ผมถึงจะเข้าไปช่วยในกิจการงานของตํารวจได้ จนเมื่อผมโตขึ้นผมได้มีโอกาสทํางานก็ได้ อาสาตํารวจจนได้ ผมได้เป็นคณะ กต.ตร. คณะกรรมการติดตามและประเมินผลงานของ ตํารวจ ใหม่ ๆ ก็เป็นกรรมการเฉย ๆ ต่อไปผมก็มีโอกาสได้เป็นประธาน กต.ตร. ระดับอําเภอ และไปเป็น กต.ตร. ระดับจังหวัด ในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมพยายามนําเสนอ กต.ตร. อยู่เป็น ประจําในเรื่องของการปฏิรูปและพัฒนาเรื่องการบริการกับตํารวจอยู่เป็นประจํา ผมไปประชุม กต.ตร. ก็ได้รับแจ้งมีคดีเกิดขึ้นในอําเภอศรีประจันต์ มีคดีเกิดขึ้นในจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นคดียาเสพติดกี่คดี เป็นคดีปองร้าย ปล้นทรัพย์ ฆ่ากัน ตายกี่คดี จับได้กี่คดี จับไม่ได้กี่คดี แล้วก็จบการรายงาน ผมก็ขออนุญาตนําเสนอเรื่อยละครับว่าการนําเสนออย่างนั้น เหมือนจะแจ้งให้ทราบ ทําไมเราถึงจะนําเสนอในเรื่องความต้องการของพี่น้องประชาชนไม่ได้ เช่นเราไปจับเรื่องคดีปล้นทรัพย์เขาปล้นกันอย่างไร เราจะได้หาทางไปบอกในฐานะที่เป็น กต.ตร. ขึ้นไปบนศาลาวัดไปคุยให้พี่น้องประชาชนฟังว่าเดี๋ยวนี้การปล้นทรัพย์ การลักทรัพย์ มันมีวิธีคิด วิธีทํางานกันอย่างนี้ ๆ ยาเสพติดเดี๋ยวนี้เขาจับได้แล้วแล้วถูกลงโทษไปแล้ว นี่บอกว่าจับยาเสพติดได้กี่คดี ๆ แต่ไม่เคยบอกถึงบทลงโทษว่าบทลงโทษขณะนี้มันสิ้นสุด ขนาดไหน ประชาชนก็คิดว่าไม่เป็นอะไรถูกจับได้เดี๋ยวก็ไปวิ่งได้วิ่งก็หลุด ๆ อย่างนี้ไม่ใช่ แต่จริง ๆ แล้วตํารวจเขาทํางานเต็มที่แต่ผลงานไม่ได้รับการถูกออกมาประเมินให้อย่างชัดเจน ผมเคยเป็น กต.ตร. ของอําเภอศรีประจันต์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวรพงษ์ ชิวปรีชา ก็เคย ไปตรวจเยี่ยมโรงพักของอําเภอศรีประจันต์ ในการตรวจเยี่ยมโรงพักก็รู้ล่วงหน้า เมื่อรู้ล่วงหน้า ทุกอย่างก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยทุกครั้งละครับ ท่านบอกล่วงหน้าว่าท่านจะไปตรวจเยี่ยม ผมเองผมยังต้องเตรียมตัวไปต้อนรับท่านเลย ด้วยความเคารพอย่างสูง เพราะผมเชื่อมั่น และศรัทธาคนชื่อ พลตํารวจตรี วรพงษ์ ชิวปรีชา สมัยนั้นว่าท่านเป็นคนตรง เป็นคนที่ต้อง ทํางานอย่างจริงจัง เพราะฉะนั้นในการไปตรวจเยี่ยมผมอยากจะกราบเรียนว่าเหมือนกับเป็น การประเมินตํารวจอย่างหนึ่งเหมือนกัน เพราะฉะนั้นในการให้บริการที่โรงพักผมอยากจะ กราบเรียนด้วยความเคารพอย่างสูงเลยว่าเราเองเป็นตํารวจ ผมถามหน่อยว่าใครบ้าง ที่บังคับให้ท่านมาสมัครเป็นตํารวจ ไม่มีหรอกครับ ท่านอาสามาเองทั้งนั้น นี่ผมถามลูกน้องผม ทุกคนที่ทํางานสหกรณ์ ผมถามเลยนะครับว่าใครบ้างที่ถูกบังคับให้มาทํางานสหกรณ์ ไม่มีหรอกครับ อาสามาทุกคน เพราะฉะนั้นเมื่อท่านอาสามาอย่าบ่นว่าเหนื่อยครับ ถ้าท่านรู้ว่าทํางานสหกรณ์แล้วไม่รวย