สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔ · ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙

อลงกรณ์ พลบุตร หารือเรื่องการปฏิรูปตำรวจ โดยเน้นย้ำเรื่องการรับแจ้งความและการสอบสวน พร้อมเรียกร้องให้มีการปฏิรูปและปรับปรุงการบริการให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น นอกจากนี้ยังพูดถึงการเจริญเติบโตในตําแหน่งของพนักงานสอบสวนและเรียกร้องให้พิจารณาใหม่เรื่องขาดขวัญกําลังใจของพนักงานสอบสวน

นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เชิญท่านพลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ นะครับ ที่ปรึกษา ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร อดีตผู้บังคับการปราบปรามการกระทํา ความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เชิญครับ

พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ : กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตํารวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ สปท. ๑๐๙ ต้องขออนุญาตท่านประธานนะครับว่า อาจจะเลยเวลาที่กําหนดไปเล็กน้อย แต่ว่าเป็นข้อมูลที่มีประโยชน์ที่จะนําเสนอ คณะกรรมาธิการในการพิจารณาการปฏิรูปตํารวจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการรับ แจ้งความและการสอบสวน

ประเด็นที่ ๑ ที่ผมจะขออภิปรายก็คือในเรื่องการรับแจ้งความในสถานีตํารวจ ต้องมองในภาพรวมครับว่าสถานีตํารวจคือประตูหน้าของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ความพึงพอใจของตํารวจจากประชาชนก็จะอยู่ที่สถานีตํารวจในการให้การบริการ ประชาชน ที่พลาดหวังกับตํารวจก็จะอยู่ที่สถานีตํารวจ ฉะนั้นสถานีตํารวจคือจุดแตกหักของงานตํารวจ พี่น้องประชาชนที่ขึ้นไปบนสถานีตํารวจไม่ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ในเรื่องคดีอาญาอย่างเดียว มีหลาย ๆ เรื่องที่ประชาชนขึ้นไปเพื่อหวังบริการ เรื่องการบริการในเรื่องความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีซึ่งไม่เกี่ยวกับคดีอาญา ซึ่งตรงนี้ตํารวจมีหน้าที่ต้องบริการทั้งสิ้น ผมอยากเห็นสถานีตํารวจเป็นเหมือนบริษัทเอกชน มีสภาพการทํางานเหมือนเอกชน หรือแม้กระทั่งโรงพยาบาล ซึ่งผู้ป่วยที่มาโรงพยาบาล ก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่จะคัดกรองผู้ป่วยว่าป่วยเป็นโรคอะไรแล้วส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทาง ได้ถูก ปัจจุบันหลายสถานีตํารวจมิได้มีระบบแบบนี้ทําให้ประชาชนที่ขึ้นไปติดต่อราชการ ไปพบพนักงานสอบสวนเห็นว่าไม่ใช่เรื่องคดีเป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องอื่นก็จะโยนไปโยนมาทําให้ คําว่า วัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ใช้ไม่ได้ผล อันนี้เป็นข้อแนะนํา อาจจะมี ระดับนายตํารวจผู้ใหญ่ที่สามารถลงมากํากับดูแลในการบริการประชาชนให้ประชาชน ได้สามารถใช้บริการอย่างวัน สต็อป เซอร์วิส (One stop service) ได้อย่างแท้จริง ประเด็น การดําเนินการปฏิรูปในเรื่องการรับแจ้งความกับการสอบสวน ผมเห็นด้วยในเรื่อง งานสืบสวนและสอบสวนคนต้องอยู่ร่วมกัน คงไม่ต้องอภิปรายเพราะว่ามีหลาย ๆ ท่าน อภิปรายไปแล้ว ประเด็นที่คณะกรรมาธิการพูดถึงพนักงานสอบสวนขาดขวัญกําลังใจ ในการทํางาน เนื่องจากการเจริญเติบโตในหน้าที่เมื่อเปรียบเทียบกับสายงานอื่น ขอเรียนว่า พนักงานสอบสวนมีการเจริญเติบโตในตําแหน่งถ้าเปรียบเทียบกับสายงานอื่นในสายตํารวจ ไม่ว่าจะเป็นงานป้องกันปราบปราม งานจราจร เป็นพีระมิดขึ้นเป็นแท่งสู่จุดยอด แต่พนักงานสอบสวนขึ้นเป็นหน้ากระดาน คือตําแหน่งของพนักงานสอบสวน เป็นตําแหน่งควบสามารถเลื่อนไหลได้จากร้อยตํารวจตรีถึงพันตํารวจเอกในสายตํารวจ เมื่อคุณถึงเวลาที่กําหนดและสามารถประเมินผ่าน นอกจากนี้ใน พ.ร.บ. ตํารวจ ยังกําหนดตําแหน่งพนักงานสอบสวนถึงระดับพันตํารวจเอกพิเศษถึงพลตํารวจตรี และในอนาคตอาจจะถึงพลตํารวจโท พลตํารวจเอก ถ้าเปรียบเทียบกับสายงานอื่น พนักงานสอบสวนมีเส้นทางการเจริญเติบโตที่ดีกว่า สั้นกว่า และมากกว่า ซึ่งตรงนี้เหตุผลว่า พนักงานสอบสวนขาดขวัญกําลังใจเรื่องตําแหน่ง อันนี้ผมขออนุญาตให้ไปพิจารณาดูอีกครั้งหนึ่ง

