สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๗ · ๑๓ กันยายน ๒๕๕๙

สมพงษ์ สระกวี แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปพรรคการเมือง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีประชาธิปไตยภายในพรรค และการปฏิรูปพรรคการเมืองให้เปึนสถาบันทางการเมืองที่สะอาด โปร่งใส มีจริยธรรม และมีคุณธรรม

นายสมพงษ์ สระกวี กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ข้อเสนอหลายข้อ ผมคิดว่าทางกรรมาธิการคงจะรับไปพิจารณาได้ทั้งหมด โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้อเสนอของ ท่านประธานอลงกรณ์เอง ซึ่งผมอยากจะเรียนในข้อนี้เปึนสำคัญ เพราะเพื่อนสมาชิกกังวล นั่นก็คือว่าเรื่องประชาธิปไตยภายในพรรค เพราะพรรคการเมืองแต่เดิมนั้นจุดสำคัญก็คือ ขาดข้อนี้จริง ๆ เนื่องจากว่าสมาชิกนั้นไม่ได้ร่วมส่วนในการเปึ้นหุ้นส่วนของพรรค ดังนั้น ความเปึนประชาธิปไตยภายในพรรคจะเกิดหลังจากที่สมาชิกได้จ่ายเงินค่าสมาชิก เมื่อสมาชิกได้จ่ายเงินค่าสมาชิกแล้วนั้นเท่ากับสมาชิกได้เปึ้นหุ้นส่วนของพรรค เมื่อเปึนหุ้นส่วนของพรรค หุ้นส่วนก็ย่อมจะต้องมีสิทธิ มีหน้าที่ มีอำนาจ มีบทบาท มีส่วนร่วม ตลอดจนมีความรับผิดชอบในกิจกรรมทางการเมืองของพรรค เพราะฉะนั้น ในเรื่องนี้เมื่อพรรคการเมืองมีประชาธิปไตยในพรรคแล้ว ข้อเสนอที่ท่านอลงกรณ์ได้เสนอไว้ อย่างน่าฟังเปึนอย่างยิ่งที่จะได้นำเสนอต่อไป นั่นก็คือว่าเมื่อเกิดประชาธิปไตยภายในพรรค นอกจากสมาชิกจะเปึนผู้คัดเลือกผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง สมาชิกจะเปึนผู้คัดเลือกหัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรค และผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่น ๆ ในส่วนของการเลือกหัวหน้าพรรคนั้น ควรมีการเลือกขั้นต้นนะครับ ซึ่งนี่เปึนเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมานั้นไม่ค่อยได้สนใจ เรื่องนี้เพราะมีการจับยัดกัน ซึ่งอันนี้ก็เปึนข้อเท็จจริงทางการเมือง ที่จริงท่านประธานก็ได้มี ข้อเสนอบางประการซึ่งจะรับไว้พิจารณา อย่างเช่นเรื่องผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองกับ ผู้บริหารพรรคไม่ควรจะเปึนคนกลุ่มเดียวกัน แต่ข้อเท็จจริงก็ยังเห็นว่าอาจจะต้องไม่ถึงกับ เปึ้นอิสระต่อกัน แต่เพื่อเปึนการพัฒนาพรรคการเมืองให้เติบใหญ่และให้มีบทบาท เปึ้นสถาบันทางการเมืองหนึ่งนั้น กรรมการบริหารพรรคและผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ความซ้ำซ้อน ภาระหน้าที่ ก็ควรจะได้ดูแลให้เหมาะสม แต่ไม่ถึงกับจะตัดให้ขาดออกจากกัน ตามที่ท่านรองอลงกรณ์ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ประการหนึ่งแล้ว ต่อมาที่เพื่อนสมาชิกกังวลและผม เห็นว่าเปึนข้อเสนอที่ต้องรับไว้พิจารณาอย่างสำคัญ ดูเหมือนจะเปึ้นท่านกรรมาธิการเอง ก็คือเรื่องผู้บริหารพรรคการเมืองจะต้องอยู่ในข่ายที่จะต้องใช้มาตรฐานทางจริยธรรม ของผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมืองหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ท่านคํานูณ สิทธิสมาน ได้เสนอไว้ ซึ่งในการปฏิรูปพรรคการเมืองที่ต้องการให้พรรคการเมืองเปึนสถาบันทางการเมืองของ ประชาชนนั้น ผมคิดว่าก็ควรจะได้บรรจุเรื่องนี้ไว้นะครับ แต่ไม่ถึงกับเข้มงวด เนื่องจากว่า ผู้บริหารพรรคการเมืองยังไม่ใช่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คือพูดง่าย ๆ ว่าผู้บริหารพรรค การเมือง หัวหน้าพรรค กรรมการบริหารพรรคอะไรก็ตามยังไม่ได้กินเงินเดือนจากภาษีอากร ประชาชน แต่อย่างไรก็ตามนะครับเนื่องจากเราต้องการให้พรรคการเมืองเปึนสถาบันทาง การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่สง่างาม ที่สะอาด ที่ฝากความหวังไว้ได้ ดังนั้นก็น่าจะ เขียนไว้ได้ครับท่านคำนูณครับว่า ผู้บริหารพรรคการเมืองนั้นพึงคำนึงถึงเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และหน้าที่ในฐานะผู้อาสาของประชาชนมาดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ดังนั้นมาตรฐาน ทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองก็นำมาปรับใช้กับผู้บริหารพรรคการเมืองได้ ปรับใช้นะครับ เพราะว่ามาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตามรัฐธรรมนูญใหม่นั้นเชื่อว่าคงจะมีมาตรฐานเพื่อให้เรามีผู้ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ที่สะอาด โปร่งใส มีจริยธรรม คุณธรรม และเปึ้นที่วางใจของประชาชนได้ เพื่อนสมาชิก สปท. ครับ ผมก็คิดว่าความมุ่งหวังร่วมกันที่เรามาถึงหัวเลี้ยวหัวต่อสําคัญในทางการเมือง ที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านหวังจะเห็นพรรคการเมืองจะได้เปึนสถาบันทางการเมืองในระบอบ ประชาธิปไตยที่จะช่วยกันค้ำจุนระบอบประชาธิปไตย ทำการเมืองของเราให้สะอาด โปร่งใส มีคุณธรรม มีจริยธรรม และเฉลี่ยวฉลาดพอที่จะพาชาติบ้านเมืองไปสู่ทิศทางของการพัฒนา ที่เจริญก้าวหน้าและสถาพร ผมจึงรู้สึกเปึ้นเกียรติและรู้สึกภาคภูมิใจร่วมกับเพื่อนสมาชิกว่า ในการปฏิรูปพรรคการเมืองของการขับเคลื่อนของสมาชิก สปท. ของเราในครั้งนี้เปึนภารกิจ ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญนะครับ การทำภารกิจที่สร้างสรรค์นั้นก็คงไม่ต้องถึงกับเหยียบศพ ใครขึ้นไปนะครับ อย่างไรก็เชื่อว่าภารกิจการปฏิรูปพรรคการเมืองของเราในครั้งนี้นั้นเราอยู่ บนพื้นฐานของความมุ่งหวังที่จะเห็นพรรคการเมืองเปึนสถาบันทางการเมืองของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ได้มีเหตุผลแห่งความมุ่งร้ายหรือเกลียดชังมาเปึน องค์ประกอบแม้แต่น้อย ขอขอบคุณครับท่านประธาน