ขวัญชัย ชี้ปัญหาป่าเสื่อม หนุนตั้งคณะกรรมการชาติ-ใช้เทคโนโลยีติดตาม

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๗ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

ขวัญชัย ดวงสถาพร แถลงถึงวิกฤติการณ์ทรัพยากรป่าไม้ที่เสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่องจากหลายปัจจัย เช่น การเกษตร การบุกรุกพื้นที่ป่า และไฟป่า พร้อมเสนอแนวทางการปฏิรูปอย่างเร่งด่วนทั้งการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายป่าไม้แห่งชาติ การปรับปรุงกฎหมาย การใช้เทคโนโลยีติดตามสภาพป่าแบบเรียลไทม์ และการส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อฟื้นฟูและเพิ่มพื้นที่ป่าให้ได้ 40 เปอร์เซ็นต์ของประเทศอย่างยั่งยืน

นายขวัญชัย ดวงสถาพร กรรมการ

กราบเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ลำดับถัดไปผมขออนุญาตที่จะนำเสนอในประเด็นของสถานภาพ ทรัพยากรป์าไม้ของชาติ จนถึงภาพรวมในประเด็นถึง ๖ ประเด็นปฏิรูปและ ๒๒ มาตรการ ในประเด็นภาพรวมนะครับ ก่อนที่จะเปึนประเด็นเร่งด่วน ซึ่งแต่ละท่านจะนําเสนอต่อไป นะครับ ผมขออนุญาตที่จะสรุปถึงสถานการณ์ทรัพยากรป์าไม้ของประเทศ ซึ่งทุกท่านคง ทราบดีนะครับว่าอยู่ในสถานการณ์ที่จัดว่าในระดับวิกฤตถ้ามองในเชิงวิชาการนะครับ ปัจจุบันนั้นประเทศไทยมีป์าอยู่ประมาณ ๑๐๒.๒๔ ล้านไร่นะครับ ข้อมูล ถ้ามองข้อมูล เหล่านี้นั้นถามว่าเพียงพอหรือไม่ ก็ประมาณ ๓๑-๓๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโดยหลักวิชาการแล้ว ในประเทศเขตร้อนนั้น ถ้าประเทศใดมีป์าที่น้อยกว่า ๑ ใน ๓ ของประเทศนั้น จัดอยู่ ในสถานการณ์วิกฤตที่อาจจะเกิดผลกระทบรุนแรงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ของชาตินะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถ้ามองข้อมูลตัวเลขที่ให้เห็นชัดนะครับว่า ตั้งแต่ ป้ ๒๕๑๖ จนถึงป้ ๒๕๕๗ หรือป้ ๒๕๕๘ นั้น เรามีข้อมูลพื้นที่ป์าที่ลดลงในอัตราค่อนข้าง จะสูง ถ้ามองในยุคของรัฐบาลปัจจุบันในยุคของ คสช. นะครับ ซึ่งภาพลักษณ์ในการบังคับใช้ กฎหมายที่เข้มงวดก็ยังมีสภาพป์าที่ลดลง จากที่เคยลดลงเฉลี่ยประมาณป้ละ ๙๐๐,๐๐๐ ไร่ ถ้ามอง ๔๐ ป้ ที่ผ่านมา ป้ ๒๕๕๗ ถึงป้ ๒๕๕๘ ก็ยังลดลงประมาณป้ละ ๔๐,๐๐๐ ไร่ แต่เปึนตัวเลขที่ถือว่าอัตราการลดลงที่น้อยที่สุดตั้งแต่เรามีสถิติการป์าไม้มา นี่พูดถึงอัตราการ ลดลงนะครับ นั่นคือข้อมูลที่สำคัญประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียนทุกท่านนะครับ

