กิตติ ชี้รถเมล์ปล่อยควัน-จอดข้างทาง หนักจราจรและสุขภาพ

สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ · ครั้งที่ ๔๖ · ๑๒ กันยายน ๒๕๕๙

กิตติ กิตติโชควัฒนา หารือปัญหาการจราจรในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ที่ขาดวินัย ซึ่งก่อให้เกิดความติดขัดอย่างรุนแรง รวมถึงปัญหารถเมล์ปล่อยควันดำและรถจอดริมทางที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสภาพการจราจร เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและพัฒนาระบบการสื่อสารกับการอำนวยการจราจรอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างทันท่วงที

นายกิตติ กิตติโชควัฒนา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เห็นว่ามีอาหาร รอบค่ำก็เลยขออนุญาตขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมนี่เด็กบ้านนอก ความจริงปัญหาจราจร ถ้าไม่ใช่เพราะวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๕๘ ที่ผมต้องมารายงานที่นี่ ผมก็คงไม่เดือดร้อนหรอก เพราะว่าไม่จำเป็นต้องมาใช้การจราจรในกรุงเทพฯ ก็อยู่ที่อำเภอยะลามันก็สบายดี ที่ติดกัน เป็นเวลา ๒-๓ ชั่วโมง ไม่มีครับท่านครับ แต่หลังจากวันที่ ๕ ตุลาคมแล้วต้องมาใช้ชีวิต อย่างที่เป็นอยู่ในขณะนี้ ก็เป็นอย่างที่ท่านกรรมาธิการที่พูดถึงเรื่องการจราจรในกรุงเทพฯ ปัญหามันเยอะแยะครับท่านครับ มีตั้งแต่เรื่องของภาพลักษณ์แของกรุงเทพฯ ที่เมื่อกี้ ท่านผู้มีเกียรติบอกว่าเป็นที่ ๑ ของโลก นอกจากนั้นแล้วยังเรื่องปัญหาสูญเสียงบประมาณ ปัญหาเรื่องเวลา ปัญหาเรื่องสุขภาพ สรุปแล้วคือว่าเรื่องการจราจรมันเป็นปัญหาร้อยแปด พันประการตามมาเยอะแยะมากมาย กรุงเทพฯ มันมีอยู่ ๒ ห่วงเท่าที่ผมสังเกต เหตุที่สังเกต พบก็คือว่าผมนั่งรถเมล์แค่อนข้างบ่อยครับท่านครับ จากถนนลาดพร้าว ๑๐๑ มาที่ลาดพร้าว ๑๗ มาขึ้นรถใต้ดินไปโผล่ที่บางซื่อแล้วก็นั่งรถเมล์แต่ออีกครับมาลงที่หน้าทำเนียบ ก็คือ สาย ๗๐ เพราะฉะนั้นการนั่งรถเมล์เป็นประจำ แท็กซี่เป็นประจำนี่ผมคิดว่าการใกล้ชิดกับ ปัญหาในกรุงเทพฯ ด้านการจราจรค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนมันก็มีปัญหา เกี่ยวข้องกับเรื่องของการจราจรอยู่เหมือนกัน อย่างเช่น สายลาดพร้าวที่ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานก็คือว่า พอฝนตกน้ำรอระบายมันก็เป็นปัญหาจราจรอีกเหมือนกัน ชั่วโมง เร่งด่วนมันก็เป็นปัญหาเรื่องของจราจรอีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นทั้ง ๒-๓ ส่วนนี้ร่วมไป ตลอดจนถึงปัญหาอื่น ๆ ตามที่กรรมาธิการได้รายงานนั้นมันเป็นภาพที่ดูแล้วอีรุงตุงนั่ง มันยากแก้การแก้ปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้นำเสนอในสิ่งเหล่านี้ ถึงแม้ว่าหลังจากนี้อีก ๕ เดือน ๖ เดือนผมไม่จำเป็นต้องมาประสบปัญหาอย่างนี้ ผมก็ดีใจ ภูมิใจว่าจะได้แก่ภาพลักษณ์แที่บอกว่ากรุงเทพมหานครหรือประเทศไทยนั้นเป็นปัญหาจราจร อันดับ ๑ ของโลกจะได้สูญหายไปสักที ท่านประธานครับ ผมคิดว่าปัญหาการจราจรนั้น ผมอยากจะให้ดูของง่าย ๆ ก่อน เอาปัญหาเฉพาะหน้าที่ลึกมากมายที่เราพูดกันมันเป็น ระยะกลาง ระยะยาว อันนั้นไว้อีกส่วนหนึ่ง อยากจะเห็นปัญหาเฉพาะหน้าที่เห็นกันตำตา ทุกวันให้แก้ด้วยความรีบด่วน เร่งด่วนครับท่านประธาน ก็คือเรื่องวินัยอย่างที่เมื่อกี้ หลายท่านหยิบยกขึ้นมาพูด ๑. ก็คือวินัยเรื่องคนขับ จะเป็นรถเมล์แก็ตาม รถส่วนบุคคล ก็แล้วแต่ ตัวนี้ถ้าหากว่าเราไม่เอาจริงเอาจังมันก็เป็นอย่างที่หลายท่านที่นำเสนอขึ้นมา อภิปรายว่า ๔ เลน (Lane) มันเหลือเลน (Lane) เดียว อีก ๓ เลน (Lane) ไว้เป็นของรถเมล์ เที่ยวซิ่งซ้ายขวา ไม่รู้ว่าเป็นของใครต่อของใคร ผมนั่งรถเมล์แประจำก็ย่อมรู้ดีว่าบางทีรถเมล์ นะครับท่านประธานครับ น่าจะวิ่ง ๑ ไม่เกิน ๒ เลน (Lane) ผ่าเข้าไปถึงเลน (Lane) ที่ ๓ รถใหญ่ ๆ นี่เลี้ยวซ้ายที่ขวาที่มันเป็นปัญหารถอื่น ๆ ครับอีกเยอะหลายคันที่ตามมาข้างหลัง ถ้าเลี้ยวไม่พื้นนี่รถต้องหยุด พอรถหยุดคันหลังมันก็หยุดตามไปเรื่อย ๆ เป็นระยะทางยาวครับ มีอยู่วันหนึ่งเมื่อเดือนที่แล้วครับท่านประธานครับ ปรากฏว่าฝืนมันตกน้ำรอระบายไม่ทัน ก็ปรากฏว่าลูกสาวผมมาส่งผมที่ปากทางเพื่อขึ้นรถเมล์แที่ ๑๐๑ รถติด ๓ ชั่วโมง ผมต้องนั่ง รถมอเตอร์ไซค์แค่รับ นี่ครับตัวอย่างง่าย ๆ ที่เห็นได้ชัด เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังคณะกรรมาธิการก็คือเรื่องของการเอาจริงเอาจังกับคนขับรถประเภท ต่าง ๆ ว่าเราจะกวดขันเรื่องวินัยอย่างไรให้เกิดความเอาจริงเอาจัง โดยเฉพาะก็คือการบังคับ ใช้กฎหมาย นั่นประการที่ ๑

