เดชา จาตุธนานันท์ หารือการปฏิรูปอุตสาหกรรมในยุคไทยแลนด์ 4.0 โดยเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างยั่งยืน ทั้งการยกระดับศักยภาพการผลิต สนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในอุตสาหกรรมสำคัญ เช่น ยานยนต์ ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และปิโตรเคมี พร้อมผลักดันการพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ เกษตรแปรรูป และอุตสาหกรรมสีเขียว ให้สอดคล้องกับบริบทเศรษฐกิจโลกและสิ่งแวดล้อม รวมถึงเร่งขับเคลื่อนนโยบายที่ส่งเสริมการเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและปรับการศึกษาให้ตอบโจทย์แรงงานในยุคใหม่
กราบเรียน ท่านประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กระผม นายเดชา จาตุธนานันท์ ที่ปรึกษา คณะอนุกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปเศรษฐกิจอุตสาหกรรมและบริการ ขออนุญาต นําเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการปฏิรูปการเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมสาขาหลักเพิ่มเติม ดังนี้ครับ
เราทุกท่านคงทราบนะครับท่านครับว่าการปฏิรูปอุตสาหกรรมในยุคที่ ๔ หรือเรียกว่า เดอะ โฟร์ท อินดัสเทรียล รีโวลูชัน (The Fourth Industrial Revolution) ที่ประเทศต่าง ๆ กําลังเผชิญอยู่ขณะนี้กําลังจะส่งผลกระทบต่อทั้งภาคธุรกิจ รัฐบาล แล้วก็ ประชาชน เนื่องจากความรวดเร็วของการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีเองนี่นะครับ รวมถึง ลักษณะของสินค้าบริการที่ไม่สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจนทั้งในเชิงกายภาพ มิติในเชิง ของดิจิทัล (Digital) แล้วก็มิติในเชิงของชีวภาพ มันเป็นภาพที่เบลอ (Blur) นะครับ เป็นภาพ ที่ไม่สามารถแยกแยะได้อย่างชัดเจน ในขณะที่ประเทศไทยกําลังปรับตัวเข้าสู่โมเดล ไทยแลนด์ ๔.๐ (Model Thailand4.0) ซึ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพของทุกภาคส่วน ขออนุญาตเป็นสไลด์ (Slide) นะครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ซึ่งเน้นการเพิ่ม ประสิทธิภาพของทุกภาคส่วน การลดความเหลื่อมล้ําและแผนการเติบโตที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม กระทรวงอุตสาหกรรมก็อยู่ระหว่างการกําหนดกรอบแนวทางการพัฒนา อุตสาหกรรมระยะ ๒๐ ปีขึ้น โดยเน้นต่อยอดอุตสาหกรรมที่เป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ยกระดับมาตรฐานผลิตภาพและนวัตกรรม การพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมหรือที่เรียกว่า อีโคซิสเต็ม (Ecosystem) เพื่ออํานวยความสะดวกในด้านการประกอบการแก่วิสาหกิจ ตลอดจนการเชื่อมโยงอุตสาหกรรมไทยกับเศรษฐกิจโลกนั้น อุตสาหกรรมที่เป็นฐานสําคัญ ของการต่อยอดไปสู่อุตสาหกรรมอนาคต อย่างเช่น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่มและอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป จําเป็นที่จะต้องได้รับการเอาใจใส่และพัฒนา อย่างต่อเนื่อง เพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้ครับมูลค่าจีดีพี (GDP) คิดเป็นร้อยละ ๖๐ ของอุตสาหกรรมภาคการผลิตทั้งหมด และยังจ้างงานเกือบครึ่งหนึ่งของการจ้างงานของ ภาคอุตสาหกรรมทั้งหมดอีกด้วย ท่านสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่านครับ อุตสาหกรรม ยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยอยู่ในอันดับที่ ๙ ของโลก และเป็นอันดับ ๑ ในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) มีผู้ผลิตชิ้นส่วนหลายพันรายสร้างรายได้จากการส่งออกมากกว่า ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในปัจจุบันเริ่มมีคู่แข่งมากขึ้น มีการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ที่ค่อนข้างรวดเร็ว แต่อุตสาหกรรมสนับสนุนที่เป็นซัปพอร์ตติงอินดัสทรี (Supporting Industry) ที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ยังขาดความสามารถในการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงครับ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจึงต้องได้รับการชี้ทิศทางและโอกาสที่ถูกต้อง