ประเด็นถัดไปก็คือว่า หลังจากที่อัตราการลดลงเฉลี่ยป้ละประมาณเกือบ ๑,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ หรือ ๙๐๐,๐๐๐ ไร่ ตั้งแต่ป้ ๒๕๑๖ ถึงป้ ๒๕๕๖ เรามีข้อมูลที่สำคัญ อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่า ข้อมูลอัตราการลดลงของพื้นที่ป์าจะสอดคล้องกัน หรือมีปัจจัย ที่เกี่ยวข้องหลายประการ อย่างเช่นเราเคยมีพื้นที่ป์าลดลงที่สูงมากเมื่อประมาณป้ ๒๕๑๘ ถึงป้ ๒๕๑๙ เฉลี่ยป้นั้นประมาณป้ละ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ป้ละ ๗,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งสูงมาก ซึ่งสาเหตุมีหลายประการ และสาเหตุหนึ่งก็คือเรื่องของนโยบายต่าง ๆ ที่ผมจะได้กราบเรียน ถัดไปนะครับ และเราพบว่าสถานการณ์เขาหัวโล้นในปัจจุบันนะครับ จากข้อมูลของ กรมป์าไม้และจิสดา (GISTDA) เราพบว่ามีประมาณ ๒๙.๘ ล้านไร่นะครับ โดยจังหวัดเลย มากที่สุดประมาณ ๒,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ จังหวัดพิษณุโลกประมาณ ๑.๓ ล้านไร่ จังหวัดน่าน ๑.๒๘ ล้านไร่ จังหวัดเชียงใหม่ ๑.๒๘ ล้านไร่เช่นกันนะครับ และจังหวัดอุบลราชธานี ๑.๒๖ ล้านไร่ ข้อมูลเขาหัวโล้นเหล่านี้เปึนข้อมูลที่ที่ตั้งนั้นอาจจะอยู่ในเขตป์าอนุรักษ์ ซึ่งเปึนแหล่งลุ่มน้ำชั้นหนึ่ง ชั้นสอง ซึ่งเปึนพื้นที่สำคัญและเปราะบางทางธรรมชาติ ถ้ามองข้อมูลเหล่านี้นั้นเราจะเห็นว่าการที่เราจะเพิ่มผื่นป์านั้น อาจจะต้องมีการเร่งฟุ๋่นฟูพื้นที่ เหล่านี้โดยเร่งด่วนนะครับ เพราะภูเขาก็มีความลาดชันสูงนะครับ ซึ่งอาจจะเปึนแหล่งต้นน้ำ ลำธารที่สำคัญนะครับ ถ้ามองมิติของนโยบายป์าไม้ทั้งหลายในบ้านเมืองเรานั้น ขณะนี้ มีนโยบายที่พูดตรงกันนะครับ ไม่ว่าจะเปึนกรอบยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายป์าไม้แห่งชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึนฉบับที่ ๑๑ ซึ่งจะหมดไป และรวมถึง ร่างแผนฉบับที่ ๑๒ ที่กำลังจะประกาศใช้ในเดือนหน้านั้น พูดตรงกันครับว่าอยากให้ ประเทศไทยนั้นมีป์า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ประเทศ โดยแบ่งเปึนป์าอนุรักษ์ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ และป์าเศรษฐกิจ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตามเราต้องหาที่อีก ๒๖ ล้านไร่ เพื่อให้บรรลุเปัาหมายตามนโยบายที่เรากำหนดร่วมกันนะครับ ๒๖ ล้านไร่ ซึ่งใน ๒๖ ล้านไร่นั้น ถ้ามองพื้นที่ป์าอนุรักษ์ก็คงมีตอนนี้ประมาณ ๖๒ ล้านไร่ เรายังขาดอีก ประมาณสัก ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ ป์าเศรษฐกิจขาดอีกประมาณ ๑๔ ล้านไร่ นี่เปึนข้อมูลจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเปึนเรื่องที่ท้าทายที่เราจะต้องเดินไปให้ถึงตรงนั้น ภายใต้ สถานการณ์ที่วิกฤตนะครับ ถ้ามองสาเหตุของการลดลงของพื้นที่ป์ารวมถึงการทำให้ ป์าเสื่อมโทรมนั้น เราพบว่าข้อมูลทางวิชาการที่พูดตรงกัน ๑. สาเหตุที่ทำให้ป์าลดลง การเกษตร รีสอร์ต (Resort) รวมถึงข้อมูลที่รัฐเองนั้นต้องพัฒนา สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเปึนชลประทาน สร้างทาง เหมืองแร่ ไฟฟัา โทรคมนาคม สิ่งเหล่านี้ล้วนเปึนสาเหตุที่ทำให้จากที่เปึนป์าเปลี่ยนไปเปึนพื้นที่อื่น แต่ในขณะเดียวกันก็มี ปัญหาหนึ่งก็คือว่าป์าเสื่อมโทรม ก็คือจากเปึนป์าก็ยังเปึนป์า แต่มีสภาพที่เปลี่ยนไปที่อาจจะ เสื่อมโทรมมาก ซึ่ง ๑. ก็คือการลักลอบตัดไม้เปึนสาเหตุสำคัญ ๒. ก็คือเรื่องของไฟป์าเปึน สาเหตุสำคัญเช่นกัน ในคณะกรรมการได้มีการวิเคราะห์ร่วมกับหน่วยงานทั้งสิ้น ๙ หน่วยงานที่เปึนอยู่ในรูปคณะกรรมการของเรา รวมถึงเชิญหน่วยงานอื่นมาหารืออีก ประมาณ ๘ หน่วยงาน เราวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ร่วมกัน เราพบว่ามีอยู่ ๗ ประเด็นปัญหา ที่สำคัญที่เปึนสาเหตุที่ทำให้ป์าลดลงแล้วก็ป์าเสื่อมโทรม ไม่ว่าจะเปึ้นปัญหาด้านนโยบาย ด้านหน่วยงาน ผู้ปฏิบัติงาน กฎหมายและการบังคับใช้ การทำลายป์าเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ ไฟป์าและอื่น ๆ ซึ่งถือว่าเปึนประเด็นปัญหาที่ครอบคลุมและเปึนประเด็นปัญหาที่สำคัญ นะครับ ผมขออนุญาตที่จะพูดโดยสรุปในส่วนของประเด็นปัญหาแต่ละด้าน

