สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๖ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

วันชัย สอนศิริ หารือเรื่องการปฏิรูปประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเสนอแผนปฏิรูปการเมืองและระบบการเลือกตั้ง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม และขอให้คสช. มีส่วนสำคัญในการสนับสนุน กกต. ในการดำเนินการเลือกตั้ง

นายวันชัย สอนศิริ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิก ทุกท่านครับ ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าประเด็นหัวข้อ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฉบับวันนี้ที่อยู่ในมือ ท่านทั้งหลายครับ ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกได้มีโอกาสช่วยกันพิจารณาตรวจสอบ และที่สำคัญ ที่สุดครับท่านประธานครับ ผมอยากให้เพื่อนสมาชิกทั้งหลายที่มีประสบการณ์ไม่ว่าจะทาง การเมืองด้านใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด อธิบดี ตลอดจนเป็นทหาร เป็นตำรวจ หลายท่านมีประสบการณ์เห็นการเลือกตั้งมาแล้ว อยากให้ท่านพูดและ วิพากษ์แวิจารณ์แวันนี้กันมาก ๆ เพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่จริง ๆ ถ้าสภาเราอภิปรายเพียง ๔-๕ คน แล้วผ่านไปนี่บรรดานักการเมือง พี่น้องประชาชนทั้งประเทศจะบอกว่าเราเอง ผ่าน ๆ กันไปเท่านั้น ไม่ได้ช่วยกันพิจารณากลั่นกรองกันให้รอบคอบรอบด้าน ผมกราบเรียน ต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าแม้ว่ากรรมาธิการด้านการเมืองจะได้พิจารณากลั่นกรอง ถกแถลงกันแบบครบถ้วนรอบด้านเอาเป็นเอาตายกันหลายรอบแล้ว แต่ผมยืนยันกับ ท่านทั้งหลายว่าความคิดนี้อยากให้เป็นความคิดของสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศทั้งสภา เพราะฉะนั้นท่านใดที่ยังมิได้ลงชื่อในการอภิปรายในวันนี้ วันอื่น ๆ ท่านไม่อภิปราย ไม่เป็นไรครับ แต่วันนี้ไม่อภิปรายนี่เสียของจริง ๆ ครับ อยากเชิญชวน อยากเรียกร้อง จะวิพากษ์แวิจารณ์แต่ำหนิติเตียนประธานเสรีอย่างไรเต็มที่เลยครับ เพราะท่านเป็นประธาน เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่เคารพทั้งหลายครับ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ เป็นเนื้อหา ที่ผ่านจากสภาขับเคลื่อนไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งกระนั้นรัฐธรรมนูญยังไม่ผ่านการลง ประชามติ แต่คราวนี้รัฐธรรมนูญได้ผ่านการลงประชามติไปแล้ว เราเองในฐานะกรรมาธิการ ก็เลยเอาเรื่องเดิมมาพิจารณากลั่นกรองปรับปรุงให้สอดรับกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านไป ดังนั้นเนื้อหาบางส่วนอาจจะผ่านตาท่านไปแล้ว บางส่วนเป็นเนื้อหาใหม่ วันนี้โดยเฉพาะ อย่างยิ่งมี ๒ ประเด็นใหญ่ที่ฝุายการเมืองและภาคอื่น ๆ วิพากษ์แวิจารณ์แกันมาก คือเรื่องที่ว่า จะให้กระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการจัดการเลือกตั้ง นี่เป็นประเด็นหนึ่ง เดี๋ยวผมจะได้ เรียบเรียงให้กับท่านทั้งหลาย

ประเด็นที่ ๒ เป็นข้อเสนอแนะเป็นประการสุดท้ายอยู่ในหน้าท้าย ๆ เราบอกว่า คสช. ประกาศชัดเจน ต้องการให้การปฏิวัติครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย และเปูาประสงค์แอันสําคัญนั้น ทั้งรัฐธรรมนูญชั่วคราวและกล่าวในหลายครั้งหลายโอกาสว่าต้องการให้การเลือกตั้งนั้น สุจริตเที่ยงธรรม ดังนั้น คสช. จะต้องมีส่วนสำคัญในการสนับสนุน ในการส่งเสริม ในการช่วยเหลือ กกต. อย่างเต็มที่เต็มกำลัง ให้การเลือกตั้งครั้งนี้สุจริตเที่ยงธรรมให้จึงได้ ไม่อย่างนั้นเราเป็นข้อเสนอว่า เสียของต่อการปฏิวัตินะครับ เพราะฉะนั้นผมอยากให้ เพื่อนสมาชิกทั้งหลายได้พิจารณาและวิพากษ์แวิจารณ์แกันดู แล้วมีสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ท่านบอกว่า น่าแก้ไขนะ น่าไปปรับปรุงนะ เพราะหลายท่านผมทราบว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด บางท่าน เป็น กกต. จังหวัด จะเห็นว่ามันครบถ้วนสมบูรณ์แหรือไม่อย่างไร วันนี้ช่วยเอาเรื่องนี้กัน ให้เต็มที่หน่อย เอาละนะครับ

