เสรี ชี้ปัญหาจราจรทางด่วน-เสนอเชื่อมต่อพิเศษต่อเนื่อง

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๖ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

เสรี สุวรรณภานนท์ หารือปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ โดยเน้นประเด็นข้อต่อทางด่วน โครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ได้มาตรฐาน และสัญญาณจราจรที่ไม่เหมาะสม พร้อมเสนอให้มีการปฏิรูปกระบวนการก่อสร้าง กำหนดเวลาประมูลชัดเจน และเพิ่มการตรวจสอบจากบุคคลที่สาม นอกจากนี้ยังเสนอมาตรการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เช่น การปรับโทษสูงขึ้นสำหรับการจอดรถผิดที่ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการรายงานความผิดผ่านภาพถ่าย และการปรับปรุงระบบการจัดการจราจรหน้าโรงเรียน รวมถึงการจัดรถรับส่งนักเรียนอย่างมีคุณภาพ เพื่อให้เกิดความคล่องตัวและเป็นธรรมในการเดินทางอย่างยั่งยืน

นายเสรี สุวรรณภานนท์ กรรมาธิการ

ผมขออนุญาตตอบก่อนนะครับ ผม เสรี ประธานอนุกรรมาธิการนะครับ ต้องขอบคุณสมาชิกครับ อยู่กันอย่างอุ่นหน้า ฝ่าคั่ง ถือว่าเป็นการช่วยงานจราจรที่ไม่ออกไปพร้อมกันและมันจะไปติดอยู่ข้างนอก นะครับ ถือว่าทุกท่านช่วยงานจราจรได้เป็นอย่างดี ต้องกราบเรียนครับ ขอย้อนนะครับ จากท่านสมาชิกที่อภิปราย ขออนุญาตเพิ่งนั่งสักครู่ เป็นพี่ชายผมเองนะครับ พี่สมพงษ์ สระกวี เป็นสมาชิกวุฒิสภารุ่นเดียวกัน จบโรงเรียนวัดนวลนรดิศด้วยกันด้วยนะครับ โรงเรียน เดียวกันไม่คิดว่าจะล็อกันเองเสียแล้ว ไม่ละครับ คือเรื่องต่อม่อนี่นะครับ เป็นต่อม่อของ การทางพิเศษ แล้วที่ติดนี่นะครับ ไม่ได้สร้างมานี่เขาขึ้นต่อม่อไว้ ต้องพูดตรง ๆ ครับ ติดที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ตอนนั้นก็ออกมาคัดค้านกันเยอะนะครับ แต่ตอนนี้ก็เบาแล้ว ในยุคปัจจุบันนี่ครับ ถ้าจะใช้นโยบายของรัฐในการที่จะสร้างนี่ผมว่าน่าจะง่ายขึ้นกว่ายุคก่อน และทางด่วนตรงนั้นเขาเรียกว่าทางด่วนสายที่ ๓ นะครับ และนโยบายรัฐบาลตอนนี้เท่าที่ฟัง ดูนะครับ ท่านก็กําลังจะทำเส้นนี้ให้สามารถใช้การได้นะครับ

เรื่องที่ ๒ เรื่องของการออกแบบ ไม่ว่าทางรถไฟสายเส้นนั้นสร้างไม่เสร็จ ไม่เชื่อมต่อกับเส้นนี้ สร้างเส้นนี้ไม่เชื่อมต่อกับเส้นนั้น หรือดูอย่างทางด่วนที่เปิดใหม่นี่ครับ จากกาญจนาภิเษกวิ่งมาชนตรงทางด่วนสายเก่า มีปูายขึ้นว่าไปแจ้งวัฒนะได้ แต่ปรากฏว่า ไม่มีช่องทางไป ถ้าขึ้นเหนือขึ้นไม่ได้ ก็ถามทางท่านผู้ว่ามาเป็นอนุอยู่ด้วยกันจริงท่านก็บอกว่า มันก็มีโครงการจะทำอยู่ แต่ตอนนั้นเป็นผู้ว่าคนก่อนนะครับ ไม่ใช่ผู้ว่าการทางคนปัจจุบัน นะครับ ก็ไป ๆ มา ๆ ก็หมายความว่ามาจากกาญจนาภิเษกพอมาถึงทางด่วนเก่าที่จะไป แจ้งวัฒนะได้ ไปไม่ได้ ต้องหาทางลงไปติดข้างล่าง ซึ่งมันก็เป็นเรื่องที่แปลกนะครับ เพราะถ้าสร้างทําไมไม่สร้างให้ต่อไปเลยนะครับ แต่ผู้ว่าปัจจุบันกําลังจะหาทางเชื่อมต่อแล้วก็ เชื่อมต่อไปทางโทลล์เวย์ (Tollway) ด้วยนะครับ อันนี้ก็คือข้อชี้แจง