เริ่มแรกด้านนโยบาย ประเทศไทยเปึนประเทศที่ในปัจจุบันนั้นเราไม่มี คณะกรรมการระดับชาติด้านนโยบายเกี่ยวข้องกับป์าไม้โดยตรงนะครับมาควบคุม แต่ประเทศไทยมีอยู่ ๒ คณะกรรมการระดับชาติที่สําคัญคืออะไรครับ คณะกรรมการ ทรัพยากรน้ำแห่งชาติหรือ กนช. เรื่องของน้ำ เรื่องของดินเรามีคณะกรรมาการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ แต่พอเรื่องของป์าเราไม่มี ณ ปัจจุบัน แต่คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาตินั้น ส่วนใหญ่เวลาจัดสรรที่ดินก็ไปจัดสรรที่ป์า เพราะฉะนั้นการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ อาจจะเกิดปัญหาในอนาคต หากเราไม่มีคณะกรรมการเหล่านี้ ในอดีตนั้นเราเคยมี คณะกรรมการนโยบายป์าไม้แห่งชาติ แต่มติคณะรัฐมนตรีให้ยกเลิกเมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เหตุผลที่ให้ยกเลิกไม่ใช่ให้ยกเลิกเลย แต่เขียนแนบท้ายในมติ ครม. ว่าให้ไปจัดตั้งใหม่ ที่มีข้อบเขตอำนาจมากกว่าเดิม แต่จนถึง ณ วันนี้ไม่มีการตั้งขึ้นใหม่นะครับ และนโยบาย เกี่ยวกับทรัพยากรป์าไม้เปึนนโยบายที่เปลี่ยนบ่อยเมื่อเปลี่ยนรัฐบาล และแม้กระทั่งรัฐบาล เดียวกันในแต่ละยุคแต่ละสมัย นโยบายแต่ละหน่วยงานที่ออกมานั้นก็ขัดแย้งกัน ไม่ว่าจะเปึน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ว่าจะเปึนตัวนโยบายป์าไม้แห่งชาติเดิมที่กำหนด ไว้เมื่อป้ ๒๕๒๘ หรือนโยบายของกระทรวงหรือกรมที่เกี่ยวข้อง สิ่งเหล่านี้นั้นเมื่อทิศทาง ที่ขาดเอกภาพ โอกาสที่จะสำเร็จก็ค่อนข้างจะน้อย นโยบายเกี่ยวกับการแก้ปัญหาทรัพยากร ป์าไม้ ไม่ว่าอย่างเช่นมติคณะรัฐมนตรี ส่วนใหญ่มติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับป์าไม้ เปึ้นมติคณะรัฐมนตรีที่ผ่อนปรนการบังคับใช้กฎหมาย แต่ละยุคแต่ละสมัยก็จะมีมติ คณะรัฐมนตรีขึ้นมาเพื่อผ่อนปรน อย่างเช่นมติคณะรัฐมนตรี ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ รวมถึง มติคณะรัฐมนตรีอื่น ๆ อีก ๖-๗ ฉบับนะครับ ซึ่งยังไม่มีการแก้ไขให้เปึนไปตามแนวทาง ที่ควรจะเปึน และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ไม่ว่าจะเปึนจำนำ ราคาหรือประกันราคาทั้งหลายนั้น เปึนส่วนหนึ่งที่ลืมมองผลกระทบต่อการใช้ที่ดินป์าไม้ เปึ้นสิ่งที่จะสร้างแรงจูงใจให้คนเข้าไปใช้พื้นที่ป์าไม้ นั่นคือประเด็นของนโยบายที่เปึ้นเรื่อง หลัก ๆ