ประเด็นแรก บางเรื่องผมอาจจะอ่านไม่หมดนะครับ แต่เอาเฉพาะประเด็น หลัก ๆ ครับท่านสมาชิก เริ่มตั้งแต่บททั่วไป เราพยายามเขียนล้อเหมือนกับพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ แต่เราไม่เขียนเป็นตัวบทครับ เราเขียนเฉพาะเป็นประเด็น ๆ ส่วนตัวบทที่จะไปประดิษฐ์แคำเขียนคำอย่างไรนั้นเป็นเรื่องของ กรธ. หรือ สนช. ต่อไป แต่ทั้งหมดนี้เป็นภาษาปกติทั่ว ๆ ไปครับ เป็นข้อเสนอนะครับ

เรื่องแรกเรากำหนดว่า กำหนดให้การเลือกตั้งเป็นวาระแห่งชาติ โดยการมี ส่วนร่วมและการร่วมมือกันของทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และภาคประชาสังคม สิ่งนี้ความจริงมีข้อ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ หัวใจสำคัญครับ ท่านสมาชิก ที่เคารพทั้งหลายครับ เราต้องการให้การเลือกตั้งนั้นเป็นการตื่นตัวเป็นวาระสำคัญ ของประเทศจริง ๆ ให้ประชาชนมีความรู้สึกตื่นเต้นเหมือนวันส่งกรานต์ เหมือนวันปีใหม่ ที่เราจะต้องไปมีส่วนร่วมในการร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ดังนั้นควรจะมีทั้งกฎหมาย หรือการกระตุ้นในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นภาคเอกชน โรงงาน กระทรวง ทบวง กรม ห่างร้านต่าง ๆ ทั้งหมด ต้องมีส่วนร่วมอย่างสำคัญต่อการรณรงค์และการติดตามตรวจสอบ การเลือกตั้ง รายละเอียดขอให้ท่านได้โปรดพิจารณาดูในตั้งแต่ข้อ ๑ ถึงข้อ ๗ ครับ ผมขอย้อ ๆ อย่างนี้ก็แล้วกันนะครับ

และประเด็นต่อมานั้นก็คือ เรากำหนดว่านอกจากประชาชนจะต้องตื่นตัว ตื่นใจต่อการเลือกตั้ง มีส่วนร่วมแล้ว กำหนดให้ประชาชนนั้นเป็นผู้เสียหายทางคดีสามารถ ฟูองร้องหรือคัดค้านต่อการเลือกตั้งได้ โทรศัพท์แมือถือ เทคโนโลยีต่าง ๆ ทั้งหมดสามารถ เป็นเครื่องมือประกอบในการร้องเรียนหรือฟูองร้องได้ด้วย และที่สำคัญเราบอกว่านวัตกรรมใหม่ ของการเลือกตั้งครั้งนี้ หากปรากฏว่าจะต้องมีการพิพากษาถึงที่สุดว่ามีการกระทำความผิด โดยใครคนใดคนหนึ่งกระทำความผิดต่อการเลือกตั้งจริง ประชาชนผู้นั้นที่เป็นผู้ร้องเรียน ผู้กล่าวหา ผู้คัดค้าน มีสิทธิได้รับเงินตอบแทนไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ตามที่กองทุนของ กกต. จะกำหนดต่อไป อันนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ที่เราเสนอขึ้นมานะครับ

