พิสิษฐ์ ชี้ช่องว่างกฎหมายภาษี หนุนแก้ระเบียบป้องกันหลีกเลี่ยง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๘ · ๑๙ กันยายน ๒๕๕๙

พิสิษฐ์ เปาอินทร์ ชื่นชมความคืบหน้าการปฏิรูปธรรมาภิบาล แต่เสนอให้แก้ไขช่องว่างกฎหมายภาษีที่เอื้อให้บริษัทหลีกเลี่ยงภาษีผ่านการตั้งบริษัทในประเทศที่มีอัตราภาษีต่ำ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมสรรพากรและธนาคารแห่งประเทศไทย ร่วมตรวจสอบและปรับปรุงมาตรการทางภาษีอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการไหลออกของเงินทุนและการทุจริตในรูปแบบดังกล่าว

พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี พิสิษฐ์ เปาอินทร์ สมาชิกหมายเลข ๑๐๙ ขออนุญาตชื่นชมกับรายงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับที่จัดทำเรื่องการปฏิรูปมาตรการเสริมสร้างระบบการ บริหารงานที่มีบรรษัทธรรมาภิบาลในภาคเอกชน ผมมีข้อเสนอแนะไปยังท่านประธานฝากไป ถึงท่านกรรมาธิการนะครับ ในหน้าที่ ๔ ข้อ ๓ ปัญหาการหลีกเลี่ยงภาษีของผู้มีเงินได้ ตรงนี้ เป็นช่องว่างของกฎหมายและข้อตกลงระหว่างประเทศนะครับ เราพบว่าบริษัททุกชาตินะครับ หลาย ๆ ชาติ ไม่เว้นแม้กระทั่งประเทศไทยไปจดทะเบียนตั้งบริษัทอีกแห่งหนึ่งในประเทศ ที่มีอัตราภาษีต่ำ ยกตัวอย่าง ประเทศไอซ์แลนด์ ประเทศลักเซมเบิร์ก ซึ่งมีอัตราภาษีเป็น ๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อบริษัทปลายทางที่จดทะเบียนนอกราชอาณาจักรเหล่านี้เป็นบริษัทมีเงินได้ บริษัทในประเทศไทยเป็นเพียงตัวแทนทางการค้า เสียภาษีเฉพาะเงินได้จากเป็นผู้แทน ทางการค้า ฉะนั้นภาระภาษีตรงนี้ก็จะไปอยู่ที่ต่างประเทศก็คือ ๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือประเด็นที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ บริษัทซึ่งอยู่นอกราชอาณาจักรเหล่านี้ก็จะมีการยักย้ายถ่ายเงิน นะครับ สักครู่เจ้าหน้าที่จะแสดงแผนผังของกระแสเงินซึ่งไหลจากประเทศต้นทางไปสู่ประเทศ ที่มีอัตราภาษีต่ำ ประเด็นที่ ๑ รัฐสูญเสียรายได้จากตรงนี้ เงินจากบริษัทตัวแทน ในต่างประเทศก็จะมีวิธีการหลบเลี่ยงผ่านไปยังประเทศที่เป็นสวรรค์ของนักฟอกเงิน ยกตัวอย่างเช่นเกาะเคย์แมน แล้วเงินเหล่านั้นก็จะหมุนกลับมายังประเทศต้นทาง ธรรมาภิบาลของบริษัทเหล่านี้ ซึ่งเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามีภาคราชการหรือนักการเมืองเข้ามา เกี่ยวข้องด้วย อันนี้เป็นวิธีการทุจริตคอร์รัปชันทางอ้อม เงินที่ถูกฟอกจากประเทศเหล่านั้น ก็จะไหลกลับเข้ามาในระบบในลักษณะต่าง ๆ เช่นในตลาดหุ้นเป็นต้น ซึ่งรายงานของ คณะกรรมาธิการปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนในเรื่องช่องทางการประสานงานกับผู้ให้บริการ ในต่างประเทศ อันนั้นจะมีรายละเอียดในเรื่องวิธีการแนวทางการดำเนินการให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เช่นกรมสรรพากรจะต้องไปออกมาตรการ ไปแก้ไขกฎหมาย เช่นประมวลรัษฎากร ยกตัวอย่างนะครับปัจจุบัน ผมขออนุญาตอ่านรายงานที่พบได้ในสื่อทั่วไปนะครับ เราพบว่า ประเทศที่ ๐ เปอร์เซ็นต์ตอนนี้เริ่มขยับนะครับ บริษัทยักษ์ใหญ่สหรัฐอเมริกาต้องจ่ายเงิน ให้กับประเทศไอซ์แลนด์มูลค่า ๑๓,๐๐๐ ล้านยูโร