ประการที่ ๒ เมื่อกี้เราพูดถึงเรื่องว่ารถเมล์แที่ติดบนท้องถนนเยอะแยะ มากมายอย่างนี้มันไปเกี่ยวข้องกับสุขภาพ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรรถที่ท่อมันปล่อยควันดำนี่ ต้องเอาจริงเอาจังครับ เพราะรถอย่างนี้มันเป็นรถที่เสื่อมสภาพ ไม่ควรจะปล่อยให้ขับมา บนท้องถนนนอกจากว่ามันจะเกิดติดขัดเรื่องรถเสียบ้าง สิ่งที่ตามมาก็คือว่าสุขภาพร่างกาย ของผู้คนที่ไปดมควันดำ อันนี้ผมคิดว่าน่าจะเอาจริงเอาจังเช่นกัน

อีกประการหนึ่งก็คือว่ารถที่จอดข้างทาง อันนั้นผมคิดว่าพวกเราได้พูดกัน เยอะแยะมากมาย ก็คงจะต้องเข้มงวดกวดขั้นต่อไป แต่สิ่งที่อยากจะเห็นมาก ๆ ก็คือ การควบคุม การสั่งการ การอำนวยการที่ฉับไวรวดเร็ว ผมอยู่บ้านนอก เราเข้าปุาเข้าดัง เราจะเห็นใยแมงมุมที่ชักใยแล้วมันเป็นรูปวงกลม แล้วก็เป็นวง ๆ ตัวแมงมุมก็อยู่ตรงกลาง อยู่ซ้ายหรืออยู่ขวาก็แล้วแต่ พอมีแมลงบินไปตกอยู่ตรงไหนปั๊บเจ้าตัวแมงมุมจะรู้ทันทีว่า เหยื่อของมันอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้เป็นบทเรียนการจราจรเหมือนกัน เมื่อกี้ ที่หลายท่านบอกว่าเจ้าหน้าที่จราจร ชาวบ้านหรืออะไรต่ออะไรให้มีการส่งข่าวโดยเร่งด่วน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราจับเอาเรื่องของใยแมงมุมกับตัวแมงมุมมาทําเป็นเครือข่ายในเรื่อง ของการเชื่อมโยงการส่งสัญญาณ ผมคิดว่าน่าจะช่วยได้ส่วนหนึ่ง

เพราะฉะนั้นประการสุดท้ายที่อยากจะฝากก็คือว่าการควบคุมอำนวยการ การจราจรที่ฉับไว้ ที่รวดเร็วในเรื่องของการส่งข่าว รวมไปตลอดจนถึงการส่งเจ้าหน้าที่ที่ไป ถึงที่หมายที่มีเหตุที่ก่อให้เกิดปัญหานั้น อันนั้นผมคิดว่าน่าจะมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหา เฉพาะหน้าที่เร่งด่วนฉับไว้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในขณะนี้ด้วย ก็ขออนุญาตนำเสนอในส่วนที่เป็นประโยชน์แสั้น ๆ เฉพาะหน้าไว้ในโอกาสนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