ประเด็นต่อมาอยู่ในหน้า ๔ เจ้าพนักงานและผู้ดำเนินการเลือกตั้ง อันนี้เรา กำหนดว่า ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น พนักงานส่วนท้องถิ่น นิสิตนักศึกษาทุกสถาบันมีส่วนร่วมในการเป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งในการเลือกตั้ง ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งในระดับชาติหรือระดับท้องถิ่น และที่สําคัญให้มีการกําหนด บทลงโทษข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ และบุคคลอื่นใดที่ได้รับการแต่งตั้งให้ปฏิบัติ หน้าที่ดำเนินการเลือกตั้งที่วางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง ทำให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบโดยถือว่าเป็นความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรงอีกส่วนหนึ่ง อันนี้ เป็นสิ่งที่เราเติมเสริมเข้ามา เพราะเราเห็นว่าข้าราชการมีส่วนอย่างสําคัญมากต่อการเลือกตั้ง นะครับ

ประเด็นต่อมานะครับ ในเรื่องที่ ๔ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง เรากำหนดว่าเพื่อเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันมาก ๆ จึงต้องมี มาตรการทางกฎหมายหรือมาตรการอื่นใดเพิ่มเติมที่จะให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้มากขึ้น เช่น กำหนดให้ประชาชนผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนตามกฎหมายเลือกตั้งเป็น ผู้มีหน้าที่ต้องไปใช้สิทธิเลือกตั้งและกำหนดโทษด้วยการตัดสิทธิบางประการ บางประเภท สำหรับประชาชนผู้ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งโดยไม่มีเหตุอันสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งอันนี้ เติมเข้ามา ผู้ที่เป็นข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ของรัฐหากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งต้องมี บทลงโทษสูงกว่าประชาชน กล่าวคือต้องรับโทษทางวินัยด้วย อันนี้เราถือว่าเป็นแบบอย่าง นะครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เติมเข้ามานะครับ

และมาดูในหน้า ๕ ครับ ผู้สมัครและการสมัครเลือกตั้ง อันนี้เรากำหนดให้มี ระบบตรวจสอบนักการเมืองโดยภาคประชาชน นั่นหมายความว่าใครจะลงสมัครรับเลือกตั้ง นะครับ จะต้องมีการประกาศตัวหรือจะต้องแสดงความจำนงแนะนำต่อสาธารณชน ก่อนประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งไม่น้อยกว่า ๑ ปี ยกเว้นกรณียุบสภาหรือมีเหตุ อย่างหนึ่งอย่างใดอย่างอื่นนะครับ และที่สำคัญเวลาจะลงสมัครรับเลือกตั้งควรเข้ารับ การอบรมหลักสูตรที่จัดขึ้นโดยเฉพาะของคณะกรรมการการเลือกตั้ง อันนี้เพื่อให้เขาเข้าใจ รู้แนวทางและวิธีการต่าง ๆ ทั้งหมดอันเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

ประเด็นต่อมา กำหนดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องยื่นหลักฐานแสดง การเสียภาษีเงินได้ย้อนหลัง ๓ ปีประกอบการสมัครรับเลือกตั้งนะครับ

ต่อไปในเรื่องที่ ๖ รายละเอียดอันสำคัญนั้นก็คือ เรื่องค่าใช้จ่าย ในการเลือกตั้งและวิธีการหาเสียงเลือกตั้ง เราต้องการให้มีการลดค่าใช้จ่ายของ พรรคการเมืองของผู้สมัครรับเลือกตั้งในการหาเสียงโดยให้รัฐสนับสนุนหรือช่วยเหลือ การหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้ง เพื่อเป็นการให้โอกาสผู้สมัครรับเลือกตั้งได้นำเสนอ นโยบายให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง เช่น การพิมพ์แปู่ายโฆษณาหาเสียงอย่างนี้ก็ควรจะให้ รัฐหรือ กกต. สนับสนุนรูปแบบวิธีการเป็นประการใด ควรจะติดไว้ในจุดใด อันนี้ กกต. จะต้องเป็นคนกำหนด ประวัติ ข้อมูลของผู้สมัครอย่างนี้ก็ควรที่ กกต. จะเป็นคนดำเนินการ การควบคุมค่าใช้จ่ายยานพาหนะในการหาเสียงควรจะมีทั้งหมดกี่คัน จำนวนเท่าใด อย่างไร ต้องกำหนดให้ชัดเจน ไม่อย่างนั้นคนมีเงินมาก คนมีอิทธิพลมากก็ได้เปรียบกว่าคนอื่น และเวทีการปราศรัยเวลาหาเสียงตามสื่อวิทยุโทรทัศน์แต่าง ๆ ทั้งหมด กกต. ควรเป็นเจ้าภาพ และที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือระบบการตรวจสอบ ต้องจัดเวทีเสร็จเรียบร้อยแล้วจัดเวลาทั้งวิทยุ สื่อทีวีต่าง ๆ นั้นให้เสมอภาคกัน แล้วก็ที่สำคัญที่สุดนั้นก็คือเรื่องมหรสพ เดิมนั้นในอดีต เราบอกจัดมหรสพนี่อาจจะเป็นเรื่องของการผิดกฎหมาย ครั้งนี้ควรจะกำหนดให้ชัดเจนว่า แค่ใด เพียงใด เอารถแห่กัน หรือตอนลงไปสมัครอย่างไรผิดกฎหมาย อย่างไรไม่ผิดกฎหมาย และคำว่ามหรสพ กกต. ควรจะจัดเองเพื่อรณรงค์ให้คนมาทำได้มากน้อยแค่ไหน เพียงใด เราเขียนไว้ชัดเจน และอันหนึ่งที่เรากําหนดไว้นั้นอยากให้ที่ประชุมได้ช่วยกันอภิปรายกัน อย่างเต็มที่ครับ