หรือ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือการเอาเปรียบ แม้กระทั่งประเทศที่ ๐ เปอร์เซ็นต์ หันกลับมานะครับ แล้วประเทศ ในกลุ่มอียู (EU) ก็จับตามองจะขอส่วนแบ่งเค้กอันนี้นะครับ จากการประชุมคณะกรรมการ ประสานงาน ๓ ฝ่ายก็เห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชนในเรื่องมาตรการทางภาษีที่ให้กรมสรรพากรไปดำเนินการวางมาตรการ แก้ไขกฎหมายในการที่จะสามารถเก็บภาษีเงินได้จากบริษัทที่ใช้ช่องว่างทางภาษี ช่องว่าง โครงสร้างทางภาษี ช่องว่างข้อตกลงทางภาษีนะครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ นะครับ ท่านประธาน ฝากไปยังท่านประธานกรรมาธิการ แค่เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่นั่งเฉย ๆ ไม่ดำเนินการอะไร ตรงนี้ก็ถือว่าเข้าข่ายที่จะทุจริตคอร์รัปชัน ผมไม่ได้ก้าวล่วงไปถึงการปฏิบัติ คือถ้าเรายังช้าเกินไปก็จะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อาศัยช่องว่างตรงนี้ที่จะหาผลประโยชน์ได้ ภาษีมีหลายตัวครับ ภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือแม้กระทั่งภาษีสรรพสามิตนะครับ เงินที่ไหลออกไป ธนาคารแห่งประเทศไทย คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ด้านการสื่อสารมวลชนเคยเรียกธนาคารแห่งประเทศไทย ส่วนใหญ่จะออกลักษณะของ ออนไลน์ (Online) มีการชำระค่าสินค้า บริการผ่านบัตรเครดิต ชำระค่าสินค้าบริการ ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ ธนาคารแห่งประเทศไทยสามารถรวบรวมได้ว่ากระแสเงินที่ออกไป โดยผ่านบัตรเครดิตก็ดี ช่องทางการใช้จ่ายผ่านเพย์พอล (PayPal) หรืออะไรทำนองนี้ มีจำนวนเท่าไร กับทุกวันนี้บริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ไม่แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่ง กรมสรรพากรให้ทราบ อ้างว่าเป็นความลับของธุรกิจ ฉะนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย ในฐานะที่ดูแลระบบการเงินของประเทศจะต้องร่วมมือให้ข้อมูลกับกรมสรรพากร อย่างใกล้ชิดในการที่จะไปไล่ดำเนินการเกี่ยวกับระบบภาษีนะครับ ก็ขอฝากท่านประธาน ไปยังท่านประธานกรรมาธิการนะครับ ในรายงานก็ขอให้โปรดนำความเห็นอ้างอิง ความเห็น ของคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชนในเรื่องเกี่ยวกับ มาตรการทางภาษีประกอบนะครับ เอกสารฉบับนี้ในจอท่านจะเห็นว่ากระแสเงินที่บริษัท ใหญ่ ๆ ยักษ์ใหญ่ของโลก ซึ่งจะมีบริษัทธุรกิจในไทยดำเนินการลักษณะนี้เช่นเดียวกันไป รวมตัวอยู่ที่ไอซ์แลนด์ ทุกบริษัทไปรวมที่ไอซ์แลนด์ และเงินตรงนั้นมันก็จะไหลกลับมาที่ เกาะเคย์แมน เบอร์มิวดานะครับ แล้วก็จะไหลย้อนกลับไปสู่ประเทศต้นทาง อันนี้ก็คงฝากไว้ ถ้าเราไม่รีบทำนะครับ เงินไหลออกไปทุกวินาทีนะครับ แล้วก็ไปดำเนินการในทางที่ไม่ชอบ เจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐต้องมีธรรมาภิบาล มีความรับผิดชอบ บริษัทธุรกิจคงจะอ้างเรื่องลดภาระ ภาษีเพื่อกำไรที่มากขึ้น เราก็คงจะต้องปลูกฝังหน่วยงานภาคธุรกิจเรื่องธรรมาภิบาล ความรับผิดชอบต่อสังคม ความรับผิดชอบต่อประเทศชาติ มิได้มุ่งหวังแต่กำไร แมกซิไมซ์ โพรฟิต (Maximize profit) เพียงอย่างเดียว ก็ฝากท่านประธานด้วย ขอบพระคุณครับ