นิกร สนับสนุนเปิดตุ๊กตุ๊กส่วนตัวใช้แก๊ส ลดมลพิษ-ส่งเสริมท่องเที่ยว

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๗ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

นิกร จํานง สนับสนุนนโยบายปรับปรุงรถตุ๊กตุ๊กให้ใช้เชื้อเพลิงสะอาดและผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเตือนถึงความเสี่ยงจากการเป็นผู้ก่อมลพิษด้านเกษตรกรรมในบริบทการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่อาจกระทบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ

นายนิกร จํานง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิกร จํานง สมาชิกสภา สปท. ลำดับที่ ๗๙ ครับ ได้ลงมาทันประชุมก็ขออนุญาตต่อที่ประชุม ขอใช้เวลา สักเล็กน้อยต่อเรื่องสำคัญมาก ๆ ในความเห็นผมนะครับ ประเด็นที่เอ่ยถึง ขอสนับสนุน ท่านรัฐมนตรีกษิต ภิรมย์ ที่เรื่องรถตุ๊กตุ๊ก อยากจะเรียนว่าเห็นด้วยเปึนอย่างมาก ผมเอง ตอนช่วงดูแลกระทรวงคมนาคม ไปเจอว่ารถตุ๊กตุ๊กมีอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ คัน และเปึ้นรถใช้เครื่องยนต์แบบ ๒ จังหวะ ปล่อยคาร์บ่อนเยอะมากนะครับ แล้วก็ถูกให้เช่า อย่างเดียว ก็มีการรื้อแล้วก็ใส่เข้ามาอีกประมาณ ๒,๕๐๐ คัน ที่เปึ้นสีเขียวอ่อนขณะนี้ ตอนนั้นผมเรียนว่าอย่างนี้ครับ ความเห็นท่านกษิตสามารถทำได้เลยในภาคขนส่ง ของเราจะเปึนประเด็นสำคัญ ผมให้ใช้สีเขียวอ่อนขณะนี้ให้เปึ้นรถของเอกชนได้ ก็คือว่า ให้ชาวบ้านสามารถเปึ้นเจ้าของเองได้ เปึนรถตุ๊กตุ๊กส่วนตัว เพราะว่านักท่องเที่ยวนิยมมาก แต่เราบังคับไว้ว่าการใช้เชื้อเพลิงต้องใช้แก๊สเท่านั้น เพราะแก๊สเท่านั้นขณะนี้สีเขียวอ่อน ใช้แก๊สอย่างเดียว ดังนั้นมันเปึนเรื่องง่ายที่จะบังคับให้ใช้ไฟฟัานะครับ ซึ่งเรื่องนี้ผมเอง ได้มีการดำเนินการว่าเรื่องรถมอเตอร์ไซค์จำนวน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ของยวดยานที่เราใช้นี่ ดูว่าใช้น้อยก็จริง แต่ว่าทั้งปล่อยมลพิษออกมาก็ดี ขณะนี้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟัาจะช่วย ประหยัดชีวิตคนได้ตั้งเยอะนะครับ ประหยัดพลังงานด้วย ก็ขอสนับสนุนท่านกษิตว่า เรื่องรถตุ๊กตุ๊กตามที่ท่านเสนอนี่เปึนเรื่องที่ไม่ยากเลยถ้าจะทำมีนโยบาย เพียงแต่ว่า ให้ซอฟต์โลน (Soft Loan) เข้าไป เพราะว่าส่วนใหญ่เปึนคนจนใช้อยู่ ผมเคยเปลี่ยนมาเปึนแก๊ส ไปครั้งหนึ่งแล้วก็ทำได้ดีนะครับ ที่เหลืออีก ทั้งหมดมีประมาณ ๑๐,๐๐๐ คัน ซึ่งมันเปึนหน้าตาของเราแทบจะเปึนสัญลักษณ์ของประเทศด้วยผมเห็นว่าจะเปึนเรื่องดีมาก ก็ส่งเสริมการท่องเที่ยวไปด้วย อะไรไปด้วย เคลียร์ (Clear) ทีเดียวก็คงจบเรื่องนี้นะครับ ขอสนับสนุน ที่ผมเปึ้นห่วงนี่ไม่ใช่ภาคคมนาคมที่ผมเคยดูแล ผมเปึนห่วงภาคเกษตร ซึ่งก็เคยเข้าไปช่วยดูแล้งานทางด้านนี้ แล้วก็บังเอิญเคยศึกษาเรื่องนี้อยู่นะครับ แล้วก็ไปเปึน กรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติอยู่ระยะหนึ่งเปึนผู้ทรงวุฒิเปึ้นตัวแทนกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไป ประเด็นที่เปึนห่วงมากขณะนี้ก็คือว่าเรื่องปัญหาโลกร้อนที่ท่านเสนอไว้ ถูกต้องหมด เปึนเรื่องของโลก เปึนเรื่องมีการรุนแรงขึ้นมากทุกครั้ง ไม่ว่าจะเปึนเกี่ยวโต ขณะนี้ปารีสอะไรพวกนี้มันจะแรงขึ้น ๆ ประเด็นที่สำคัญก็คือว่าท่านก็เสนอมาชัดว่า เราทั้งเปึนผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ ส่วนที่เปึ้นผู้ถูกกระทำก็คือว่าเวลามีปัญหาโลกร้อนขึ้นมา ฝืนไม่ตกต้องตามฤดูกาลพระโคก็ช่วยเราไม่ได้นะครับ ก็คือประชาชนของเราเปึนชาวนา ที่ลําบากมากนะครับ เจอปัญหาตรงนี้ก็อย่างที่ผมเคยเรียนว่าทํานาป้ละ ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ก็เจอแล้งเลิก ครั้งที่ ๒ เจอน้ำท่วมเลิก ได้ครั้งที่ ๓ ก็คือถึงจะเก็บเกี่ยวผลได้ก็ขาดทุน อยู่ตลอด ผลกระทบที่ท่านเสนอนี่ชัดว่าเซนซิทิฟ (Sensitive) หรืออ่อนไหวต่อสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลงของอากาศมาก แต่ประเด็นที่มันอ่อนไหวมากกว่านั้นก็คือว่าท่านก็ชัดเจน แล้วเสนอว่าเกษตรกรของเราเองมีความรู้ต่ำ เทคโนโลยีก็ต่ำ ประเด็นที่สำคัญก็คือว่ามีการ สรุปตรงนี้ครับ เวลาเราเข้าไปในประชาคมโลกเราเองเราจะสังเกตว่าจีนเองหรือแม้แต่ อเมริกาเองเปึนคนเคลื่อนเรื่องข้อตกลงระหว่างประเทศ แต่ประเทศเหล่านั้นไม่เคยเดินหน้า ก่อนเลยยอมให้ถูกปรับเปึนค่าคาร์บอนอะไรทั้งนั้นเพราะอะไร เพราะว่าเขาเองต้องการ จะหาประโยชน์จากตรงนั้น หมายถึงว่าจากภาคอุตสาหกรรม เพราะถ้าเขาเคลื่อนเข้าไปปัูบ ต้นทุนมันจะพุ่งแรงมากทำให้เขาเสียโอกาส เขาก็ชั่งแล้วชั่งว่าไม่เปึนไรเรายอมแบบเสียหน้า ประชาคมโลกก็เอานะครับ ยอมเสียค่าปรับก็เอาแต่ขอให้อุตสาหกรรมหรือผลประโยชน์ ของประเทศเข้าในระยะเปลี่ยนผ่านของเข้าให้เขากุมการนำได้ไม่โทษกันตรงนี้ แต่ประเด็นที่ผม อยากเสนอคือเราพอเข้าไปร่วมเปึนภาคีแล้วเรามีความคิดอ่อนไหวมาก ตรงนี้อันตรายมาก เพราะว่าผมเคยทักในการประชุมกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติที่ผมเข้าร่วมประชุม มีการสรุปสถานการณ์ของการทำให้เกิดภาวะโลกร้อนขึ้นมา แล้วสรุปชัดเจนตอนนี้ท่าน ก็สรุปว่าเราเองเมื่อกี้เราถูกกระทำ แต่ขณะนี้ของเราอุตสาหกรรมปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในอุตสาหกรรมเกษตรของเรามีจำนวนมากเหลือเกิน ลักษณะแพดดีไรซ์ (Paddy Rice) ที่ว่า มีเทนที่จะเกิดจากการใส่ปุิยก็ดี อะไรก็ดีคือเราชี้มาที่ตัวเอง