นิกร จํานง หารือเรื่องการปฏิรูปการปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะการปฏิรูปการปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการส่งต่อความต้องการของประชาชนให้กับระบบการบริหาร นอกจากนี้ยังหารือเรื่องการปฏิรูปองค์กรตำรวจ โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนระบบแมนเพาเวอร์ของตำรวจ และการให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความเป็นธรรมในการปฏิบัติงานของตำรวจ นิกร จํานง ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับปรุงการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารและลดความไม่เท่าเทียมกันในการปฏิบัติงานของตำรวจ
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกที่นับถือนะครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ลําดับที่ ๗๙ ผมเองจะขออภิปราย ให้ความเห็นต่อวาระนี้เกี่ยวกับเรื่องการปรับปรุงการปฏิรูปจะเรียกว่าอย่างนั้นก็ได้ คือการปรับปรุง เกี่ยวกับเรื่องบริการประชาชนเน้นรับแจ้งความและการสอบสวน ผมเองจริง ๆ แล้วไม่ได้เป็น ตํารวจเลย แต่ว่ามีความสนใจอยู่มากเนื่องจากว่าตอนที่ไปศึกษา ผมศึกษามาทางด้านการเมือง แล้วก็บังเอิญผมไปสนใจเท็กซ์ (Text) ที่ผมเรียนตอนนั้นตอนที่ศึกษาเรื่องการเมืองอยู่เล่มหนึ่ง สนใจมาก เป็นการศึกษาของศาสตราจารย์ที่มหาวิทยาลัยยูซี เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley) เป็นโปรเฟสเซอร์ วิลเลียม เคอเมียร์ เขาศึกษาเรื่องตํารวจ แต่เขา เรียกว่าเป็นสตรีทคอร์เนอร์ โพลิทิเชียน (Streetcorner Politicians) เท่ากับว่าตํารวจกับ นักการเมืองเหมือนกัน หมายความว่าตํารวจมีทั้งอํานาจ มีทุกอย่างครบ แล้วจะต้องตัดสินใจ เรื่องความเป็นอยู่ความอยู่รอดของประชาชนตลอดเวลา แต่นักการเมืองอาจจะมาตัดสินใจ เรื่องของประชาชนในสภา ตํารวจยิ่งกว่า ลําบากกว่า เพราะว่าทุกหัวถนนเวลาเขาออก ปฏิบัติหน้าที่เขาต้องตัดสินใจตลอดเวลาว่าเด็กคนนี้จะเข้ามาขโมยของตรงนี้ เขาสามารถ ที่จะรอให้ขโมยเสร็จแล้วเขาก็ยิงให้เสียชีวิตก็ได้อํานาจมี หรือว่าจะรอแล้วก็จับก็ได้ มีตํารวจบางท่านในกรณีศึกษานะครับเข้าไปขอต่อบุหรี่แล้วโจรก็รู้ว่านี่ตํารวจแล้วโจรก็ไป เหตุการณ์ก็ไม่เกิด คือทําได้หลายแบบ สิ่งที่เหมือนกันอีกอย่างของนักการเมืองกับตํารวจ ก็คือว่าไม่ว่าสังคมจะชอบหรือไม่ชอบ ส่วนใหญ่สังคมไม่ชอบ แต่ไม่มีไม่ได้ ถ้าไม่มีฝ่ายการเมือง ก็ไม่มีใครส่งต่ออํานาจความต้องการของประชาชนไปสู่ระบบการบริหาร เพราะฉะนั้นจะเลวจะดี มันเป็นสิ่งที่มีอยู่ ตํารวจก็เหมือนเป็นองค์กรเดียวในสังคมที่บางทีเราก็ว่าตํารวจกันอยู่บ่อย ๆ แต่บางทีเราลืมนึกไปว่าถ้าไม่มีตํารวจแล้วจะทําอย่างไร เพราะตํารวจมีอํานาจในการจะทําร้ายก็ได้ จะใช้อํานาจเรียกว่าเป็นคอร์โรซีฟเพาเวอร์ (Corrosive power) สามารถใช้ความรุนแรง เพื่อหยุดยั้งความรุนแรง สามารถจะฆ่าเพื่อระงับการฆ่าได้ มีองค์กรเดียว มีกลุ่มเดียวในทุกประเทศ ที่จะต้องมี เพราะฉะนั้นอย่างไรเราก็ต้องอยู่กับตํารวจ เราก็ต้องมาดูว่าเราจะพัฒนากัน อย่างไร ในกรณีศึกษาตรงนี้เขาไปกับตํารวจที่เมืองโอกแลนด์ ศึกษาอยู่หลายเดือนมาก เมืองโอกแลนด์อยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก มหาวิทยาลัยยูซี เบิร์กเลย์ (University of California, Berkeley) อยู่ที่เมืองซานฟรานซิสโกแล้วก็นั่งรถไปด้วยกันแล้วศึกษา ประเด็นคําถาม ที่มีการกําหนดว่าตกลงตํารวจที่ดีน่าสนใจมากคืออะไร ตํารวจที่ดีมีหลายคําตอบมาก เราบอกว่าถ้าอย่างนั้นตํารวจที่ดีคืออะไร ตํารวจที่ดีคือตํารวจที่ทํางานได้ตรง สมมุติไปเรียน โรงเรียนนายร้อยตํารวจเขามีหลักเกณฑ์ว่าอย่างไร ทําตามนั้นหมด นั่นคือตํารวจที่ดีหรือไม่ หรือตํารวจที่ดีคือที่ทําได้ตามผู้บังคับบัญชาสั่งหรือไม่ แม้แต่ว่าตํารวจที่ดีคือตํารวจที่สามารถ จะจับคดียาเสพติดในชุมชนใน สน. ที่เขาอยู่ได้มากขึ้น ๆ ใช่ไหม หรือตํารวจที่ดีคือจับได้ น้อยลง ๆ เพราะไปใช้วิธีป้องกันจนกระทั่งไม่มียาเสพติดแล้วก็เลยจับไม่ได้ การวัดตรงนี้ คลาสสิก (Classic) มากว่าตํารวจที่ดีคืออะไร ทีนี้สําหรับในภาคประชาชน จากกรณีศึกษา ตรงนี้ว่าแล้วประชาชนมองว่าตํารวจที่ดีคืออะไร เมื่อสักครู่เรามองในองค์รวมการวัดซึ่งก็ยุ่งยาก ประชาชนมองว่าตํารวจที่ดีคือตํารวจที่เวลามีเหตุเวลาแจ้งความมาถึงตัวเขาเร็วที่สุด นั่นคือตํารวจที่เขารู้สึกอบอุ่นใจ ดังนั้นในภาวะของตํารวจโดยรวมแล้วคือตํารวจที่เราเห็น ที่เราอุ่นใจก็คือสายตรวจนายสิบตํารวจ หรือไม่ก็สายตรวจ ถ้าอย่างในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ว่าก็คือพวกที่ขับรถอยู่ที่เราดูในหนังนั่นละ ระบบตรงนี้ คนที่ใกล้ประชาชนที่สุด มีความสําคัญที่สุดในองค์กรนี้ของเราเป็นอย่างไร ผมเรียนว่า จากการศึกษาระบบโครงสร้างตํารวจของเรา เราดีไซน์ (Design) ผิด ไม่ถูกต้องตามนี้ เพราะว่าระบบตํารวจเรามีลักษณะเป็นมิลิทารีอะไลค์ (Military alike) มันเกิดจากการที่ว่า ครั้งนั้นมีการยึดอํานาจ แล้วก็มีการมาออกแบบองค์กรตํารวจเป็นมิลิทารีอะไลค์ (Military alike) ก็คือว่าจากบนลงล่าง หมายความว่าส่วนบนจะมีความสําคัญ และข้างล่างไม่มีความสําคัญ เพราะฉะนั้นถ้าเราพูดถึงว่าตํารวจที่สัมผัสอยู่กับประชาชนได้รับการดูแลน้อยมาก มีความสําคัญ น้อยมาก จริง ๆ แล้วผู้ที่รับแจ้งความ ร้อยเวรอะไรก็ดีเป็นคนที่สําคัญที่สุดต่อคดี ท่านผู้บัญชาการ อยู่ไกลไปเลยถ้าเราจะดูหนังตํารวจนะครับ โพลิส อะคาเดมี (Police Academy) ก็คือ มีหนังตลกเท่านั้นที่ตํารวจระดับผู้บัญชาการจะลงมาแสดง นอกนั้นเป็นจ่า เป็นนายร้อยหมด ไม่ว่าจะเป็นจ่าเดอร์ตี แฮร์รี่ หรือใครก็ตามอยู่ที่ใกล้ประชาชน ดังนั้นกรณีที่ท่านเสนอมาตรงนี้ จริง ๆ แล้วที่ผมอยากจะให้ความเห็นก็คือองค์รวมของตํารวจ ๒๒๐,๐๐๐ คน ที่เป็น ชั้นประทวนตั้ง ๑๖๐,๐๐๐ คน ๗๓ เปอร์เซ็นต์ ตรงนั้นสําคัญกว่าตรงนี้อีก แต่ถ้ามองจาก ตรงนั้นแล้วในเมื่อท่านยังไม่ได้พูดตรงนี้ ยังไม่มีกรณีศึกษาตรงนี้ก็ค่อยว่ากันในตอนหลัง ตอนนี้ว่าตรงนี้ เพราะว่าถ้าเราจะวัดประชาชนเป็นหลักว่าใครอยู่ใกล้ประชาชนมากกว่า คนนั้นสําคัญ พนักงานสอบสวน หรือฝ่ายสอบสวนที่ท่านเสนอขึ้นมาก็สําคัญกว่า ระดับบน เราไม่พูดกัน เรื่องอํานาจอะไรค่อยว่ากันทีหลังเวลาท่านเสนอมา ผู้ที่อยู่ตรงนี้นะครับ อยากจะเรียนว่าประเด็นที่มีการเสนอขึ้นมา ณ ขณะนี้เป็นซอฟต์แวร์ (Software) คือระบบ มีการดีไซน์ (Design) ว่าต้องอย่างนี้ ต้องมีการจัดการ ต้องมีการยุบเอามารวมกัน สืบสวน กับสอบสวนมารวมกันใหม่ พวกนี้เป็นซอฟต์แวร์ (Software) หมด แต่ผมย้อนอีกนิดเดียวว่า ขณะนี้เราใช้ไอโฟน ๖ (iPhone 6) กัน ซอฟต์แวร์ (Software) ขณะนี้เป็นไอโอเอส ๙.๒ (IOS 9.2) แล้ว คําถามก็คือว่าซอฟต์แวร์ (Software) ที่มีความทันสมัยตรงนี้เอาไปรัน (Run) กับไอโฟน ๓ (iPhone 3) ได้ไหม ไม่ได้ หมายความว่าฮาร์ดแวร์ (Hardware) ทั้งหมด ก็คือตํารวจโดยรวม นั่นคือฮาร์ดแวร์ (Hardware) ถ้าเราไม่พัฒนาตรงนี้ ที่เราจะดีไซน์ (Design) ตรงนี้ จะรัน (Run) ในระบบไม่ได้ ตรงนี้มีนัยสําคัญมาก เราต้องพัฒนา ตํารวจว่าที่ท่านเสนอแล้วขวัญกําลังใจก็ดี อุปกรณ์ เครื่องมือก็ดี การอบรมก็ดี เราต้องเติม เราต้องอัปเกรด (Upgrade) เครื่องด้วยก็คือตํารวจ แต่ตรงนี้ท่านเสนอมาประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน แต่ในขณะที่ผมเสนอเมื่อสักครู่ ๑๖๐,๐๐๐ นาย แล้วก็มากกว่านั้นอีก หมายถึง ยิ่งลงไประดับล่างเท่าไรยิ่งใกล้ประชาชนมากเท่านั้นยิ่งสําคัญมาก ข้างบนยิ่งสําคัญน้อย ถ้าตามกรอบที่เราว่านะครับ ประเด็นตรงนี้เองผมก็เข้าในประเด็นว่าเอาละถ้าจะพูดถึง ซอฟต์แวร์ (Software) ตรงนี้ ซึ่งผมยังมีข้อสังเกตว่าฮาร์ดแวร์ (Hardware) ต้องพัฒนา