ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ชี้ประเด็นคำสั่งที่ 69 ว่าด้วยการป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริต โดยเรียกร้องให้หน่วยงานภาครัฐถอดรหัสสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเสนอมาตรการเสริม 7 ด้านเพื่อยกระดับธรรมาภิบาล ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และการมีส่วนร่วมของข้าราชการทุกระดับภายใต้กรอบการประเมิน ITA เพื่อให้การต่อต้านทุจริตเกิดผลอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
กราบเรียนท่านประธาน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผม นายแพทย์ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ สปท. หมายเลข ๔๘ ในฐานะอนุกรรมาธิการครับ จะขออนุญาตท่านประธานได้นำเสนอในรูปเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))
ประเด็นตั้งแต่หลังวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ รัฐบาลและคณะ คสช. คงได้ดำเนินการไปทั้งในเชิงกลไกและในเชิง เครื่องมืออยู่หลายประการนะครับ ผมคิดว่าคำสั่งแรกที่ทำให้พวกเราต้องกลับมาเรื่องนี้ คือคำสั่งที่ ๖๙ ขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) แผ่นที่ ๒ เลยได้ไหมครับ ต่อไปอีกแผ่นหนึ่งครับ ในคำสั่งอันนี้จะพูดถึงมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบ ซึ่งท่านหัวหน้า คสช. ได้ออกตั้งแต่วันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๕๗ นะครับ ในประเด็นสำคัญก็คือ ในข้อที่ ๑ ให้ทุกภาคส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐกำหนดมาตรการหรือแนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาทุจริตและประพฤติมิชอบในส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐ ประเด็นนี้ หลังจากที่มีคำสั่งที่ ๖๙ ออกมาแล้วแต่ละส่วนราชการก็ได้แปลงไปสู่การปฏิบัติในรูป มาตรการและสิ่งต่าง ๆ การศึกษาของคณะอนุกรรมาธิการก็จะศึกษาเพื่อที่จะแปลงข้อที่ ๑ ให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น และเราก็คาดหวังว่าจากคำสั่งที่ ๖๙ อันนี้จะนำไปสู่การที่หน่วยงาน ภาครัฐที่เป็นหน่วยงานที่ดูเหมือนจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการที่จะเกิดการทุจริต ประพฤติมิชอบต้องดำเนินการนะครับ
ประเด็นในเชิงกลไกที่คณะรัฐมนตรีรวมทั้ง คสช. ได้ตั้งและดำเนินการอยู่ใน ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตั้งศูนย์อำนวยการต่อต้านทุจริตแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า ศอตช. เรามีการตั้งคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ แล้วก็มีอนุกรรมการต่าง ๆ ขึ้นมาอีก ๔ คณะ ซึ่งในอนุกรรมการแต่ละคณะขณะนี้ก็ได้มีการวางยุทธศาสตร์ มีการแปลงไปสู่แผนปฏิบัติการนะครับ ตัวอย่างเช่นอนุกรรมการด้านปลูกฝังจิตสำนึก อนุกรรมการในด้านการป้องกัน อนุกรรมการในด้านประชาสัมพันธ์ และอนุกรรมการในการ ประสานอินทิกริตีแพกต์ (Integrity Pact) เป็นต้นนะครับ จะเห็นว่ากลไกต่าง ๆ ที่รัฐบาล พยายามวางไว้ขณะนี้เดินไปอยู่แล้ว เช่นเดียวกับองค์กรอิสระ คือ ป.ป.ช. ก็มียุทธศาสตร์ชาติ ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในระยะที่ ๓ นะครับ ตลอดจนมาตรการต่าง ๆ เช่นมาตรการในการกำกับดูแลการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มติ ครม. ออกมาเมื่อปีที่แล้ว รวมทั้งการกำหนดให้มีโครงสร้างศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านทุจริตขึ้นทุกกระทรวง แล้วก็ มาตรการอื่น ๆ อีกมากมายนะครับ กลไกต่าง ๆ ขณะนี้รวมทั้งเครื่องมือซึ่งชุดกรรมาธิการ วิสามัญได้พยายามจะเสนอไม่ว่าจะเป็นกฎหมายเรื่องการตั้งศาล เรื่องของพระราชบัญญัติ ข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ กำลังเดินไปนะครับ ในวันนี้ชุดของอนุกรรมาธิการก็จะเสนอในเรื่อง ของการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งการที่จะปฏิรูปมาตรการเสริมสร้างระบบ การบริหารงานที่มีธรรมาภิบาลภาครัฐเพิ่มเติมนะครับ จะมีมาตรการที่เป็นรูปธรรม ที่จะเสนอเพิ่มเติมอยู่ ๗ มาตรการครับ
มาตรการแรก ซึ่งผมคิดว่าเป็นมาตรการที่น่าจะส่งผลกระทบและตอบสนอง ต่อคำสั่งที่ ๖๙ ก็คือการที่อยากเห็นหน่วยงานของรัฐ ซึ่งตรงนี้จะหมายความไปถึง ส่วนราชการต่าง ๆ รัฐวิสาหกิจ องค์กรในกำกับ องค์การมหาชน รวมทั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วย ที่จะต้องดำเนินนโยบายให้ชัดเจนนะครับ อันนี้ถือเป็นมาตรการที่ ๑
มาตรการที่ ๒ ก็คือการที่จะขยาย รวมทั้งการกำหนดบุคคลที่จะต้องยื่นบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเพิ่มเติมนะครับ
มาตรการที่ ๓ จะเป็นการแสดงผลการจัดซื้อจัดจ้าง เปรียบเทียบ
มาตรการที่ ๔ ก็คือการที่จะต้องให้มีหน่วยงานในภาครัฐที่จะต้องเป็นคน กำกับ ติดตาม และประเมินผลให้ชัดเจน
มาตรการที่ ๕ จะเน้นหนักไปในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง โดยเฉพาะเรื่อง ของเกณฑ์จริยธรรม ข้อห้ามปฏิบัติ และคู่มือในการจัดซื้อจัดจ้างนะครับ
มาตรการที่ ๖ จะเป็นมาตรการในการส่งเสริมให้ทุก ๆ หน่วยงานดำเนินการ เพื่อให้เป็นองค์กรคุณธรรม และมาตรการสุดท้าย
มาตรการที่ ๗ เป็นมาตรการที่จะต้องฝึกอบรมปฐมนิเทศข้าราชการ บรรจุใหม่ในเรื่องต่าง ๆ ที่ได้พูดถึงนะครับ
ในชุดกรรมาธิการของเราให้ความสำคัญนอกเหนือจากการที่จะต้องฝึกอบรม เพื่อเป็นการปลูกฝังและป้องกันแล้ว เราคงให้ความสำคัญกับการที่จะต้องทบทวน กระบวนงานต่าง ๆ และเชื่อว่าการจะปลูกฝังให้ข้าราชการมีคุณธรรม จริยธรรม คงไม่ใช่ ปลูกฝังผ่านกระบวนการอบรมอย่างเดียว คงจะต้องให้อยู่ในชีวิตประจำวันในกระบวนงาน ปกตินะครับ ผมขออนุญาตลงไปในรายละเอียดของมาตรการทั้ง ๗ พอสังเขปครับ
ขออนุญาตมาตรการที่ ๑ นะครับ ที่ได้เรียนไปแล้วก็คือภาครัฐจะหมายความถึง ทุกส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรในกำกับ องค์การมหาชน และรวมทั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่จะต้องมีนโยบายในเรื่องนี้ ประเด็นก็คือขณะนี้ใน ป.ป.ช. เองมีการประเมิน คุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐที่เรียกว่า อินทิกริตี แอนด์ ทรานส์พาเรนซี แอสเซสเมนต์ (Integrity and Transparency Assessment) หรือ ที่เรียกกันว่า ไอทีเอ (ITA) ซึ่งทุกท่านคงจะเห็นในช่วงที่ผ่าน เริ่มมีออกมาว่าหน่วยงานใด มีคะแนนอยู่ตรงที่เท่าไร สิ่งที่เราจะเสนอตรงนี้คือก่อนที่จะมีการประเมินอันนี้ ทุก ๆ หน่วยงานจะต้องกลับไปวางนโยบายเรื่องนี้ คำว่า นโยบาย คงไม่ใช่นโยบาย ในเชิงนามธรรมนะครับ จะต้องเป็นนโยบายในเชิงรูปธรรม มีการกำหนดมาตรการ มีการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งผมจะขออนุญาตขยายความในรายละเอียดนะครับ เราอยากเห็น ทุก ๆ หน่วยงานตั้งแต่ระดับกระทรวง ผู้บริหารของกระทรวงได้ช่วยกันวางนโยบายในเรื่องนี้ ในระดับกรม ในระดับหน่วยงาน ในระดับจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุก ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด ได้กลับมาวางนโยบาย เรื่องนี้ ที่สำคัญก็คือเป็นการวางนโยบายแบบมีส่วนร่วมของข้าราชการทุกคนในหน่วยงานนั้น นะครับ ผมจะขออนุญาตขยายความ คำว่า นโยบาย ตรงนี้ที่เราอยากจะเสนอให้สอดคล้อง กับข้อที่ ๑ ในคำสั่งที่ ๖๙ นะครับ หน่วยงานคงจะหมายถึงอย่างที่ผมเรียนไปแล้วนะครับ ทั้งหมด รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมทั้ง กทม. และเมืองพัทยา องค์การมหาชน และองค์กรในกำกับของรัฐนะครับ แล้วก็รัฐวิสาหกิจด้วย ในส่วนของนโยบายเรามีอยู่ทั้งหมด ๗ หมวดครับ หมวด ๑ ผมขออนุญาตขยายความในหมวด ๑ ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้ คงเป็นสาระที่จะทำให้นโยบายเรื่องนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้นนะครับ ขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) ที่แสดงคำว่าหมวด ๑ ได้ไหมครับ
(เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน (Presentation))