วลัยรัตน์ เสนอแนวทางเพิ่มพื้นที่ป่า 40% พร้อมแก้กฎหมายไม้ยืนต้น

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๗ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

วลัยรัตน์ ศรีอรุณ หารือประเด็นการอนุรักษ์ป่าและส่งเสริมการปลูกไม้ยืนต้นอย่างเร่งด่วน โดยเสนอแนวทางหยุดยั้งการบุกรุกป่า ฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้ได้ร้อยละ 40 ของประเทศ และยกตัวอย่างแนวคูคั่นช้างในเขาอ่างฤาไนที่ช่วยลดความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ ป้องกันการบุกรุกป่า พร้อมเสนอขยายผลไปทั่วประเทศ อีกทั้งเรียกร้องให้ทบทวนกฎหมายป่าสงวนและไม้เศรษฐกิจที่เป็นอุปสรรคต่อเกษตรกร ผลักดันมาตรการจูงใจ การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป และการปรับกฎหมายเพื่อให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นได้คล่องตัวมากขึ้น รวมถึงเสนอการย้ายหน่วยงานส่งเสริมการปลูกป่าเอกชนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบรรลุเป้าหมายการครอบคลุมพื้นที่ป่า

นางสาววลัยรัตน์ ศรีอรุณ รองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ คนที่สอง

ต่อไปนะคะ เรียนเชิญ พลตำรวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจ แห่งชาติค่ะ

พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภา ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมาชิกลำดับที่ ๑๗๖ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ คณะกรรมการบูรณาการเร่งรัดการปฏิรูปทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรป์าไม้ของชาติ ที่เสนอรายงานการบูรณาการเร่งรัดการปฏิรูปทรัพยากรป์าไม้ของชาติ ผมเห็นด้วย ทุกประการนะครับ แต่ผมมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติมใน ๒ ประเด็นนะครับ ประเด็นแรก ก็คือข้อเสนอแนะเพื่อให้การหยุดยั้งการบุกรุกป์าสงวนและแหล่งต้นน้ำลำธารบังเกิดผล เปึ้นรูปธรรม ประเด็นที่ ๒ ก็คือข้อเสนอแนะในการเพิ่มพื้นที่ป์าเพื่อให้ได้เปั้าหมายพื้นที่ป์า ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๔๐ ของพื้นที่ประเทศ หรือเท่ากับ ๑๒๘ ล้านไร่ ซึ่งในปัจจุบันนี้เรามี พื้นที่ป์าเหลืออยู่เพียงแค่ ๑๐๒ ล้านไร่เศษเท่านั้นเอง ยังขาดอีก ๒๖ ล้านไร่ ในขณะที่เรา พยายามเร่งพยายามเพิ่มกันแล้วก็ยังมีพื้นที่ป์าลดลงทุกป้ ๆ ป้ละหลายแสนไร่ ดังนั้นการที่จะ ให้พื้นที่ป์าเพิ่มขึ้นเปึน ๑๒๘ ล้านไร่ได้หรือยังเพิ่มอีก ๒๖ ล้านไร่ จะต้องทั้งหยุดยั้งการบุกรุก แล้วก็ยังต้องเพิ่มการปลูกเข้าไป เราเพิ่มการปลูกการสร้างมาหลายป้ แต่เพิ่มได้แค่เพียง ประมาณ ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ยังถือว่าเปึนวิกฤตที่จะต้องแก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นข้อเสนอจะต้องมีทั้งการหยุดยั้ง การบุกรุก แล้วก็มาตรการเพิ่มด้วยครับ

ในประเด็นของข้อเสนอเพื่อการหยุดยั้งการบุกรุกป์าสงวน แหล่งต้นน้ำ ลำธาร ขอนำเสนอแนวคิดของท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานมูลนิธิป์าร้อยต่อ ๕ จังหวัดภาคตะวันออก ที่ได้ทดลองปฏิบัติแล้วบังเกิดผลดีอย่างเปึ้นรูปธรรม ผมขออนุญาต ท่านประธานใช้ภาพฉายครับ