ส่วนการออกแบบที่พี่สมพงษ์และหลายท่านพูดถึงครับ มันเป็นปัญหาจริง นะครับ ผมว่าต้องมีการปฏิรูปอย่างใหญ่หลวงสำหรับคนที่ออกแบบทางถนนด่านต่าง ๆ มีถนนหลายเส้นที่เวลาสร้างนี่นะครับ ถนนเส้นเก่าไปนี่พอขยายถนนสูงกว่ากันเมตรหนึ่ง ท่านไปดูแถวราชพฤกษ์แค่รับ ก็เคยสอบถามนะครับว่าทำไมสร้างสูงต่างกันขนาดนี้ ก็มีปัญหา ว่าที่สร้างอย่างนี้เพราะคนออกแบบออกแบบนี้ บอก อ่าวแล้วไม่ได้เห็นเลยหรือว่าเส้นทาง ๒ เส้นทางนี่ครับ พอวิ่งเส้นเก่ามามันจะไปเข้าทางที่ขยาย ต้องวิ่งตะแคงเอียงขึ้น มีที่ไหนในโลกครับ แต่มีที่ ถนนราชพฤกษ์แนะครับ ท่านลองไปดูนี่คืออะไรครับ นี่คือปัญหาของคนออกแบบ และข้อสำคัญตอนนี้ท่านประธานครับ การสร้างถนนต่อไปในอนาคต กรรมาธิการเราเสนอ นะครับว่าจะสร้างถนน มีการประมูลจะสร้างถนนหรือขยายถนนต้องประมูลกำหนด เรื่องเวลาด้วย ท่านต้องแข็งเวลาด้วยว่าจะเสร็จเมื่อไร แต่ไม่ใช่เอาระยะยาวครับ ๒ ปี ๓ ปี แล้วก็ขยายได้อีก ไป ๆ มา ๆ ๔-๕ ปี ถนนเส้นหนึ่งสร้างไม่เสร็จนะครับ ถ้าหากว่าในยุคนี้ เครื่องไม่เครื่องมือ เครื่องจักร คนงานมันมีความพร้อมก็สามารถแข็งเรื่องกำหนดเวลาได้ว่า จะเสร็จภายใน ๖ เดือน ๑ ปีแล้วต้องเสร็จนะครับ ถ้าหากว่าทำอย่างนี้ได้ถนนต่าง ๆ ที่ขยาย มันเสร็จเร็ว จราจรก็ดีขึ้น แต่สิ่งที่เป็นปัญหาปัจจุบันท่านเชื่อไหมครับ ว่าถนนบางเส้นที่กำลัง สร้างนี่นะครับ สร้างจนรถวิ่งได้แล้วแต่ไปติดที่อะไรครับ ไปติดที่ตู้ค่อนเทนเนอร์ (Container) ไปติดที่แท่งปูน ไปติดที่อุปกรณ์แวางเกะกะริมถนนไปหมด ขาดคนที่เข้ามา จัดการรับผิดชอบ นี่มันเห็นเป็นเรื่องที่แปลกนะครับ ทั้ง ๆ ที่ถนนตอนนี้เราใช้ได้เพิ่มอีก ตั้งเยอะ แต่เราไปติดขัดเรื่องพวกนี้ เรื่องหยุม ๆ หยิม ๆ ดูแล้วเป็นเรื่องที่ไม่ใหญ่ แต่เป็น เรื่องใหญ่เพราะไม่มีใครทํา ไม่มีใครรับผิดชอบ อันนี้คือปัญหา ส่วนที่จะแก่ทางนี้ได้ที่ ท่านสมพงษ์แก่รุณาพูดถึงหรือหลายท่านพูดถึงนี่นะครับ คือในการก่อสร้างเรามีข้อเสนออยู่ใน หน้า ๕๕ ถ้าเป็นโครงการใหญ่ต้องมีระบบตรวจสอบด้วยครับ ต้องมีคนกลางบุคคลที่ ๓ เข้ามาตรวจสอบงานโครงการเหล่านี้ด้วยนะครับ มันจะเสร็จสมบูรณ์แอะไรมากน้อยแค่ไหน อันนี้เราก็จะต้องมีเรื่องของการวางแผนงานตั้งแต่แรกและมีคนตรวจสอบ แต่การรับงานนี่ ก็สำคัญนะท่าน นี่ต้องฝากพี่สุจิณครับ เวลาจะตรวจรับงาน งานไม่เรียบร้อยครับ ปุ ๆ ปะ ๆ นะครับ มีท่อกลางถนนก็สูงกว่าระดับถนน ที่ผมยกตัวอย่างที่เห็น ผ่านบ่อย ราชพฤกษ์แนี่เห็น เลยครับ ก่อนจะขึ้นทางด่วนทางสายใหม่ถนนราชพฤกษ์แต่รงตลิ่งชัน กลางถนนมีท่อฝั่งเป็น ฝ่าท่อแต่สูงกว่าระดับ มันเป็นไปได้อย่างไรครับ ถ้าตรวจรับงานผ่านนี่ผมว่าแย่เลยนะครับ แล้วก็มีอย่างนี้อีกหลายสาย ที่งานไม่เรียบร้อยแต่แปลกที่ตรวจรับงานกันได้ ผมต้องเรียน นะครับ การบังคับใช้กฎหมายต้องจริงจังนะครับ เจ้าหน้าที่พูดตรงนี้ ถ้าสื่อสารไปนี่นะครับ มิฉะนั้นจะมีปัญหาในทางคดีความกันหมด ก็ฝากไว้นะครับว่า การตรวจรับงานนี้เป็นเรื่อง สำคัญ ถ้าไม่ดีจริงต้องอย่ารับครับ มิเช่นนั้นแล้วมันปุ ๆ ปะ ๆ รถวิ่งไปชะลอ ๆ รถก็ติดอีก มันก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งนะครับ

