วิทยา แก้วภราดัย หารือถึงปัญหาการทุจริตการเลือกตั้งที่นำไปสู่วิกฤติการเมืองและการรัฐประหาร เรียกร้องให้มีการปฏิรูประบบการเมืองร่วมกัน เพื่อป้องกันไม่ให้กลับสู่ระบบเดิมที่เอื้อต่อมาเฟียการเมือง พร้อมตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของ กกต. และเสนอให้จัดการเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อสร้างความพร้อมและส่งเสริมการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม โดยเน้นความรับผิดชอบร่วมของทุกภาคส่วน รวมถึงการทบทวนข้อห้ามบริจาคซองเพื่อสมดุลระหว่างการป้องกันทุจริตกับภาระต้นทุนของผู้แทนราษฎร
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิทยา แก้วภราดัย ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ผมเป็นนักการเมืองครับ ซึ่งอาจจะแตกต่างจากเพื่อนสมาชิกที่นั่งในสภาทั้งหมด ผมลงสมัคร ส.ส. มา ๑๐ ครั้งครับ แพ้ ๒ ครั้ง ชนะ ๘ ครั้ง ซึ่งผมเข้าใจว่าอย่างผมกับเพื่อนสมาชิกในสภานี้อาจจะไม่ตรงกัน ในสายงานอาชีพทั้งหมด และผมเชื่อว่าสมาชิกบางท่านตลอดชีวิตอาจจะไม่เคย ไม่เฉพาะไม่สมัครนะครับ ผมได้ยินบางท่านประกาศว่าในชีวิตไม่เคยไปลงเลือกตั้งเลย แต่ที่ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภากับเพื่อนสมาชิกทั้งหมดนะครับ ที่เรามี สปท. วันนี้ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศวันนี้มันเกิดจากต้นเหตุมูลฐานจากคนที่เป็น นักการเมืองอย่างผมนี่ละครับ สปท. เกิดจากคำสั่งของ คสช. คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ถามว่าทำไมถึงต้องมี คสช. ในเมื่อบ้านเมืองเราปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย คนมาจาก การเลือกตั้งแล้วก็เป็นรัฐบาล แล้วก็บริหารบ้านเมือง เป็นเพราะสังคมเขาวิพากษ์แวิจารณ์แค่รับ ว่านักการเมืองมาจากการซื้อเสียง เมื่อนักการเมืองมาจากการซื้อเสียง นักการเมืองก็มาหา สตางค์แจากการเอาตำแหน่งทางการเมือง เมื่อนักการเมืองออกมาหาสตางค์แจากตำแหน่ง ทางการเมือง สุดท้ายครับหนีไม่พ้นครับมันต้องมีคนมาปราบโกง และมีการปราบมาเป็น ระยะ ๆ ทุกครั้งที่มีการเว้นวรรคทางการเมืองเพราะการปฏิวัติด้วยเหตุผลประการหลักครับ มีการทุจริตกันจากนักการเมือง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าพวกผมในฐานะกรรมาธิการการเมือง กำลังเสนอเรื่องที่เป็นหัวใจของคณะ คสช. วันนี้ครับ เสียของไม่เสียของถ้าเจอการเลือกตั้ง ครั้งหน้ากลับไปอย่างเดิม บอกได้อย่างเดียวครับในฐานะเป็นนักการเมือง คสช. เสียของครับ คุณปฏิวัติเพื่อปราบโกง ปราบการทุจริตการเลือกตั้ง