(เจ้าหน้าที่ได้ดําเนินการเป่ดพรีเซ็นเทชัน (Presentation))

พลตํารวจโท สุวิระ ทรงเมตตา : ตามภาพฉายนี่นะครับ จะมีทําคู แนวคู่กั้นช้าง ของเขาอ่างฤาไน ป์าร้อยต่อ ๕ จังหวัดนะครับ ระยะทางในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป์าเขาอ่างฤาไน ความยาว ๔๗๕ กิโลเมตร มีภาพตัดขวางของคู่กั้นช้างตามภาพฉายนะครับ ลึก ๓.๕ เมตร กว้าง ๑.๕ เมตร เปึ้นแนวยาวตลอดพื้นที่ ซึ่งการดำเนินการตามภาพฉายนี่นะครับก่อให้เกิด ผลดีก็คือ

๑. ช่วยลดปัญหาช้างป์าบุกรุกทำลายพืชผลหรือที่ทำกินของราษฎรลงได้

๒. ช่วยลดปัญหาความขัดแย้งและความเครียดระหว่างคนกับช้าง

๓. ช่วยลดความเสียหายต่อทรัพย์สินของราษฎรที่เสียหายเนื่องจากสัตว์ป์า

๔. ช่วยปัองกันการตัดไม้ การทำลายป์าไม้ และการบุกรุกพื้นที่ได้

๕. ส่งผลให้เกิดความยั่งยืนในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างประชาชน กับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาป์า และระหว่างเกษตรกรผู้ปลูกพืชกับฝูงช้างป์า

๖. ช่วยลดอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับฝูงช้างป์าได้

๗. อันนี้น่าสนใจมากครับ ได้มีการพูดคุยกับผู้ที่ดูแลรับผิดชอบที่นั่นบอกว่า หลังจากที่ทำคู่กั้นโดยรอบเขตป์าสงวนแล้ว ทำให้ผู้บุกรุกที่อยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป์านั้น รื้อถอน ย้ายบ้านออกจากเขตป์าอนุรักษ์ และหยุดยั้งการเข้าไปแผ้วถาง รวมทั้งยุติการทำการเกษตรในเขตพื้นที่อนุรักษ์ดังกล่าว เพราะแนวเขตมันชัดเจนแล้วว่าตรงไหนเปึนป์าอนุรักษ์ ตรงไหนเปึ้นพื้นที่เกษตรกร ตรงนี้ ก็จะเกิดผลดีต่อกระบวนการยุติธรรมด้วย เวลาที่มีการจับกุมดำเนินคดีผู้บุกรุกประชาชน มักจะอ้างว่าไม่ทราบว่าแนวเขตอยู่ตรงไหนจึงถือว่าขาดเจตนา แต่ถ้ามีแนวคูแบบนี้ ประชาชนอ้างไม่ได้ และเมื่อประชาชนเขารู้ชัดเห็นชัดเขาก็ถอยออกมาครับ เพราะฉะนั้น ผมอยากเห็นนะครับว่าในประเทศไทยเรามีพื้นที่ป์าเหลืออยู่เท่าไร ทำแนวคูโดยรอบเลยครับ จะกันได้นะครับ แล้วก็เปึนการลงทุนเพียงครั้งเดียวแต่ได้ผลอย่างยั่งยืนครับ

สำหรับประเด็นในข้อเสนอแนะในการเพิ่มพื้นที่ป์าให้ได้เปั้าหมาย ๔๐ เปอร์เซ็นต์ มีดังนี้ครับ

๑. ส่งเสริมและจูงใจให้มีการเพิ่มพื้นที่ป์าจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน

๒. ออกกฎหมายใหม่เพื่อใช้บังคับกับไม้เศรษฐกิจนอกเขตป์าสงวนโดยเฉพาะ เพราะในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นพระราชบัญญัติที่กรมป์าไม้เสนอและบังคับใช้ในปัจจุบัน เสมือนว่าให้ประชาชนทำอะไรก็ได้