ส่วนรายงานที่ท่านเฉลิมชัยได้กรุณาเสนอว่า เดี๋ยวจะทำเป็นรายงานใหญ่ รายงานฉบับนี้ก็คือฉบับของกรรมาธิการแล้ว ผ่านอนุมาที่มาอธิบายเยอะว่าเป็นเจ้าภาพ รู้เรื่องเหล่านี้เยอะก็เลยต้องพูดอธิบายเยอะ เดี๋ยวก็จะปรึกษาท่านประธานนิกรว่าจะทำ อย่างไรให้มันชัดเจนขึ้นนะครับ

ส่วนที่ท่านอาจารย์แดุสิตพูดถึงโรงเรียน ที่ให้ความสำคัญไปที่โรงเรียนนะครับ ว่าการจราจรอะไรติดขัดครับ อยู่ที่หน้า ๕๗ ข้อ ๑.๑๒ แล้วก็เรื่องของการให้ตั๋วนักเรียน นักศึกษา เราเสนอให้ฟรีนะครับ ขึ้นรถฟรีเลย แล้วก็จัดรถบริการให้รับส่งนักเรียนที่มี คุณภาพ อยู่ที่หน้า ๗๖ ข้อ ๑.๔ นะครับ และบริการนักเรียนที่มีคุณภาพอยู่หน้า ๗๗ ข้อ ๒.๖ คือเรามีเรื่องพวกนี้นะครับ แต่ถ้าส่วนใดที่ท่านอภิปรายเพิ่มกว่านี้เดี๋ยวเราจะไป เพิ่มให้นะครับ