ในหน้า ๖ ข้อ ๗ ส่วนที่ ๒ กำหนดให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่าง จริงจังในการห้ามผู้สมัครรับเลือกตั้งและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบริจาคช่วยงาน ตามประเพณีต่าง ๆ เช่น งานศพ งานอุปสมบท งานมงคลสมรส ภายในเขตเลือกตั้งของตน แต่ไม่ห้ามบุคคลดังกล่าวไปร่วมงานประเพณีต่าง ๆ ทั้งนี้จะต้องมีการประกาศให้ประชาชน ได้รับทราบถึงมาตรการดังกล่าวโดยทั่วถึง อันนี้พอแถลงข่าวออกไปสื่อรับทราบ นักการเมือง วิพากษ์แวิจารณ์แกันแรงมาก หาว่าพวกเรานั้นไม่รู้เรื่อง หาว่าพวกเราไม่เคยลงสมัครรับเลือกตั้ง แต่ผมกราบเรียนต่อท่านทั้งหลายด้วยความเคารพว่าเราไม่ได้คิดเองนึกเอง ได้เชิญ นักการเมืองจากหลายพรรคหลายฝุายนั้นมาปรึกษาหารือกัน เขาบอกว่าเวลามีงานบุญ งานบวช งานสังคมต่าง ๆ ทั้งมวลเหล่านี้ใช้เงินกันมาก วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๑๐ งาน ๗ งาน งานละ ๑,๐๐๐ บาท ตกวันหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๗,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท หรือ ๕,๐๐๐ บาท เงินเดือนก็หมดแล้วครับ แล้วทำอย่างไรครับ ส.ส. ก็เลยต้องเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง พรรคการเมืองก็เลยต้องหาเงินมาให้ ส.ส. ต่างหากเดือนละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท รัฐมนตรีก็ต้องหาเงินหาท้องจากประเทศนี้ จากผลประโยชน์ จากการโกงกิน การทุจริต แล้วก็ไปแจก ส.ส. เพื่อเป็นซุ่มเป็นมุ่งกันต่าง ๆ เขาก็เลยบอกว่าถ้ามีมาตรการอย่างหนึ่งอย่างใด ความจริง กกต. เขาก็กำหนดไว้แล้วหลังจากมีพระราชกฤษฎีกาแล้ว ห้าม แต่เขาบอกมันเล่น ตกเขียวกันมาตั้งนาน พอได้เป็นเสร็จ คนมีเงินงานหนึ่ง ๕,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท ๗,๐๐๐ บาท กับอีกคนหนึ่งช่วย ๕๐๐ บาท เขาบอกเป็นไปได้ไหม ห้ามมันเสียเลยครับ แล้วให้ไป ให้ ส.ส. ท่านไป ผมเองนี่เป็นคนหนึ่งที่ค้านว่าเอาสัก ๑,๐๐๐ บาทดีกว่าไหม แต่ที่ประชุมเสียงส่วนใหญ่ บอกว่าเอาเถอะอย่าไปจ่ายเลย มันเป็นการเสมอภาคดี เพราะการที่ท่าน ส.ส. ส.ว. ไปนี่ เขามีเกียรติแล้ว แต่ถ้าท่านอยากจะทำบุญส่วนตัว งานบุญ งานวันเกิด งานทอดกฐิน ผ่าปุา ส่วนตัวของท่านเชิญ แต่งานอื่น ๆ ให้พึงรู้กันโดยทั่วไปว่า ส.ส. ไม่มีเงินให้นะ อันนี้อยากให้ที่ประชุมได้ช่วยกันวิพากษ์แวิจารณ์ ให้ข้อเสนอแนะ เราพร้อมน้อมรับปรับแก้ และทําตามความต้องการของเสียงส่วนใหญ่ครับ แต่กรรมาธิการมีข้อสรุปมาอย่างนี้ครับ ก็อยากจะกราบเรียนให้ท่านทั้งหลายได้ช่วยกันวิจารณ์แต่รงนี้กันจัดหนักจัดเต็มกันสักหน่อยครับ