ประเด็นปัญหาของเรื่องหน่วยงานนะครับ ปัจจุบันหน่วยงานด้านทรัพยากร ป์าไม้มีหน่วยงานหลักอยู่หลาย ๆ หน่วยงาน ซึ่งก็เปึนหน่วยงานทั้งตั้งใหม่ หน่วยงานที่มี มาแต่เดิมมาอย่างยาวนาน หน่วยงานภาครัฐเหล่านั้นยังขาดเอกภาพและการบูรณาการ ในการบริหารจัดการ ทั้งในส่วนพื้นที่ที่แต่ละหน่วยงานมาบริหารหรือแม้กระทั่งที่ตั้ง หน่วยงานก็ยังอาจจะมีความขัดแย้งกัน องค์กรด้านการบริหารจัดการทรัพยากรป์าไม้ ขาดตั้งแต่ปฏิรูประบบราชการ ป้ ๒๕๔๕ เราพบว่าการรับบริการจากภาคประชาชน ภาคประชาชนมารับบริการของหน่วยงานภาครัฐด้านทรัพยากรป์าไม้นั้น โอกาสที่จะได้รับ การอำนวยความสะดวกนั้นน้อยลง เพราะตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างพุ่งเปัาในระดับจังหวัด ไปที่ ทิสจ. คือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ซึ่งเปึนหน่วยงานที่ทำแทบทุกด้าน ด้านสิ่งแวดล้อมนะครับ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องน้ำ เรื่องป์า หรือมลภาวะต่าง ๆ ซึ่งก็คงจะรับ ไม่ไหวถ้าจะทำทุกด้านนะครับ เพราะฉะนั้นถ้าชาวบ้านจะขออนุญาตอะไรทั้งหลายเหล่านี้นั้น เรื่องของการใช้ประโยชน์ไม้หรือใช้ประโยชน์อื่น ๆ นั้น จะต้องไปที่ ทสจ. นะครับ ซึ่งอาจจะ ไม่อำนวยความสะดวกรวมถึงการไม่มีหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมาก ๆ ในเขตท้องถิ่น อาจจะทำให้การบูรณาการหรือการสร้างการมีส่วนร่วมก็เปึนอุปสรรค์ กลไกการแก้ไขปัญหา การบุกรุกที่ดินของรัฐระดับจังหวัดยังขาดประสิทธิภาพ เรามีคณะกรรมการระดับจังหวัดซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัดมีภารกิจมาก บางทีอาจจะ ไม่ได้ประชุมหรือขาดกระบวนการติดตามเร่งรัดในการดำเนินการนะครับ ขาดการนำ เทคโนโลยีมาติดตามและปัองกัน ประเทศไทยนั้นปัจจุบันเราวิเคราะห์ คณะกรรมการ วิเคราะห์แล้วเราขาดการนำเทคโนโลยีที่มาติดตามอย่างทันท่วงที เราจะติดตาม เมื่อเกิดปัญหาไปแล้วซึ่งป์าถูกบุกรุกไปแล้ว เหล่านี้เปึนต้นนะครับ