ยกเว้นการปลูกต้นไม้ที่มีลักษณะเปึนไม้ยืนต้นหรือเปึนป์าปลูก เนื่องจาก ตามความในพระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ มาตรา ๒๐ กำหนดไว้ว่า ผู้ที่ยื่น ขออนุญาตปลูกสร้างส่วนป์าในเขตป์าสงวนเสื่อมโทรมจะต้องจ่ายค่าภาคหลวง คือมีคณะกรรมการกำหนดนะครับ และกำหนดว่าต้องจ่ายค่าภาคหลวง ๔๐๐ บาทต่อคิว จ่ายค่าบำรุงรักษาป์าอีก ๘๐๐ บาทต่อคิวไม้ รวมเปึนจ่าย ๑,๒๐๐ บาทต่อคิวไม้ นอกจากนี้ แล้วยังต้องจ่ายค่าธรรมเนียมตอบแทนในการใช้พื้นที่ป์าอีกด้วย ที่ผมบอกว่าคิวไม้นั้น คือหมายถึงว่าลูกบาศก์เมตรนะครับ จึงทำให้ไม่คุ้มทุนแก่การลงทุนจึงไม่มีใครลงทุนครับ นี่คือตัวพระราชบัญญัติที่ออกมาแล้วไม่ได้ส่งเสริมนะครับ กลับกลายเปึนการสกัดกั้น ในขณ ะที่การอนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป์าเสื่อมโทรมตามมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ได้กำหนดว่าให้คณะกรรมการกำหนด เปึ้นผู้ออกระเบียบ และออกมาแล้วครับว่า การขอใช้ประโยชน์ เช่น การทำไร่เลื่อนลอย การปลูกพืชล้มลุก หรือจะปลูกข้าวโพดอย่างที่ท่านได้กล่าวเมื่อตอนแรก ไม่ต้องจ่าย ค่าภาคหลวง ด้วยเหตุนี้จึงเปึนการจูงใจให้เกษตรกรเข้าไปปลูกพืชล้มลุก ปลูกข้าวโพดในเขต ป์าสงวน แทนที่จะไปปลูกไม้ยืนต้นหรือไปปลูกป์า เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับกฎหมาย ที่ออกมาไม่ได้เปึนเครื่องมือแต่กลายเปึนเครื่องสกัดกั้นครับ ซึ่งการที่เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้น ย่อมส่งผลดีต่อการเพิ่มพื้นที่ป์า และเปึนผลดีต่อสภาพแวดล้อม และเปึ้นผลดีต่อการชะลอ การไหลของน้ำจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเพราะต้นไม้ยืนต้นช่วยซึมซับได้ดีกว่าพืชล้มลุก พืชล้มลุก มีระบบโครงรากที่ตื้นและสั้นไม่สามารถดูดซับน้ำได้ในช่วงฤดูฝน ดูดซับได้แต่น้อยนะครับ และที่สำคัญนะครับไม้ยืนต้นช่วยลดการสูญเสียของดินที่ไปกับน้ำชะล้าง ผมเปึนเด็ก บ้านนอกครับ ตอนช่วงฤดูฝนช่วงนี้ละครับ ถ้าฝืนตกหนัก ๆ ท่านลองขับรถไปในท่ามกลาง ป์ามันสำปะหลังหรือว่าป์าข้าวโพด ท่านจะเห็นน้ำโคลนไหลบ่าหน้าดินลงไปจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ แต่ถ้าท่านไปดูขับรถไปในพื้นที่ป์าหรือว่าปลูกไม้ยืนต้นถนนแห้งเลยครับ ไม่มีน้ำไหลบ่า ออกมา นี่ครับเปึนตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจน และน้ำที่ไหลบ่าออกมาเห็นไหมครับ ตอนนี้น้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาในฤดูฝนจะขุ่นเปึนโคลนเลยนะครับ เพราะว่าไหลบ่าหน้าดินเหล่านั้น ละครับไหลลงมา นอกจากหน้าดินเสียแล้วปุิยในดินเสียด้วย เกษตรกรก็ต้องหาปุิยไปใส่เข้าไปอีก และปุิยที่ไปใส่ก็เปึนปุิยเคมีก็ทำให้ดินเสียเข้าไปอีกครับ เพราะฉะนั้นจะเกิดความสูญเสียหลายต่อนะครับ และที่สำคัญการปลูกพืชล้มลุกนั้น เขาเรียกว่าพืชดูดซับธาตุเอ็นพีเค (NPK) สูงมาก แต่ในขณะที่ไม้ยืนต้นใช้ธาตุเอ็นพีเค (NPK) น้อย ไม้ใดก็ตามที่ใช้ดอกใช้ผลจะดูดซับเอ็นพีเค (NPK) ในดินมาก แต่ไม้ยืนต้นดูดซับ เอ็นพีเค (NPK) น้อย แต่จะดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์มากเพราะดึงคาร์บอนไดออกไซด์ ไปทำเปึนไฮโดรคาร์บอน ก็คือเนื้อไม้และคายออกซิเจนออกมา จะเปึนผลดีต่อ สภาพแวดล้อม เพราะฉะนั้นจึงต้องส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกไม้ยืนต้นทดแทนการปลูกพืช ล้มลุกหรือพืชไร่ที่มีปัญหาทั้งเรื่องราคา มีปัญหาทั้งเรื่องงบประมาณของรัฐบาลที่ต้องไปช่วย มีปัญหาเรื่องการตลาด และยังมีปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมอีกด้วยครับ นอกจากนี้แล้วการปลูก ไม้ยืนต้นนั้นยังเปึนการลดอากาศร้อนและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับบรรยากาศโดยรอบ เปรียบเสมือนมีแอร์ (Air condition) อยู่กลางอากาศครับ เพราะว่าไม้ยืนต้นนั้นดูดน้ำขึ้นไป แล้วค่ายน้ำออกทางใบ ในช่วงคายน้ำนั้นก็จะเปึนการดูดความร้อนไป แล้วก็ค่าย ความเย็นออกมาครับ