และประการต่อมานั้นในข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ผมเชื่อว่าท่านทั้งหลายอ่านแล้ว คงจะเข้าใจได้ ผมขออนุญาตไปถึงเรื่องการลงคะแนนเลือกตั้ง อันนี้เป็นข้อเสนอของเรา มาตั้งแต่ต้นว่าอยากให้มีการขยายเวลาเลือกตั้งไปถึง ๑๘.๐๐ นาฬิกา แต่ที่ประชุมได้มี การถกแถลงกันกว้างขวางครับ ขยับมา ๑๕.๐๐ นาฬิกา ก็บอกว่ามีปัญหาในบางพื้นที่ ในที่สุดก็ขยับกันมา ๑๖.๐๐ นาฬิกา ซึ่งสมัยก่อนเป็น ๑๕.๐๐ นาฬิกา ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ น่าจะวิพากษ์แวิจารณ์แกันได้เพราะระบบการสื่อสาร ระบบเทคโนโลยี ระบบไฟฟูาต่าง ๆ ทั้งหมด เราเห็นว่าเวลายิ่งยาวไปมันเป็นส่วนหนึ่งในการเสริมเติมให้คนมาเลือกตั้งกันเยอะ ๆ ก็อยากให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณา และเราก็เสนอว่าควรกำหนดให้มีการพัฒนาและมี การปรับใช้เครื่องลงคะแนนเลือกตั้งโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ในการตรวจสอบการใช้สิทธิ อันนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ที่เสนอมา ทราบว่า กกต. ก็มี มาตรการในเรื่องพวกนี้ในบางเรื่องบางสิ่งครับ

