จินดา วงศ์แสวัสดิ์ ชื่นชมกรรมาธิการที่เสนอแนวทางแก้ปัญหาจราจร ซึ่งแม้เน้นในกรุงเทพฯ แต่คาดว่าจะส่งผลดีต่อประเทศโดยรวม และเสนอความเห็นเพิ่มเติมสองประเด็น ได้แก่ ปัญหาวินัยจราจรจากการปรับเลนวิ่งที่ไม่เป็นมาตรฐาน ซึ่งก่อให้เกิดพฤติกรรมการแซงและใช้เลนผิดอย่างต่อเนื่อง โดยเสนอให้มีการกำหนดเวลาการใช้เลนอย่างชัดเจนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด อีกทั้งสนับสนุนการเพิ่มค่าปรับจราจร แต่เรียกร้องให้ยกเลิกการจ่ายสินบนนำจับซึ่งก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมและเอื้อประโยชน์แก่เจ้าหน้าที่ในทางที่ผิด
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จินดา วงศ์แสวัสดิ์ สปท. หมายเลข ๒๖ มีเรื่องสั้น ๆ อยากเรียนท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการ คือก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณกรรมาธิการที่ได้ทำเรื่องเกี่ยวกับแก้ปัญหาจราจร โดยเฉพาะที่เสนอมานี่ ส่วนใหญ่เป็นของกรุงเทพฯ แต่ว่าเชื่อว่ากฎเกณฑ์แที่ท่านเสนอมานี้ถ้าออกตามนี้จะมีผลไปทั้ง ประเทศด้วยนะครับ ผมขอพูด ๒ ประเด็นสั้น ๆ ไม่นานมาก ไม่รบกวนเวลา
ประเด็นเรื่องวินัยที่ท่านกรรมาธิการได้เรียนให้ทราบ อันนี้ก็เป็นเรื่องจริง เพราะว่าวินัยเป็นเรื่องสำคัญเป็นกติกาของสังคมทุก ๆ เรื่องวินัย แต่บ้านเรามักจะทำอะไร ที่มันฝุาฝืนวินัย ยกตัวอย่างอย่างที่ขออนุญาตเอ่ยชื่อ ท่านอำนวย นิ่มมะโน พูดเมื่อกี้ กรณีปล่อยรถ ๓ เลน (Lane) และเป็น ๔ เลน (Lane) และขาเข้าเหลือเลน (Lane) เดียว อย่างนี้ ท่านจะสังเกตเห็นนะครับว่าปกติธรรมดาเราจะวิ่ง ๓ เลน (Lane) กลับ ๓ เลน (Lane) ๓ เลน (Lane) ไป ๓ เลน (Lane) กลับ แต่ถึงเวลาช่วงหนึ่งท่านปล่อย ๔-๕ เลน (Lane) และกลับมาเลน (Lane) เดียว โอเค (Okay) ครับ ระบายรถได้ แต่ท่านเชื่อไหมครับ ว่าบางจุดที่ทำแบบนี้ก็เกิดปัญหาด้วยความเคยชิน เพราะกติกาเราปกติเราใช้ ๓ เลน (Lane) ไป ๓ เลน (Lane) กลับ พอเย็นปฺุบท่านให้วิ่ง ๕ เลน (Lane) ยังไม่พอ เหลือเลน (Lane) เดียวให้วิ่งส่วน พอเวลาปี๊ดสัญญาณไฟเขียวออกปฺุบตำรวจปล่อยปฺุบไปหมดเลยครับ ข้างหลัง แซงไปหมดเลยครับ เต็ม ๖ เลน (Lane) หมดเลย เพราะอะไรถึงเป็นอย่างนั้นรู้ไหมครับ เพราะในทางปฏิบัติผู้ปฏิบัติไม่เข้าใจ เพราะท่านทำอย่างนี้ปฺุบพอถึงเวลากลางวันปฺุบ เวลารถ ติดยาวหน่อย ผมก็มันไปเลน (Lane) ขวาได้ผมก็ไปสิ ผลสุดท้ายมันก็กลายเป็นนิสัย นี่คือ วินัยครับ มันก็เป็นผลกระทบทางอ้อมอีกด้านหนึ่ง ถ้าเราไม่ทำอะไรที่มันเป็นมาตรฐาน ไปตลอดนะครับ ถึงเวลาท่านมือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครแซงได้ก็แซง ใครไปเลน (Lane) ขวาได้ไป ถึงเวลาไฟเขียวแล้วนี่ครับ มันไม่มีกติกา กติกามันถูกเปลี่ยน เปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว ถึงเวลาพอรถติดปฺุบผมเปลี่ยนกติกาแล้ว ไปได้นี่ทุกทีก็ไป ขึ้นไปเลน (Lane) ขวาหน่อย เลน (Lane) ส่องเลน (Lane) เบียดไปเลยได้ ทุกวันเป็นอย่างนี้ครับ อันนี้คือการสร้างวินัย นะครับ การสร้างวินัยเราต้องสร้างให้เป็นกติกาที่มันไม่มีเปลี่ยนครับ ช่องไหนช่องนั้นถ้าท่าน บอกว่าวิ่ง ๔ เลน (Lane) ท่านก็ต้องวิ่งเวลานี้เท่านั้นเวลาอื่นวิ่งไม่ได้ อันนี้พอตํารวจไม่อยู่ พอรถติดกลางวันกลายเป็นนิสัย ไม่ใช้วินัยครับ ผมไปเลน (Lane) ๔ เลน (Lane) ๕ ผมไปได้ ผมไปเลยไฟเขียวปฺุบ โอเค (Okay) ไฟเขียวปฺุบแทนที่ผมจะไป ๓ เลน (Lane) ปกติ ผมอยู่ ข้างหลัง อย่างนั้นไม่ทันแน่ ผมไปเลน (Lane) ที่ ๔ เลน (Lane) ที่ ๕ ไปเลย ใช่ไหมครับ มันสับสนไปหมดแล้วเพราะมันไม่มีกติกาแน่นอนแล้ว เพราะกติกามันเปลี่ยนเมื่อไรไม่รู้ อันนี้ คือวินัยเรื่องแรกที่ผมอยากจะฝากกรรมาธิการนะครับว่า ทำอย่างไรถ้าท่านจะเปลี่ยน ช่องทาง ท่านต้องกำหนดเวลาว่าเวลานี้ถึงเวลานี้เท่านั้นวิ่งได้ ๔ เลน (Lane) นะ นอกนั้น ไม่ได้ ถ้าเกินมาปฺุบต้องมีเจ้าหน้าที่พนักงานจับทันที อันนี้เราก็ไม่มีครับ ถึงเวลากลางวัน ก็แซงกันไปไม่มีใครจับ เพราะตํารวจไม่อยู่นี่นะครับ มันก็กลายเป็นเรียกว่าสับสนอลหม้าน หมดเลยทุกวันท่านไปดูได้ทุกเลน (Lane) ท่านออกสภาท่านเลี้ยวขวาก็ได้ครับ ไม่ต้องเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพาน เลี้ยวขวาไปหน้าพระรูป ท่านก็จะเห็น ขึ้นพระราม ๘ ขึ้น ๒ เลน (Lane) วิ่ง ๔ เลน (Lane) ตำรวจกำหนด ๔ เลน (Lane) ครับ แต่ไฟเขียวปฺุบ ๖ เลน (Lane) ครับ ท่านไปดูได้ แล้วมันจะไปได้อย่างไร ไปไม่ได้ครับ ผลสุดท้ายมันไปไม่ได้มันก็ไปอัด อัดทําอย่างไรครับ ตํารวจก็ต้องระบายไปให้ได้ หมดก่อน อีก ๒-๓ เลน (Lane) มาไม่ได้ เพราะว่าฝั่งนี้เต็มหมดแล้ว ก็ติดฝั่งโน้นครับ อันนี้ คือเรื่องของวินัย มันต้องมีมาตรฐาน อันนี้ฝากอีกข้อหนึ่ง
ข้อที่ ๒ นะครับ ที่ทางกรรมาธิการไม่ได้พูดเลยในนี้ ก็คือการเพิ่มเบี้ยปรับ จราจร ผมเห็นด้วยที่ท่านจะเพิ่มค่าปรับจราจรจาก ๕,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทอยู่ในนี้ เป็น ๕,๐๐๐ บาท เป็น ๘,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐,๐๐๐ บาท กรรมาธิการไม่ได้รายงาน ผมเห็นด้วยครับ เพิ่มให้มากผมก็ชอบครับ ไม่มีปัญหา แต่มันมีประเด็นปัญหาตามมาอีกประเด็นหนึ่งครับ ที่ผมอยากจะฝากทาง