ปราบการเลือกตั้งที่ไม่เที่ยงธรรม แต่พาการเลือกตั้งกลับไปเจออย่างเดิม มันก็หมายความว่าเสียของ และคนที่ร่วมกันทำให้ เสียของก็คือพวกเราทั้งหมดตรงนี้ครับ เพราะเรามีหน้าที่ในการขับเคลื่อนสภาปฏิรูปประเทศ คราวนี้รายงานของพวกกรรมาธิการการเมืองที่ถูกนําเสนอไปทางสังคมโดนวิพากษแวิจารณแ เยอะครับ ถ้าเพื่อนสมาชิกไม่ช่วยกันระดมติติง ตกแต่ง ทั้งห่อยทั้งโหนให้ดีนะครับ ท่านจะ รับผิดชอบเท่ากันหมด เพราะเป็นของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ วันนี้หลุดออกจากมือ คณะกรรมาธิการการเมืองแล้วกำลังโยนใส่ให้ท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกทั้งหมด หลังจากวันนี้คนที่จะถูกวิพากษ์แวิจารณ์ไม่ใช่นายวันชัยกับนายเสรีครับ แต่ทั้งหมด ต้องเข้าใจ ครับว่าทำไมมันถึงเป็นอย่างนี้ ผมยกตัวอย่างที่เขาวิพากษ์แวิจารณ์แกันนะครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิก ถ้าไม่เข้าใจต้องซักให้เข้าใจครับ ถ้าไม่เข้าใจจริง ๆ รับไม่ได้จริง ๆ อย่ารับครับรายงานฉบับนี้ อย่าเกรงใจครับ ไม่ใช่เพื่อนสมาชิกเสนอแล้วต้องเกรงใจรับกันหมด เพราะรับแล้วมันคือ ทิศทางทางการเมืองที่จะกำหนดว่าเราแพ้หรือชนะหลังการปฏิวัติครั้งนี้ เขาวิพากษ์แวิจารณ์ กันเรื่องคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้พาการเมืองถอยหลัง ยกการเลือกตั้งให้กับมาเฟีย (Mafia) คือกระทรวงมหาดไทย พูดได้แค่นี้ก็จบครับ พอพูดแค่นี้จบ คนก็นึกถึงการเลือกตั้งเมื่อ ๑๕ ปี ๒๐ ปีที่แล้วกระทรวงมหาดไทยเป็นคนจัดการเลือกตั้ง พูดแล้วพูดไม่จบไม่หมดครับ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีที่มาของเรื่องทั้งหมด ซึ่งผม ขออนุญาตใช้เวลาไม่ยาวครับทำความเข้าใจเพื่อนสมาชิกเพื่อจะได้ซักถามว่าพวกผมที่คิดกัน ทั้งหมดในกรรมาธิการผิดหรือถูก และไม่ต้องไว้หน้าครับ เพราะมันจะเป็นทิศทางของการเลือกตั้งที่จะถึงหลังจากการผ่านรัฐธรรมนูญ เราพูดถึงเรื่อง การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมที่คุณวันชัยพูด หน่วยงานที่เราสร้างขึ้นมาตั้งแต่การเลือกตั้ง ปี ๒๕๔๔ ควบคุมการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรม เรียกว่า กกต. คณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่มาถึงการปฏิวัติ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ครับ เราบอกว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ได้นักการเมืองที่ทุจริต ได้การเมืองที่เลวร้ายเข้ามาจำเป็นต้องปฏิวัติ พวกผมก็พยายาม สอบถามกับ กกต. ครับว่า ๑๐ กว่าปีที่ทำหน้าที่ กกต. จับการเลือกตั้งซื้อเสียงได้กี่ราย คำตอบน่าตกใจครับ แทบจับไม่ได้เลย แทบจับไม่ได้เลยครับ พอจับไม่ได้เลยถามว่าทำไม จับไม่ได้ ๑. ไม่ได้รับความร่วมมือ ๒. ไม่มีกำลังคน ๓. ๔. ๕. งานเยอะ งานมาก หัวใจ จริง ๆ ของการตั้ง กกต. ก็คือสร้างการเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม ให้การเลือกตั้งไม่ซื้อเสียง ได้ด้วยความรักด้วยศรัทธาไม่ใช่ได้ด้วยอามิสสินจ้างเข้ามาเป็นนักการเมือง เข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ปรากฏว่า ๑๐ กว่าปีของ กกต. ไม่สามารถได้เพราะงานเยอะ กลับไปดูงาน กกต. เยอะ จริง ๆ ครับ ตั้งแต่ กกต. มีหน้าที่ไปหาที่ที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง หาที่ที่จะลงคะแนนเลือกตั้ง เสร็จ หาปูายที่จะไปติดที่หน่วยเลือกตั้ง หาปูายเสร็จหาคนไปประจำหน่วยเลือกตั้ง หาคน ประจําหน่วยเลือกตั้งเสร็จต้องประเมินว่าทั้งประเทศมีคนมีสิทธิเท่าไร ควรจะพิมพ์ บัตรเลือกตั้งเผื่อไว้กี่เปอร์เซ็นต์ ไปหาโรงพิมพ์แพิมพ์แบัตรเลือกตั้ง พิมพ์แบัตรเลือกตั้งเสร็จ ต้องหาหีบเลือกตั้ง หาหีบเลือกตั้งเสร็จส่งหีบเลือกตั้งไปจังหวัด ส่งไปหน่วยเลือกตั้ง ส่งบัตรเลือกตั้งตามไปเฉพาะถึงวันเลือกตั้งครับ กกต. ต้องระดมคนมาช่วยทั้งหมด ๑,๐๐๐,๐๐๐ คนครับ เฉพาะทําเรื่องจัดการเลือกตั้งอย่างเดียวครับไม่มีเวลาไปไล่ซื้อเสียง หมดแล้วครับ เพราะเราให้ภาระงานเข้ามากไป กรรมาธิการก็หารือครับว่าเอาคนอื่นไปแบ่ง ได้ไหม จัดการเลือกตั้งต้องใช้คนเป็นล้านใครแบ่งได้บ้าง ก็คิดว่ามีกระทรวงไหนบ้างที่มี กำลังคนอยู่ในต่างจังหวัดมากที่สุด กระทรวงที่ ๑ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงที่ ๒ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการมีกำลังคนอยู่ในชนบททั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ คน ๕๐๐,๐๐๐ คน กระทรวงสาธารณสุขมีข้าราชการ ลูกจ้าง อยู่ ๒๗๐,๐๐๐ คน มี อสม. อีก ๑,๐๐๐,๐๐๐ คน แต่ถามว่าหน่วยงานไหนเมื่อซักถามครับจะมีความจัดเจนการเลือกตั้ง ก็มีกระทรวงมหาดไทยครับ พวกผมกำลังเสนอประเด็นให้เพื่อนสมาชิกได้ถกเถียงกันครับว่า จะแบ่งเบาภาระงาน กกต. โดยให้กระทรวงมหาดไทยมาจัดการเลือกตั้งไม่ใช่มาบริหาร การเลือกตั้งทั้งหมดครับ ท่านฟังช้า ๆ นะครับ จัดการเลือกตั้งก็คือไปทำการเลือกตั้ง ให้การกาลงคะแนนจบ คนที่ควบคุมการเลือกตั้งจริง ๆ ก็คือ กกต. เพราะภาระเขาอยู่ตรงนั้น ควบคุมกำกับให้การเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรม กระทรวงมหาดไทยหรือหน่วยงานที่พวกผมเสนอ ตุ฿กตาเป็นกระทรวงมหาดไทยมาให้กับท่านมีหน้าที่ไปจัดการการเลือกตั้งครับ กาบัตรกัน ให้เสร็จ นับคะแนนให้เสร็จ คนประกาศผลเลือกตั้งยังเป็น กกต. คนกำกับยังเป็น กกต. แต่วันนี้ครับกรรมาธิการโดนกันเละแล้ว พาการเมืองย้อนหลังให้มาเฟีย (Mafia) ผมถามท่าน ที่เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาหลาย ๆ ท่านนะครับ ที่นั่งอยู่ในสภานี้เยอะครับผู้ว่า ถามว่าผู้ว่า วันนี้กับผู้ว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วต่างกันอย่างไร ผู้ว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วเป็นเจ้าเมืองจริง ๆ ครับ ผู้ว่าวันนี้คือผู้ประสานงานในภูมิภาค ทุกกระทรวงขยายสาขาไปในภูมิภาคหมดแล้ว คุมกระทรวงสาธารณสุขก็ไม่ได้ เพราะเขามีหน่วยงานของเขาดูแล ขึ้นตรงกับสำนักงานปลัด ขึ้นตรงกับกรม ขึ้นตรงหมด จะคุมครู่ก็ไม่ได้ครับ มี ก ต่อหลาย ก จะคุมอะไรก็ไม่ได้ สั่งตำรวจย้ายตำรวจไม่ได้สักอย่าง ผู้ว่าวันนี้ต้องยอมรับความจริงครับ เป็นกระทรวงที่ถือว่า กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่มีน้ำใจที่สุดในเรื่องการกระจายอำนาจครับ ผมอยู่ใน การเมืองมานานครับ ทะเลาะกับกระทรวงมหาดไทยวันที่ตั้ง อบต. ทะเลาะกับผู้ยิ่งใหญ่ ในกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง ไม่เอ่ยนามครับท่านเสียชีวิตแล้ว ทะเลาะอยู่เป็นปีครับกว่าจะเกิด อบต. ได้ วันนี้กระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงหลักที่โดน กระจายอํานาจมากที่สุด กรมอัยการไปเป็นสํานักงานอัยการสูงสุด กรมตํารวจไปเป็น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมแรงงานเป็นกระทรวงแรงงาน กรมโยธาธิการวันนี้ไปอยู่ ผังเมืองไปอะไรจนจำไม่ได้หมด งานทั้งหมดจากกระทรวงมหาดไทยถูกถ่ายไป เหลือกำลัง หลักกระทรวงมหาดไทยที่ยังทรงพลังก็คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้านครับที่ยังมีราก็อยู่ในชนบท แต่กำนัน ผู้ใหญ่บ้านคานโดยใครครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านค้านโดย อบต. เป็น ๒ เท่าของ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ใหญ่บ้านมีหมู่บ้านละ ๑ คน อบต. มีหมู่บ้านละ ๒ คน กำลังเหล่านั้นโดนดึง โดยภาคประชาชน เราเลยคิดว่ากระทรวงมหาดไทยวันนี้ไม่ได้มาเฟีย (Mafia) อย่างเดียว แต่กระทรวงมหาดไทยมีประสบการณ์ในเรื่องของการจัดการเลือกตั้ง ให้เขาดูสิไม่ได้ให้ ทั้งหมดครับ คุณไปจัดคนคุมกับ กกต. เพราะฉะนั้นเพื่อนสมาชิกถ้าจะผ่านของกรรมาธิการ การเมืองนะครับ ท่านต้องตอบสังคมได้ว่าทําไมเราคิดอย่างนั้น ถ้าตอบไม่ได้ท่านต้องซัก ทั้งท่านวันชัย ทั้งท่านเสรีให้จนมุมกลางสภาถึงจะผ่านครับ