ประเด็นสำคัญอยู่ในเรื่องที่ ๑๐ หน้าที่ ๗ ครับท่านสมาชิกการดำเนินการ กรณีการเลือกตั้งมิได้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ผมจะไม่ขออนุญาตอ่านทุกมาตรา แต่อยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุมว่าเราเห็นว่าการลงโทษนั้นควรรุนแรง เพราะเราเห็นว่า การเลือกตั้งที่ไม่สุจริตเที่ยงธรรมนั้นก่อให้เกิดปัญหาของบ้านเมืองอย่างใหญ่หลวง จนกระทั่ง นำมาซึ่งความแตกแยกแตกความสามัคคีกัน เพราะคนชนะแม่ไม่สุจริตเที่ยงธรรม ก็อหังการ คนแพ้ก็ไม่ยอมเพราะแพ้มาโดยกติกาหรือการเลือกตั้งที่มันไม่เป็นธรรม ดังนั้น เราจึงเห็นว่านอกจากกำหนดมาตรการอื่น ๆ มารอบด้านแล้ว โทษทางการเมือง เรากำหนดว่าตัดสิทธิทางการเมืองคุณตลอดชีวิต ถ้าปรากฏว่าคุณมีส่วนในการกระทำผิด ให้การเลือกตั้งไม่สุจริตเที่ยงธรรม ไม่ว่าจะเป็นคนซื้อ คนขาย คนทุจริต คนร่วมทุจริต สิทธิทางการเมืองคุณจบเลิกกันตลอดชีวิต ทางอาญาเราลงโทษหนักครับ ลงโทษคุณจําคุก ตั้งแต่ ๑ ปีถึง ๑๐ ปีโดยไม่มีการรอลงอาญานะครับ และมีโทษปรับถึง ๒๐ ล้านบาท และให้มี อายุความถึง ๒๐ ปี ขอโทษนะครับอันนี้อยู่ในหน้า ๗ หน้า ๘ และ ๙ ผมพูดรวมไปเลยครับ นอกจากนี้ครับท่านทั้งหลาย ผมขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านก็ได้ครับ ท่านประธานชัย ชิดชอบ ท่านพูดในที่ประชุมท่านบอกว่าท่านเป็นประธานนั่งอยู่บนบัลลังก์แนี้มีคนแจ้งรายชื่อมาเยอะ ว่า ส.ส. คนไหนบ้าง ส.ว. คนไหนบ้างที่ทําการทุจริตแล้วต้องเลือกตั้งใหม่ กฎหมายกําหนด ไว้ว่าต้องฟูองร้องเรียกค่าเสียหายต่อการเลือกตั้ง ๓๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ท่านทั้งหลาย เชื่อไหมครับ ท่านพูดไว้ว่าอย่างไรนะ ท่านประธานเสรีบอกว่าฟูองไปไม่ถึง ๓ ราย ๕ ราย นอกจากนี้ครับ ๒๐-๓๐ คน ไม่ได้มีการฟูองร้องอะไรกันเลยครับ จนกระทั่งมีการเลือกตั้ง ส.ส. ใหม่ ส.ว. ใหม่ อ้าว ยังไม่เห็นมีการดำเนินการใด ๆ เพราะฉะนั้นมาตรการตรงนี้ ทางอาญารุนแรงแล้ว ทางแพ่งจะต้องมีการฟูองร้องเรียกค่าเสียหายต่อการเลือกตั้งให้ได้ ภายในกำหนดระยะเวลาที่เราต้องกำหนดไว้ เช่น ๓ ปี ๕ ปี ต้องชัดเจน ไม่ใช่ปล่อยให้คนที่ ทำการทุจริตแล้วบ้านเมืองเสียหายไป ๓๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทลอยนวลไป อันนี้กำหนด เป็นทั้งมาตรการของทางแพ่ง ทางอาญาและทางการเมืองชนิดรุนแรง ที่สำคัญท่านประธานครับ เรากำหนดว่ารุนแรงแล้วต้องรวดเร็วด้วย แต่ละขั้นแต่ละตอนนั้นเรากำหนดไว้ในหน้า ๘ ต้องเสร็จภายในระยะเวลาเมื่อไร อย่างไร กำหนดไว้ชัด บางเรื่องนั้น กกต. รับเรื่องแล้วต้อง สอบสวนให้เสร็จภายใน ๑๕ วัน แล้วจะต้องส่งฟูองศาลให้เสร็จภายใน ๑๕ วัน ศาลจะต้อง ตัดสินให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน เราเขียนไว้หมดครับ และข้อมูลพยานหลักฐานต่าง ๆ ใด ๆ นั้น จะต้องมีการคุ้มครองพยานอย่างไร จะต้องมีมาตรการใช้เทคโนโลยีในการมาช่วยอย่างไร ทั้งหมดกำหนดไว้เสร็จเรียบร้อย ถ้าท่านอ่านโดยละเอียดก็จะเห็นเป็นประจักษ์แค่รับ