ผมเกรงว่าเราจะเปึนนนทุกคือ ชี้มาแล้วทำให้เราตาย เพราะขณะนี้ผมยกตัวอย่างว่าประเทศมหาอำนาจเขาเข้าสู่ระบบนี้ ช้าที่สุด เขาจะดูทางหนี้ที่ไล่ว่าเขาควรจะเข้าเมื่อไร ของเราเองเกษตรกรก็ลำบากอยู่แล้ว ครั้งหนึ่งผมบอกว่าถอดออกเถอะอย่าไปโชว์ (Show) แบบนี้เลย มันอันตรายมากต่อประเทศ เพราะว่าประเทศเรายังพึ่งพาอาศัยการผลิตข้าวจากชาวนาแล้วชาวนาเราอ่อนแอมาก ถ้าเขาชี้เปัามาตรงนี้ว่าพวกคุณปล่อย ประเด็นที่ชัดเจนอยู่ตรงนี้ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่จริงแล้วน่าจะประชุมแบบลับ แต่ว่าผมหมายถึงว่ามันเซนซิทิฟ (Sensitive) จริง ๆ ของเรา ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ในป้ ๒๕๕๔ ซึ่งขณะนี้ยังมากอยู่ ๆ แล้วเราไม่ได้เคลียร์ (Clear) ตรงนี้ ออกเรื่องนี้ต้องมีการเคลียร์ (Clear) กันชัด ๆ ว่าการปลูกข้าวของเราจะทำอย่างไร ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเปึนจำเลยประชาคมโลก แล้วถ้าเขาเกิดชี้มาถ้าเขามีเทรดดิงบล็อก (Trending Blocs) ไม่รับซื้อข้าว ขณะนี้ข้าวไทยก็แย่พออยู่แล้วราคาต่ำสู้ประเทศรอบ ๆ ข้าง ก็ไม่ได้ พอเปึนเออีซี (AEC) เหมือนเราจะตายแน่ เพราะว่าต้นทุนเราสูงกว่าเข้ามาก พอเปึน ระดับสูงเรายังไปเจอกับบาสมาตีของปากีสถานเขาบ้าง อะไรบ้าง คือไฮเชลฟี (High Shelf) ก็สู้ไม่ได้ ข้างล่างข้าวที่ผลิตแบบหมายถึงต่ำ ๆ หมายถึงคุณภาพต่ำก็สู้ไม่ได้ ต้นทุนเรา ค่าแรงงานเราสูง ถ้าเรามาเจอเรื่องว่าคุณผลิตก๊าซเรือนกระจกเยอะแล้วก็ถูกบล็อก โดยประชาคมโลกลักษณะแบบนี้ โดยกลไกนี้ โดยสนธิสัญญานี้เราจะอยู่ที่ไหน ผมถึงอยากจะ ให้เพิ่มความระมัดระวังเปึนอย่างมากต่อการนำเสนอข้อมูลของเรา อย่างที่ผมเรียนแล้ว ไม่ใช่เปึนการเอาเปรียบคนอื่น แต่ว่าคือเราต้องดูว่าเราเปึ้นผู้น้อยค่อยก้มประนมกร แล้วก็ เราอ่อนแอก็ต้องระมัดระวัง เพราะเราเปึนคนอ่อนแอ เราจะยืนไปข้างหน้าและยืดอกขึ้นมาแล้วอย่างไรเราก็เอา เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีภาวะ ก๊าซเรือนกระจกเราก็เอากับเขาด้วยเพื่อสร้างภาพ ทำไม่ได้หรอกครับ เราอ่อนแอ เราจะกระทบกระเทือนเกษตรกรของเราเปึนอย่างมาก ตรงนี้มันเปึนจุดอ่อนที่สำคัญ ผมก็อยากจะฝากไว้ว่า ผมซีเรียส (Serious) จริง ๆ เรื่องนี้ผมพูดมาหลายครั้งแล้ว เรามาดูว่า หน้า ๒๙ ของเราหมายถึงว่าถ้าการเจรจาของเราในนี้มันจะมีที่สรุปไว้คือหน้า ๙ ว่า เราผลิตเท่าไรนะครับ แล้วก็การถูกผลกระทบ แล้วก็ยังมีปัญหาเรื่องเกษตรกรของเรามา แต่ประเด็นในการเจรจาอันนี้คงจะไม่ใช่เปึ้นเรื่องของกรรมาธิการ แต่ผมอยากจะฝากกับ ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลายว่า เราก็ชี้ชัดในหน้า ๒๙ ข้อ ๓ ข้อจำกัดในการเข้าร่วมการแสดง บทบาทในกระบวนการเจรจาภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง เปึ้นเวทีกำหนดนโยบายทิศทางการร่วม เรามีข้อจำกัดก็คือว่า ขาดนโยบายแนวปฏิบัติ ในภาคส่วนที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ที่ส่งไปเราโรเทต (Rotate) ตลอดก็คือป้นี้ก็ส่งคนนี้ไป ป้โน้น ก็ส่งคนโน้น ลักษณะของผู้บริหารระดับสูงที่จะไปที่จะโยงกัน เราค่อนข้างมีปัญหา เพราะฉะนั้นท่านเขียนไว้ชัดตรงนี้ว่าเราอ่อนแอเรื่องนี้เรามีปัญหาเรื่องนี้ ในขณะที่เรา มีปัญหาอยู่ว่าสถานการณ์ของเราพึ่งพาการปลูกข้าว ซึ่งเขาชี้ว่าคุณผลิตก๊าซเรือนกระจก เยอะมาก แล้วที่มเจรจาของเราไป เราชี้ว่าเรามีปัญหาในการเจรจามาก อันตรายมากครับ ตรงนี้ผมอยากจะฝากไว้ว่าเรื่องอื่นก็เรื่องอื่น เรื่องการลดในเชิงวงกว้างมันจะผลกระทบมัน เพราะว่าโลกนี่เราไปเปลี่ยนสภาวะให้มันเย็นลงด้วยตัวเราเองประเทศที่ประชากร ๖๒ ล้านคน มีพื้นที่แค่นี้เราทำไม่ไหวหรอก แต่ผมไม่ได้หมายความว่าเราปฏิเสธเขา แต่ว่าการเดินตรงนี้ ต้องใช้ความระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง ไม่อย่างนั้นเราจะไปติดกับที่เราสร้างขึ้นมาเอง และมันจะกระทบไม่ใช่เรา ไม่ใช่ภาคอุตสาหกรรมผมไม่ห่วงเลย ผมเกรงว่าจะไปกระทบ ภาคเกษตรซึ่งเขาอ่อนแออยู่แล้วยิ่งอ่อนแอไปกันใหญ่ ตรงนี้อยากจะฝากว่าข้อมูลทั้งหลาย ถ้าหากว่าป่ดได้ก็ป่ดกันบ้างเถอะ เพราะว่าขณะนี้เรายังจะต้องสู้ว่าจริง ๆ แพดดีไรซ์ (Paddy Rice) หรือการปลูกข้าวของเราไม่ใช่เปึนเหตุทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจกนะ คือต้องสู้และเรา ในขณะที่ในฝ์ายขององค์การอาหารโลกบอกให้เราผลิตข้าวเพื่อปัอนใช่ไหมว่าข้าวนี่ต่ำ คุณก็ต้องให้สิทธิพิเศษเราบ้างสิในอีกด้านหนึ่ง ยูเอ็น (UN) อยากให้เราทําตรงนี้เราก็จะทํา แต่ว่าถ้ามันตรงนี้ก็ช่วยมีพริวิลิจ (Privilege) ให้เราบ้าง ก็คือว่าช่วยดูเราตรงนี้หน่อย ไม่ใช่ว่าบีบเราเรื่องก๊าซเรือนกระจกในขณะที่ข้าวอยากให้ผลิตเยอะ ๆ แบบนี้มันไม่แฟร์ (Fair) สำหรับเรา เพราะฉะนั้นผมฝากประเด็นนี้ว่ามันเปึนการวางนโยบายเกี่ยวกับเรื่องการเดิน ของประเทศที่เราเดินอยู่บนขอบเหวเพราะประเทศเราเล็ก แล้วก็เราลำบาก เราอ่อนแอ เพราะฉะนั้นต้องพึงระมัดระวังเปึนอย่างยิ่ง แล้วก็ที่มเจรจาอาจจะต้องมีการปรับ แล้วก็หมายความว่าอีกอย่างหนึ่งแผนระยะยาว ขออนุญาตท่านประธานจะจบแล้วครับ แผนระยะยาวอย่าวาง เพราะถ้าวางแผนระยะยาวขณะนี้เขามีการเปลี่ยนแปลงตลอด ในการเจรจาเรื่องนี้ เขาเปลี่ยนเราก็เปลี่ยนบ้าง คือเราต้องพลิ้วอยู่บนยอดคลื่นให้ได้ อย่าไปวางทีเดียวยาวมันจะมามัดเรา แล้วก็จะทำให้ประชากรของเราที่เปึนชาวนาชาวไร่ จะลำบาก ก็กราบเรียนด้วยความเปึนห่วง กราบเรียนท่านประธาน ขอบพระคุณครับ