ไม่อย่างนั้นซอฟต์แวร์ (Software) ใหม่ขนาดไหน ทันสมัยขนาดไหน ดีขนาดไหนจะรัน (Run) ไม่ได้ ถ้าฮาร์ดแวร์ (Hardware) ไม่ได้พัฒนานะครับ ในประเด็นที่ท่านเสนอ ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดเดียวนะครับ ประเด็นก็คือว่าเรื่องสัดส่วน เมื่อสักครู่ผมเอาข้างหลัง มาก่อนก็ได้ เรื่องเกี่ยวกับว่ามีการพัฒนา ถ้าพูดเรื่องซอฟต์แวร์ (Software) ก็เอาซอฟต์แวร์ (Software) ก็ได้ ความเป็นจริงในหน้า ๗ ระบบเทคโนโลยีที่เข้ามาผมมีประสบการณ์ เรื่องนี้ คือจริง ๆ แล้วตํารวจเองจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือทางด้านไอที (IT) ที่ดีมาก ผมเองมีเรื่องเล็ก ๆ ตอนที่ผมทําเรื่องเกี่ยวกับใบขับขี่อยู่ ใบขับขี่ขณะนี้เราออกเป็นพลาสติก แล้วใบขับขี่ถ้าโดนจับ ยึด มีการบันทึก ประเด็นคือบันทึกได้อย่างไรในเมื่อเป็นใบขับขี่ พลาสติก ดังนั้นต้องมีการคีย์ (Key) เข้าระบบว่าคุณโดนไปกี่ครั้ง ถ้าครบจํานวนครั้ง ตัดไป ๖๐ คะแนนก็ถูกยึดใบขับขี่ นี่เป็นเรื่องความปลอดภัยทางถนน ปรากฏว่าในระบบเราบันทึก ไม่ได้ แล้วพอคนถูกยึดใบขับขี่เขาก็แจ้งความ หายแล้วก็ไปขอใหม่ ตอนนั้นผมก็ถามไปที่ สํานักงานตํารวจแห่งชาติว่าเรามีระบบไหม เขามีระบบตรงนี้ที่ท่านเสนอก็คือไครม์ส (CRIMES) หรือว่าในนั้นมี ตอนนั้นจะทําระบบโพลิส (Police) เขาบอกเกือบจะมีแล้วละ เป็นระบบโพลิส (Police) โดยรวมก็คือทางตํารวจไม่มีไอที (IT) พวกนี้เลยเร่งที่จะช่วย ผมเอง ไม่รู้จะทําอย่างไร ตอนนั้นก็เลยให้อนุมัติเงินจากกองทุนเลขสวยที่ว่าประมูลเลขให้ไป ๓๐ ล้านบาท ให้ไปช่วยทํา ขณะนี้อย่าว่าแต่เรื่องคดี เรื่องอาชญากรรมเลยครับ ตํารวจเขียนใบสั่งขณะนี้ถูกยกเลิกไปหมดแล้วเมื่อไม่กี่วันนี้ ผมก็ถามไปที่กรมการขนส่ง ทางบกว่าทําไมหรือ ทําไมต้องเป็นแบบนี้ เราเชื่อมไม่ได้ เขาบอกว่าของกรมการขนส่งทางบกเอง ขณะนี้ระบบพร้อมหมดแล้วแต่ระบบของตํารวจไม่พร้อมก็คือไอที (IT) ไม่มี พอไม่มี เราเขียนใบสั่งก็ต้องยกเลิกกันหมดเป็นการแถมเพราะว่าเขียนใบสั่งแล้วถ้าไม่ไปจ่าย เราไม่รู้เลย จะไปขอให้กรมการขนส่งทางบกว่าอย่าต่อภาษีนะ คุยกับเขาก่อนว่าค้างอยู่ตรงนี้ ไม่รู้เลย ไม่สามารถจะรู้ได้ ผมเรียนว่าอย่างนี้ครับ ประเด็นปัญหาที่อยากจะฝากไว้ว่าตํารวจ ขอระบบนี้ตอนนั้นประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ในระบบของเราเองเวลาขอไอที (IT) พวกนี้ ต้องเข้าไปกระทรวงไอซีที (ICT) ไม่มีใครใส่ใจท่าน ไม่มีใครสนใจท่าน ไม่มีใครช่วยเหลือท่าน ทีนี้กว่าเรื่องนี้จะขอมาได้ต้องไปเข้ากระบวนการ พอมาทําระบบที่ใช้อยู่ถ้าใช้ไอที (IT) จะช่วยเรื่องสืบสวนสอบสวนไปได้เยอะมากแต่ว่าขอไม่ได้ แล้วตํารวจเองบางทีเหมือนกับ เป็นองค์กรที่มีพ่อก็เหมือนไม่มี ผมเคยพูดไว้ เดิมอยู่กับกระทรวง แต่ตํารวจเองอยู่กับ นายกรัฐมนตรีใช่ไหมครับ แล้วนายกรัฐมนตรีเองลูกหลายคน หลายกระทรวง ไม่มีเวลามาดู เวลาท่านจะขอก็ดี คนดีเฟนด์ (Defend) งบประมาณให้ก็ไม่มีที่ท่านจะออกกฎหมายตรงนี้ ผมทํากฎหมายตํารวจหลายฉบับ คือคนดีเฟนด์ (Defend) กฎหมายก็ไม่มี คนช่วยดูแล คนจะยื่นกฎหมายก็ไม่มี ต้องพยายามเอาเองหมด ลําบากมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ เป็นประเด็นหนึ่ง
ประเด็นต่อไป นิดเดียวนะครับเป็นข้อสังเกตไว้ ตอนเราปฏิรูปองค์รวมกัน ค่อยมาคุยกันอีกครั้งหนึ่งในรายละเอียด
อีกอันหนึ่งก็คือเป็นข้อสังเกตครับ ที่ท่านเสนอว่า สน. ต่าง ๆ ที่จังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดสมุทรปราการ ตรงนี้จะตรงกับที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้เสนอขึ้นมาว่า เป็นการปฏิรูปคือการปรับเรื่องแมนเพาเวอร์ (Man power) ของตํารวจคือฮาร์ดแวร์ (Hardware) ตรงนี้ถ้าสังเกตจังหวัดชลบุรี จังหวัดเชียงใหม่เป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นประชากรแฝงในจังหวัดเชียงใหม่ก็ดี ผมเคยอยู่จังหวัดเชียงใหม่ แล้วใน จังหวัดชลบุรีตรงนี้ หรือจังหวัดสมุทรปราการจะเป็นแรงงานเยอะมาก เรารู้กันอยู่ว่า เป็นแรงงานต่างชาติเยอะมาก ประเด็นตรงนี้เลยทําให้คดีเยอะมาก ทีนี้ประเด็นก็คือว่า ถ้าเราจะไปเพิ่มพนักงานตรงนี้โดยเอางบประมาณที่เป็นงบประมาณจ่ายเงินเดือนตํารวจ มาจากอื่น ๆ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนอะไรมารวมตรงนี้หมดมันไม่แฟร์ (Fair) ดังนั้นระบบที่ผม ไม่เห็นด้วยว่าจะถ่ายโอนเอาตํารวจไปไว้กับท้องถิ่นเพราะเป็นเหมือนพยัคฆ์เสียบปีก จะทําให้ เกิดบางเรื่องขึ้นมาเป็นอิทธิพล แต่ผมเห็นว่าท้องถิ่นอย่างเช่นจังหวัดชลบุรี ท่านอิทธิพล คุณปลื้ม ดูแลตรงนั้นอยู่ ประชากรเยอะ เขา ๒๔ ชั่วโมงในการว่าไม่มีวันนอน ดังนั้นตรงนี้ ท้องถิ่นต้องมาช่วยบ้างแต่ไม่ให้มามีส่วนในการแต่งตั้งโยกย้าย อาจจะให้ความเห็นได้ ถ้าเป็นแบบนี้ฮู อีส ฮู (Who is who) เป็นหน่วยที่ว่ามีประชากรมาก ๆ แบบนี้ให้ท้องถิ่น ลงมาช่วย แต่ว่าถ้าเราจัดแบบนี้จะได้สัดส่วนกับจํานวนคดี จํานวนประชากร ผมก็มี ประเด็นอื่นอีกมากมายแต่ว่าไม่มีเวลาแล้วนะครับ ก็ขอยุติลงแค่นี้ ประเด็นอื่นก็ค่อยนํามา อภิปรายกันคราวต่อไปนะครับ นําเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