นอกจากนั้นท่านอาจารย์แวันชัย สอนศิริ ได้เสนอว่า สิ่งที่เราเสนอท่านจะให้ สัมฤทธิ์ผลได้อย่างไร ปัญหาบนทางด่วนเรามีรายละเอียดเลยนะครับ ว่าแก้ปัญหา จราจรทางด่วนมีอยู่ในหน้า ๕๗ ถึงหน้า ๕๙ มีทั้งหมดครับ เราไปสำรวจหมดนะครับ ว่าทางด่วนมันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดวิ่งมา ๓ เลน (Lane) และมาบวกอีก ๒ เลน (Lane) ทางขึ้น วิ่งไปอีกหน่อยเป็น ๓ เลน (Lane) รถติดยาวนะครับ นี่เราก็มีข้อเสนออยู่ในหน้า ๕๗ แล้วก็หน้า ๕๙ แต่ท่านถามว่าแล้วที่ฟุตปาธ (Footpath) เอาไว้จอดรถเต็มไปหมดจะแก้ให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร ท่านดูหน้า ๖๘ นะครับ หน้า ๖๘ เสนอเลยนะครับ หน้า ๖๘ เป็นมาตรการการบังคับใช่กฎหมายครับ นอกจากไม่ใช่แค่วางของ ไม่ใช่แค่วางของอย่างเดียวละครับ หรือจอดรถกีดขวางอย่างเดียวนี่นะครับ หน้า ๖๘ บัญญัติ เป็นกฎหมายเลย ถ้าท่านต้องการที่จะไม่ให้จอดถนนแบบนี้มีข้อเสนอครับ ข้อ ๕.๑.๒ กำหนดอัตราโทษความผิดจากเดิมที่มีอัตราโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท ให้แก้ไขเพิ่มโทษเป็น ปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทนะครับ สองพันถึงสองหมื่น อาจารย์แวันชัยจะไปจอด ก็ลองดูนะครับ โดยมีข้อหา อย่างเช่น ขับรถแข่งบนถนนสาธารณะ ขับรถเร็วน่าหวาดเสียว อันนี้โทษต้องหนัก เพราะมันทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน อันที่ ๒ จอดรถในที่ห้ามจอด หรือจอด เกินเวลาที่กำหนดให้จอด อันที่ ๓ ขับแซง ขับแทรก หรือแซงไม่เป็นลำดับ อันทำให้เห็นว่า เป็นคนเห็นแก่ตัวเป็นความผิดนะครับ ต่อไปขับรถผ่านคนข้ามถนนโดยไม่ให้คนข้ามถนน ไปก่อน โทษปรับ ๒,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท นะครับ อันนี้ยกตัวอย่างเป็นต้น ดังนั้นการแก้ไข ปัญหาที่เป็นรูปธรรมได้อยู่ที่สภาพการบังคับใช้กฎหมาย

ส่วนท่านจินด้านะครับ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงวินัยจราจร เรื่องเส้นทางและมีการกำหนดระยะเวลาการปล่อยรถอะไรต่าง ๆ อันนี้เราเสนอไว้แล้ว นะครับเรื่องวินัยจราจรมีแล้ว แต่ส่วนที่ท่านไปพูดถึงว่าต้องเบี้ยปรับจราจรมันจะมี ๒ ตัวครับ ตัวหนึ่งคือเงินร่างวัลนำจับ อีกตัวหนึ่งคือร่างวัล เราเสนอไปแล้วครับ เสนอไปแล้ว ว่าให้ยกเว้นไม่ต้องจ่ายเงินรางวัลกับตำรวจ แต่ตำรวจก็มาชี้แจงให้ข้อมูลครับว่า ๑. มันเป็น ขวัญกำลังใจ ไม่มีเงินนำจับนะครับ เงินนำจับนี่ให้เฉพาะตัว แต่เงินร่างวัลนี่ขอให้มี เพราะว่า เงินร่างวัลเป็นแรงจูงใจให้หน่วยงานนะครับ ไม่ได้ให้คนจับนะครับ แม้ว่าจะมีโทษปรับ แต่ตอนนี้ท่านทราบไหมครับว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานเขาได้มีลิมิต (Limit) เขาจะจับมาก เท่าไรไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ถ้าจะได้นะครับ ถ้าเฉลี่ย เพราะฉะนั้นเราก็เห็นใจครับ เดี๋ยวจะ กลายเป็นว่าเราจะให้เขาแก้ปัญหาจราจรร่วมมือกับเรา แต่เราก็ไปตัดเงินส่วนที่พอจะให้กัน ได้แล้วก็ไม่ได้ผิดกฎหมายมันก็จะทำให้ขาดความร่วมมือไปอีก ตอนนี้ขวัญกำลังใจอย่าไปแตะ นะครับ แล้วก็ให้ไปตามเกณฑ์แที่เขาเคยได้รับซึ่งไม่ได้มากนะครับ ส่วนสินบนนั้นให้กับ คนชี้ช่อง เราก็เสนอครับ ใครชี้ช่องว่าใครทำผิดจราจรถ่ายรูปมาเลย พอถ่ายรูปเสร็จเป็น หลักฐานปั๊บนี่นะครับ ดำเนินคดีถ้ามีเงินค่าปรับให้คนชี้ช่องนั้นได้สินบน อย่างนี้เป็นต้น