ประเด็นที่ ๒ ที่สังคมวิพากษแวิจารณแ กรรมาธิการชุดนี้เอา คสช. มาคุม การเลือกตั้งเป็นการเชลียรแค่รั้งใหญ่ของพวกอยากเป็น ส.ว. อีก อันนี้ผมบอกได้เลยว่า ท่านกลับไปอ่านในหน้า ๑๐ นะครับ เป็นจุดหมายน้อยจากคณะกรรมาธิการชุดนี้ซึ่งจะให้ ท่านรับรองผม รับรองเสร็จแล้วผมจะส่งจดหมายน้อยฉบับนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้า คสช. ซึ่งเป็นรัฏฐาธิปัตย์แอยู่ ณ วันนี้ จดหมายน้อยมีประเด็นอะไรบ้างครับ ขอให้การเลือกตั้งที่จะถึงในปี ๒๕๖๐ หรือปี ๒๕๖๑ ข้างหน้านี้เป็นวาระแห่งชาติ คือทุกคน จะปฏิเสธไม่ได้ว่าไม่รู้การเมือง ไม่รู้จักการเมือง เรื่องการเมือง นักการเมือง ทุกคนต้อง รับผิดชอบทั้งหมด ไม่ใช่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ขึ้นมารับตำแหน่งประธานบอร์แด (Board) ในชีวิตไม่เคย ลงเลือกตั้งปลอดจากการเมืองทั้งหมดและเป็นเกียรติประวัติดีงาม คือไม่ยุ่งกับการเมือง แม้แต่เลือกตั้งไม่เคยไปลงคะแนน แล้วมาขอเป็นองค์แกรอิสระอะไรต่าง ๆ เลิกเสียทีเถอะครับ ที่ไม่รับผิดชอบอะไรแล้วก็อยากได้ตำแหน่งเลิกเสียทีครับ วันนี้ทั้งหมดการเลือกตั้งต้องเป็น วาระแห่งชาติ ถามว่าใครยุ่งบ้างครับ ตั้งแต่นักเรียน นิสิตนักศึกษา ครูบาอาจารย์ สถาบัน ข้าราชการทั้งหมดและหนีไม่พ้น คสช. ต้องลงมาช่วย เพราะถ้าทำไม่ได้คนรับหนักครับ คสช. อย่างท่านวันชัยว่าเสียของครับปฏิวัติ อันนี้ประเด็นที่สังคมถกกันนะครับ ผมไม่ได้ไปเชิญ คสช. มาคุมการเลือกตั้ง แต่ผมไปเชิญ คสช. มาร่วมกับคนอื่นทั้งหมดให้การเลือกตั้ง เป็นวาระแห่งชาติ เพราะฉะนั้นถ้าจะผ่านต้องตอบได้นะครับว่า คสช. เข้ามาเกี่ยวอย่างไร นี่คือที่มาของกรรมาธิการที่เราตั้งใจ
ประเด็นที่ ๓ ที่นักการเมืองจะถกและท่านจะต้องตอบครับ เพราะวันนี้ ท่านอยู่ในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ ถึงแม้จะไม่ใช่อาชีพนักการเมืองแต่ท่านทํา เรื่องใหญ่กว่านักการเมืองพวกผมเยอะครับ เขาจะถามว่าคุณไปห้ามทำไมไม่ให้ ส.ส. ไปร่วมงานแล้วก็ต้องบริจาคเงิน ไปงานแต่งงานแล้วต้องใส่ซอง ไปงานกฐิน งานบวชนาค งานผ้าปุาแล้วต้องใส่ซอง ไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กกต. เคยประกาศมาแล้ว เวลาเลือกตั้งครับ พวกผมเวลาถึงฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้งพอประกาศพระราชกฤษฎีกา การเลือกตั้งตั้งแต่นาทีประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งผมไปงานต้องกินฟรีหมดครับ คือไม่ใส่ซองเลย แล้วไม่ใช่ว่าแอบใส่ซองกันได้นะครับ มีการเลือกตั้งบางแห่งต้องโดนใบเหลือง