ประการที่ ๓ ที่จะส่งเสริมให้เอกชนนะครับ สร้างแรงจูงใจให้มีการปลูกและ ใช้ประโยชน์ไม้เศรษฐกิจ เนื่องจากไม่มีเกษตรกรหรือชาวบ้านคนใดละครับที่จะปลูกป์าทิ้งไว้ ดูเล่นท่ามกลางความยากจนของเขา ดังนั้นเกษตรกรที่จะจูงใจให้เกษตรกรปลูกจะต้องมี มาตรการจูงใจนะครับ แล้วก็จะต้องให้ผลตอบแทนเขาเชิงเศรษฐกิจด้วย ส่วนการปลูกป์า ถ้าวรนั้นคงจะเปึนหน้าที่ของทางส่วนราชการเปึนหลัก เว้นแต่ทางราชการออกมาตรการ จูงใจให้เกษตรกรปลูกป์าถาวรด้วยการชดเชยผลประโยชน์ตอบแทนให้กับเกษตรกรให้เขาอยู่ ได้แล้วก็อยู่รอดครับ

ประการที่ ๔ ส่งเสริมให้มีการปลูกป์าในพื้นที่เอกสารสิทธิของประชาชน นอกเขตป์าสงวนครับ ด้วยมาตรการดังนี้ครับ

๔.๑ ไม่เอาพระราชบัญญัติป์าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๙ ไปครอบและไป ควบคุมกำกับดูแลการดำเนินกิจกรรมของเกษตรกรที่ทำส่วนป์าในพื้นที่ส่วนป์าเอกสารสิทธิ ของตนเองอย่างในปัจจุบัน ตั้งแต่การขออนุญาตปลูก การขออนุญาตตัดฟัน การตั้งโรงงาน แปรรูป และการขนส่งต้องขออนุญาตทุกขั้นตอนครับ ขอให้เปลี่ยนเปึ้นเพียงแค่ลงทะเบียน ไม้ปลูกก็เพียงพอแล้ว เพื่อให้เกิดความคล่องตัวในการประกอบกิจการ และปัองกัน ข้าราชการที่เกี่ยวข้องไปแสวงหาผลประโยชน์ในทางมิชอบในกระบวนการการขออนุญาต ในทุกขั้นตอนดังกล่าวมาแล้ว