ส่วนพี่กิตติก็พูดถึงการบังคับใช้กฎหมายก็อยู่ในเกณฑ์แที่อธิบายไปแล้วนะครับ

นอกจากนั้นท่านอำนวย นิ่มมะโน พูดหลายประเด็นครับ จริง ๆ แล้วเส้นทาง การเดินรถทั้งหมดที่บอกว่าต้องทบทวนระบบอยู่ในหน้า ๕๕ เราเสนอไว้แล้วครับว่าระบบ การปล่อยสัญญาณอะไรต่าง ๆ มันควรต้องทบทวนต้องรีเซต์ (Reset) เส้นทางเดินรถตอนนี้ ก็กำหนดกันไว้นานแล้วต้องมาตรวจสอบกันใหม่ เพราะมีบางช่องทาง ยกตัวอย่างลงจากสะพานตรงโรงพยาบาลหัวเฉียว วิ่งจะไปทางสยาม มีปูายเขียนเวลาว่า ๑๐ โมงห้ามเข้าอย่างนี้นะครับ แต่ปรากฏว่าปูายอันนี้มันตัวเล็ก ถ้าคนเคยผ่านไปแถวนั้น บ่อย ๆ ก็ไม่เกิดปัญหา แต่ปรากฏว่าคนไม่เห็นก็วิ่งเข้าไป และไปเจอตำรวจอยู่ตรงกลางทาง กับปลายทาง เราก็ถาม วันนั้นผมก็เข้าไปผมก็ถามแล้วทำไมตำรวจไม่มายืนต้นทาง แล้วก็ บอกเขาห้ามเข้านะครับ อันนี้ไป ๆ มา ๆ คือเหมือนกับกับดักนะครับ กับดักให้คนเข้ามา คนก็ถูกจับเป็นทิวแถวไปหมด สัญญาณจราจรแบบนี้ต้องเลิก อย่างนี้เป็นต้น หรือที่ซังฮี้ที่มี ปัญหามากนะครับ วิ่งมาจากโรงเรียนเซ็นต์แคาเบรียลเส้นทางนี่เป็นเส้นทางรถเมล์แครับ แต่ปรากฏว่ามันสะดวกกับการขึ้นซังฮี้ พอใครมาเส้นทางช่วงเวลาที่ห้ามนี่ครับ ทั้งที่มัน สะดวกรถไม่ติด โดนจับเป็นแถวอีก ก็เชิญโรงพักสามเสนมานะครับ ท่านรองผู้บัญชาการ ท่านเดชณรงค์แก็อยู่ในกรรมาธิการเรา ก็บอกเจ้าหน้าที่ว่าอย่างนี้สัญญาณอย่างนี้จะแก้ไหม นะครับ ท่านก็เห็นปัญหา ท่านเชื่อไหมครับ ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ตำรวจรับปาก ๓ วันจะแก้ ตอนนี้ยังดักจับชาวบ้านเขาอย่างเก่าอยู่เลย อย่างนี้เป็นต้น ปัญหามันอยู่ที่ผู้ปฏิบัติเยอะ นโยบายไม่ยอมแก้ไขเปลี่ยนแปลงโดยเร็ว ส่วนคอขวดขึ้นจากสะพานซังฮี้มา มันก็จะมี ช่องทางที่ขึ้นแต่เส้นทางที่ขึ้นสะพานเป็นคอขวดมันทำให้รถติดแน่นอน แต่วิธีการเสนอของ กรรมาธิการ ถ้าลงจากซังฮี้ต้องหาทางระบายเร็วครับ ตำรวจต้องเข้าใจคำว่าระบายรถเร็ว ทำอย่างไร ถ้าหากว่าสามารถข้ามสะพานมาได้และขึ้นสะพานมาระบายเร็วทางที่ก่อนจะขึ้น สะพานมันก็จะสามารถจะระบายรถได้เร็วด้วยเห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เราเสนอเพื่อที่จะหาทางออกแก้ปัญหาได้หมดนะครับ ส่วนคอขวดที่ท่านอำนวยพูดถึง มีรีเวิร์แสซิเบิลเลน (Reversible Lane) เสนอแก้แล้วครับ ท่านเปิดดูอยู่ที่หน้า ๖๐ ส่วนตะเข็บร้อยต่อระหว่างพื้นที่ระหว่างเขตจังหวัด อยู่ที่หน้า ๘๐ (๓) และส่วนการติดกล้อง ทุกคันเราเสนอไว้ให้รถทุกคัน ตอนนี้เอกชนบังคับไม่ได้อยู่ในหน้า ๗๐ (๑๒) แต่เราบังคับว่า เอกชนขอให้ความร่วมมือในการติดกล้อง เพราะว่าสามารถช่วยงานอื่น ๆ ได้ด้วย แต่รถราชการต้องบังคับให้ติด อย่างนี้เป็นต้น ส่วนทางน้ำ ทางเรือ เราเสนออย่างเป็นระบบ เลยนะครับ มากกว่าที่ท่านอำนวยอธิบายด้วย อยู่ในหน้า ๖๓ ปรับปรุงพัฒนาเรือโดยสาร มีรายละเอียด ๓-๔ หน้า อันนี้ก็กราบเรียนนะครับ ทำความเข้าใจว่าในรายงานฉบับนี้มอง ทุกมิติ แต่ส่วนท่านอภิปรายอะไรเพิ่ม เดี๋ยวเราจะไปเพิ่มได้เราจะทําให้สมบูรณ์แขึ้น

