ดุสิต ชี้รายงานคาร์บอนต่ำเป็นนามธรรม หนุนใช้ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น-พลังงานหมุนเวียน

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๗ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

ดุสิต เครืองาม หารือประเด็นการขับเคลื่อนสังคมคาร์บอนต่ำ โดยชื่นชมทิศทางการส่งเสริมพลังงานทดแทนแต่แสดงความกังวลว่าเนื้อหายังขาดความชัดเจนและเป้าหมายเชิงปฏิบัติ จึงเรียกร้องให้ชี้แจงแนวทางที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น ทั้งการผลักดันพลังงานหมุนเวียนแบบเสรี การใช้ผลิตภัณฑ์ในประเทศ การปรับปรุงร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมพลังงานทดแทนให้มีประสิทธิภาพ และการเข้มงวดมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคครัวเรือนและอาคารเชิงพาณิชย์เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายความยั่งยืนของชาติ

ศาสตราจารย์ดุสิต เครืองาม

ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ กระผม ดอกเตอร์ดุสิต เครื่องาม ผมเองก็สังกัดอยู่ในคณะกรรมาธิการขับเคลื่อนการปฏิรูป ด้านพลังงานนะครับ ได้เห็นข้อเสนอรายงานเรื่องนี้แล้วรู้สึกว่ามีพละกำลัง มีกำลังใจมากขึ้น เลยนะครับ หลังจากที่ทำงานขับเคลื่อนเรื่องพลังงานทดแทน หรือว่าการอนุรักษ์พลังงาน มาหลายต่อหลายครั้ง พอมาดูเรื่องสังคมคาร์บอนต่ำ หรือว่าแนวทางที่ทางกรรมาธิการ ของท่านได้นำเสนอมา มีอะไรที่สอดคล้องกันเยอะแยะมากมายหลายเรื่องนะครับ ถ้าผมจะลำดับสิ่งที่คณะกรรมาธิการด้านพลังงานเราได้เคยเสนอไว้ที่สอดคล้องกัน ก็คือมาตรการส่งเสริมเรื่องการใช้พลังงานทดแทน การใช้ยานยนต์ไฟฟัา การอนุรักษ์พลังงาน ในอาคาร รวมทั้งส่งเสริมเรื่องโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เสรี เหมือนกับที่ท่านกษิต ภิรมย์ ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ อย่างไรก็ตามเมื่อได้อ่านรายงานแล้วผมก็ยังมีความรู้สึกนิด ๆ นะครับว่า รายงานฉบับนี้บางเรื่องค่อนข้างจะเปึนนามธรรมมากเกินไป นามธรรมก็คือ อย่างเช่นท่านบอกว่า ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน แต่ว่าไม่ได้บอกว่าส่งเสริมอย่างไร หรือว่าจะไปลดการใช้ไฟฟัา ไปลดคาร์บอนในภาคผลิตไฟฟัา ๕ ๖ ๗ เปอร์เซ็นต์ การคมนาคมเท่านี้เปอร์เซ็นต์ ภาคครัวเรือน ภาคอุตสาหกรรมเท่านี้ ๆ เปอร์เซ็นต์ แต่ก็ยังไม่สามารถเห็นในรายละเอียดชัดขึ้นมาว่าจะไปลดอย่างไร ตารางที่อยู่ในหน้า ๘ คิดว่าเปึนตารางที่มีความสําคัญมากนะครับ ก็สงสัยนะครับว่าที่กรรมาธิการของท่านเขียน บอกว่า ควรจะมีการส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ก็อยากจะรู้ว่าในมุมของท่าน อยากจะส่งเสริมอย่างไร ให้มีการเพิ่มประสิทธิภาพโรงไฟฟัาอะไรเหล่านี้เปึ้นต้น ในทางปฏิบัติ ที่เปึ้นรูปธรรมนั้นจะเปึ้นอย่างไร ก็อยากจะขอติดตามเรื่องนี้ต่อไป

