สมพงษ์ ตั้งข้อสังเกตโครงสร้างพื้นฐานจราจรเมืองใหญ่ ชี้ขาดต่อเนื่อง-รับผิดชอบ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๖ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

สมพงษ์ สระกวี ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานด้านการจราจรในเมืองใหญ่ที่ยังขาดความต่อเนื่องและประสิทธิภาพ แม้จะใช้งบประมาณจำนวนมาก พร้อมท้วงถามถึงความรับผิดชอบของภาครัฐที่ดูแลโครงการโดยขาดความชัดเจน เนื่องจากข้าราชการและผู้บริหารมีการเปลี่ยนแปลงหมุนเวียน ส่งผลให้โครงการไม่คืบหน้าและไม่บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้

นายสมพงษ์ สระกวี

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมพงษ์ สระกวี สปท. ๑๖๑ นะครับ ที่จริงเรื่องการแก้ปัญหาจราจรในเมืองใหญ่นั้นรายงานของกรรมาธิการก็มี ความละเอียดอยู่ค่อนข้างสมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อเสนอความเห็นไว้ให้เป็นที่ประจักษ์ ว่ามันมีบางปัญหา ซึ่งมันเป็นปัญหาเชิงนโยบายและเชิงประวัติศาสตร์แอยู่นิดหน่อยนะครับ ท่านประธานครับ นั่นก็คือว่าสำนักงานนโยบายและแผนซึ่งเป็นคนคิดแก้ปัญหาเรื่อง การจราจรในการทำเรื่องโครงสร้างการจราจรเป็นสำคัญนั้น เมื่อส่งทอดต่อมาถึงผู้ปฏิบัติ ก็ปรากฏว่าใช้เงินใช้ท้องจำนวนมหาศาล แต่ในที่สุดแล้วก็แก้ปัญหาไม่ได้ เมื่อแก้ปัญหาไม่ได้ ก็หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ด้วยสิ คือถ้าคนคิดแล้วให้รัฐบาลมาสนับสนุน รัฐบาลก็สนับสนุน แต่พอคิดแล้วไม่เป็นไปตามที่คิด ไม่มีคนรับผิดชอบ หน่วยงานของรัฐก็ลอยหน้าลอยตา หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ อันนี้ครับ ถามว่ามาเกี่ยวอะไรกับการแก้ปัญหาเมืองใหญ่ ผมก็ ยกตัวอย่างได้เหมือนอย่างที่เพื่อนสมาชิกบางคนได้ยกตัวอย่าง เอาจะ ๆ ๒-๓ เรื่อง เท่านั้นเองเพื่อจะเป็นอุทาหรณ์ไว้ ท่านประธานก็ได้ยินข้าวเรื่องรถไฟฟูาสายสีม่วง ใช้เวลา ก่อสร้างนาน เลื่อนแล้วเลื่อนอีก คิดว่า ๓ ปีจะเสร็จ กลายเป็น ๕ ปี กลายเป็น ๖ ปี และตลอดระยะเวลาเหล่านั้นรู้อยู่แล้วว่าสายสีม่วงนี่มันขาดอยู่อีก ๑ กิโลเมตร ขาดการต่อเชื่อม และตลอดระยะเวลาเหล่านั้นเพราะรัฐลงทุนไปก็มหาศาล เงินภาษีอากร ประชาชนทั้งนั้น เวลาพูดก็พูดหลักการว่ารถไฟฟูาสายนี้ก็จะแก้ปัญหาการจราจรของ เมืองใหญ่อย่างที่กรรมาธิการได้ศึกษา เสียเงินไปหลายหมื่นล้านนะครับ ผมจำตัวเลขไม่ชัดนัก เรียกว่ารถไฟฟูาสายนี้ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะเป็นสายที่ยาว ประมาณการ ผู้โดยสารไว้วันละ ๘๐,๐๐๐ คน แล้วเป็นอย่างไรครับ พอเปิดเข้าจริง ๆ การต่อเชื่อม ก็ไม่เสร็จ กิโลเมตรเดียวนี่ไม่เสร็จ ทั้ง ๆ ที่รถไฟฟูาสายนี้ใช้เวลาอยู่ตั้ง ๔-๕ ปีกว่าจะ แล้วเสร็จ กิโลเมตรเดียว ปีเดียวก็เสร็จ แต่ก็ไม่เสร็จ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับ ท่านประธาน ท่านกรรมาธิการพิจารณาเรื่องแบบนี้อย่างไร ๑. เสร็จช้า ๒. ไม่ต่อเชื่อม ๓. ประมาณการว่าจะมีผู้โดยสาร ๘๐,๐๐๐ คน เสร็จแล้วลงทุนไปแล้วหลายหมื่นล้าน เสร็จแล้วมีผู้โดยสารแค่ ๒๐,๐๐๐ คน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่รู้เมื่อไรจะขึ้นเป็น ๕๐,๐๐๐ คน และไม่รู้เมื่อไรจะขึ้นเป็น ๘๐,๐๐๐ คน ใครรับผิดชอบครับ ขาดทุน ลงทุนไปแล้วขาดทุน ใช้เงินของแผ่นดินไปแล้วไม่เป็นไปตามประมาณการ ใครรับผิดชอบครับ หาผู้รับผิดชอบไม่ได้ และประหนึ่งว่าไม่ต้องรับผิดชอบ เห็นไปเที่ยวถามหาความรับผิดชอบอยู่แต่เฉพาะเรื่อง จำนำข่าว แต่นโยบายและลงมือปฏิบัติใช้เงินแผ่นดินไปแล้วนี่ไม่เป็นไปตามผลการศึกษา หรือไม่เข้าใกล้ รักษาเวลาไม่ได้ รักษาผลการศึกษาให้เป็นไปตามที่ก่อนจะลงทุน ตัดสินใจ ลงทุน มหาวิทยาลัยไหนครับรับวิจัย รับศึกษาเรื่องนี้ หน่วยงานไหนครับรับวิจัย รับศึกษา เรื่องนี้ว่าถ้าเปิดแล้วจะมีผู้โดยสาร ๘๐,๐๐๐ คนต่อวัน รัฐที่ลงทุนไปจะได้ทุนคืนเมื่อนั้นเมื่อนี้ พอไม่ได้อย่างนั้นนี่เป็นอย่างไรครับ เหมือนกัน ทางด่วนศรีรัช สาย ๒ นี่ผมจำได้ ตัวเลขคือ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาขึ้นต้นที่ส่วนจตุจักรไปลงท้ายที่กาญจนาภิเษกตะวันตก ผมนี่ จะมาสภาอยากใช้บริการ ทดลองขึ้น ขึ้นเสีย ๕๐ บาท พอมาต่อเชื่อมกับทางด่วนที่คุณวันชัย พูดอธิบายไปแล้ว คิดได้อย่างไร เอาทางด่วนสาย ๑ มาชนกับสายด่วนที่ติดอยู่แล้วนี่ ตอนข้าขึ้นเสีย ๕๐ บาท ก็ฉลุยอยู่ ๑๕ นาทีถึงเลย ปรากฏว่ามาติดอยู่บนนี้เป็นชั่วโมง บนทางด่วนสายเก่า เพราะมันมาชนกันพอดี ชนนี่ไม่ว่า ผมต้องเสียสตางค์แอีก ๕๐ บาทอีก เพราะต้องมาใช้ทางด่วน ปรากฏว่าเสียร้อยหนึ่งเลยแล้วก็มาติดเป็นที่จอดรถอยู่บนทางด่วน สายเก่านั่นแหละ เพราะฉะนั้นทำสายใหม่ขึ้นมาเพื่อจะมาชนติดกับสายเก่า คิดได้อย่างไรนี่ พอไม่เป็นไปตามที่คิดว่าจะแก้ปัญหาจราจรได้ แล้วอย่างไรครับ ใครรับผิดชอบครับ นี่ว่าด้วย รถติด ท่านประธานครับผมอยู่นนทบุรี ดีใจเหลือเกิน การแก้ปัญหาการจราจรของเมืองใหญ่ โดยการสร้างสะพาน ปรากฏว่าทางหลวงชนบทก็ได้สร้างสะพานนนทบุรี ๑ ที่ประชุมแห่งนี้ ต่อให้อยู่เมืองนนท์ ผมว่าน้อยท่านจะได้เคยใช้สะพานอันโอ้อ้าแห่งนี้ ลงทุนไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท ครับท่านประธาน ต่อมาได้นามว่า สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ขึ้นที่ไหนครับ ถ้ามา