สุดท้ายครับ ที่ประชุมครับ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกดูในหน้า ๑๐ กันสักเล็กน้อย เพราะเป็นประเด็นที่สื่อมวลชนกล่าวหาโจมตี กันอย่างมาก เราก็เลยได้มีการปรับถ้อยคำเสียใหม่ อันนี้เป็นข้อเสนอแนะมาตรการ เฉพาะหน้า เสนอต่อคณะรัฐมนตรีและคณะรักษาความสงบแห่งชาติ อย่างที่ผมกราบเรียน ไว้ว่าปฏิวัติรัฐประหาร เพราะเห็นว่าบ้านเมืองไม่สงบและการเลือกตั้งเกิดจากการทุจริต ฉ้อฉล เราจึงบอกไว้ในข้อหนึ่งว่า กำหนดให้การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะถึง ในครั้งต่อไปเป็นวาระแห่งชาติ โดยเป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วน รวมทั้งคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ขออนุญาตขีดเส้นใต้ตรงนี้ รวมทั้ง คสช. ที่จะต้องให้การสนับสนุนการดำเนินการ ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม เพราะที่ประชุม ได้มีการพิจารณากันรอบด้าน คุย แลกเปลี่ยน ทั้งผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ทั้ง กกต. จังหวัด ในหลายที่ มีหลายท่านนั่งอยู่ตรงนี้ก็มี บอกว่ารู้ว่าตรงนั้นทุจริต รู้ว่าตรงนั้นมีการซื้อสิทธิ รู้ว่าตรงนี้มีการเตรียมการ แจ้งตำรวจ แจ้งฝุายปกครอง เงียบ ไม่ทำ แบ฿ะ ๆ ยิ่งเป็นฝุาย ตรงข้ามด้วยไม่ทำเลยครับ แปลว่า กกต. เป็นเสือจริงครับ มีแต่กระดาษ ท่านประธานครับ เป็นเสือกระดาษ แล้วคนด่าใครครับ ด้า กกต. เราก็เลยบอกว่า เอ฿ะ ไหน ๆ ปฏิวัติทั้งที่ทำให้ มันเป็นโมเดล (Model) ของการเลือกตั้งสุจริตเที่ยงธรรมได้ไหม ทำอย่างไรครับ ก็ตัว คสช. นั่นละครับต้องเข้ามา มาร่วม มาช่วย มาเสริม มาเติม ทั้งข้าราชการ ทหาร ตำรวจ เตรียมพร้อม

– ๑๐/๑ กอ.รมน. ฝั่งลึกในหมู่บ้าน ในตำบล ในอำเภอ ในจังหวัด ใครจะซื้อสิทธิ์ ขายเสียง ขยับเขยื้อน เคลื่อนกองกำลังให้หมด อ่าว ทุจริตมา แก้มา เอา ตลอดชีวิตนะครับ แต่ไม่ได้ หมายความว่าให้ คสช. ไปควบคุม กกต. อันนี้เอาไปแปลเพี้ยนกันไปหมด นักการเมืองเอาไป พูดจาปราศรัยเสียหายกันหมด ไม่ได้ให้ คสช. ไปคุม กกต. เพียงแต่มาเติม มาเสริม มาช่วย กกต. ก็มีกระบองสิครับ ทีนี้ละครับ ใครอยากทุจริตเชิญ ใครอยากลองเชิญ ผมเชื่อเหลือเกินครับ ท่านประธานที่เคารพ จะทําให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นตัวอย่างว่าปฏิวัติแล้วไม่เสียของ ทำได้จริง ๆ อันนี้เราจึงเป็นข้อเสนอที่จะเสนอไปยังรัฐบาลและ คสช.

ประการต่อมาครับ สุดท้ายเลยครับ เราเห็นว่าองค์แกรปกครองส่วนท้องถิ่น ถูกระงับ ถูกยับยั้งไว้ ยังไม่ให้มีการเลือกตั้งทั้งที่ครบกำหนดวาระกันหลายที่หลายแห่ง เอา จะมีเลือกตั้งปลายปี ๒๕๖๐ ลองดูหน่อยไหมว่า กกต. และภาคส่วนต่าง ๆ จะช่วย การเลือกตั้งสุจริตได้ไหม แบ่งเป็นภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคอีสาน ลองเลือกตั้งดูแล้วช่วยกัน ทั้งหมด ใช้กฎหมายนี่แหละ ถ้ามันสามารถทำได้ มันก็สามารถพูดได้อย่างผงาดเต็มปาก เต็มคำว่าเลือกตั้งปี ๒๕๖๐ ลองดูแล้วทำได้ ทำได้จริง ๆ นี่เป็นข้อเสนอของคณะกรรมาธิการ ด้านการเมือง ท่านประธานครับ ส่วนหนึ่งมาจากท่านอดีต ส.ส. หลายสมัย คุณวิทยา แก้วภราดัย นี่ละครับเป็นคนเสนอว่าควรให้มหาดไทยนี่เข้าไปจัดการเลือกตั้ง แล้ว กกต. ควบคุมกำกับ คสช. ควรเข้ามามีส่วน ไม่ใช่คนอย่างพวกผมเสนอครับ นี่เป็นอดีต ส.ส. เสนอ เพราะฉะนั้นผมอยากให้เติม เสริมประเด็นตรงนี้สักนิดนะครับเพื่อความเข้าใจต่อสาธารณชน และเพื่อนสมาชิกโดยทั่วไปครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