ประเด็นถัดไปก็คือ ปัญหาด้านของผู้ปฏิบัติงาน เราพบว่าข้อมูลสัดส่วนของ อัตรากำลังต่อสัดส่วนที่เข้าไปดูแลป์านั้นขาดมาตรฐานโดยเฉพาะพนักงานพิทักษ์ป์าหรือ เจ้าหน้าที่ในภาคสนามนั้นคน ๑ คนนั้นต้องดูแลพื้นที่ป์าเปึ้นหมื่นไร่ เมื่อคิดค่าเฉลี่ย แต่สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการก็เข้าใจนะครับ โดยกรอบของสถานภาพทั้งหลายของประเทศนั้น การเพิ่มอัตรากำลังไม่ใช่เรื่องง่ายแต่เราก็มีมาตรการนะครับ บุคลากรในภาคสนาม ขาดสวัสดิการและแรงจูงใจ การปฏิบัติงานของบุคลากรเจ้าหน้าที่ป์าไม้นั้นบางที่เมื่อเสียชีวิต หรือเมื่อได้รับบาดเจ็บ เมื่อเทียบสวัสดิการกับหน่วยงานอื่นที่ใกล้เคียงกันนั้นสวัสดิการ ยังน้อยกว่าเข้ามาก ขาดการใช้บุคลากรตามพระราชบัญญัติแต่ละพระราชบัญญัติ กฎหมาย ด้านป์าไม้มีประมาณ ๘ ฉบับ มีบุคลากรที่ถือว่าเปึ้นเจ้าหน้าที่ พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม กฎหมายแต่ละฉบับก็ไม่ได้มีการเข้าไปบูรณาการหรือใช้บุคคลเหล่านั้น ประเด็นปัญหาเรื่อง กฎหมายและการบังคับใช้นะครับ ผมจะขออนุญาตที่จะเรียนว่าเรามีใบ ส.ค. ๑ จำนวนมาก ซึ่งเดี๋ยวจะมีผู้อภิปราย ผู้นําเสนอถัดไปนะครับ ซึ่งมีการออกใบ ส.ค. ๑ ซ้ําซ้อนที่เราเรียกว่า ส.ค. บิน ส.ค. บวม ทั้งหลายเหล่านั้น การบังคับใช้กฎหมายไม่ครบถ้วนและมีประสิทธิภาพ มีความขัดแย้งเกี่ยวกับแนวเขตป์านะครับ มติคณะรัฐมนตรีหลายฉบับเปึนการผ่อนปรน ประชาชนส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฎหมายที่ดินและป์าไม้ ขาดมาตรการ ทางกฎหมายในการสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชน หรือภาคประชาชนร่วมกับภาครัฐในการ ปลูกและฟุ๋นฟูป์า เหล่านี้เปึนต้นนะครับ

ประเด็นปัญหาถัดไปก็คือ การทำลายป์าเพื่อปลูกพืชเศรษฐกิจ คณะกรรมการ ได้วิเคราะห์ทั้งข้าวโพด ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย ในทุกมิตินะครับว่าอยู่ตรงไหน อย่างไร อย่างเช่นข้าวโพดมีประมาณ ๓.๗ ล้านไร่ ที่อยู่ในเขตป์าตอนนี้ ทั้งป์าสงวนแห่งชาติ และป์าอนุรักษ์ตามกฎหมาย รวมถึงปัญหาไฟป์านะครับ ซึ่งเราได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบ ทั้งด้านสังคมพืช ไม้เล็ก ไม้ใหญ่ มีผลต่อการสืบพันธุ์ การเติบโต ดิน ป์าไม้ เวลาไฟป์าเกิดขึ้นนั้น ดินก็ขาดการอุ้มน้ำนะครับ ความสมบูรณ์ลดลง เกิดการพังทลายได้ง่าย ทำให้มีน้ำน้อย เนื่องจากน้ำใต้ดินลดลง สัตว์ป์าก็ได้รับผลกระทบทั้งแหล่งน้ำ อาหาร และที่อยู่อาศัย ทรัพย์สินของประชาชนได้รับผลกระทบมาด้วย รวมถึงสุขภาพประชาชนนะครับ เราได้วิเคราะห์ถึงขนาดเปึนโรคที่เกิดจากไฟป์าไม่ว่าจะเปึนตาอักเสบ หัวใจและหลอดเลือด ทางเดินหายใจ ผิวหนังอักเสบ เหล่านี้เปึนต้น เศรษฐกิจและการท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเปึนการจราจร การบิน นักท่องเที่ยวที่ลดลง สภาวะอากาศของโลกที่มีการ เปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านั้นเปึนปัญหานะครับ รวมถึงปัญหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับ จากสภาพปัญหาเหล่านั้นเราได้มาวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่แท้จริง เราก็ได้กำหนดออกมาเปึน ๖ ประเด็นปฏิรูปที่ประกอบไปด้วย ๖ มาตรการเร่งด่วน เราจะมีลักษณะเปึนประเด็นปฏิรูป มาตรการนะครับ ในแต่ละประเด็นปฏิรูปซึ่งมีทั้งหมด ๒๒ มาตรการ และมีข้อเสนอแนะ การปฏิรูปในภาพรวม ผมขออนุญาตสรุปตรงนี้ในหลักการ ซึ่งในรายละเอียดนั้น ในประเด็น เร่งด่วนนั้น แต่ละท่านจะมานำเสนอต่อนะครับ