ส่วนของท่านปานเทพ กราบขอบพระคุณมาก ท่านให้ความสำคัญไปที่ การมีส่วนร่วมของประชาชน เรื่องการแจ้งเหตุเรื่องอะไรต่าง ๆ นะครับ ของท่านปานเทพ อยู่ในหน้า ๖๖ ท่านกรุณาช่วยดูนิดหนึ่งสมบูรณ์ไหม ถ้าไม่สมบูรณ์แช่วยบอกเพิ่มมาด้วย นะครับว่าจะให้สมบูรณ์แอย่างไร ท่านอนุผมมีท่านใดจะเพิ่มไหม ท่านทวีศักดิ์มีอะไร จะเพิ่มไหม ท่านสุจิณมีอะไรจะเพิ่มไหม ครบถ้วนหรือยัง ที่กราบเรียนเพื่อให้เห็นถึงปัญหาว่า สิ่งที่กรรมาธิการ อนุกรรมาธิการเสนอ พยายามมองในมิติต่าง ๆ ส่วนรายละเอียดของปัญหานั้น ไม่ใช่ว่าเราเสนอแต่นโยบายภาพรวม ๆ เราเสนอถึงปัญหาตัวจริงว่าถ้าเกิดปัญหาจราจรแล้ว จะแก้อย่างไร เดี๋ยวนี้เรากลายเป็นโรคชนิดหนึ่งว่าเราขับรถไปไหน เมื่อก่อนหงุดหงิดกับ จราจรที่ติดขัด เดี๋ยวนี้พอเราขับรถกันไปไหนเราไม่หงุดหงิด แต่เราอยากรู้ว่ามันติดตรงไหน เราจะไปดูที่ติดสักหน่อยนะครับ มันกลายเป็นอย่างนี้ไป เพื่อให้เห็นสภาพความเป็นจริงครับ ว่าการที่จราจรมันติดในขณะนี้เราก็ห่วง อย่างที่ท่านอาจารย์แวันชัยห่วง เราทำรายงานฉบับนี้มา เรานึกตลอดเวลาครับ ที่เราทำมานี่มันจะแก้ไขปัญหาได้ไหม และเราเขียนมาอย่างนี้ระบบ แบบนี้เราเขียนแล้วมันจะแก้ปัญหาได้จริงไหม เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่งที่สำคัญนี่นะครับ คือคนที่ รับผิดชอบต้องมีใจในการจะแก้ปัญหา คนที่รับผิดชอบต้องติดตามปัญหา คนที่รับผิดชอบต้องรับรู้ปัญหา คนที่รับผิดชอบเมื่อรับรู้ ปัญหาแล้วต้องมาวิเคราะห์แปัญหา แล้วเสนอทางออกประชุมร่วมกันหลาย ๆ ฝุาย เพื่อแก้ปัญหา ถ้าแก้ไม่ได้กำหนดเป็นนโยบายแจ้งผู้บังคับบัญชาเหนือกว่าเพื่อจะหาทางออก ทางแก้ ดังนั้นผมเชื่อว่ารายงานฉบับนี้นะครับ ต้องขอบคุณท่านประธานนิกรผมเป็นอย่างยิ่ง ที่ให้ความสําคัญ แล้วก็สนับสนุนการทํางานของอนุกรรมาธิการอย่างเต็มที่นะครับ ทําให้ รายงานนี้เป็นรายงานอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งผมก็กราบเรียนว่าถ้าหากว่าได้ความคิดเห็นของท่าน สมาชิกที่เสนอมาทั้งหมดแล้วฟังจากฝุายนอกด้วย เสียดายครับที่เวลาเราจำกัด ถ้าเราฟัง วิชาการเพิ่มมากขึ้น ฟังแนวทางต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเราก็อาจจะได้ข้อมูลที่มากกว่านี้ แต่อย่างไรก็ตามถ้านํารายงานนี้สู่รัฐบาล ถ้ารัฐบาลเห็นความสําคัญของการแก้ปัญหาจราจร อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญอยู่นะครับ กรุณาเอารายงานฉบับนี้ไปปฏิบัติในเชิง ความเป็นจริง ให้มีคำสั่งออกมาที่มีผลบังคับได้ มีนโยบายแล้วก็ปรับปรุงกฎหมายทันที ถ้าไป ผ่านกระบวนการ ผ่านนิติบัญญัติ ผ่าน สนช. กฎหมายก็ออกช้านโยบายที่ออกมาก็ปฏิบัติ ไม่ได้ ถ้าเอาอย่างนี้ทั้งระบบไปปฏิบัติผมเชื่อได้ครับ ผมเชื่อมั่นว่านโยบายที่จะกำหนดก็ดี กฎหมายหรือคำสั่งที่สามารถออกมาได้อย่างรวดเร็วก็ดี จะแก้ปัญหาจราจรอย่างที่เรากังวล อยู่ในปัจจุบันนี้ได้ ส่วนการบังคับใช้กฎหมายนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เจ้าหน้าที่เองก็จะต้อง ออกมาแบบไม่เลือกปฏิบัติ ไม่หาผลประโยชน์ ไม่กลั่นแกล้ง ทำหน้าที่ด้วยความสุจริต ทำงาน ๒๔ ชั่วโมงนะครับ ๒๔ ชั่วโมงหมายความว่าผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันในการจะเข้า แก้ปัญหาร่วมกัน แล้วอย่าแก้ปัญหาเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วน เมื่อเวลาใดก็ตามเกิดการจราจร ติดขัดปั๊บออกมาทันที แก้ทันที สั่งทันที กำกับทันทีนะครับ ผมว่าแนวทางตรงนี้น่าจะเป็น ทางหนึ่งที่จะแก้ปัญหาจราจรในกรุงเทพมหานครแล้วก็รวมถึงในจังหวัดอื่น ๆ ที่เราเสนอไว้ ตามรายงานนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