ใบแดงเพราะใส่ซอง เพราะว่างานบางงานเจ้างานเขาเป็นคนรัดกุมครับ ใครมาเขากรอกหมดครับ คนนี้บริจาค ๒๐๐ บาท คนนี้ ๓๐๐ บาท คนนี้ ๕๐๐ บาท ทําบุญกฐิน งานบวชนาคอะไร เขียนหมด ปังเดียวเลยครับออกใบเหลือง ใบแดง ออกมาแล้วครับ นั่นเฉพาะฤดูกาลหาเสียง เลือกตั้ง แต่คราวนี้กรรมาธิการไปหนักกว่าซึ่งอยากตรวจสอบโดยท่านเหมือนกันครับว่า ไปหนักกว่าคือ ชีวิตตราบใดที่เป็นนักการเมือง เป็น ส.ว. ก็ตาม เป็น ส.ส. ก็ตาม ระหว่าง เลือกตั้งก็ตาม รับตำแหน่งแล้วเป็นรัฐมนตรีก็ตาม ต่อไปถ้ากลับไปในเขตเลือกตั้ง ห้ามเด็ดขาด ไม่ได้ห้ามไปงาน ไปงานได้ห้ามใส่ซองเด็ดขาด ทําไมที่มันอย่างนี้ครับ ผมเจอกับตัวเองครับ ผมเคยสมัครรับเลือกตั้งและมีคู่แข็งที่เขามีสตางค์แมาก ๆ ลงมาแข็ง กับผม เราก็ธรรมเนียมปฏิบัติละครับ ไปงานไหนก็กฐิน ผ่าปุา งานศพ งานอะไรก็ใส่ซอง ทีละ ๕๐๐ บาท แต่ผมใส่ ๕๐๐ บาทครับ คู่แข็งผมตามหลังผมมา ถ้าเจ้างานงานไหน อยากได้สตางค์แค่รับ เมื่อผมไปถึงงานแล้วต้องรีบโทรไปบอกคู่แข็งผมเขาจะตามมาข้างหลัง แล้วเขาจะใส่ซองครั้งละ ๒๐,๐๐๐ บาท อันนั้นเทศกาลเลือกตั้ง เรื่องจริงครับเจอกับผม แต่คราวนี้เวลาไม่ใช่เทศกาลเลือกตั้ง เราก็ฟังจากเพื่อนสมาชิกบางคนว่าภาระของ ส.ส. ครับ เงินเดือนวันนี้ครับ ค่าตอบแทนผลประโยชน์แทางการเมือง นักการเมือง ท่านอาจจะไม่รู้สึก นะครับ เพราะหลายท่านที่นั่งในสภานี้มีเงินเดือน มีบํานาญ มีอะไรต่าง ๆ ท่านอีกมาก เพราะฉะนั้นเงินรายได้จากการเป็นสมาชิก สปท. ไม่ได้เยอะสำหรับท่าน แต่ถ้าไปดูตาราง คนที่ประชุมกันระหว่างนานาชาติที่นายกรัฐมนตรีไปประชุมเมื่ออาทิตย์แที่แล้วครับ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยคือนายกรัฐมนตรีที่เงินเดือนต่ําที่สุดครับ นายกรัฐมนตรีเงินเดือน ๑๒๐,๐๐๐ บาทครับประเทศไทย รัฐมนตรีเงินเดือน ๑๑๐,๐๐๐ บาทครับ ส.ส. ๑๐๓,๐๐๐ บาทครับ มันอยู่อย่างนั้นจริง ๆ ครับ แล้วเราก็ไปเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี ซื่อสัตย์แสุจริตอย่างโน้นอย่างนี้มากมายมหาศาลครับ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยต่ำกว่า มาเลเซีย ส.ส. ไทยต่ำกว่าเขมร อันนี้คือข้อเท็จจริง และผมก็เรียนกับท่านเลยครับว่าผมนั่ง ในสภานี้ตั้งแต่เงินเดือน เดือนละ ๑๘,๐๐๐ บาท ขึ้นเงินเดือนครั้งแรกโดยสภาเป็นคนออก กฎหมายเอง ปรับเงินเดือน ส.ส. มีสมาชิกแปรญัตติขึ้นจาก ๑๘,๐๐๐ บาท เป็น ๓๔,๐๐๐ บาท ๗ วัน ๗ คืนครับ ด้า ส.ส. กันสนั่น ถามว่า ส.ส. มาแสนหนึ่งได้อย่างไรครับ มาเพราะการปฏิวัติครับ ทุกครั้งที่ปฏิวัติคณะปฏิวัติปรับเงินเดือนทุกที เพราะว่าทั้งอัยการ ศาล แซงหน้า ส.