๑. ก็คือหยุดยั้งและปัองกันการทำลายทรัพยากรป์าไม้อย่างมีประสิทธิภาพ และยั่งยืนจะมีอยู่ ๗ มาตรการ ซึ่งมีเอกสารอยู่ที่ท่านสมาชิกทุกท่านนะครับ ไม่ว่าจะเปึน การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ การจัดตั้งอนุกรรมการใน ป.ป.ช. หยุดยั้งการปลูก พืชเกษตร ปรับปรุงพัฒนาโครงสร้างการบริหารจัดการ จัดสรรเจ้าหน้าที่ดูแลทรัพยากรป์าไม้ ที่เหมาะสม จัดระเบียบบุคคลที่อยู่อาศัยในเขตป์านะครับ การกำหนดเขตที่ดินของรัฐ ให้ชัดเจน ทั้งในแผนที่และพื้นที่จริง นั่นคือประเด็นปฏิรูปข้อที่ ๑

ประเด็นที่ ๓ ของการปฏิรูปคือการสร้างจิตสํานึกในการรักษาทรัพยากรป์าไม้ นี่เปึนประเด็นที่เรามองระยะยาวว่าผลสุดท้ายการจะใช้มาตรการระยะสั้นหรือ ระยะปานกลาง ระยะยาว ที่แท้จริงที่มีการแก้ปัญหายั่งยืนคือจะต้องส่งเสริมหลักการให้คน อยู่ร่วมกับป์าอย่างสมดุลและยั่งยืน ในขณะเดียวกันส่งเสริมและสนับสนุนให้ภาคส่วนต่าง ๆ น้อมน้ำแนวพระราชดำริเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป์าไม้มาใช้ในการที่จะมาคุ้มครอง รักษาทรัพยากรป์าไม้นะครับ

ประเด็นที่ ๔ การสร้างจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรป์าไม้อย่างที่ผมได้ เรียนไปว่านี่คือมาตรการที่ยั่งยืน คีย์ (Key) สำคัญก็คือว่าความร่วมมือจะต้องเกิดจาก ๕ ภาคส่วน ๑. รัฐ ๒. เอกชน ๓. ประชาชน ๔. ฝ์ายวิชาการ และ ๕. สื่อสารมวลชน นะครับ รวมถึงการพัฒนาระบบซีเอสอาร์ (CSR) การพิจารณากำหนดมาตรการลดหย่อน ภาษีสำหรับกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรป์าไม้ ส่งเสริมเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการให้มีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนนะครับ

ประเด็นที่ ๕ การปรับปรุงและพัฒนากฎหมายที่เปึนอุปสรรคซึ่งมีหลายฉบับ นะครับ กฎหมายด้านทรัพยากรป์าไม้อยู่ ๘ ฉบับหลัก ๆ นั้น บางฉบับเปึนกฎหมายเก่าแก่ ตั้งแต่ป้ ๒๔๘๔ ป้ ๒๕๐๔ ป้ ๒๕๐๗ ลักษณะนี้ก็จะต้องมีการปรับปรุง ปรับปรุงกฎหมาย ให้มีการเอื้อระเบียบนะครับ รวมถึงการควบคุมการบุกรุกทำลายป์าด้วยนะครับ ปรับปรุง มาตรการริบทรัพย์สิน เดี๋ยวจะมีท่านอภิปรายต่อ รวมถึงการผลักดัน พ.ร.บ. ป์าชุมชนด้วย นะครับ

แล้วประเด็นสุดท้ายในการปฏิรูปก็คือการสร้างระบบบูรณาการการจัดการ ทรัพยากรป์าไม้ที่มีประสิทธิภาพอย่างที่ทุกปัญหาที่เราได้วิเคราะห์ เราวิเคราะห์สาเหตุ และเรามากำหนดนะครับ อย่างเช่นการขาดเอกภาพ เราควรจะมีคณะกรรมการนโยบาย ป์าไม้แห่งชาติ และเราควรจะมีแผนแม่บทเพื่อพัฒนาการป์าไม้ของประเทศที่ไปสอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนระยะยาวข้องรัฐบาล นั่นคือ ๖ ประเด็นปฏิรูป ๒๒ มาตรการ นะครับ ซึ่งในลําดับถัดไปเปึนมาตรการปฏิรูปและเร่งด่วน

มาตรการแรก ก็คือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศมาติดตามตรวจสอบสภาพ ป์าไม้ คณะกรรมการเสนอว่าเราเสนอให้จิสดา (GISTDA) หรือสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยี อวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) บันทึกข้อมูลแบบเนียร์ เรียล ไทม์ (Near real time) หรือใกล้เวลาจริงนะครับ และให้แสดงผลอย่างทันท่วงที ทันท่วงทีคือ อะไรครับ ๑ เดือนในพื้นที่เปัาหมาย และ ๓ เดือนในพื้นที่ที่เปลี่ยนแปลง แล้วก็สนับสนุน การจัดระเบียบการใช้ประโยชน์ที่ดินป์าไม้ด้วยนะครับ แล้วก็ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่ รับผิดชอบด้านทรัพยากรป์าไม้ ป.ป.ช. ด้วยนะครับ สื่อมวลชนด้วย ยกเว้นข้อมูลที่เกี่ยวข้อง กับความมั่นคง แล้วเสนอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดที่อยู่ในจังหวัดนั้นได้รับทราบข้อมูลพื้นที่ป์า และควรจะกำกับดูแลให้เปึนไปตามที่ควรจะเปึ้นนะครับ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้น เมื่อรับตำแหน่งนั้นจะต้องรับทราบและกำกับแล้วก็ตรวจสอบโดยใช้ข้อมูลเนียร์ เรียล ไทม์ (Near real time) นี้นะครับ ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียม หรือภาพถ่ายทางอากาศมา ติดตามตรวจสอบนะครับ ตรวจสอบเปึนระยะนะครับ อย่างเช่นสภาพตัวอย่างเราได้ วิเคราะห์ความเปึ้นไปได้ว่าแนวทางนี้เปึนไปได้หรือไม่ ทางจิสดา (GISTDA) ก็ได้มีการทดลอง ทำดูปรากฏว่า อย่างเช่นพื้นที่อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ อย่างเช่นในภาพนะครับ ข้อมูลเมื่อวันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๕๗ กับวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๘ จะเห็นการเปลี่ยนแปลง ที่ชัดเจนแล้วก็ทันท่วงทีเช่นกัน ไม่ใช่การติดตามหลังจากป์าถูกทำลายแล้ว แต่เปึนการส่งสัญญาณ พื้นที่ใดมีความเสี่ยงสูงจะต้องมีการติดตามเปึนระยะนะครับ พื้นที่อำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน ลักษณะเหล่านี้นั้นเปึนตัวอย่างที่เราศึกษาความเปึนไปได้

ในประเด็นปฏิรูปเร่งด่วนข้อที่ ๒ เปึนประเด็นที่สําคัญประเด็นหนึ่งคือ เรื่องของ ป.ป.ช. ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานขอให้ท่านปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ได้นำเสนอต่อไปครับ