กรรมาธิการก็คือค่าปรับจราจรสินบนนำจับ ท่านทราบไหมว่าสินบนนำจับจราจรเท่าไร ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ค่าชี้เบาะแส้อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เข้าหลวง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ อันนี้ถ้าผิดก็ขออภัยครับ ก็คิดดูสิครับ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดมานานนะครับ กรุงเทพฯ ท่านอาจจะไม่เห็นแต่ต่างจังหวัดเขามี เปูาเลยว่าวันนี้จราจรคนหนึ่งต้องจับได้กี่ราย เพราะว่าสินบนน้ำจับมันล์อใจจนชาวบ้าน เขาพูดกันบอกว่าปล้นแบบถูกกฎหมายครับ ถ้าท่านจะเพิ่มเบี้ยปรับแบบนี้ขึ้นมาอีก ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ขอท่านกรรมาธิการขอให้เสนอว่าให้ยกเลิกค่าสินบน นำจับจราจรครับ เพราะเงินเดือนมี ค่าเบี้ยมี เพราะว่าไม่ได้เข้าหลวง ชาวบ้านบางทีไม่รู้ นะครับ ปรับ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท เข้าหลวงไม่ใช่ครับ ถ้าปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๖ ๒ ๑๒ ๑๒,๐๐๐ บาท เข้ากระเป้าครับ คนนำจับคนชี้นี่ต่างหากนะครับ ได้อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์แก็ ๒,๐๐๐ บาท ก็คิดดูกันแล้วกันเดือนหนึ่งจะได้กี่แสนครับ ต่อคน นะครับ แล้วอันนี้แบ่งตั้งแต่พูดตรง ๆ นะครับ ผมก็ทราบแบ่งตั้งแต่บนสุดลงมาถึงล่างสุดเลยครับ คนจับอาจจะได้แค่ ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ แต่นอกนั้นเจ้านายก็ได้ครับ มันกลายเป็นชอบด้วย กฎหมาย ซึ่งผมคิดว่ามันก็ไม่ยุติธรรม ความจริงตอนนี้ผมอยากจะเสนอให้ยกเลิกถ่ายกเลิกได้ นะครับ เพราะว่ามันจะได้เงินเข้าหลวง ถ้าบอกว่าข้าราชการตํารวจเงินเดือนน้อย ก็เอาไปตั้ง จ่ายเป็นเงินเดือนครับ เขียนกฎหมายให้ไปตั้งจ่ายเป็นเงินเดือนก็ได้ มันจะได้เหมือนกันทุกคน ไม่อย่างนั้นถ้าขึ้นอย่างนี้ค่าปรับจาก ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๒๐,๐๐๐ บาทต่ำรวจสายสืบขอย้าย เป็นจราจรหมดเลยครับ อันนี้เป็นปัญหาที่มีผลกระทบอีกด้านหนึ่งต่อประชาชน เพราะต่างจังหวัดมีมากเลย ถ้าผมจำไม่ผิดเมื่อประมาณสักสิบกว่าปีก่อนที่นครศรีธรรมราช เผาโรงพักก็เกิดจากสาเหตุนี้นะครับ คือเรียกรถมาแล้วต้องจับให้ได้ ๑ คดี ไม่รู้ละ ดูคนขับ หัวจรดเท่า ดูมอเตอร์ไซค์แต่ั้งแต่ยางหน้าถึงยางหลังนะครับ มันต้องมีจุดใดจุดหนึ่งที่ต้องโดน ค่าปรับ อันนี้ก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านถึงกรรมาธิการว่าค่าปรับจราจรผมเห็นด้วย ที่จะเพิ่ม แต่ผลอีกด้านหนึ่งต้องยกเลิกค่าสินบนนำจับการจราจร ขอบคุณท่านประธานครับ