เรื่องอัตราพนักงานสอบสวนในสายตํารวจที่อ้างว่าไม่เพียงพอ ก็เกิดจาก ตัวพนักงานสอบสวนเอง เราคงต้องยอมรับความจริงว่าคดีที่เกิดขึ้นกับสถิติคดีในสถานีตํารวจ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะอะไร ประชาชนมาร้องทุกข์รับเป็นเลขคดีบ้าง ไม่รับคดีบ้าง ทําให้สถิติคดีที่เกิดขึ้นในท้องที่กับสภาพอาชญากรรมในพื้นที่ไม่ตรงกัน ฉะนั้นการวิเคราะห์ ตําแหน่งของพนักงานสอบสวนในสถานีตํารวจหนึ่ง ๆ ก็อาศัยจากฐานสถิติคดีที่เกิดขึ้น ในเมื่อพนักงานสอบสวนคุณไม่รับคดีทุกคดีการวิเคราะห์ตําแหน่งของพนักงานสอบสวน ก็วิเคราะห์ตามอัตราการเกิดทําให้ปริมาณของพนักงานสอบสวนไม่สัมพันธ์กับคดีที่เกิดขึ้น คงต้องไปปรับปรุงตรงนี้ว่าทําอย่างไรสถิติคดีที่เกิดขึ้นในสถานีตํารวจนั้น ๆ จะตรงกับสภาพ ความเป็นจริงของคดีที่เกิด

ค่าตอบแทนครับ ค่าตอบแทนพนักงานสอบสวน ค่าตอบแทนตามกฎหมาย ที่พนักงานสอบสวนได้รับ คือ ๑. ค่าตอบแทนในเรื่องเงินประจําตําแหน่งพนักงานสอบสวน ซึ่งมีแต่ละระดับ ๒. เงินค่าตอบแทนในการทําสํานวนการสอบสวนคดีอาญาเป็นรายคดี ท่านวรพงษ์ได้ชี้แจงแล้วว่าสูงสุด ๑,๕๐๐ บาท ต่ําสุดอาจจะ ๕๐๐ บาทในกรณีที่คดีไม่มีตัว ผู้กระทําความผิด นอกจากนี้ยังมีเงินกองทุนการสืบสวนสอบสวนคดีอาญาประจําสถานีตํารวจ ผมไม่ทราบว่าจําตัวเลขที่แน่ชัดได้หรือไม่ ๑. สถานีตํารวจมีประมาณสัก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอยู่ในอํานาจของหัวหน้าสถานีตํารวจในการบริหารจัดการตรงนี้นะครับ พนักงานสอบสวนจะอ้างว่าไม่มีเงินค่ารถไม่มีอะไรนั่นคือค่าตอบแทนที่ทางราชการได้ให้คุณไป เพื่อไปทํางานการสอบสวนคดีอาญาให้บังเกิดผล เกิดประสิทธิภาพ พนักงานสอบสวนส่วนใหญ่ คิดว่าค่าตอบแทนคือฉันนั่งอยู่เฉย ๆ นั่งพิมพ์สํานวนการสอบสวนและเป็นเงินที่ฉันควรจะได้ ไม่ใช่นะครับ เงินตรงนี้คุณต้องไปจัดการทําอย่างไรให้สํานวนการสอบสวนมีประสิทธิภาพ สามารถดําเนินการกับผู้กระทําความผิดให้ศาลลงโทษให้ได้ สิ่งประการทั้งหลายทั้งปวง เป็นข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ฝากคณะกรรมาธิการว่าท่านลงไปดูในเรื่องจริง ๆ เหล่านี้ ท่านก็จะแก้ปัญหาให้ถูกจุด คําว่าขาดโน่นขาดนี่อันนี้ผมไม่เห็นด้วย ในชีวิตผมรับราชการ ในสายตํารวจตั้งแต่ร้อยตํารวจตรีถึงหัวหน้าโรงพัก แล้วก็อยู่หลายโรงพักรู้ปัญหาดีนะครับ ว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขบนพื้นฐานของข้อมูลที่เกิดขึ้นจริง ๆ ไม่ใช่ข้อมูลที่ปรากฏเป็นตัวเลขที่มันไม่จริงแล้วก็จะสร้างปัญหาต่อไปในอนาคตเรื่อย ๆ ก็ขอฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาในการปฏิรูปครับ ขอบคุณครับ

ขอเชิญท่านเสรี สุวรรณภานนท์ ประธานคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านการเมือง อดีต สปช. อดีต ส.ว. อดีตรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ เชิญครับ