จากนนทบุรีก็ขึ้นถนนราชพฤกษ์ ไปลงที่ไหนครับ ไปลงถนนเลี่ยงเมือง ปรากฏว่าการเชื่อมต่อ ระหว่างขึ้น-ลงกับปลายนี่นะครับ ไม่ได้ประโยชน์เลย ปรากฏเป็นสะพานร่าง หมดไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือการแก้ปัญหาการจราจรในสะพานพระราม ๔ ไม่ได้เลย แก้ปัญหา ช่วยการจราจรที่ติดขัดบนถนนรัตนาธิเบศร์ไม่ได้เลย เพราะว่าคิดจะทำก็ทำ เป็นสะพาน สร้างใหม่นะครับท่านประธาน ชื่อสะพานนนทบุรี ๑ ต่อมาได้ชื่อว่า สะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ เป็นสะพานเชื่อมระหว่างพระราม ๕ กับพระราม ๔ สร้างขึ้นตรงกลางสวยงามเลย คือเป็นการสร้างสะพานที่ไปดูตอนทางขึ้นว่า จะแก้ปัญหาอย่างไร แล้วไม่ดูว่าตอนทางลง คิดจะสร้างสะพานก็สร้างสะพาน หมดไปอีก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ทางหลวงชนบทก็รับงานมีผลงานไป นี่ครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้น ในขณะที่ท่านพูดเรื่องโน้นเรื่องนี้สารพัด ความหน้าของการแก้ปัญหาจราจรเมืองใหญ่นี่ แต่ที่ทำกันแบบนี้ ใช้งบประมาณแผ่นดินกันขนาดนี้ ท่านว่ากันทีละสะพาน เอาละ สะพาน มหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ ๔,๐๐๐ ล้านบาทของทางหลวงชนบท ได้กลายเป็นสะพานร่าง ในขณะที่การจราจรติดขัดเพราะสร้างทางด่วนมาชนทางด่วน แต่นี่เหมือนสะพานนนทบุรี ๑ เป็นสะพานร่าง ไม่มีผู้ใช้เพราะทางขึ้นทางลงมันไม่เอื้ออำนวย อันนี้เป็นเคส (Case) เดียวกับ รถไฟฟูาสายสีม่วงนะครับ รถไฟฟูาสายสีม่วงนี่ก็คือลงทุนไปปรากฏว่าถึงเวลาใช้ไม่มีคนใช้ แล้วก็ไม่มีคนรับผิดชอบ สะพานของทางหลวงชนบทชื่อสะพานมหาเจษฎาบดินทรานุสรณ์ สร้างขึ้นมาว่าจะแก้ปัญหาจราจร ก็ไม่มีคนใช้เพราะทางขึ้นทางลงมันไม่เอื้ออำนวย ไม่ได้ สนใจ ท่านประธานครับ นี่เรื่องที่ผ่านไป แต่ผมถามหน่อยว่า ถ้าท่านคิดจะแก้ปัญหาจราจร เมืองใหญ่นั้น ยังมีอีก ๑๐ สะพานจะเกิดขึ้น ผมอ่านไม่ทัน จดไม่ทัน เพราะไม่นึกว่าจะมี การอภิปรายมาถึงเร็วนะครับ ยังจะมีสะพานที่ท่านคงได้ยินอีก ๑๐ สะพาน ที่จะเชื่อม ระหว่างกรุงเทพฯ เอาข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาละก็คือเชื่อมฝั่งธนกับกรุงเทพฯ เชื่อมเมืองนนท์ กับกรุงเทพฯ ต่อไปจะมีสะพานจันทนแกับเจริญนคร จะมีสะพานเกียกกาย ซึ่งอันนี้เราพอ คุ้นหน่อย เพราะได้ข้าวว่าจะไปลงตรงที่จะสร้างรัฐสภาแห่งใหม่ ผมไม่เสียเวลาอ่าน แต่อยาก ฝากกรรมาธิการไปว่า ยังมีอีก ๑๐ สะพาน ๑๐ สะพานนี่คือพวกคิดสร้างสะพานก็สร้าง แต่สะพาน แต่พอลงหัวสะพานแล้วนี่จราจรจะติดขนาดไหนข้าพเจ้าไม่เกี่ยว ข้าพเจ้าคิดเป็น แต่เรื่องสร้างสะพาน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงเชื่อว่าท่านยังจะต้องทำงานกับ หน่วยงานราชการ จะต้องทำงานกับทางหลวงชนบท ต้องทำงานอยู่กับกรมทางหลวง ต้องทำงานอยู่กับ สนข. ต้องทำงานอยู่กับการทางพิเศษ ไฟฟู้า นี่ผมจะยังไม่พูดอีกนะครับ เดี๋ยวเวลาจะเกินมาก ขอเกินสัก ๑ นาที ว่าอีก ๑๐ สะพานที่จะเกิดขึ้นนี้ ท่านได้หยิบมา คุยไหม ได้มาถามไหมว่าวิเคราะห์แวิจัยว่าจะแก้ปัญหาจราจรเมืองหลวงได้อย่างไร และถ้า ไม่ได้ใครรับผิดชอบ เงินแผ่นดินทั้งนั้น ไม่ได้ก็ลอยหน้าลอยตา ไม่ได้ก็ไม่ต้องรับผิดชอบ บ้านนี้เมืองนี้อยู่กันแบบนี้ใช่ไหม กี่ชาติท่านก็แก้ปัญหาจราจรเมืองใหญ่ที่ท่านศึกษาไว้ ไม่ได้ดอก เพราะว่าอะไรก็ตามถ้าขาดความรับผิดชอบเสียแล้วไม่จบละครับ ใครเคยผ่าน ถนนเกษตร-นวมินทร์แบ้าง ท่านเห็นไหมครับต่อม่อที่ตั้งอยู่ นั่นมันทำเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๕๔ เกือบ ๒๐ ปีแล้วครับท่านประธาน ต่อม่อที่เกษตร-นวมินทร์แนั่นน่ะ เว้นคืนก็แล้ว ลงไปแล้วเป็นพันล้านก็ไม่สร้าง ก็ไม่สร้างแล้วทําไม ทําไมต้องรับผิดชอบ เงินแผ่นดินนะครับนั่น โฮปเวลล์ (Hopewell) ว่าเป็นเรื่องของจีนเข้ามาลงทุน จีน ฮ่องกง มาลงทุนไว้ว่าทะเลาะว่าโกง แต่ต่อม่อที่โผล้อยู่เป็น ๑๐ ปี ๑๐ กว่าปีนี่ บนถนนเกษตร- นวมินทร์แนั่นน่ะ การทางพิเศษเอาอย่างไร จะมาโทษการทางพิเศษในวันนี้ก็ไม่ได้ เพราะว่า ต้องโทษคนที่คิดที่บอกให้รัฐลงทุน แล้วอย่างไร ทําไมต่อม่อยังเป็นต่อม่ออยู่เช่นนั้น

ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้นผมจึงอยากฝากท่านประธานกรรมาธิการไว้ ในฐานะที่ท่านคิดแก้ปัญหาจราจรเมืองใหญ่นั้น มันตั้งหลายร้อยแผน แต่เหนืออื่นใดนะครับ ขอความรับผิดชอบหน่อยเถอะ เวลาคิด เวลาศึกษา เวลาลงทุน เป็นเวลาของราชการทั้งสิ้น ข้าราชการคิด ข้าราชการวิจัย ข้าราชการศึกษา แต่พอตัดสินใจเอาเงินของแผ่นดินไปลงแล้ว ไม่เป็นไปอย่างที่ว่า หรือทำค้าง ๆ ค่า ๆ หรือประเมินว่าจะมีผู้โดยสารเท่านั้นเท่านี้และ ไม่เป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้ ขอความรับผิดชอบหน่อยได้ไหมครับ ขอท้วงความรับผิดชอบ หน่อยได้ไหมครับ แต่นี่ไม่ครับ ลอยหน้าลอยตาไม่มีคนรับผิดชอบ ผู้ว่าคนเก่ามา ผู้ว่าคนใหม่ไป ผู้ว่าคนต่อไป รัฐมนตรีคนเก่า รัฐมนตรีคนใหม่ รัฐมนตรีคนต่อไป กรรมาธิการชุดนี้ก็ไม่ใช่ ชุดแรกที่ศึกษาเรื่องนี้ ศึกษาทิ้งแล้ว ใครทำไปแล้ว ขาดความรับผิดชอบ หัวใจคือขาด ความละอายที่จะแสดงความรับผิดชอบต่อเงินของแผ่นดิน ต่อเงินของประเทศชาติ ที่สูญเสียไป เราถึงไม่ไปไหนครับ จะศึกษาจะขนาดไหน ศึกษาแล้วทำไปขนาดไหน แต่ถ้าปราศจากความรับผิดชอบก็จะเป็นอย่างตัวอย่างที่ยกมาเห็นกันชัด ๆ นี่แหละครับ ขอขอบคุณครับ