ด้วยการส่งเสริมสนับสนุนการลงทุนผลิตยานยนต์ที่สะอาด ประหยัดและปลอดภัย ต้องมี การพัฒนามาตรฐานที่เกี่ยวกับรถยนต์โดยสารไฟฟ้า การจัดตั้งศูนย์ทดสอบและวิจัยยานยนต์ ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างรวดเร็ว ยกระดับความสามารถของบุคลากรภาคการผลิตและ เปิดโอกาสให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนเข้ามามีบทบาท มีส่วนร่วมในขั้นตอนการออกแบบชิ้นส่วน ยานยนต์ชนิดต่าง ๆ ด้วย ในส่วนของอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ก็เป็นที่ทราบกัน ดีครับว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ (Hard disk drive) เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น เครื่องซักผ้าที่สําคัญของโลก แต่เราสูญเสียความสามารถในการแข่งขัน เนื่องจาก อุตสาหกรรมไทยส่วนใหญ่ยังเป็นการรับจ้างการผลิตหรือเป็นโออีเอ็ม (OEM) โดยในปัจจุบัน เริ่มมีต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น มีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น และที่สําคัญครับ สินค้าไทยแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ทําให้ความต้องการของ ตลาดลดลง อุตสาหกรรมไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จึงต้องดําเนินการใน ๒ มิติ ได้แก่ การเชื่อมโยง เข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการผลิตโลก โดยมีมาตรการจูงใจเพื่อการผลิตทดแทน การนําเข้า สนับสนุนการจัดซื้อของภาครัฐให้ใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศ รวมถึงสินค้า นวัตกรรมของไทย ดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ในอุตสาหกรรมที่มีเทคโนโลยีขั้นสูง และการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับผู้ผลิตไทย
และมิติที่ ๒ คือการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมซึ่งต้องนํางานวิจัย มาประยุกต์ใช้ในภาคอุตสาหกรรม การออกมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ เครื่องใช้ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งห้องปฏิบัติการทดสอบมาตรฐาน และการทดสอบการวิจัยที่เป็นโพรโตไทปิงแล็บ (Prototyping Lab) ครับ อุตสาหกรรม หลักที่ ๓ คืออุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมีที่สามารถ สร้างรายได้ให้กับประเทศมากกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ในขณะที่อุตสาหกรรม พลาสติกเติบโตมากกว่า ๖๐ ปี มีมูลค่าตลาดในประเทศมากกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่อุตสาหกรรมปิโตรเคมีก็ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเรื่องของคุณภาพสิ่งแวดล้อมและ อุตสาหกรรมพลาสติกของไทยเองก็ยังมีลักษณะเป็นผลิตภัณฑ์ทั่วไปที่มีแวลูแอดเดด (Value added) ไม่สูงมากนัก อุตสาหกรรมปิโตรเคมีจึงต้องพัฒนาควบคู่กับการเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งดําเนินการตาม แผนแม่บทการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศประสิทธิภาพพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ส่วนอุตสาหกรรมพลาสติกต้องยกระดับและพัฒนาสู่ตลาดมูลค่าสูงและเป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม รวมถึงส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่เป็นโพรดักต์แชมเปียน (Product Champion) ของประเทศเพื่อรองรับความต้องการที่เปลี่ยนไปของตลาดโลกด้วย
อุตสาหกรรมสาขาหลักที่ ๔ คืออุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งอยู่คู่กับการพัฒนาประเทศมามากกว่า ๗๐ ปี สร้างรายได้ให้กับประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ปีละกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จากการยกเลิกระบบโควตาการนําเข้าสิ่งทอของโลกทําให้ ภาคเอกชนจํานวนมากต้องเลิกกิจการ คงเหลือแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ที่แข่งขันได้ในเชิง ของขนาดของทุน แล้วก็ธุรกิจขนาดเล็กที่มีต้นทุนการดําเนินงานที่ต่ํากว่า ดังนั้นอุตสาหกรรม สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มจึงต้องปฏิรูปใน ๒ มิติหลัก ๆ ได้แก่ การส่งเสริมการลงทุน ในอุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นฟังก์ชันนัลเท็กซ์ไทล์ (Functional Textile) ยกตัวอย่างเช่น การผลิตเส้นใยจากวัสดุเกษตรและเส้นใยที่มีคุณภาพสูงหรือมีคุณสมบัติพิเศษ การพัฒนา กระบวนการฟอกย้อมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมให้บริษัทซอร์ซซิง (Sourcing) เข้ามาตั้งฐานในประเทศไทยและส่งเสริมให้เกิดสถาบันแฟชั่นระดับโลก ส่วนมิติที่ ๒ คือ การผลักดันยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ซึ่งเน้นพัฒนาให้ กรุงเทพฯ เป็น ๑ ใน ๓ เมืองแฟชั่นของเอเชีย (Asia) ที่มีอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่ร่วมสมัย พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการไทยด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึง การยกระดับนักออกแบบและพัฒนาผู้สอนจากภาคอุตสาหกรรมครับ
อุตสาหกรรมสาขาหลักที่ ๕ คืออุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปซึ่งเป็นฐานราก ทางเศรษฐกิจที่สําคัญของประเทศเนื่องจากมีการใช้วัตถุดิบในประเทศมากกว่าร้อยละ ๘๐ และเป็นแหล่งจ้างงานจํานวนมาก และมีสถานประกอบการมากกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ราย ทั่วประเทศแต่ก็มีจุดอ่อนที่การส่งออกยังเน้นในรูปของวัตถุดิบมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มมูลค่า ด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ รวมถึงผลกระทบจากมาตรการฟู้ดเซฟตี (Food Safety) ที่เข้มงวดมากขึ้นและต้นทุนการผลิตอันเนื่องมาจากค่าแรงงานและพลังงานที่สูงขึ้นครับ ดังนั้นแนวทางปฏิรูปอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูปในระยะเร่งด่วนจึงต้องเป็นการผลักดันให้ เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) เป้าหมายและส่งเสริมการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ในรูปแบบคลัสเตอร์ (Cluster) สร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการผลิต ปัจจัยการผลิตภายในและ ระหว่างประเทศ สร้างการรับรู้คันทรี แบรนด์ อิมเมจ (Country Brand Image) ผลิตภัณฑ์ อาหารเพื่อสุขภาพของไทยให้กับผู้บริโภคทั่วโลก ระยะต่อมาก็คือการส่งเสริมการวิจัยและ พัฒนานวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มและการพัฒนาบุคลากรเพื่อการวิจัยและพัฒนาครับ ทั้งนี้ หากอุตสาหกรรมในสาขาหลักทั้ง ๕ สาขาสามารถปฏิรูปได้ตามข้อเสนอแนะดังกล่าวข้างต้น คาดว่าผลิตภาพปัจจัยการผลิตรวมหรือโททัล แฟกเตอร์ โพรดักทิวิตี (Total Factor Productivity) ในอุตสาหกรรมสาขาหลักจะเติบโตไม่ต่ํากว่าร้อยละ ๓ ต่อปีจากเดิมที่ยัง ไม่ถึงร้อยละ ๑ นะครับ และมีจีดีพี โกรท (GDP Growth) ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕ จากเดิมที่ อยู่ประมาณ ๒ หรือ ๓ ในรายเซกเตอร์ (Sector) ทั้งนี้ ทางคณะกรรมาธิการขับเคลื่อน การปฏิรูปด้านเศรษฐกิจมีข้อเสนอแนะที่เป็นคัต อะครอส อิสชู (Cut Across Issue) ใน ๕ เรื่องด้วย
๑. ที่สําคัญที่จําเป็นต้องใช้ในทุกเซกเตอร์ (Sector) คือเรื่องของการผลิต พลังงานไฟฟ้าให้พอเพียงต่อความต้องการของภาคอุตสาหกรรมครับ เพราะเนื่องจากว่า เรากําลังเข้าใกล้ในเรื่องของอินดัสทรี ๔.๐ (Industry4.0) นะครับ เรื่องของพลังงานไฟฟ้า จึงเป็นเรื่องที่สําคัญอย่างยิ่งนะครับ ทั้งในเรื่องของปริมาณและคุณภาพ
๒. ก็คือการส่งเสริมให้ภาคอุตสาหกรรมมีการดําเนินการที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องกรีนโกรท (Green Growth) ในโมเดลไทยแลนด์ ๔.๐ (Model Thailand4.0)
๓. คือส่งเสริมแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงภาคอุตสาหกรรมหรือที่เราเรียกกันว่า มอก. ๙๙๙๙ อย่างแพร่หลายและอย่างต่อเนื่องครับ
๔. คือการส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศควรกําหนดมาตรการ ในการถ่ายทอดเทคโนโลยีไว้ด้วย
แล้วก็สุดท้ายข้อ ๕ ครับ การปรับรูปแบบการศึกษาของประเทศเพื่อให้ บุคลากรที่ตรงความต้องการของภาคอุตสาหกรรมครับ
กระผมขออนุญาตจบการนําเสนอในเรื่องของรายงานการเพิ่มขีด ความสามารถอุตสาหกรรมสาขาหลักเพียงเท่านี้ครับ และขออนุญาตรับความคิดเห็นจาก สมาชิกทุกท่านต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