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน สิ่งที่ผมเปึนห่วงมากอย่างหนึ่งก็คือว่า พอเราพูดถึงเรื่องสังคมโลว์คาร์บอน (Low Carbon) แล้วมันก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมีการลงทุน ติดตั้งเครื่องจักร หรือว่าปรับปรุงโน่นปรับปรุงนี่นะครับ ผมอยากจะขอฝากไว้นี่นะครับว่า ไหน ๆ จะลดเรื่องโลว์คาร์บอน (Low Carbon) อะไรต่าง ๆ แล้วนี่นะครับ อยากจะให้ ส่งเสริมมาตรการผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทยเปึนหลักด้วย ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า สังคมโลคัลค่อนเทนต์ (Local Content) นะครับ เพราะผมเกรงว่าบางครั้งพอไปบอกว่า โน้นนี่ก็จะส่งเสริมลดการปล่อยแก๊สซีโอทู (CO2) อ้าวต้องนำเข้าเครื่องจักรจะส่งเสริม ปรับปรุงประสิทธิภาพ อ้าวต้องนำเข้าเครื่องจักร แล้วก็ไปเป่ดประตูให้บีโอไอ (BOI) เป่ดมาตรการโน้นมาตรการนี้ก็เปึนการส่งเสริมการนำเข้าเครื่องจักร ผมก็เลยอยากจะขอให้ ผูกไปด้วยกันนี่นะครับว่า โลว์คาร์บอน (Low Carbon) นี่มันต้องคู่กับโลคัลคอนเทนต์ (Local Content) นะครับ ตัวแอล (L) มันก็เหมือนแอลซี (LC) แอลซี (LC) เหมือนกันเลยครับ โลคัลคอนเทนต์ (Local Content) โลว์คาร์บอน (Low Carbon) เท่ากับโลคัลคอนเทนต์ (Local Content) ผมเคยสอบถามไปที่กระทรวงพาณิชย์ครั้งหนึ่งว่า เอ๊ะการที่เราจะ กำหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทยเพื่อผลิตพลังงานหมุนเวียนถามว่าจะทำได้ หรือไม่ จะไปผิดกฎหมายดับเบิลยูทีโอ (WTO) อะไรหรือไม่ กระทรวงพาณิชย์เคยแนะนำ บอกว่าไม่ผิดหรอกค่ะ ตราบใดถ้าหากว่าไปเชื่อมโยงได้ว่าการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ที่ผลิต ในประเทศไทยให้ได้พริวิลิจ (Privilege) มากกว่านำเข้าจากต่างประเทศ แล้วก็อ้างเรื่อง โลว์คาร์บ่อน (Low Carbon) หรือว่าผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถทำได้อยู่แล้ว ก็ฝากประเด็นนี้ไปด้วยเลยนะครับ

อีกประเด็นหนึ่งครับ ประเด็นที่ ๓ เมื่อหลายสัปดาห์มาแล้วที่คณะกรรมาธิการ ด้านพลังงานเราได้เสนอเรื่องร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทน แล้วก็ผ่าน ความเห็นชอบจากสภานี้ไปแล้วนั้น มีอยู่มาตราหนึ่งครับท่านประธานอยากจะขอทบทวน ความทรงจำนิดหนึ่ง ในมาตรา ๓๘ ของร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมพลังงานทดแทน เราได้เขียน ไว้ว่าให้มีมาตรการสร้างแรงจูงใจในการส่งเสริมและการมีส่วนร่วมในการลดก๊าซเรือนกระจก ในกิจการพลังงานหมุนเวียน โดยให้มีการส่งเสริมเปึนพิเศษนะครับ เมื่อป้ที่แล้วตอนเรา ยกร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมพลังงานทดแทนฉบับต้น ๆ นี่นะครับ เราเคยคิดว่าจะเอาเรื่อง การลดก๊าซเรือนกระจกเปึนมาตรการบังคับ แต่ตอนนี้ร่าง พ.ร.บ. ที่เราได้เสนอผ่าน สปท. ไปแล้วนั้นกลายเปึนมาตรการส่งเสริม หมายความว่าหน่วยงานใดก็ตามที่จะมีส่วนร่วม ในการลดก๊าซเรือนกระจก ในการใช้พลังงานหรือว่าในการผลิตพลังงานแล้วก็มีส่วนร่วม ในการลดก๊าซเรือนกระจกนั่นน่ะ ให้เปึนกิจการที่ควรให้การส่งเสริมเปึนพิเศษ ก็ฝากคณะกรรมาธิการสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อมด้วยว่าท่านจะสามารถนำเอาแนว ความคิดนี้เอาไปเติมต่อยอดอีกได้หรือไม่ เหมือนกับที่ท่านกษิตอภิปรายเมื่อสักครู่นี้ คล้าย ๆ กันเลย ผมขอยกตัวอย่าง อย่างมาตรการติดตั้งแผงเซลล์ (Cell) แสงอาทิตย์ บนหลังคาอาคาร ที่เรียกว่า โซลาร์รูฟ (Solar Roof) นี่นะครับท่าน ผู้ลงทุนเดี๋ยวนี้ทำได้ ๒ แบบครับ ๑. ติดตั้งแผงเซลล์ (Cell) แสงอาทิตย์แล้ว ไฟฟัาที่ผลิตได้นั้นขายคืนให้กับ การไฟฟัาในราคาพิเศษ ๒. ไม่ขายคืนนะครับ แต่ว่าใช้เองภายในบ้าน ภายในครัวเรือน แบบแรกนั้นเขาเรียกว่าขายคืน แบบที่ ๒ เรียกว่าใช้เอง ภาษาอังกฤษเรียกว่า เซลฟีคอนซัมปีชัน (Self Consumption) ผมคิดว่าตอนนี้นึกเวลาแล้วนะครับว่า โซลาร์ (Solar) หรือโซลาร์รูฟ (Solar Roof) ทั้งหลายไม่ต้องขายแล้วครับ ผลิตให้ใช้เองนั่นแหละ ที่เรียกว่าโซลาร์รูฟ (Solar Roof) เสรี แต่ว่าตอนนี้กลายเปึนว่า โซลาร์รูฟ (Solar Roof) ถูกบล็อกไปเสียแล้ว ซึ่งต้องเรียนว่าผิดหวังอยู่นิด ๆ ตอนนี้

ทีนี้ถ้าพี่น้องประชาชนติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) แล้วไม่ขายไฟฟัา ให้เขาใช้เองแล้วมันเกี่ยวข้องอะไรกับการอภิปรายในวันนี้เรื่องโลว์คาร์บอน (Low Carbon) เกี่ยวสิครับ ก็ไม่ต้องให้เขาขายไฟฟัานะครับ ให้เขาใช้ไฟฟัาเอง แต่ในเมื่อเขาลงทุนแล้ว รัฐได้ประโยชน์อย่างไรครับ ก็คือเปึนการลดคาร์บอนใช่ไหมครับ ลดซีโอทู (CO2)ใช่ไหมครับ เราก็ควรจะมีมาตรการเข้าไปทดแทนการรับซื้อไฟฟั้าในราคาพิเศษ โดยการให้สิทธิอะไรกับเขา บางอย่างนะครับ ได้ลดภาษีโน่นภาษีนี่ นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ยังดี เพื่อสร้างแรงจูงใจในการที่จะ ให้ประชาชนเขาได้ติดตั้งโซลาร์รูฟ (Solar Roof) แล้วก็ใช้ไฟฟัาที่ผลิตได้นั้นเปึนแบบใช้เอง ในบ้าน ที่เรียกว่าเซลฟีคอนซัมปีชัน (Self Consumption) ก็ไม่เพียงแต่จะต้องผูกกับโซลาร์ (Solar) อะไรก็ได้ครับ ผลิตไฟฟัาด้วยขยะ ผลิตไฟฟัาด้วยกังหันลม ผลิตไฟฟัาด้วย แก๊สชีวภาพ ทุกอย่างนะครับ ตอนนี้คณะกรรมาธิการขับเคลื่อนด้านพลังงานโดยผมเองเปึน ประธานอนุกรรมาธิการด้านพลังงานทดแทน ด้านกิจการไฟฟัา เรากำลังคุยกันถึงเรื่องให้ พลังงานทดแทนมีสิทธิในการผลิตไฟฟัาได้อย่างเสรีครับ ไม่ใช่โซลาร์รูฟ (Solar Roof) เสรี ต่อไปแล้ว ผลิตไฟฟัาทุกเทคโนโลยีนะครับให้มันเสรี แล้วก็ไม่ต้องไปขายให้การไฟฟัา ผลิต เองใช้เอง ผลิตเองแล้วก็ขายให้เพื่อนบ้าน ผลิตเสร็จก็ขายให้โรงงานข้าง ๆ ครับ ผมทราบมา ว่าตอนนี้ อย่างเช่น โรงงานอุตสาหกรรมที่ผลิตแปังมันสำปะหลังหรือว่าเลี้ยงไก่ เลี้ยงเปึด เลี้ยงหมู เมื่อมีมูลแล้วสามารถหมักเปึนแก๊สชีวภาพได้ ท่านเชื่อไหมครับว่าทุกวันนี้ อุตสาหกรรมที่เขามีน้ำเสียหรือว่าอุตสาหกรรมที่หมักมูลสัตว์นั้นได้แก๊สชีวภาพคือแก๊สมีเทน เยอะมาก และสิ่งที่แปลกประหลาดมาก็คืออะไรนะครับ แก๊สมีเทนที่เขาผลิตได้นี่เขาสามารถ เอาไปเผาเพื่อผลิตไฟฟัาได้ แต่สิ่งที่แปลกประหลาดมากก็คือว่ารัฐไม่สามารถรับซื้อไฟฟัา ที่ผลิตจากแก๊สนั้นได้ทั้งหมด แปลว่าแก๊สชีวภาพที่ผลิตได้ในประเทศไทยคือแก๊สมีเทน ใช่ไหมครับ สมมุติว่าผลิตได้ ๑๐๐ หน่วย เอาไปเผาเพื่อปัืนไฟฟั้าได้แค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ได้แค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ต้องเผาทิ้งครับท่าน เปึนการสูญเสีย ไหมครับ หมักมาแทบตาย ได้แก๊สจากน้ำเสียมาแทบตาย บำบัดมาแทบตาย ไม่สามารถ เอาไปใส่เข้าไปในเครื่องกําเนิดไฟฟัาเพราะรัฐไม่รับซื้อ ทําไมรัฐไม่รับซื้อเขาบอกไม่มีโควตา ผมบอก อ้าวถ้าไม่มีโควตาและเล่นเผาทิ้งแบบนั้นมันก็สูญเสียทรัพยากรสิครับ เผาทิ้ง มันก็กลายเปึนซีโอทู (CO2) ไปสิครับ มีแต่เสียกับเสีย นี่ครับเราถึงอยากจะเป่ดให้เปึนกิจการ ไฟฟัาเสรี ใครมีเชื้อเพลิงอะไรที่เปึนพลังงานหมุนเวียน แสงอาทิตย์ก็ได้มาฟรี ล้มก็ได้มาฟรี แก๊สที่หมักออกมาก็ได้มาฟรี เศษไม้อะไรก็ได้มาฟรี นี่ราคามันไม่แพง แต่ตอนนี้รัฐไม่สามารถ รับซื้อได้ รัฐรับซื้อไม่ได้เพราะว่า ๑. สายส่งมันเต็ม ๒. ไม่อยากจะสนับสนุนรับซื้อมาก เดี๋ยวทำให้ค่าไฟฟั้ามันแพง ผมก็บอกไม่เอาแล้ว ไม่ต้องมาสนับสนุนเรื่องรับซื้อไฟฟัา ในราคาแพง ให้มาเชื่อมโยงกับมาตรการลดก๊าซเรือนกระจกนี่นะครับ นี่คือสิ่งความฝันที่ผม อยากจะเห็นใน ๑๐-๒๐ ป้ข้างหน้า ใครใคร่ผลิตพลังงานทดแทน พลังงานหมุนเวียนที่เปึน โลว์คาร์บ่อน (Low Carbon) ส่งเสริมเขาเถอะครับ นิด ๆ หน่อย ๆ ลดภาษีอะไรเอ่ย อย่าไป กีดกันเขาเอย ทุกวันนี้ใครปัืนไฟจะขายให้ข้างบ้านไม่ได้นะครับ ติดคุก ติดตะรางผิดกฎหมาย นะครับ เราต้องการให้มาตรการเหล่านี้เป่ดเสรีขึ้นมา

อีกมาตรการหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะไม่ค่อยได้รับความสำคัญในนี้ก็คือ หัวข้อ เรื่องการลดก๊าซเรือนกระจกในภาคครัวเรือนและอาคารเชิงพาณิชย์ เพราะเห็นว่า ในเปัาหมาย ๒๐ เปอร์เซ็นต์นั้น การที่จะลดก๊าซเรือนกระจกจากภาคครัวเรือนและอาคาร ท่านตั้งเปัาหมายไว้แค่ .๔๔ เปอร์เซ็นต์ ผมมีความรู้สึกว่าน่าจะให้มากกว่านี้ได้นะครับ การลดก๊าซเรือนกระจกในอาคาร ในอาคารพาณิชย์ต่าง ๆ นั้นน่าจะมากกว่า .๔๔ เปอร์เซ็นต์ ในบรรดา ๒๐ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านตั้งเปัาหมายเอาไว้นะครับ ในมาตรการที่ สปท. เราได้เคย เสนอเอาไว้ ไม่ว่าจะเปึนบิวดิง เอเนอร์จี โค้ด (Building Energy Code) งัดออกมาใช้สิครับ ออกมาใช้ให้มันเร็วขึ้น ทำให้มันเข้มข้นมากขึ้น มาตรการการให้บริษัทเอกชนที่เรียกว่า เอสโก (ESCO) เข้าไปเปึนที่ปรึกษา ไปปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้ไฟฟัาใช้พลังงานในอาคาร ผมเชื่อว่าถ้าส่งเสริมแบบนั้นให้มากยิ่งขึ้นนี่นะครับ การลดก๊าซเรือนกระจกในภาคครัวเรือน หรืออาคารเชิงพาณิชย์น่าจะมีนัยสำคัญมากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