ส. แล้ว วันนี้ ส.ส. เงินเดือนแสนหนึ่งครับ ครูโรงเรียนครับ ผอ. โรงเรียน เดือนละ ๕๐,๐๐๐ บาทนะครับ ผัวครู เมียครู ๒ คน แสนหนึ่งเท่าผู้แทนแล้ว แต่ภาระที่ผู้แทน ต้องไปงานต่าง ๆ มากกว่าทั้งหมด เขาบอกอย่างนั้นอย่าให้จ่ายเลย อย่าให้จ่ายนี่ท่านต้องคิด แทนพวกผมนะครับว่า พวกผมเสนอในการแหวกวงล้อมม่านประเพณีของประเทศไทย ไปหรือเปล่า ไปงานกินก็ฟรีทั้งงานไม่จ่ายสักบาท หรือถ้าให้จ่ายท่านต้องคิดต่อพวกผมนะ ควรจะจ่ายเท่าไรดี ป.ป.ช. เขาออกกฎหมายมาควบคุมนะครับว่า นักการเมืองรับหรือ ให้ได้ครั้งละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาท แต่ถ้าท่านกำหนดครั้งละ ๓,๐๐๐ บาทนะครับ ผมงาน อาทิตย์แหนึ่ง ๗ งาน ๘ งาน เงินเดือนผมก็เกลี้ยงครับ เพราะท่านให้เงินเดือนผมแสนเดียว ผมเจองานก็เฉพาะเงินเดือนไปหมดครับ เพราะฉะนั้นท่านช่วยคิดให้ผมด้วย แต่ถ้าผ่านไป หมดแล้วนะครับ ไม่ใช่ภาระของนายเสรีประธานครับ เป็นภาระของ สปท. ต้องตอบแล้ว ทั้งหมดคือปัญหาที่พวกผมมาหารือกับท่านจริง ๆ ครับ และรู้ว่าหลายท่านไม่คุ้นเคย แต่ไม่คุ้นเคยท่านต้องรับผิดชอบนะครับ รับผิดชอบนอกจากกับตัวเอง กับสภาแห่งนี้ ท่านรับผิดชอบจากท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเข้าให้เรามาคิดเรื่องนี้
เรื่องต่อไปครับที่คิดว่าท่านก็ต้องช่วย ๆ กันดูพวกผมด้วยนะครับ คือเรากำลัง จะหาทางให้การเลือกตั้งก้าวไปสู่การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรมมากที่สุด กลัวที่สุดคือ ซื้อเสียงครับ เพราะเงินเป็นวัตถุอย่างเดียวครับ โยนลงบนใครแล้วมันไม่โกรธครับ ผมโยน สตางค์ ๑ กิโลลงบนตักใครไม่โกรธครับ แต่ผมโยนก่อนหิน ๑ กิโลลงบนตักของใครมันลุกขึ้น ต่อยผม เพราะฉะนั้นเงินเป็นวัตถุที่โน้มน่าวจิตใจมนุษย์ได้มากที่สุด ผมจึงคิดว่าการเลือกตั้ง ถ้าเราเคลียร์ (Clear) ให้ไปสู่จุดนั้นไม่ได้นะครับ เราก็อาจจะมาเจอกับปัญหาที่เจอ เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว เจอเมื่อ ๖ ปีที่แล้ว เจอคนมาชุมนุมขับไล่รัฐบาลซึ่งมาจากการเลือกตั้ง ผมในชีวิตเจอมาทั้งหมดครับ เจอมาตั้งแต่เป็นนักศึกษาครับ มาขับไล่รัฐบาลทุจริตคอร์แรัปชัน ที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร ถูกปราบมาจากการที่ต้องการสืบอํานาจและปฏิวัติรัฐประหาร เกือบเป็นคนพิการในวัยที่อายุเพิ่ง ๒๐ ปี ต้องไปเดินขบวนขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง นอนอยู่กลางถนนกลับบ้านไม่ได้ ๗ เดือน เจอมาแล้วครับ แต่บอกกับเพื่อนสมาชิกได้เลยครับ ยากที่สุดครับท่าน ฟังผมไว้ เลยครับ การไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งไล่ยากที่สุดครับ เขามีความชอบธรรม เข้ามาจาก ประชาชน มาแบบไหนไม่เกี่ยวครับ เมื่อชนะแล้วถือว่ามาจากประชาชน ไล่ยากที่สุดครับ แต่รัฐบาลที่มาด้วยความไม่ชอบธรรม ไล้ง่ายครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เรากําลังจะร่วมมือกัน ทั้งหมดปูองกันก็คือ ปูองกันให้ต่อไปการเมืองเข้าสู่ทิศทางที่ดีงามครับ เป็นเส้นทางที่คนดี เข้ามา ไม่ใช่การเมือง คนที่อ้างตัวเป็นคนดีได้คือคนที่ไม่ยุ่งการเมือง เป็นคนดีได้รับการเลือก เป็นบอร์แด (Board) โน้นบอร์แด (Board) นี้เพราะไม่ยุ่งการเมือง ไม่เคยไปลงสมัคร ไม่เคย ลงคะแนนให้ใคร กลายเป็นคนดีของสังคม วิถีของโลกทั้งหมดครับเขากำหนดให้วิถี่ ประชาธิปไตยเป็นวิถี่ที่ก้าวหน้าที่สุดในการปกครอง เราหนีไม่พ้นครับ วันนี้เราก็นับเวลา ถอยหลัง เพราะฉะนั้นข้อเสนอของกรรมาธิการที่จะทำจดหมายถึง คสช. เรื่องที่ ๒ ครับ ซึ่งเพื่อนสมาชิกต้องช่วยฟังด้วยนะครับ เรื่องที่ ๑ เราเสนอให้เป็นวาระแห่งชาติสำหรับ การเลือกตั้งครั้งต่อไป เรื่องที่ ๒ เราเสนอให้ทุกท่านในที่นี้เข้าไปดูเวทีการเลือกตั้งที่เป็นจริง เสนอให้ คสช. จัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ก่อนการเลือกตั้ง ส.ส. ในท้องถิ่นที่ครบวาระ และจำเป็นต้องนำร้อง ผมเสนอในที่ประชุมเลยครับกะว่าจะเอาเพื่อนสมาชิกทั้งหมดไปดู เลือกตั้งเลย รับผิดชอบคนละหมู่บ้าน คนละตำบลเลย สำหรับการเลือกตั้งนายก อบจ. หรือเทศบาลแล้วไม่ต้องไปไกลครับ พื้นที่กระสุนตกที่รุนแรงที่สุดอยู่รอบกรุงเทพฯ ใกล้ ๆ ตรงนี้ครับ จังหวัดปริมณฑลตรงนี้ละครับจังหวัดที่กระสุนรุนแรงที่สุด เอาเลือกตั้งตรงนี้ครับ ชิมล้างก่อน ถ้าเห็นว่าพอชิมล้างเสร็จแล้วระดมคนไปแล้ว ท่านเกิดปัญญา ท่านเกิดความคิด ในการที่จะเลือกตั้งสุจริตได้มันถึงจะก้าวไปข้างหน้า ถ้าเลือกปริมณฑลเสร็จแล้ว คสช. คุมได้ มวลมหาประชนชนคุมได้ ประชาชนทุกหมู่เหล่าเข้าคุมได้ นิสิตนักศึกษาช่วยกันคุม การเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมได้ ขยับไปเลือกไกลออกไปอีสาน ขยับไปทางใต้ ขยับไป ทางเหนือ เลือกตั้งท้องถิ่น เตรียมความพร้อมองคาพยพทั้งหมดตามที่เราเตรียมการเสนอ เสร็จแล้วถึงเดินหน้าเข้าสู่การเลือกตั้ง ทั้งหมดครับที่ผมกล่าวมาซึ่งอาจจะกินเวลาเพื่อน สมาชิกมากก็คืออยากให้ท่านนะครับ ช่วยกันขึ้นมาวิพากษ์แวิจารณ์ ถ้าท่านนั่งเฉยครับ กลายเป็นท่านจะรับผิดชอบทั้งหมดแบกแทนพวกผมทั้งหมด เขาจะไม่ว่ากรรมาธิการ การเมืองนะครับ วันนี้จะเป็น สปท. ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