๔.๒ แก้ไขข้อกำหนดและมาตรฐานทางบัญชี ให้ถือว่าต้นไม้ยืนต้นที่ปลูกและ โตแล้วถือเปึ้นทรัพย์สินตามมูลค่าทางบัญชีได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ไม่สามารถตีมูลค่าทางบัญชีได้ ลงบัญชีได้เฉพาะส่วนที่ลงทุนไปเท่านั้นก็คือค่าต้นพันธุ์ ค่าแรงงานในการเตรียมพื้นที่ จึงไม่สอดคล้องกับความเปึนจริง และเปึนอุปสรรคต่อการขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน ทำให้เกษตรกรไม่มีเงินทุนที่จะปลูกสร้างส่วนป์าหรือไปกู้เงินนอกระบบก็มีอัตราดอกเบี้ยแพง ในขณะที่ทำธุรกิจปลูกสร้างส่วนป์ามีกำไรน้อยหรือไม่มีกำไร และผลตอบแทนน้อยไม่คุ้ม การลงทุนครับ

ประการที่ ๕ พัฒนาอุตสาหกรรมรองรับไม้เศรษฐกิจที่ได้จากการปลูก อย่างครบวงจร

ประการที่ ๖ ส่งเสริมให้ไม้เศรษฐกิจอยู่ในคลัสเตอร์ (Cluster) ของภาคเกษตร ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีพื้นที่ป์าเศรษฐกิจอยู่เพียงไม่เกิน ๕,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ แต่สามารถนำเงินตราเข้า ประเทศเปึ้นรายได้จากการส่งออกนั้นถึงมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับ พืชไร่อย่างอื่นแล้วใช้พื้นที่น้อยกว่ากันมากเลยครับ และไม่เปึนภาระของรัฐบาลที่ต้องไป ค้ำประกันหรือต้องไปอุดหนุนด้วยครับ ในขณะที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยยังต้องน้ำเข้าไม้ต่าง ๆ และผลิตภัณฑ์ไม้อยู่ถึง ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อป้ครับ อยากพลิกวิกฤตตรงนี้ให้เปึ้นโอกาสครับ

แล้วที่สำคัญอีกอันหนึ่งข้อเสนอแนะอันสุดท้ายนะครับ หน่วยงานที่ดูแล การส่งเสริมการปลูกป์าภาคเอกชน ปัจจุบันเปึ้นหนึ่งในสำนักงานอยู่ในกรมป์าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันที่จริงแล้วควรมีฐานะเปึนกรมอยู่ใน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพราะกระทรวงทรัพยากรควรดูแลในเรื่องไม้ในป์าอนุรักษ์ เพื่อไม่ให้มีการบุกรุกและตัดฟันโดยเด็ดขาดในพื้นที่ ๑๐๐,๑๐๒.๔ ล้านไร่ ส่วนที่อยู่นอกนี้ ไม่ควรไปดูแลละครับ ควรเปึนหน้าที่ของกระทรวงเกษตรเข้าไปดูแลเพราะไม้ปลูกเปึนพืช เกษตรและเกี่ยวข้องกับตลาดล่วงหน้า เกี่ยวข้องกับการใช้ประกันเงินกู้ เกี่ยวข้องกับ การส่งเสริม จึงควรให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าไปดูแล

ท้ายที่สุดนี้จึงขอฝากข้อเสนอดังกล่าวแล้วผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมการ เพื่อให้บังเกิดผลเปึ้นรูปธรรมในการเพิ่มพื้นที่ป์าให้ได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ตามเปัาหมายเพื่อให้ เกษตรกรร่ำรวยอยู่ได้ อยู่รอดและมีความสุข เพื่อให้บ้านเรามีสภาพแวดล้อมที่ดี ฝนตกต้อง ตามฤดูกาล ไม่ร้อน ไม่แล้ง แล้วก็น้ําไม่ท่วมและเพื่อจะได้ให้ประเทศชาติของเรามั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง พื้นที่ป์า สัตว์ป์าอุดมสมบูรณ์อย่างยั่งยืน ขอบคุณครับ