ไปทํางานอย่างอื่น เหมือนกันครับ ท่านทํางานเป็นตํารวจท่านอย่าบ่นว่าเหนื่อย เพราะฉะนั้น ต้องทําอย่างเต็มที่ ผมเคยฟังตํารวจท่านหนึ่งบอกว่าท่านชูชาติรู้ไหม ตํารวจแก้ผ้ายังเป็นตํารวจเลย เพราะจิตวิญญาณของความเป็นตํารวจมีอยู่ตลอดเวลา ๒๔ ชั่วโมงนะครับ ผมอยากให้โรงพัก เป็นสถานที่พักผ่อน เป็นสถานที่พักใจ ไม่ใช่ใครไปโรงพักไหม ไม่พอใจไปโรงพักไหม อยากจะเจอแน่จริงไปเจอกันที่โรงพัก ตกลงโรงพักนี่เขาไม่ได้ไปเพื่อไกล่เกลี่ยเลย ไปเพื่อ สร้างความแตกแยก ไม่ใช่ สิ่งที่ผมอยากจะบ่นให้ฟังในวันนี้ ผมอยากเรียนด้วยความเคารพว่า ผมอยากให้ตํารวจถักทอ สานสัมพันธ์กับพี่น้องประชาชน ให้โรงพักเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจําวัน วันนี้อยากออกกําลังกายไปที่โรงพัก วันนี้ทุกข์ใจไปโรงพัก ทุกข์กายไปหาหมอ ทุกข์ใจ ไปโรงพัก อย่างนี้สิถึงจะเป็นตํารวจของประชาชนอย่างแท้จริง และท่านที่เคารพครับ มีอยู่เพลงหนึ่งซึ่งผมจําได้นะครับ ไม่เคยลืมในชีวิตนี้ และเป็นเพลงเดียวที่ผมร้องได้ โดยไม่ต้องดูเนื้อเลย เพลงอื่นผมต้องดูเนื้อ ก็คือเพลงมาร์ช (March) ตํารวจ เกียรติตํารวจ ของไทย เราอยู่ไหน ประชาชนอุ่นใจทั่วกัน ปราบปรามเสริมความสุขสันต์ สิ่งต่าง ๆ พวกนี้ เขียนมาจากไหนครับ ก็เขียนมาจากจุดอ่อนของพวกเราอย่างไร พวกเราที่เป็นตํารวจ เขียนมาจากอุปสรรคของเราที่เป็นตํารวจ เพราะฉะนั้นจุดอ่อนพวกนี้ทําให้เป็นจุดแข็ง ของตํารวจให้ได้ นํามาใช้ให้ได้ แล้ววันนี้จะเหมือนในไลน์ที่เราคุยกัน วันนี้ถ้าการปฏิรูปตํารวจผ่าน ขออนุญาตครับ ต่อไปนี้ตํารวจเท่ เป็นตํารวจเท่ อย่าไปคิดอย่าง ผมขออนุญาตเอ่ยนามครับ ท่านสุรินทร์บอกว่ารถไฟ เรือเมล์ ลิเก ตํารวจ คบไม่ได้ แต่แถวบ้านผมเขาให้คบตํารวจครับ เพราะว่าเป็นเมียทหารนับขวด เป็นเมียตํารวจนับแบงก์ นี่เรื่องจริงนะครับ ให้คบเลยครับ ตรงกันข้ามเลย ผมขออนุญาตฝากด้วยความเคารพว่าสุดท้ายที่บ่นมาทั้งหมดนี้อยากให้ตํารวจ ทําอยู่อย่างเดียวครับ ทําคู่มือประชาชนให้ผมหน่อยว่าไปที่โรงพักนี้ ไปที่จังหวัดนี้ ไปที่อําเภอนี้ เข้าไปอยู่โรงพักถ้าไปติดต่อเรื่องนี้จะเสร็จภายใน ๑๐ นาที ถ้าอย่างนี้ไม่เสร็จไม่เรียบร้อย บอกรองผู้กํากับการ ถ้ารองผู้กํากับการไม่เรียบร้อยโทรศัพท์บอกผู้กํากับการ ผู้กํากับการเบอร์นี้ ติดให้มันโก้หรูเลยครับ แจกเลย คุณอ่านคู่มือประชาชนแจกไปเลยครับ ให้พี่น้องประชาชน เขารู้ว่านี่โรงพักของเรา ใครจะมาทําโรงพักของเราไม่ได้ ถ้าท่านทําคู่มือประชาชนไม่มีเงิน ไอแคกเดียวครับ มาแล้วครับสปอนเซอร์ (Sponsor) ง่ายนิดเดียวครับทําคู่มือโรงพักของเรา ให้หน่อยครับว่าขั้นตอนจะเดินเป็นอย่างไรครับ ยิ้มแย้มแจ่มใสครับ มีธุระถามไถ่ครับ สอบถามเรื่องใดครับ เต็มใจบริการครับ คืองานของตํารวจครับ ขอบพระคุณครับ